ReadyPlanet.com
dot dot
dot
ห้องรับแขก
dot
bulletเล่าสู่กันฟัง
bulletคลีนิกเรื่องสั้น
bulletห้องพักฟื้นเรื่องสั้น
bulletบางบท...บางตอน
bulletวันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์
bulletฟังรายการวิทยุย้อนหลัง
bulletคมคำ คำคม
bulletกระดานสนทนา
bulletสมุดเยี่ยม
bulletข่าวแวดวงวรรณกรรม
dot
ห้องสมุด
dot
bulletนักอ่านพูดถึงประภัสสร
bulletบทสัมภาษณ์ต่างๆ
bulletประภัสสร ใน สื่อ
dot
กล่องความทรงจำ
dot
bulletE-card
dot
Newsletter

dot




คุยเบา ๆ ก่อนบิน กับ ประภัสสร เสวิกุล article

 

 

 

 

เมื่อเอ่ยชื่อ ประภัสสร เสวิกุล ก็คงไม่มีอะไรต้องแนะนำกันอีก อย่างน้อยด้วยผลงานตลอด 40 ปีที่ผ่านมาก็น่าจะพอการันตีได้ถึงความเป็นนักเขียนคุณภาพ นอกเหนือจากนี้ ในด้านหนึ่งเขารับราชการอยู่ที่กระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งก็ในอีกไม่กี่วันนี้แล้วที่ประภัสสรจะบินลัดฟ้าไปดำรงตำแหน่งอัครราชทูตที่ปรึกษาประจำสถานทูตไทยในอีกซีกโลก ณ กรุงซานติเอโก ประเทศชิลี เป็นเวลาถึง 4 ปี
       
       หากย้อนไปดูผลงานที่ผ่านมาของ ประภัสสร เสวิกุล จะเห็นว่าสร้างผลงานไว้หลากแนว นวนิยายหลายเรื่องเป็นที่ชื่นชอบและรู้จักกันดีในหมู่นักอ่าน และมีบางเรื่องที่ถูกนำไปสร้างเป็นละคร ไม่ว่าจะเป็น "อำนาจ" , "ชี้ค" , "ลอดลายมังกร" , "เวลาในขวดแก้ว" , "ขอหมอนใบนั้น...ที่เธอฝันยามหนุน" ฯลฯ ซึ่งแม้ถึงตอนนี้แรงไฟแห่งการสร้างสรรค์ของเขาก็ยังดูคุโชนอย่างไม่มีท่าว่าจะดับง่าย ๆ
       
       นวนิยายที่ได้รับการตีพิมพ์ต่อเนื่องเป็นตอน ๆ อยู่ตอนนี้ก็มีเรื่อง "กุหลาบจีน" ลงในนิตยสารสกุลไทย เรื่อง "เปลวแดดประกายดาว" ลงในนิตยสารกุลสตรี และเรื่อง "บทเพลงแห่งกาลเวลา" ตีพิมพ์ในนิตยสารดิฉัน
       
       "ผมเอาเวลาตอนกลางคืนมาเขียนหนังสือ เป็นมนุษย์ค้างคาว กลางวันก็ทำงานที่กระทรวงการต่างประเทศ" ประภัสสรเล่าให้ฟังอย่างเป็นกันเองซึ่งหลายคนก็คงเห็นตามนั้น ด้วยว่าชื่อของประภัสสรแล้ว ถือว่าเขาเป็นนักเขียนที่มีงานยุ่งมากที่สุดคนหนึ่ง
       
       ประภัสสรเคยแนะไว้สำหรับคนที่อยากจะเป็นนักเขียนว่า สำหรับเขามีหลักง่าย ๆ อยู่ 3 ประการ คือต้องอ่านให้มาก เขียนให้มาก และวิจารณ์ให้เป็น หากตกหล่นข้อหนึ่งข้อใดไปก็ยากที่ใครจะประสบความสำเร็จในอาชีพนักเขียน
       
       นอกจากนี้เขายังเสริมถึงแนวทางการเขียนของตนเองว่า
       
       
"ผมให้ความสำคัญต่อข้อมูลมาก ซึ่งผมจะแบ่งว่างานเขียนที่ดีมีอยู่ 3 องค์ประกอบ หนึ่งคือ จินตนาการ ถ้าขึ้นชื่อว่าเป็นนวนิยายแล้วจินตนาการเป็นสิ่งสำคัญ อันที่สองคือเรื่องของวิชาการ รวมทั้งข้อมูลข่าวสาร อันที่สามคือศิลปะการประพันธ์ ถ้าประกอบกันได้ครบเป็น 3 องค์ประกอบที่ดีเมื่อไร งานนั้นจะเป็นงานที่ดี"
       
       "เหมือนกับเราได้เนื้อสดมาชิ้นหนึ่ง ถ้าจะเสิร์ฟก็คงไม่เอาไปเสิร์ฟทั้งเนื้อสดอย่างนั้น เราต้องมาปรุงแต่งก่อน ซึ่งมันจะดีหรือไม่ดีอยู่ที่เรารู้จักปรุง จะปรุงให้เป็นสเตกก็ได้ ปรุงให้เป็นเนื้อผัดกะเพรา หรือปรุงให้เป็นลาบก็ได้" ซึ่งการจะปรุงให้มีรสชาติและรูปลักษณ์เช่นไร ประภัสสรบอกอันนั้นก็ขึ้นอยู่กับทั้งพ่อครัวและผู้บริโภคแล้วว่าอยากทานอาหารแบบไหน
       
       ประการหนึ่งที่ลืมไม่ได้เลยคือ เขาเพิ่งก้าวลงจากตำแหน่งนายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทยเมื่อวันที่ 29 มกราคมที่ผ่านมานี้เอง หลังจากดำรงตำแหน่ง 2 วาระ รวมเวลา 4 ปีเต็ม ประภัสสรเผยความรู้สึกว่า...
       
       "เหนื่อย ขอบอกตรง ๆ ว่าเหนื่อย แต่ว่าภูมิใจและพอใจในสิ่งที่ได้ทำ และก็ได้รับความร่วมมือด้วยดีทั้งจากสมาชิกในสมาคมเอง ทั้งจากประชาคมภายในนอก"
       
       ประภัสสรตั้งปณิธานไว้แต่แรกเข้ารับตำแหน่งนายกสมาคมฯ ว่า เขาตั้งใจจะเชิดชูและดูแลนักเขียน และนำนักเขียนออกสู่ประชาคมภายนอก ดังนั้นแล้ว ภาพการทำงานอย่างแข็งขันในฐานะหัวเรือใหญ่ของสมาคมฯ จึงปรากฏให้เห็นอย่างชินตา เมื่อถึงวันที่ก้าวลงจากตำแหน่งเขาก็รู้สึกพอใจกับผลงานที่ได้ทำ
       
       "พูดถึงข้อจำกัดแล้ว จริง ๆ มันก็มีเยอะเหมือนกัน เพราะสมาคมเราเป็นสมาคมเล็ก ไม่มีบุคลากรที่ทำงาน ไม่มีพนักงาน มีแต่กรรมการบริหาร ซึ่งเราทำงานกันเองส่วนใหญ่ ที่ทำการสมาคมฯ ก็ยังไม่มี เรากำลังสร้างอยู่ สรุปก็เป็นข้อจำกัดของบุคลากร สถานที่ และเงินทุน"
       
       สำหรับรายรับเพื่อเป็นทุนในการดำเนินงานต่าง ๆ ของสมาคมฯ จะมีรายได้หลักมาจากสองส่วนคือเงินค่าสมาชิกจากสมาชิกสมาคมฯ และเงินจากการบริจาค นอกนั้นจะมีเสริมเข้ามาบ้างจากการจัดกิจกรรมต่าง ๆ
       
       "ตอนเข้ารับงานเมื่อ 4 ปีที่ผ่านมา สมาคมฯ มีเงินประมาณ 300,000 บาท ตอนนี้เรามีเกือบ 3,000,000 บาทน่าจะได้ เราพยายามจะสะสมทุนในช่วงที่ผ่านมาเพราะต้องการนำเงินไปสร้างที่ทำการสมาคม"
       
       ส่วนคนที่ได้รับความไว้วางใจจากมวลสมาชิกให้รับตำแหน่งนายกสมาคมฯ คนต่อไปก็ไม่ใช่ใครที่ไหน หากเป็นนักเขียนรุ่นใหญ่ไล่เลี่ยกันที่ชื่อ ไมตรี ลิมปิชาติ ผู้ที่ร่วมทำงานให้กับสมาคมฯ ด้วยกันมากับประภัสสรนั่นเอง
       
       "คงไม่มีอะไรต้องฝากฝัง เพราะคุณไมตรีนี่ทำงานด้วยกันมาตลอด 4 ปี และรู้จักกันมาเป็นระยะเวลายาวนานมาก คิดว่าคุณไมตรีได้สัมผัส เข้าใจ และรู้ปัญหาทั้งหมดดีอยู่แล้ว และคงทำงานสานต่อไปได้อย่างเป็นเนื้อเดียวกัน"
       
       ...และกลางดึกของวันที่ 27 นี้แล้วที่นักเขียนวัย 56 ปีคนนี้ต้องเดินทางไกลอีกครั้งในชีวิต ไปเป็นอัครราชทูตที่ปรึกษาประจำสถานทูตไทย ณ กรุงซานติเอโก ประเทศชิลี ประภัสสรบอกว่าตำแหน่งที่จะไปรับผิดชอบนี้รองลงมาจากท่านเอกอัครราชทูต โดยจะต้องไปช่วยดูแลงานในหลายส่วน และอาจจะต้องรับหน้าที่ประจำอยู่ที่นั่นเต็มกำหนดเวลาคือ 4 ปีทีเดียว
       
       อย่างไรก็ตาม การได้ไปใช้ชีวิต ณ ดินแดนที่แตกต่างและห่างไกลกันมากทั้งทางภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมประเพณีนับเป็นโอกาสดีที่ช่วยเปิดโลกทัศน์ให้กว้างขึ้น ประภัสสรบอกว่าที่ผ่านมารู้จักเรื่องราวของประเทศนี้ผ่านตัวหนังสือ โอกาสนี้เมื่อได้ไปสัมผัสด้วยตัวเองคงได้ศึกษาและซึมซับประสบการณ์ตรงได้มากยิ่งขึ้น
       
       ซึ่งเมื่อทุกอย่างลงตัว นักอ่านชาวไทยคงได้อ่านนวนิยายดี ๆ ที่มีวัตถุดิบในการปรุงแปลกใหม่ ด้วยฝีมือพ่อครัวฝีมือดีคนนี้
       
       "ก็ยังคงเขียนหนังสือต่อ อาจส่งเป็นแฟกซ์มาหรือส่งเป็นอีเมล์ก็แล้วแต่ เขียนหนังสือก็ทำมาเกือบทั้งชีวิตแล้ว"

 

ที่มา  :   ผู้จัดการออนไลน์  23 กุมภาพันธ์ 2548

 

 



ชื่อ
เบอร์โทรศัพท์
อีเมล
หัวข้อ
รายละเอียด
รหัสป้องกันสแปม CAPTCHA Image



 *


บทสัมภาษณ์ ประภัสสร เสวิกุล

Famous Thai Writer ...
ประภัสสร เสวิกุล นักเขียนผู้ยิ่งใหญ่ จาก Mrthaijob.com article
บทสัมภาษณ์จาก Hi class magazine article
เยี่ยมบ้าน ประภัสสร เสวิกุล กับการพูดคุยถึงบทบาทของนักเขียน ... article
ประภัสสร เสวิกุล-ถนนแห่งความหลากสี article
คนรุ่นใหม่สนใจวรรณกรรมน้อยลง article
คุยนอกรอบ - ประภัสสรกับแนวคิดในการสร้างนักอ่าน+นักเขียนให้ก้าวไปพร้อม ๆ กัน article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
www.psevikul.com นิตยสารสกุลไทย นิตยสารขวัญเรือน  amarinpocketbook นานมีบุ๊คส์ ร้านหนังสือซีเอ็ด ศูนหนังสือจุฬา ร้านนายอินทร์ ประพันธ์สาสน์ เวบคุณวิกรม กรมดิษฐ์  Masharee Blog วรรณวรรธน์คาเฟ่ เวบของคุณ คีตาญชลี เวบกระบี่ทูเด เวบกลอนธรรมะ