ReadyPlanet.com
dot dot
dot
ห้องรับแขก
dot
bulletเล่าสู่กันฟัง
bulletคลีนิกเรื่องสั้น
bulletห้องพักฟื้นเรื่องสั้น
bulletบางบท...บางตอน
bulletวันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์
bulletฟังรายการวิทยุย้อนหลัง
bulletคมคำ คำคม
bulletกระดานสนทนา
bulletสมุดเยี่ยม
bulletข่าวแวดวงวรรณกรรม
dot
ห้องสมุด
dot
bulletนักอ่านพูดถึงประภัสสร
bulletบทสัมภาษณ์ต่างๆ
bulletประภัสสร ใน สื่อ
dot
กล่องความทรงจำ
dot
bulletE-card
dot
Newsletter

dot


facebook.com/psevikul


กาเบรียล่า มิสทรัล กวีหญิงรางวัลโนเบลแห่งชิลี article

กาเบรียล่า มิสทรัล กวีหญิงรางวัลโนเบลแห่งชิลี

          ปี 2007 นี้เป็นปีที่ กาเบรียล่า มิสทรัล กวีหญิงเจ้าของรางวัลโนเบลชาวชิลี และเป็นนักเขียนสตรีคนแรกของลาตินอเมริกา เสียชีวิตมาครบ 50 ปี

          กาเบรียล่าเกิดที่เมืองวิคูญ่า (Vicuna) ทางตอนเหนือของประเทศชิลี เมื่อปี 1889 ในครอบครัวที่ทั้งพ่อและแม่เป็นลูกครึ่งอินเดียน-บาจค์ เธอมีมีชื่อจริงว่า Lucila de Maria del Perpetuo Soccorro Gordoy Alcayaga บิดาเป็นกวีพื้นบ้าน ทิ้งครอบครัวไปตั้งแต่ลูกสาวอายุได้ 3 ขวบ แต่ก่อนที่จะไปได้สร้างสวนดอกไม้เล็ก ๆ ทิ้งไว้ให้ลูก ทำให้กาเบรียล่าในวัยเด็กมีดอกไม้และนกเป็นเพื่อน เมื่ออายุ 14 ปี เธอหารายได้เลี้ยงตัวเองและมารดา ด้วยการทำงานเป็นครูช่วยสอน ในโรงเรียนประจำหมู่บ้าน และในปี 1904 ก็เริ่มมีบทกวีลงพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น

โดยใช้นามปากกาหลายนาม ในปี 1906 เธอเริ่มอาชีพครู และพบรักกับคนงานรถไฟหนุ่ม ชื่อ Romeo Ureta แต่เขาก็จบชีวิตตัวเองด้วยการฆ่าตัวตาย ในปี 1909 ซึ่งทำให้กาเบรียล่าจมอยู่ในความเศร้า ผลงานด้านบทกวีของเธอในช่วงนี้กล่าวถึงชีวิตและความตายได้อย่างลึกซึ้ง และกินใจนักอ่านชาวลาตินอเมริกาเป็นอย่างมาก

          ในปี 1914 บทกวีชื่อ Sonetos de la Muerte (มรณะรจนา) ของกาเบรียล่า มิสทรัล ได้รับรางวัลชนะเลิศจากการประกวดบทกวีแห่งชาติของชิลี หลังจากนั้น เธอได้เริ่มใช้ชื่อ กาเบรียล่า มิสทรัล (Gabriela Mistral) ซึ่งนำมาจากชื่อและนามสกุลของกวีที่เธอชื่นชอบ 2 คน คือ Gabriele

D’Annunzio และ Fredeic Mistral ในงานเขียนตลอดมา

          ช่วงปี 1906-1922 เธอเป็นครูตามโรงเรียนต่าง ๆ หลายแห่งในชิลี ตั้งแต่เหนือจดใต้ และครั้งหนึ่งในโรงเรียนที่เมืองเทมูโก (Temuco) ทางภาคใต้ เธอได้พบกับเด็กนักเรียนชายวัย 16 ปี ผู้หนึ่งซึ่งหลงใหลในบทกวี ซึ่งเธอได้แนะนำให้เขาศึกษาผลงานของนักเขียนยุโรป โดยไม่เคยคาดคิดว่า เด็กนักเรียนคนนั้น ต่อมาจะเป็นกวีคนสำคัญของชิลี และเป็นผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขา

วรรณกรรมอีกคนหนึ่ง.... ที่มีชื่อว่าพาโบล เนรูด้า (Pablo Neruda)

          ในปี 1921 กาเบรียล่า ดำรงตำแหน่งอาจารย์ใหญ่โรงเรียนสตรีมัธยมซันติอาโก ซึ่งเป็นโรงเรียนสตรีที่ดีที่สุดของชิลี และได้พิมพ์บทกวีในขุด Desolation(ความหดหู่) ซึ่งได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางทั่วลาตินอเมริกา

          ปี 1922 กาเบรียล่า มิสทรัล ได้รับเชิญจากรัฐมนตรีกระทรวงศิกษาของเมีกซิโก ให้ไปปฏิรูปโรงเรียนและห้องสมุด รวมทั้งวางระบบการศึกษาของประเทศนั้น ที่นี่เธอได้พิมพ์หนังสือรวมบทกวีชื่อ Lecturas pora Mujeres (อ่านให้ผู้หญิงฟัง) อันมีเนื้อหากล่าวถึงความเป็นแม่ การศึกษาในวัยเด็ก และชาตินิยม

บทกวีในระยะแรกของกาเบรียล่าจะปรากฏภาพชีวิตและแนวคิดของชาวชิลีในภาคเหนือระคนด้วยกลิ่นอายของนิทานพื้นบ้านและบทกวีพื้นเมือง แต่มีความโดดเด่นในเรื่องของความรัก

ทั้งความรักของผู้เป็นแม่ ความรักที่ไม่สมหวัง ความรันทดหดหู่ และการเยียวยาจิตใจ ขณะเดียวกันก็แสดงให้เห็นถึงความเปราะบางของชีวิตและความรัก ในระยะต่อมา บทกวีของเธอมักจะสะท้อนภาพของวัยเด็ก แต่ก็เปี่ยมไปด้วยความลุ่มลึก โดยยังคงเขียนถึงความรักอันยิ่งใหญ่ของแม่ ความศรัทธาในคริสต์ศาสนา ความเชื่อในเรื่องการเกิดใหม่หลังความตาย ซึ่งเป็นอิสระจากพันธนาการของโลก ทำให้เคยมีผู้วิเคราะห์ว่าบทกวีของเธอมีลักษณะคล้ายกับบทสวด

          จากเม๊กซิโก กาเบรียล่ากลับมาอยูที่ชิลีช่วงสั้น ๆ ก่อนจะออกเดินทางไปบรรยายตามมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ทั้งในสหรัฐฯ ยุโรป และลาตินอเมริกา หลังจากเกษียณจากการเป็นครู เธอใช้ชีวิตอยู่ในฝรั่งเศส นานถึง 9 ปี ขณะเดียวกันก็ทำหน้าที่กงสุลของประเทศชิลีประจำเมืองต่าง ๆ ในยุโรป เม๊กซิโก ลาตินเมริกา และนิวยอร์ก

          ชีวิตของเธอดูจะพบพานกับเรื่องความตายและการพลัดพรากของคนที่เธอรักอยู่เป็นประจำ ระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง เธอได้รับการแต่งตั้งเป็นกงสุลกิตติมศักดิ์ชิลีประจำบราซิล

และมีความสนิทสนมกับนักเขียนชาวออสเตรีย ชื่อ สเตฟาน ชวีก (Stefan Zweig) รวมทั้งครอบครัวของเขา แต่ในปี 1942 ชวีกและภรรยาก็ทำให้กาเบรียล่าช๊อกด้วยการที่ทั้งคู่ฆ่าตัวตายที่ริโอ เดอ จาเนโร หลังจากนั้นไม่นาน หลานชายอายุ 17 ของเธอก็ฆ่าตัวตายเช่นเดียวกัน

          ในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ.1945 กาเบรียล่า มิสทรัล ได้รับรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม นับเป็นสตรีชาวลาตินอเมริกาคนแรกที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้  กาเบรียล่าเสียชิวิตเมื่อวันที่ 10

มกราคม 1957 ที่บ้านพักในนิวยอร์ก ด้วยโรคมะเร็ง ขณะอายุได้ 67 ปี หลังจากนั้นอีก 9 วัน ศพของเธอถูกส่งกลับมายังชิลี และรัฐบาลชิลีประกาศให้มีพิธีไว้อาลัยแก่กวีหญิงของชาติเป็นเวลา 3 วัน

          แม้ว่าเธอจะเสียชีวิตมาเป็นเวลากึ่งศตวรรษแล้ว แต่ในประเทศบ้านเกิด เธอก็ไม่เคยตายไปจากความรักและความทรงจำ บทกวีของเธอยังได้รับการพิมพ์ซ้ำอย่างสม่ำเสมอ รูปถ่ายของเธอถูกนำมาพิมพ์เป็นโปสเตอร์ โปสการ์ด หรือทำเป็นของที่ระลึก เพื่อวางจำหน่ายทั่วไป มีรางวัล “กาเบรียล่า มิสทรัล” สำหรับผู้มีผลงานดีเด่นด้านวัฒนธรรม มีมหาวิทยาลัยกาเบรียล่า มิสทรัล ที่มีชื่อเสียง...และทุกครั้งที่หยิบธนบัตรใบละ 5,000 เปโซ ของชิลีขึ้นมา คุณก็จะพบภาพของเธอปรากฏอยู่ในนั้น.

ประภัสสร เสวิกุล

ซันติอาโก, ชิลี

23 มกราคม 2550

 
 
ขอขอบคุณภาพสวยๆประกอบบทความจาก      www.gabrielamistral.uchile.cl/
 

ต้องการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับบทความนี้

หรือมีคำถามต้องการสอบถามคุณประภัสสร เพิ่มเติม

ส่งอีเมล์มาได้ตามแบบฟอร์มติดต่อด้านล่างนี้เลยค่ะ หรือ อีเมล์มาที่ lantombythesea@gmail.com



ชื่อ
เบอร์โทรศัพท์
อีเมล
หัวข้อ
รายละเอียด



เล่าสู่กันฟัง

เรื่องของคติพจน์ประจำชาติ article
เมื่อวาน/วันนี้/และพรุ่งนี้ ของฟิเดล คาสโตร article
ราชันสองโลก (2) เช เกวารา article
ราชันสองโลก(1) article
โศลกชีวิตของฟรีด้า คาห์โล article
ซันติอาโก:จากอดีตสู่ปัจจุบัน article
ที่นี่ชิลี article
บ้านกวี พาโบล เนรูด้า article
พาโบล เนรูด้า กวีผู้ยิ่งใหญ่ตลอดกาล article
กาเบรียล กราเซีย มาร์เกซ 80 ปี แห่งความ (ไม่) โดดเดี่ยว article
เอวิต้า เปรอน สตรีที่โลกไม่ลืม article
มิลตัน ฟรายด์แมน บิดาแห่งการปฏิรูปเศรษฐกิจของชิลี article
ปริศนาบนเกาะอีสเตอร์ article
เหรียญสองด้าน article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
www.psevikul.com นิตยสารสกุลไทย นิตยสารขวัญเรือน  amarinpocketbook นานมีบุ๊คส์ ร้านหนังสือซีเอ็ด ศูนหนังสือจุฬา ร้านนายอินทร์ ประพันธ์สาสน์ เวบคุณวิกรม กรมดิษฐ์  Masharee Blog วรรณวรรธน์คาเฟ่ เวบของคุณ คีตาญชลี เวบกระบี่ทูเด เวบกลอนธรรมะ