ReadyPlanet.com
dot dot
dot
ห้องรับแขก
dot
bulletเล่าสู่กันฟัง
bulletคลีนิกเรื่องสั้น
bulletห้องพักฟื้นเรื่องสั้น
bulletบางบท...บางตอน
bulletวันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์
bulletฟังรายการวิทยุย้อนหลัง
bulletคมคำ คำคม
bulletกระดานสนทนา
bulletสมุดเยี่ยม
bulletข่าวแวดวงวรรณกรรม
dot
ห้องสมุด
dot
bulletนักอ่านพูดถึงประภัสสร
bulletบทสัมภาษณ์ต่างๆ
bulletประภัสสร ใน สื่อ
dot
กล่องความทรงจำ
dot
bulletE-card
dot
Newsletter

dot


facebook.com/psevikul


ในความทรงจำ article


      

แสงแดดอ่อนยามบ่ายสาดแสงทอดยาวไปตามท้องน้ำในลำคลองเล็กๆ

ที่ไหลผ่านบ้านเรือนไทยเก่าๆหลังหนึ่ง สายลมเย็นพัดเอื่อยๆพอให้

คลายร้อนจากไอแดด  พ่อนั่งพิงเสาอยู่ที่นอกชานมือก็ง่วนอยู่กับ

การสานกระบุงซึ่งเป็นงานยามว่าง เป็นภาพที่ชินตามาตั้งแต่เด็ก

ท่านบอกว่าอาศัยทำสวนทำนาเก็บผักเก็บหญ้าอย่างเดียวนั้นไม่พอกิน

เราต้องหางานยามว่างทำจะได้มีรายได้พอมีพอกินอย่างที่ในหลวง

ท่านสอน  ฉันเห็นด้วยกับพ่อ เพราะท่านสอนเช่นนี้มาตั้งแต่ฉันยังเล็กๆ

และเราก็ไม่เคยอดอยากเลย


           ฉันชอบนั่งดูพ่อสานกระบุง มือกร้านหนาที่ผ่านการทำงานมาตลอดชีวิตของท่านยังดูแข็งแรงเสมอ แต่ยามใดที่มือคู่นี้ลูบไล้ศรีษะของฉัน ยามนั้นช่างดูอ่อนนุ่มเหมือนมือสวรรค์ มีพลังอย่างประหลาดที่ทำให้ฉันเกิดความความอบอุ่นและมั่นคงอย่างยิ่ง ฉันเคยจับมือพ่อมาลูบคลำด้วยความรัก เพราะสองมือของพ่อนี้เองที่ทำให้ฉันเป็นผู้เป็นคน ได้เรียนรู้สิ่งต่างๆมากมายในชีวิตตราบเท่าทุกวันนี้


      
     พ่อรู้จักเลือกไม้ไผ่ที่จะนำมาสาน “ไผ่สีสุก” เป็นนางเอกที่ท่านเลือกสรรค์แล้ว เพราะเธอมีคุณสมบัติเหมาะสมที่สุดสำหรับงานจักสานของพ่อ แต่ท่านว่าถ้าจะให้ดีต้องรอให้เธอมีอายุ ๒-๓ ปี เสียก่อน เนื้อไผ่จึงจะเหนียวแต่ไม่นิ่มและไม่เปราะง่าย นอกจากนั้นท่านยังมีเคล็ดลับในการขจัดน้ำมันและแป้งซึ่งเป็นข้อเสียของเธอที่จะทำให้ไม้ไผ่ผุกร่อนไม่คงทน โดยนำปล้องไม้ไผ่นั้นไปปิ้งบนเตาถ่านสักระยะหนึ่งอย่าให้ผิวสวยของเธอไหม้เด็ดขาด แล้วจึงนำมาจักตอก วิธีนี้จะช่วยให้กระบุงเหล่านั้นปลอดจากมอดและแมลงต่างๆ


      
     ด้วยเคล็ดลับนี้เองผลงานทุกชิ้นของพ่อจึงทนทานและสวยงาม ท่านได้สืบทอดการจักตอกและลวดลายการสานมาจากย่า เพราะย่าจะออกแบบลวดลายที่แตกต่างจากคนอื่นเสมอจนกลายเป็นเอกลักษณ์ของย่า เวลาพ่อสานกระบุงท่านจะขึ้นโครงที่ส่วนก้นกระบุงก่อนแล้วสานขึ้นรูปอย่างรวดเร็วด้วยความคล่องแคล่ว ไม่นานท่านก็ได้กระบุงสวยๆหนึ่งใบ ฉันเองก็เคยมีโอกาสได้ช่วยเหลาไม้ไผ่ให้ท่านบ่อยๆ พ่อบอกฝีมือจักตอกของฉันก็ไม่เลวเหมือนกันนะ 


            ตกเย็นพ่อชอบนั่งที่นอกชาน จุดตะเกียงและอ่านนิทานชาดกให้ฉันฟังจนฉันจำได้เกือบหมด ที่ตู้ไม้เก่าๆในห้องพระมีหนังสือนิทานชาดกหลายเล่มซึ่งเป็นมรดกตกทอดจากย่า ท่านจะระมัดระวังมากเวลาหยิบขึ้นมาอ่าน เสร็จแล้วจะกราบและเก็บไว้ในตู้อย่างดี นิทานชาดกส่วนใหญ่ สอนให้เรารู้และเข้าใจว่าทุกสิ่งทุกอย่างนั้นล้วนมีเหตุจึงมีผลและผลของกรรมนั้นเป็นอย่างไร ทำไมคนเราเกิดมาจึงแตกต่างกัน ฉันไม่แปลกใจเลยที่เห็นพ่อกลัวการทำบาปมากที่สุด ชีวิตของท่านเรียบง่ายและพอเพียง ท่านไม่เคยดิ้นรนหาสิ่งปรุงแต่งใดๆ เพราะมันคือต้นเหตุของความโลภนั่นเอง

 
            อีกอย่างหนึ่งพ่อชอบเล่าประวัติของพระพุทธเจ้าให้ฉันฟังเสมอ
เพราะท่านบอกว่าหากเราเป็นชาวพุทธนับถือศาสนาพุทธแต่ไม่รู้จักพระศาสดาของเราว่าเป็นใครมาจากไหน ทำไมจึงมีศาสนาพุทธเกิดขึ้นได้ก็ดูกระไรอยู่ พ่อจึงต้องการให้ฉันรอบรู้ในเรื่องพุทธประวัติให้ละเอียด ส่วนพระธรรมคำสอนนั้นมีสอดแทรกอยู่ในชีวิตประจำวันของฉันทุกวันอยู่แล้วจากการกระทำและคำสอนของท่าน

 
      
     พ่อสอนว่าการได้รับฟังได้รับรู้นั้นอย่าฟังเพียงเพื่อความสนุกสนานหรือเพื่อรู้จักตัวตนของแต่ละคนในเรื่องเท่านั้น หากแต่ควรคิดตามไปด้วยว่าคนเหล่านั้นเขาทำกรรมอะไรมาบ้าง ทั้งกรรมดีและกรรมชั่ว ในที่สุดผลของกรรมนั้นเป็นอย่างไร นั่นเป็นสิ่งสำคัญที่ฉันควรจดจำ จุดประสงค์ของนิทานชาดกอยู่ที่ตรงนี้ ในนิทานชาดกทุกเรื่องนั้นพระพุทธองค์จะทรงเฉลยให้รู้ทุกครั้งว่าตัวละครเด่นๆทั้งหมดนั้นใครกลับชาติไปเกิดเป็นใครบ้างด้วยอำนาจของกรรมที่แตกต่างกัน

 
      
     พ่อเป็นคนขยัน มือก็ทำงานปากก็สอนฉันไปเรื่อยๆ เล่าเรื่องต่างๆให้ฉันฟังมากมาย ทุกเรื่องล้วนมีคติสอนใจทั้งนั้น ฉันยังเคยจำไปเล่าให้เพื่อนๆฟังที่โรงเรียนเสมอ ใครอยากฟังต้องเสียสตางค์ให้ฉันหนึ่งสลึง ฉันก็จะรวบรวมเงินที่ได้ไปทำบุญให้กับเพื่อน ขอให้ทุกคนมีความสุข เพราะพวกเขาไม่ค่อยได้ไปทำบุญที่วัดเหมือนฉันกับพ่อ ฉันคิดของฉันอย่างนี้ตามประสาเด็กๆ ไม่ได้เก็บเข้าพกเข้าห่อเป็นของตัวเองแม้แต่น้อย


           พ่อสอนฉันว่า
ช่วงชีวิตของมนุษย์นั้นสั้นนัก เพียงไม่นานก็ต้องตายทุกคน แต่เป็นช่วงเวลาที่มีผลต่อภพชาติต่อไปอย่างมาก เพราะสามารถทำให้เราไปเกิดในนรกหรือสวรรค์ก็ได้ ด้วยอำนาจของกรรมหรือการกระทำของเราในช่วงนี้เอง ดังนั้นเราควรรู้จักเลือกทำแต่กรรมดีเพื่อจะได้ไปเกิดในภพภูมิที่ดี 


           บางครั้งฉันเคยสงสัยว่า
“กรรม” คืออะไร ทำไมจึงมีอิทธิพลต่อการเกิดมากมายถึงเพียงนั้น พ่อบอกว่า “กรรม” คือการกระทำของเราทุกคน มีทั้งกรรมดีและกรรมชั่ว ที่เรียกว่า “กรรมดี” ได้แก่ หมั่นรักษาศีลห้า ทำบุญตักบาตร เลี้ยงดูพ่อแม่ ปู่ย่าตายาย ไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนเป็นต้น ย่อมส่งผลดีให้ผู้นั้นประสบแต่ความสุขความเจริญ ตายไปก็จะได้ไปสวรรค์ เมื่อไปเกิดใหม่ก็จะเกิดเป็นคนดีมีศีลธรรม มีคนยกย่องสรรเสริญปลอดภัยจากอันตรายทั้งปวง สำหรับ “กรรมชั่ว” นั้น คือการกระทำที่ตรงข้ามกับการทำความดีทุกอย่าง เช่น เป็นคนไม่มีศีลหรือทุศีล เป็นคนอกตัญญู ไม่เลี้ยงดูพ่อแม่ เบียดเบียนผู้อื่นให้ถึงแก่ชีวิตหรือได้รับความลำบากเป็นต้น เมื่อตายไปจะตกนรกหมกไหม้ไม่ได้ผุดได้เกิด ฉันกลัวนรกฉันจึงเชื่อในสิ่งที่พ่อสอน


          ทุกวันพระ
พ่อจะหุงข้าวทำกับข้าวเองเพื่อนำไปถวายท่านพระครูที่วัด ท่านบอกว่าทำอย่างนี้มาตั้งแต่เป็นเด็กเพราะย่าสอนว่าเกิดเป็นคนต้องอย่าละเว้นการทำบุญทำทาน ที่สำคัญอย่าละเว้นการรักษาศีล ฉันเคยตามพ่อไปทำบุญที่วัดทุกวันพระตั้งแต่เดินได้ ในขณะนั้นเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง แต่ก็ไปเพราะมีความรู้สึกว่ามันเป็นหน้าที่ของเราคนไทยที่นับถือศาสนาพุทธจะต้องปฏิบัติ เมื่อฉันโตขึ้นฉันก็เริ่มเข้าใจว่า การทำความดีนั้นเป็นหน้าที่ของทุกคนที่เกิดมาเป็นมนุษย์จะต้องยึดถือปฏิบัติ


           ความเป็นคนมีกตัญญูกตเวทีนั้นเป็นสิ่งที่ทุกคนสรรเสริญ พ่อบอกว่าแม่โพสพ
แม่คงคา และแม่พระธรณีนั้นล้วนมีพระคุณใหญ่หลวงต่อโลก ทั้งมนุษย์และสัตว์ต่างใด้อาศัยดำรงชีพอยู่มาชั่วนาตาปี ข้าวเม็ดเกลือก้อนต้องตอบแทนพระคุณท่าน ที่สำคัญคนใกล้ตัวเราที่สุดซึ่งได้แก่บิดามารดานั้นคือพระในบ้านที่เราต้องเคารพกราบไหว้และปฏิบัติต่อท่านอย่างดีที่สุด เพราะท่านเป็นพระอรหันต์ของลูก

 
      
     ฉันเห็นตัวอย่างจากพ่อมาตั้งแต่เด็ก ท่านจะจดจำทุกอย่างที่ย่าสอนเพราะคำสอนเหล่านั้นไม่เคยผิดเลยแม้แต่อย่างเดียว พ่อสอนฉันไม่ให้งมงายแต่ให้รู้จักคิด ท่านสอนให้ฉันรู้จักสังเกตจดจำและนำไปคิดทบทวนเสมอ ดังนั้นในหมู่เพื่อนๆ เขาจะตั้งฉายาให้ฉันว่า   ”เจ้าแม่ยี่สิบคำถาม” เพราะฉันจะสงสัยและอยากรู้ไปเสียหมดทุกเรื่อง เห็นใครลำบากก็สงสารอยากรู้ว่าทำไมเขาจึงเป็นเช่นนั้น ทำไมเขาจึงต้องลำบากและเจ็บปวดอย่างนั้น ทำไมคนเราเกิดมาถึงต้องแตกต่างกัน บางครั้งฉันนึกอยากช่วยเขาทุกคน แต่ฉันเองก็ไม่สามารถจะช่วยได้อย่างใจคิด เพราะฉันไม่ใช่คนร่ำรวยมาจากไหนเพียงแค่พอมีพอกินเท่านั้น อาจช่วยได้บ้างแต่ก็ไม่มากนัก พ่อสอนว่าการที่เราคิดอยากจะช่วยใครนั้นก็เป็นสิ่งที่ดี นั่นแสดงว่าเราเป็นคนมีเมตตากรุณา แต่การช่วยเหลือนั้นต้องไม่ให้ตัวเราเองเป็นทุกข์ เข้าตำรา “เตี้ยอุ้มค่อม”


           พ่อเล่าว่า คนเราทุกคนเกิดมาแตกต่างกัน
เพราะมีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ มีกรรมเป็นกำเนิด อำนาจของกรรมที่ทำมาส่งผลให้เกิดมาแตกต่างกัน เช่น บางคนเกิดมาร่ำรวยล้นฟ้าแต่บางคนเกิดมาจนแทบไม่มีจะกิน บางคนมีความทุกข์แสนสาหัสแต่บางคนมีความสุขเหลือล้น สำหรับพ่อนั้นท่านว่าช่างมีบุญที่ได้เกิดมาเป็นลูกของย่า แม้จะไม่ร่ำรวยเงินทองแต่ร่ำรวยความสุข และมีบุญที่มีฉันเป็นลูกของท่าน แต่ฉันว่าตัวฉันต่างหากที่มีบุญได้เกิดมาเป็นลูกของท่าน


           เมื่อฉันจบการศึกษา แต่งงานมีครอบครัว ฉันต้องย้ายไปอยู่กรุงเทพฯ
เราพ่อลูกจึงต้องห่างกัน เพราะพ่อยืนยันจะอยู่ที่อยุธยา ท่านเป็นคนรักถิ่นฐานบ้านเกิด เพราะมันเป็นสมบัติที่ย่ามอบให้และท่านต้องรักษาไว้ให้ดีที่สุด สิ่งเหล่านี้ทำให้ท่านมีความสุขเมื่อคิดถึงปู่และย่า ฉันมักจะกลับไปเยี่ยมท่านบ่อยๆ เมื่อมีโอกาสได้ลางานที่กรุงเทพฯ และฉันจะถูกดุทุกครั้งที่หอบข้าวของพะรุงพะรังติดมือกลับบ้าน ท่านว่าที่บ้านเรามีทุกอย่างแล้วไม่ต้องการอะไรอีก ขอเพียงให้ฉันไปเยี่ยมท่านบ้างก็พอแล้ว


           ในวันพ่อของทุกปี
นับเป็นวันพิเศษสำหรับฉันและพ่อ  ฉันจะกลับมาเยี่ยมเพื่อบอกท่านว่า ฉันยังเป็นลูกที่ดีของท่านอยู่เสมอ และฉันยังคงภูมิใจที่มีท่านเป็นพ่อของฉัน วันนี้ก็เช่นกันระยะทางจากกรุงเทพฯไปอยุธยาไม่ไกลนัก แต่ดูเหมือนมันนานมากสำหรับฉัน เพราะใจฉันนั้นไปถึงอยุธยาตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว


           ขณะที่ฉันกำลังก้มลงกราบที่ตักของพ่อ
พ่อแบมือรับไหว้ฉัน ใบหน้าอันเหี่ยวย่นปรากฏรอยยิ้มอย่างมีความสุข มืออีกข้างหนึ่งลูบศรีษะของฉันเบา ๆ ปากก็พึมพำให้พรฉันว่า


      “ขอให้ลูกมีความสุขมากๆ
”


           สั้นแต่ได้ความหมาย
ฉันเงยหน้ามองพ่อพร้อมกับยื่นพวงมาลัยดอกมะลิให้ท่าน ฉันใช้ดอกมะลิเพื่อบูชาพระคุณท่านเพราะท่านเป็นทั้งพ่อและแม่ของฉันในเวลาเดียวกัน


            สองตาของท่านมองมาที่ฉันด้วยความรัก
“ยายหนู” ของพ่อ ไม่เคยทำให้พ่อผิดหวัง น้ำตาของท่านเอ่อล้นนัยน์ตาที่ฝ้ามัวเพราะความชรา ท่านพูดเบา ๆว่า

 
      “
ถ้าแม่กับย่ายังมีชีวิตอยู่เขาคงดีใจ” 


           แม่ตายตั้งแต่ฉันยังเล็ก พ่อจึงเป็นทุกสิ่งของฉัน
เป็นแบบอย่างที่ดีให้ฉัน และทุกวันนี้ฉันเติบโตเป็นผู้ใหญ่เป็นคนดีได้ก็เพราะ “ธรรมะของพ่อ” ฉันบอกพ่อขณะที่มองใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มอย่างมีความสุขของท่านว่า


       “หนูรักพ่อ และสัญญาว่าจะทำแต่ กรรมดี
ตามที่พ่อเคยสอนเสมอค่ะ……”


           แม้วันเวลาจะผ่านไปนานเท่าใด
ฉันก็ยังรู้สึกเสมอว่าฉันนั้นช่างเป็นคนที่โชคดีที่สุดที่มีพ่อเป็นพ่อของฉัน เสียงของท่านแม้จะแหบแห้งไปบ้างเพราะวัยที่ล่วงเลยไปแต่ยังคงไพเราะสำหรับฉันเสมอ ฉันคงจะทำกรรมดีไว้บ้าง ฉันจึงได้มาเกิดเป็นลูกของท่านซึ่งให้แต่สิ่งที่ดีกับฉันนับแต่ฉันจำความได้  


            คำที่พ่อ เคยสอน เฝ้าวอนว่า
  

ลูกสัญญา จะจดจำ คำพ่อสอน

ทุกทุกบท ทุกคำ ทุกขั้นตอน   

สิ่งที่สอน  ลูกต้องรู้  ดูให้เป็น

            พ่อนั้นให้  ชีวิตที่  ดีแก่ลูก   

พ่อเฝ้าปลูก ฝังให้ ลูกได้เห็น

ทั้งความดี ความชั่ว ตัวลำเค็ญ   

ให้ลูกเห็น สิ่งใดหรือ คือบ่วงมาร

เหมือนชี้ทาง สว่างให้ ลูกได้พบ  

ให้ลูกทบ ทวนจิต คิดแตกฉาน
           
พ่อเป็นพระ ของลูก มาแสนนาน   

ขอกราบกราน พระคุณท่าน ทุกวันเอย 

อภิญญา โรจนพานิช

 

คลีนิคเรื่องสั้น  เรื่องที่ 1

 

ในความทรงจำ ของ คุณอภิญญา โรจนพานิช

 

            แนวคิดของเรื่องสั้น ในความทรงจำ ค่อนข้างจะงดงาม แต่พบว่ามีปัญหาอยู่ 3 ประเด็นหลัก ๆ คือ

  1. ไม่มีพล๊อต
  2. ไม่มีจุดไคลแม๊กซ์หรือแรงสะเทือนใจ
  3. ท่วงทำนองที่เรียบเรื่อย

การไม่มีพล๊อตหรือวางพล๊อตเรื่องไว้ก่อน ก็จะเหมือนกับการเล่าเรื่องไปเรื่อย ๆ

ซึ่งหากผู้เล่ามีเทคนิคหรือความสามารถในการเล่าก็อาจทำให้เรื่องที่เล่านั้นน่าทึ่งขึ้นมาได้

แต่หากขาดทักษะหรือกลเม็ดก็จะทำให้ขาดความน่าสนใจ แม้ว่าเนื้อหาของเรื่อง

จะดีก็ตาม  เมื่อไม่มีพล๊อตก็จะส่งผลต่อไปถึงการไม่มีจุดไคลแมกซ์คือหาจุดที่จะจบไม่ได้ หรือจบแบบห้วน ๆ ไม่ผูกใจคนอ่าน และเรื่องสั้นที่ดีควรจะต้องก่อให้เกิดแรงสะเทือนใจด้วยครับ

 

ท่วงทำนองของการเขียน จริง ๆ แล้วก็มาจากบุคลิกหรืออุปนิสัยของผู้เขียน

บางคนอาจจะเป็นคนสนุกสนาน แต่บางคนอาจจะเป็นคนเงียบ ๆ

แต่สิ่งนี้สามารถที่จะปรับปรุงได้ ด้วยการอ่านงานเขียนของนักเขียนหลาย ๆ คน

เข้าสมาคมเพื่อพบปะผู้คน ฟังหรืออ่านปาฐกถาหรือคำบรรยายของนักพูดที่เก่ง ๆ 

ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทำให้เกิดลีลาใหม่ ๆ ในการเขียนขึ้นได้

 

 ผมลองคิดดูเล่น ๆ ว่า สมมตว่าถ้าคุณจะสร้างปมปัญหาให้คุณไม่เคยสนใจ

การสานกระบุงหรือคำสอนของพ่อมาก่อน และเพิ่งมาเห็นคุณค่า

ตอนที่พ่อไม่มีชีวิตอยู่แล้วก็อาจจะสร้างแรงสะเทือนใจได้เหมือนกัน

 

สรุปว่าขอให้คุณลองคิดดูว่าคุณจะบอกอะไรกับผู้อ่าน

ะมีกลวิธีในการบอกอย่างไร

และทำอย่างไรผู้อ่านจึงจะติดใจในสารและวิธีสื่อของคุณ...

คนอ่านที่จะตอบโจทก์นี้ได้ดีที่สุดก็คือตัวคุณเอง

 

เมื่อเขียนใหม่แล้ว ลองอ่านที่คุณเขียนโดยทำใจว่า คุณกำลังอ่านงานของใครสักคนที่คุณเคยไม่รู้จักมาก่อน หรือจะอ่านอย่างจับผิดก็ได้ หากอ่านแล้ว พบว่าคุณยังไม่ชอบหรือมีข้อที่สามารถจับผิดได้ ก็กลับไปแก้ไขใหม่
จนกว่าคุณจะพอใจแหละครับ

 

กรุงโรมไม่ได้สร้างในวันเดียว ถนนไปสู่การเป็นนักเขียนก็เช่นเดียวกันครับ

 
ขอให้คุณโชคดีครับ

 

ประภัสสร  เสวิกุล
ซันติอาโก,
ชิลี
14
มกราคม 2550




คลีนิกเรื่องสั้น

รายการชีวิต
โจรปริญญา(ตี)
มือศิลป์ article
Love is....
อกแกก็อกฉัน...อกฉันก็อกแก article
ร่วมกินโต๊ะ
ภาพของฉัน article
คืนข้ามปี article
เหรียญบาทกับโบสถ์กลางน้ำ article
ใส...ซื่อ...บริสุทธิ์ (ใจ) article
นิยายรัก ฉบับป้าหมู article
สายน้ำที่ขาดหาย article
อรุณรุ่ง article
บ้านนั้นเขามีงานศพ article
หีบเชี่ยนหมากของอ้ายแก้ว article
การผ่านพ้นแห่งยุคสมัย article
แม่น้ำเจ้าพระยา article
เธอสุขได้อย่างไรเมื่อผองชนทุกข์ยากลำเค็ญ article
เมื่อโลกนี้ไร้สีสัน... article
ลั่น article
เสมือนรังดักแด้ที่เฝ้าฟูมฟักผีเสื้อให้โบยบิน article
แหว่ง article
รุ้งกินน้ำของปานวาด article
กล่องความทรงจำเก่า...และเงารัก article
จอมโจรหนอนหนังสือ article
มาลัยวรรณกรรม article
ห้องแห่งมิติอนันต์ article
ครูจันทร์ผ่อง ของแม่ article
จุกน้ำปลา...พาโชค article
เวลาของพ่อ article
การค้นพบตัวเองที่ไม่ใช่ตัวเอง article
เพียงภาพในวัยเยาว์ article
น้ำตาลทราย article
การเดินทางของชายชรา article
พันธะพรหมลิขิต article
บทเรียนน้ำตา article
กลางเมืองหลวง article
ประตูที่ถูกเลือก article
ร้องเรือ: ลำนำที่ผันแปร article
ดาวน์ความสำเร็จ article
ไอ้หมา article
คุณย่ากับคุณป้าข้างบ้าน article
ข้างหลังภาพนั้น article
วัฏพินาศแห่งสยามประเทศ article
คลีนิกเรื่องสั้น 16 article
หรือฉันเองที่แตกต่าง article
เด็กชายวิสรุจณ์...ซุกซน article
ใบไม้เปลี่ยนสี article
มรดกพ่อ article
ก้าวแรกของนักล่าดวงจันทร์ article
เพื่อนตาย article
หุ่นยนต์สังกะสี article
คิดถึงพ่อ article
สาวหน้าใสกับหัวใจน้องเหมียว article
แดร๊กคิวล่ากระหายเลือด...ของคุณ article
ก็เพราะว่า...เรารักนาย article
อ้อมกอดทะเล article
เรือของพ่อ article
ไม่โกรธใช่ไหม article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
www.psevikul.com นิตยสารสกุลไทย นิตยสารขวัญเรือน  amarinpocketbook นานมีบุ๊คส์ ร้านหนังสือซีเอ็ด ศูนหนังสือจุฬา ร้านนายอินทร์ ประพันธ์สาสน์ เวบคุณวิกรม กรมดิษฐ์  Masharee Blog วรรณวรรธน์คาเฟ่ เวบของคุณ คีตาญชลี เวบกระบี่ทูเด เวบกลอนธรรมะ