ReadyPlanet.com
dot dot
dot
ห้องรับแขก
dot
bulletเล่าสู่กันฟัง
bulletคลีนิกเรื่องสั้น
bulletห้องพักฟื้นเรื่องสั้น
bulletบางบท...บางตอน
bulletวันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์
bulletฟังรายการวิทยุย้อนหลัง
bulletคมคำ คำคม
bulletกระดานสนทนา
bulletสมุดเยี่ยม
bulletข่าวแวดวงวรรณกรรม
dot
ห้องสมุด
dot
bulletนักอ่านพูดถึงประภัสสร
bulletบทสัมภาษณ์ต่างๆ
bulletประภัสสร ใน สื่อ
dot
กล่องความทรงจำ
dot
bulletE-card
dot
Newsletter

dot


facebook.com/psevikul


อ้อมกอดทะเล article

                ดวงตะวันเคลื่อนคล้อยอ้อยอิ่งเคลียคลออยู่บนยอดไม้ ทุกคนต่างมุ่งหน้ากลับบ้านหลังจากเหน็ดเหนื่อยกับภารกิจประจำวัน ลำดวนก้าวเท้าลงจากรถประจำทาง แวะซื้อกับข้าวติดมือกลับบ้าน พร้อมกับขนมลูกชุบของโปรดของลูก เนื่องจากอากาศในเดือนมกราคมค่อนข้างเย็นทุกคนต่างก็เร่งรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ลำดวนกระชับผ้าคลุมไหล่ขณะก้าวเท้าเข้าประตูบ้าน

                “ชาติ อยู่ไหนลูก ลีทูได้ยินไหม”

ลำดวนส่งเสียงเรียก สมชาติ กับลีทูสาวใช้กะเหลี่ยง พร้อมกับ ทำเสียงจุ๊ๆ เรียกเจ้าปุยเช่นเคย แต่ทุกอย่างยังคงเงียบ วันนี้ที่บ้านเงียบเชียบผิดปกติจนกระทั่งได้ยินเสียงน้ำหยดจากก๊อกหลังบ้านกระทบกับผิวน้ำในตุ่มดังติ๋งๆ หน้าต่างเปิดแง้มไว้สองบานพอให้ลมพัดผ่านได้บ้าง เธอก้าวเท้าอย่างเร็วชะโงกดูทั่วบ้าน ไม่มีใครอยู่เลย ไปไหนกันหมดนะ บ่นงุมงำอยู่คนเดียว มือก็หยิบจับข้าวของเก็บให้เรียบร้อย เสร็จแล้วออกไปดูที่ท่าน้ำหลังบ้าน

ภาพที่เธอเห็นเป็นภาพที่คุ้นตา สมชาตินั่งอยู่บนรถเข็น มีลีทูยืนชี้ไม้ชี้มืออยู่ข้างๆ เจ้าปุยนอนไม่รู้ไม่ชี้อย่างเคย มันยกหัวขึ้นมามองลำดวนและกระดิกหางเป็นการทักทายนิดหน่อยแล้วก็นอนต่ออย่างขี้เกียจ

“อากาศเย็นอย่างนี้ทำไมไม่ใส่เสื้อให้น้องก่อน ลีทู บอกหลายหนแล้ว เดี๋ยวน้องไม่สบาย” ลำดวนตำหนิลีทูที่ไม่จำในสิ่งที่เคยบอก

“หนูให้เล้ แต่โน้งเขาไม่ยอมน่ะ” ลีทูรีบแก้ตัวด้วยสำเนียงกะเหรี่ยงของเธอ

“แม่” สมชาติหันมายิ้มให้แม่พร้อมกับเอ่ยทักทาย

สมชาติเป็นเด็กพิการอายุ ๑๑ ขวบ กล้ามเนื้อขาลีบทั้งสองข้างมาแต่กำเนิด ไม่สามารถเดินได้ แต่พัฒนาการทางด้านอื่นคงเป็นปกติเหมือนเด็กทั่วไป

“ชาติไม่หนาว พี่ทูก็บังคับอยู่นั่นแหละ” สมชาติฟ้องแม่

“เอาเถอะยังไงก็ควรระวังสุขภาพไว้บ้าง ถ้าไม่ใส่เสื้อหนาวก็ห่มผ้าคลุมไหล่ก็ยังดี” พูดพลางก็ปลดผ้าคลุมใหล่ของเธอออกคลุมให้ลูก แล้วเข็นรถกลับเข้าบ้าน

“ไปกินข้าวกันดีกว่านะ ดูซิวันนี้แม่มีอะไรมาให้ชาติเป็นพิเศษ”

ลำดวนพูดแล้วหันไปบอกลีทูให้เตรียมสำรับกับข้าว สมชาติกินข้าวได้เยอะเพราะมีปลาสิดทอดของโปรด และมีลูกชุบเป็นของหวานที่ถูกใจที่สุด อิ่มแล้วลำดวนบอกให้ลีทูไปหากับข้าวกินในครัว และสำทับให้อุ่นแกงส้มก่อนเก็บในตู้กับข้าวเพื่อไว้กินพรุ่งนี้

มืดแล้ว ลีทูล้างจาน เก็บกวาดครัวเสร็จแล้วโผล่หน้ามาออกมาถามลำดวนว่า พรุ่งนี้น้องต้องไปหาหมอหรือเปล่า ลำดวนลืมไปสนิท บอกลีทูว่า

“ตายแล้วฉันลืมไปขอบใจนะ หมอนัดวันพรุ่งนี้” ลีทูพยักหน้าหงึกๆ แล้วผลุบหายเข้าไปในครัว เพื่ออุ่นแกงส้ม

คืนนี้พระจันทร์ในวันข้างขึ้นสวยมาก ลำดวนยืนพิงหน้าต่างมองแสงสีนวลที่ทอประกายเจิดจ้าท่ามกลางความมืด ความคิดเลื่อนลอยไปไกลถึงใครคนหนึ่งด้วยหัวใจที่หงอยเหงา น้ำตาไหลรินอาบสองแก้มโดยไม่ตั้งใจ จนกระทั่งลมเย็นพัดผ่านปะทะใบหน้าจนรู้สึกเย็นยะเยือก ลำดวนขยับกายเล็กน้อย เช็ดน้ำตาที่แก้มแล้วผละจากหน้าต่างบานนั้นกลับไปล้มตัวลงนอน พยายามข่มใจให้หลับไปอย่างยากเย็น

เช้าวันนี้สมชาติแต่งตัวพร้อมจะนั่งรถไปหาหมอกับแม่ มีลีทูยืนอยู่หน้าบ้านตะโกนเรียกรถแท็กซี่โหวกเหวก สักครู่หนึ่งก็เดินหน้ามุ่ยเข้ามาหาลำดวนฟ้องเสียงดังว่า

“ม่ายโยมไปสักคัน ม่ายรู้มาขับทำไม”

“แล้วบอกเขาว่าไปไหนล่ะลีทู” ลำดวนถามพร้อมกับส่ายหน้าระอาสำเนียงของสาวใช้

“ก็หนูโบกว่าจะไปที่นี่ ที่ตรงนี้น่ะ” พูดพลางก็ชี้มือไปทางซ้ายมือ

“ก็เธอบอกเขาอย่างนี้ใครเขาจะไปถูกล่ะ แล้วก็ชอบอาสานักเชียว” ลำดวนหัวเราะขันท่าทางของลีทู แล้วก้าวเท้ายาวๆไปหน้าบ้านโบกมือเรียกรถที่กำลังวิ่งผ่านมาพอดี

“ไปคลีนิคหมอประพันธ์ที่ปากซอย สุขุมวิท ๕๐ ค่ะ”

เป็นอันว่าทุกคนได้ขึ้นรถเรียบร้อย ครู่เดียวก็ถึงร้านหมอประพันธ์ เมื่อลงจากรถลำดวนเตือนให้ลีทูถือร่มและกระตีกน้ำของน้อง พร้อมกับเข็นรถเข็นพาสมชาติไปนั่งรอหมอ

วันนี้หมอให้ยามาเพิ่มสามถุงและแนะนำให้พาสมชาติไปพักผ่อนบ้างเพื่อให้จิดใจเบิกบานไม่เกิดความจำเจ สมชาติจะได้สดชื่นและมีกำลังใจดีขึ้น ลำดวนรับปากกับคุณหมอว่าจะทำตามที่แนะนำแล้วพาลูกกลับบ้าน

ย่างเข้าเดือนกุมพาพันธ์อากาสเริ่มอุ่นขึ้น ลำดวนนึกถึงคำแนะนำของคุณหมอ คิดในใจว่าจะพาลูกไปที่ไหนดี พอดีสมชาติร้องทักขึ้นว่า

“แม่คิดอะไรอยู่” ถามแล้วก็ใช้สองมือหมุนล้อรถเข้าไปหาลำดวน

“กำลังคิดว่าจะพาลูกไปพักผ่อนที่ไหนดี ก่อนเปิดเทอมไงจ้ะ” ลำดวนตอบและยิ้มให้ลูก

“ไปทะเลแม่ ชาติอยากไปทะเลมานานแล้ว นะแม่นะ” สมชาติออดอ้อน

“เอาอีกแล้วจะไปทะเลอีกแล้ว” ลำดวนบ่นเบาๆ

“คราวก่อนแม่บอกว่าจะไปก็ไม่ได้ไป ชุดว่ายน้ำก็ซื้อไว้แล้ว” สมชาติทำท่าจะงอแง

“ก็คราวก่อนชาติไม่สบายนี่ลูกขืนไปเที่ยวทะเลก็ยิ่งเป็นหนักสิ ต้องเชื่ออาหมอนะ” ลำดวนอธิบายให้ลูกเข้าใจ

“แต่ตอนนี้ชาติสบายดี ก็ไปทะเลได้ อาหมอไม่ห้ามแล้ว” สมชาติยังต่อรองอีก

ลำดวนไม่อยากนึกถึงทะเล แต่ทนคำอ้อนวอนของลูกไม่ได้จึงรับปากเพราะสงสารลูก สมชาติดูจะตื่นเต้นกว่าใครเมื่อรู้ว่าจะได้ไปเที่ยวชายทะเล เขาชอบทะเลมากและใฝ่ฝันอยากจะไปทะเลมานาน เคยเห็นทะเลแต่ในภาพถ่ายหรือในหนังเท่านั้นแต่ไม่เคยเห็นทะเลจริงๆเลย แม่เคยบอกว่าจะพาไปเที่ยวแต่ก็ไม่เห็นพาไปจริงๆสักที ครั้งนี้แม่สัญญาแล้วคงไม่มีการยกเลิกอีก ลำดวนนำเจ้าปุยไปฝากตามีที่อยู่บ้านติดกัน ตามีชอบมาเล่นกับเจ้าปุยบ่อยๆ จึงไม่เป็นปัญหา เวลาที่บ้านลำดวนต้องไปไหนเกินหนึ่งวันตามีจะรับหน้าที่ดูแลเจ้าปุยแทนเสมอ สมชาติเลือกเสื้อผ้าที่จะใส่เวลาไปเที่ยวทะเลด้วยตัวเอง มีลีทูช่วยอยู่ข้างๆ

“โตไหนก็ไม่ถูกใจสักที แล้วจะใส่อะไร” ลีทูบ่นมองกองผ้าที่วางสุมๆอยู่เต็มเตียง

“จะเอาชุดที่แม่ซื้อให้เมื่อปีก่อนไง ที่ว่าจะไปแล้วไม่ได้ไป จำได้ไหม” สมชาติบอกลีทู

“ไม่รู้แม่เก็บไปไว้ไหน เดี๋ยวพี่ทูจะไปถามแม่ดูนะ” ลีทูลุกออกไปหาลำดวน พักใหญ่ๆลำดวนก็เดินถือถุงกระดาษสีน้ำตาลเข้ามา ที่ขอบตาแดงก่ำ เหมือนเพิ่งผ่านการร้องไห้มาก่อน เธอยิ้มให้ลูก

“ชุดนี้ใช่รึเปล่าเอ่ย” พูดพร้อมกับดึงเสื้อผ้าออกมาจากถุงกระดาษ พยายามทำสีหน้าให้แช่มชื่น

“ใช่ๆ ชุดนี้แหละแม่สีฟ้า นั่นด้วย สีน้ำเงินอ่อน กับสีน้ำทะเลเข้ม สามชุดนี่แหละ” สมชาติชี้มือและรับเสื้อผ้าจากแม่มากอดไว้ด้วยความดีใจ

“ถ้าอย่างงั้น เดี๋ยวแม่จะให้พี่ทูจัดลงกระเป๋าให้เรียบร้อย พร้อมกระป๋องน้ำและพลั่วตักทรายด้วย ทีนี้ไม่ต้องห่วงแล้ว นอนได้แล้วนะ เดี๋ยวแม่ต้องเก็บผ้ากองนี้ก่อน ดูซิรื้อออกมาหมดตู้เลย”

พูดจบก็เก็บเสื้อผ้าเรียงเข้าในตู้ให้เหมือนเดิม จากนั้นก็ประคองให้สมชาตินอนลงบนเตียง ดึงผ้าแพรเพลาะห่มให้เรียบร้อย จูบหน้าผากลูกด้วยความรักอีกครั้งพร้อมกับกล่าวราตรีสวัสดิ์กับสมชาติ

ปิดไฟเรียบร้อยแล้วลำดวนค่อยๆปิดประตูห้องนอนของลูก เดินเลยไปหาลีทูสั่งให้จัดกระเป๋าและเตรียมของต่างๆให้สมชาติ จากนั้นก็กลับไปที่ห้องนอนของเธอลำดวนล้มตัวลงนอนบนเตียงยกมือก่ายหน้าผาก ไม่อาจข่มตาให้หลับได้จึงนอนลืมตามองเพดานปล่อยความคิดให้ล่องลอยไป

เสียงสมชาติเรียกลีทูให้มาช่วยแต่งตัวแต่เช้า เขาเลือกชุดสีน้ำทะเลใส่เป็นชุดแรก ตื่นเต้นจะได้เห็นน้ำทะเล

“พี่ทูเป็นอะไรนะวันนี้ ทำอะไรก็ช้าไปหมด ไม่ทันใจชาติเลย” สมชาติบ่น

“โฮ้ยพี่ทูเร่งจนจะหายใจไม่โอกอยู่แล้ว โน้งชาติยังโบกว่าช้า” ลีทูเถียงทั้งๆที่มือก็พยายามใส่ถุงเท้าให้สมชาติอย่างเร็ว

“ก็ชาติกลัวไม่ทันรถน่ะสิ” สมชาติอ้างเหตุผล

“นี่มันเพ่อจะตีห้านะ โระโอกตั้งเจะโมงเช้าแน่ะ โน้งชาติละเมอแน่ๆ” ลีทู อธิบายไม่ละลด

“น่า เตรียมไว้ก่อนให้มันสบายใจ เดี๋ยวพี่ทูก็ทำโน่นทำนี่อีก ช้าอีกตามเคย” สมชาติยังไม่ยอมแพ้

“เสร็จละเรียบโร้ยละ ขี้เกียจเถียง เดี๋ยวพี่ทูจัดโขงให้แม่ไม่เสร็จ แม่โน้งชาติก็จะดุพี่ทูอีก” ลีทูบ่นก่อนลุกออกจากห้องไป

รถบัสคันใหญ่แล่นฉิวไปตามถนนมุ่งตรงสู่ชายหาดบางแสน เช้าๆแดดยังไม่จัด รถติดแอร์เย็นฉ่ำ สมชาติตื่นตาตื่นใจกับบรรยากาศสองข้างทางที่รถแล่นผ่าน ลำดวนมองดูลูกและยิ้มอย่างมีความสุข ลีทูนั่งถัดไปอีกฟากหนึ่งกำลังสัปหงกเพราะความง่วงที่ถูกสมชาติปลุกให้ตื่นตั้งแต่ตีสาม

รถวิ่งเข้าสู่บริเวณชายหาดบางแสน ช่วงนี้ผู้คนไม่ค่อยมากเท่าไร เพราะเพิ่งจะพ้นหนาว ยังไม่ถึงหน้าร้อนจริงๆซึ่งเป็นฤดูท่องเที่ยว ชายหาดจึงยังคงอวดความสวยงามของผืนทรายได้เต็มที่ น้ำทะเลสีครามตัดกับหาดทรายสีน้ำตาลอ่อน ระบายด้วยระลอกคลื่นสีขาวที่ซัดสาดเข้าสู่หาดทรายเป็นระยะๆ

สมชาติมองดูสีครามของน้ำทะเลที่ตัดกับสีฟ้าอันสดใสของท้องฟ้า มีเกาะต่างๆ และหมู่นกทะเลบินล้อลมอยู่ลิบๆ เป็นสิ่งเติมแต่งให้ภาพที่เห็นนั้นงดงามยิ่งนัก

ทั้งสามคนลงจากรถเรียบร้อยก็ตรงไปที่บังกาโลที่จองไว้ซึ่งไม่ไกลนักสามารถมองเห็นทะเลได้จากหน้าต่างห้องนอน สมชาติขอจองเตียงด้านที่อยู่ติดกับหน้าต่างเพราะอยากมองดูน้ำทะเลในตอนเช้า ทั้งสองคนช่วยกันจัดของให้เรียบร้อย ลำดวนเตรียมอาหารใส่ตระกร้า ขณะนั้นมีความรู้สึกเหมือนสะดุดอะไรบางอย่างในใจ เธอหยุดชะงัก แต่แล้วก็พยายามไม่นึกถึงคงหยิบอาหารเรียงใส่ตระกร้าต่อไป และร้องบอกลีทูให้มาถือตระกร้าอาหาร ถังน้ำกับพลั่ว ตามไปที่ชายหาด

ลำดวนพาลูกมานั่งที่หาดทราย ทิ้งรถเข็นไว้ใกล้กับเตียงผ้าใบ เธอสอนให้สมชาติก่อปราสาททราย ด้วยกระป๋องและพลั่วที่เตรียมมา ลีทูช่วยทำกำแพงทรายให้อย่างสวยงาม จากนั้นลำดวนปล่อยให้ทั้งสองเล่นทรายกันต่อไป เธอกลับไปที่เก้าอี้ผ้าใบเอนตัวลงนอนพัก สูดหายใจเอาอากาศบริสุทธิ์ของทะเลเข้าไปเต็มปอด ทอดสายตามองดูความสุขของลูกที่เล่นอยู่ไม่ห่าง สักครู่ตาก็ค่อยๆปรือลง และหลับไปอย่างไม่รู้ตัว

ลำดวนนั่งเหยียดขาอย่างสบายอารมณ์ที่หาดทราย ทอดสายตามองชายรูปร่างสมส่วนกำลังว่ายน้ำอยู่กลางทะเล วันนี้อากาสไม่ร้อนนักเพราะเป็นช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์  เธอละสายตามาที่ตระกร้าหยิบอาหารออกมาจัดวางให้เรียบร้อย แล้วกวาดสายตามองหาประณตอีกครั้งเพื่อเรียกให้หยุดพักกินอาหารกันก่อน แต่ก็มองไม่เห็น

“เอ เมื่อตะกี้นี้ยังเห็นอยู่ตรงนี้เลย เพลินไปถึงไหนนี่” บ่นกับตัวเอง

เสียงผู้คนตะโกนโหวกเหวก ลำดวนละสายตาจากท้องทะเล หันไปมองทางที่มาของเสียง เห็นคนวิ่งกันขวักไขว่ เกิดอะไรขี้นที่ริมทะเล ลำดวนพยายามเขม้นมองแต่คนเยอะมากจึงไม่เห็นอะไรนอกจากคนมากมายยืนออกันเต็มไปหมด สักครู่เด็กก็วิ่งมาบอกแม่ค้าส้มตำว่ามีคนจมน้ำตาย ได้ยินเท่านั้นลำดวนลุกพรวดพราดไปที่ชายหาดอย่างรีบร้อน แหวกฝูงคนเข้าไปให้ไกล้ที่สุดเพื่อดูว่าใครจมน้ำตาย

ร่างที่นอนเหยียดยาวอยู่บนผืนทรายนั้นทำให้ลำดวนกรีดร้องสุดเสียง แล้วทุกอย่างก็ดับวูบลง มารู้สึกตัวอีกครั้งที่โรงพยาบาลชลบุรี ลำดวลร้องไห้ไม่หยุดจนแทบไม่มีน้ำตาจะไหล มันเป็นไปได้อย่างไร ประณตเป็นนักว่ายน้ำทีมชาติ จะจมน้ำตายได้อย่างไร คำถามนี้วนเวียนอยู่ในหัว แต่ก็หาคำตอบไม่ได้จนกระทั่งคุณหมอเข้ามาเยี่ยมเมื่อรู้ว่าเป็นภรรยาของผู้ตายก็แจ้งให้ทราบว่า ประณตเป็นตะคริวชนิดเฉียบพลันที่กระบังลมและน่องทำให้ช่วยตัวเองไม่ได้ กว่าจะมีคนไปช่วยก็เสียชีวิตแล้ว หมอไม่อาจช่วยอะไรได้

ลำดวนนอนน้ำตาไหลพรากยกมือกุมที่ท้องเพื่อสื่อถึงความทุกข์โศกของเธอให้ลูกได้รับรู้ วันนี้ลำดวนตั้งใจจะบอกข่าวดีให้สามีรู้ แต่เธอไม่ทันได้มีโอกาศเพราะทะเลพรากประณตไปจากเธออย่างไม่มีวันกลับ

สมชาติเพลิดเพลินกับกองทราย ยิ่งสายมาก น้ำทะเลก็ยิ่งขี้นสูงจนถึงกำแพงทรายที่ลีทูทำไว้ให้ น้ำพัดเอาระลอกคลื่นเข้ามาปะทะกับขาของสมชาติทำให้เขาตื่นเต้น น้ำทะเลสวยมาก แต่เขาอยากรู้ว่าในน้ำทะเลนั้นเป็นอย่างไร แม่เคยแต่พาไปฝึกออกกำลังกายในสระเพื่อให้ขาแข็งแรงแต่ในน้ำทะเลนั้นยังไม่เคยรู้และสัมผัสเลย และรสชาดของน้ำทะเลจะเป็นอย่างไรบ้าง คงไม่เหม็นกลิ่นคลอรีนเหมือนน้ำในสระแน่ๆ ด้วยความอยากรู้ สมชาติค่อยๆกระเถิบเข้าใกล้น้ำทะเลไปทุกขณะ เกลียวคลื่นโถมเข้ามาที่ลำตัวเย็นฉ่ำ เด็กน้อยหัวเราะดีใจน้ำทะเลที่กระเซ็นเข้าปากนั้นรสชาดเค็มปี๋ เขาหลับตาทำคอย่น น้ำอะไรเค็มจริงๆ มองไปที่ถนน พี่ทูไปห้องน้ำยังไม่กลับ แม่ก็ยังหลับอยู่ที่เก้าอี้ผ้าใบ

เด็กน้อยมองไปที่น้ำทะเล เสียงลมอู้ๆเหมือนจะชักชวนให้เขาลงไปแหวกว่ายในทะเลที่ใสสะอาด เขามองดูผืนทรายใต้ทะเลที่สะท้อนกับแสงแดดซึ่งส่องผ่านผืนน้ำเป็นลวดลายกระเพื่อมงดงาม ทำให้ลืมไปว่าตัวเองไม่เหมือนคนอื่นๆ สมชาติคลานโผลงไปในท้องทะเลอย่างลืมตัว และในขณะนั้นเขาก็สำลักน้ำทะเลที่เค็มจัดนั้นจนแทบหายใจไม่ออก เขาพยายามตะเกียกตะกายด้วยสองมืออย่างเต็มที่เพื่อยันตัวเองขึ้นเหนือน้ำให้ได้แต่ก็ไม่สำเร็จ รู้สึกว่าอากาสในปอดเริ่มน้อยลงทุกที มือทั้งสองเริ่มเชื่องช้าลง สมองของสมชาติคิดถึงแม่ อยากจะตะโกนเรียกแม่สุดเสียง แต่น้ำทะเลเข้าไปอยู่ในปากจนเต็มทำให้ไม่สามารถเปล่งเสียงได้

ลำดวนสะดุ้งตื่นเพราะเหมือนหูแว่วเสียงประณตร้องเรียกอยู่ใกล้ๆ สิ่งแรกคือมองหาลูก หาดทรายที่มีปราสาทล้อมรอบด้วยกำแพงหายไปเหลือเพียงครึ่งเดียว ที่ริมทะเลมองเห็นหัวผลุบๆโผล่ๆ แต่ลำดวนจำเสื้อยืดสีน้ำทะเลปกกะลาสีได้ เธอใจหายวาบ ร้องตะโกนให้ใครๆช่วย

“ช่วยด้วยค่ะ ลูกฉันจมน้ำ” พร้อมกับวิ่งไปหาลูกอย่างเร็วสุดชีวิต

ที่ชายหาดชายหนุ่มรูปร่างทะมัดทะแมงผิวคล้ำ กระโจนลงไปคว้าสมชาติขึ้นมาได้ทันและรีบให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้นด้วยการผายปอด ระหว่างนั้นลำดวนเฝ้าแต่ร้องไห้คร่ำครวญโกรธตัวเองที่ไม่คอยระมัดระวังลูก

ทะเลพรากคนที่เธอรักไปอย่างไม่มีวันกลับครั้งหนึ่งแล้ว ยังจะใจร้ายมาพรากลูกอันเป็นที่รักของเธอไปอีกเช่นนั้นหรือ ทำไมทะเลจึงโหดร้ายถึงเพียงนี้ เธอได้แต่ภาวนาให้ทะเลคืนลูกให้เธอ

ลีทูยืนตัวสั่นด้วยความตกใจอยู่ข้างๆ พยายามบอกลำดวนว่าเธอไปเข้าห้องน้ำเดี๋ยวเดียวเท่านั้นและก่อนไปก็บอกน้องชาติแล้วว่าอย่าไปไหน ลำดวนไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้นเธอได้แต่คร่ำครวญเหมือนคนเสียสติ สักครู่น้ำทะเลก็ไหลทะลักออกมาจากปากของสมชาติ เด็กน้อยลืมตาขึ้น แล้วสติก็ค่อยๆกลับคืนมา เขาร้องหาแม่เป็นคำแรก ลำดวนกอดลูกไว้แน่น เสียงสมชาติพูดเบาๆว่า

“ทะเลช่างสวยจริงๆ แม่ต้องพาชาติมาอีกนะ” ไม่มีเสียงตอบจากลำดวน มีแต่น้ำตาที่ไหลรินไม่หยุดแต่เป็นน้ำตาแห่งความดีใจ ปากก็พร่ำพูดแต่ว่า ขอบคุณ ขอบคุณที่ทะเลยังเมตตา.... ขอบคุณ.....

                                จบบริบูรณ์

 

 คลีนิกเรื่องสั้น 4
อ้อมกอดทะเล ของคุณอภิญญา

โดยทั่วไปแล้ว เรื่อง อ้อมกอดทะเล มีความน่าสนใจขึ้นกว่าผลงานชิ้นที่แล้ว ปัญหาใหญ่น่าจะอยู่ที่การเว้นระยะในช่วงเหตุการณ์หนึ่งกับอีกเหตุการณ์หนึ่ง ซึ่งอาจแบ่งได้ดังนี้
1.ตอนกลางคืนที่ลำดวนยืนพิงหน้าต่างมองพระจันทร์กับตอนเช้าที่ลำดวนจะพาลูกชายไปหาหมอ
2.ตอนที่ลำดวนเข้านอน(ในคืนต่อมา) กับตอนเช้าวันรุ่งขึ้นที่จะพาลูกชายไปทะเล
3.ตอนที่ลีทูบ่นกับสมชาติ กับตอนที่รถบัสแล่นไปบางแสน
4.ตอนที่ลำดวนกลับไปนั่งที่เก้าอี้ผ้าใบ กับตอนที่มองดูประณตว่ายน้ำอยู่กลางทะเล
5.ตอนที่ลำดวนรำถึงถึงประณต กับตอนที่สมชาติก่อกองทราย
6.ตอนที่สมชาติจมน้ำ กับตอนที่ลำดวนสะดุ้งตื่น
สำหรับวิธีการแบ่งตอนก็อย่างที่ผมเคยบอกไว้ในคอลัมน์คลีนิกเรื่องสั้นแล้ว คือเว้นช่วงระหว่างตอนให้เห็นชัด และอาจจะเริ่มต้นคำแรก หรือวรรคแรกของย่อหน้าที่เริ่มตอนใหม่ด้วยตัวหนาหรือตัวที่มีขนาดโตกว่าปกติ เช่นถ้าธรรมดาใช้ตัวขนาด 16 พ้อยต์ เมื่อเริ่มตอนใหม่ก็ควรใช่ตัว 18 พ้อยต์

ปัญหาอีกอย่างหนึ่งสำหรับเรื่องสั้นเรื่องนี้ก็คือในช่วงแรกจะมีคำพูดมากกว่าคำบรรยาย
ส่วนในช่วงหลังจะมีคำบรรยายมากกว่าคำพูด ซึ่งทำให้ดูเหมือนรีบจบอย่างรวบรัด วิธีแก้ไขก็คือ
ปรับส่วนคำพูดบางประโยคให้เป็นคำบรรยาย และแปลงคำบรรยายบางตอนให้เป็นคำพูด เพื่อให้เกิดความสมดุลของเรื่อง

          สำหรับการใช้ภาษาไทยสำเนียงกระเหรี่ยง ผมไม่เคยได้ยินว่าเขาออกเสียงอย่างไร แต่ที่เลทูพูดก็น่ารักดีครับ และได้บรรยากาศที่แปลกออกไป ส่วนชื่อเรื่อง อ้อมกอดทะเล ก็ใช้ได้เลย

          ขอให้ลองปรับดูอีกนิดนะครับ

ประภัสสร เสวิกุล
ซันติอาโก, 26 มกราคม 2550




คลีนิกเรื่องสั้น

รายการชีวิต
โจรปริญญา(ตี)
มือศิลป์ article
Love is....
อกแกก็อกฉัน...อกฉันก็อกแก article
ร่วมกินโต๊ะ
ภาพของฉัน article
คืนข้ามปี article
เหรียญบาทกับโบสถ์กลางน้ำ article
ใส...ซื่อ...บริสุทธิ์ (ใจ) article
นิยายรัก ฉบับป้าหมู article
สายน้ำที่ขาดหาย article
อรุณรุ่ง article
บ้านนั้นเขามีงานศพ article
หีบเชี่ยนหมากของอ้ายแก้ว article
การผ่านพ้นแห่งยุคสมัย article
แม่น้ำเจ้าพระยา article
เธอสุขได้อย่างไรเมื่อผองชนทุกข์ยากลำเค็ญ article
เมื่อโลกนี้ไร้สีสัน... article
ลั่น article
เสมือนรังดักแด้ที่เฝ้าฟูมฟักผีเสื้อให้โบยบิน article
แหว่ง article
รุ้งกินน้ำของปานวาด article
กล่องความทรงจำเก่า...และเงารัก article
จอมโจรหนอนหนังสือ article
มาลัยวรรณกรรม article
ห้องแห่งมิติอนันต์ article
ครูจันทร์ผ่อง ของแม่ article
จุกน้ำปลา...พาโชค article
เวลาของพ่อ article
การค้นพบตัวเองที่ไม่ใช่ตัวเอง article
เพียงภาพในวัยเยาว์ article
น้ำตาลทราย article
การเดินทางของชายชรา article
พันธะพรหมลิขิต article
บทเรียนน้ำตา article
กลางเมืองหลวง article
ประตูที่ถูกเลือก article
ร้องเรือ: ลำนำที่ผันแปร article
ดาวน์ความสำเร็จ article
ไอ้หมา article
คุณย่ากับคุณป้าข้างบ้าน article
ข้างหลังภาพนั้น article
วัฏพินาศแห่งสยามประเทศ article
คลีนิกเรื่องสั้น 16 article
หรือฉันเองที่แตกต่าง article
เด็กชายวิสรุจณ์...ซุกซน article
ใบไม้เปลี่ยนสี article
มรดกพ่อ article
ก้าวแรกของนักล่าดวงจันทร์ article
เพื่อนตาย article
หุ่นยนต์สังกะสี article
คิดถึงพ่อ article
สาวหน้าใสกับหัวใจน้องเหมียว article
แดร๊กคิวล่ากระหายเลือด...ของคุณ article
ก็เพราะว่า...เรารักนาย article
เรือของพ่อ article
ไม่โกรธใช่ไหม article
ในความทรงจำ article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
www.psevikul.com นิตยสารสกุลไทย นิตยสารขวัญเรือน  amarinpocketbook นานมีบุ๊คส์ ร้านหนังสือซีเอ็ด ศูนหนังสือจุฬา ร้านนายอินทร์ ประพันธ์สาสน์ เวบคุณวิกรม กรมดิษฐ์  Masharee Blog วรรณวรรธน์คาเฟ่ เวบของคุณ คีตาญชลี เวบกระบี่ทูเด เวบกลอนธรรมะ