ReadyPlanet.com
dot dot
dot
ห้องรับแขก
dot
bulletเล่าสู่กันฟัง
bulletคลีนิกเรื่องสั้น
bulletห้องพักฟื้นเรื่องสั้น
bulletบางบท...บางตอน
bulletวันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์
bulletฟังรายการวิทยุย้อนหลัง
bulletคมคำ คำคม
bulletกระดานสนทนา
bulletสมุดเยี่ยม
bulletข่าวแวดวงวรรณกรรม
dot
ห้องสมุด
dot
bulletนักอ่านพูดถึงประภัสสร
bulletบทสัมภาษณ์ต่างๆ
bulletประภัสสร ใน สื่อ
dot
กล่องความทรงจำ
dot
bulletE-card
dot
Newsletter

dot


facebook.com/psevikul


สาวหน้าใสกับหัวใจน้องเหมียว article

(“แม่คร้าบ..ผมกลัว”)

(“แม่คร้าบ..ผมหิว”)

“แง่ว  แง่ว..แง้ว..แง๊ว”   เสียงเริ่มแผดดังขึ้นทุกที ๆ

 

                “มีใครได้ยินเสียงลูกแมวร้องบ้างไหมคะ”     เด็กสาววัยสิบแปดปี สวมกางเกงยีนส์เข้ารูป กับเสื้อยืดคอโปโล ด้านหลังพิมพ์ชื่อเว็บไซต์ของร้าน ช่วงนี้ปิดเทอมต้องอยู่กับบ้านช่วยงานในร้าน ปกติก็ไม่ต้องอยู่โยงเฝ้ามากนัก แต่นี่แม่ทะเลาะกับพ่อ หนีไปนอนที่บ้านยายตั้งแต่เมื่อคืน

เธอก้มมองตามใต้โต๊ะคอมพิวเตอร์ทุกตัวที่เรียงกันอยู่ข้างฝาอย่างเป็นระเบียบ   ลูกค้าที่นั่งอยู่ สองโต๊ะแรกหันมามอง แล้วส่ายหน้า ก่อนจะหันไปสนใจสิ่งที่อยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ต่อ

       

    “แว้ว..แว้ว...”  

                (“หิว ๆ ๆ”)  เสียงของแมวยังดังมาเป็นจังหวะ สักพักก็เงียบไป น่าจะเป็นลูกแมวหลงทาง ซึ่งฟังดูเหมือนมีอยู่ตัวเดียว

“เมี้ยว...เมี้ยว”   เธอส่งเสียงเลียนแบบ เผื่อมันส่งเสียงตอบ จะได้ตามหาต้นเสียงได้ถูก

“แง่ว...แง่ว แง่ว  แง้ว..แง้ว”     

                (“ผมอยู่นี่..แม่ใช่ไหม.. แม่  แม่  แม่”)     

 

                เล่นเจ้าล่อเอาเถิดกันอยู่อย่างนั้น ลูกค้าคนแรกคงจะเซ็ง ก็เลยเรียกเจ้าของร้านมาคิดเงินค่าบริการอินเตอร์เน็ต แล้วเดินหน้ามุ่ยออกไป 

‘แหะ แหะ.. ก็คนมันสงสัยนี่นา ถ้าเกิดลูกแมวมันถูกอะไรทับอยู่แล้วไปช่วยไม่ทัน มันตายขึ้นมาจะว่าไงล่ะ’   เธอค้อนตามหลังลูกค้า เข้าใจว่าเขาคงรำคาญกับเธอที่ส่งเสียงเหมียว ๆ อยู่ได้    คิดเงินลูกค้าเสร็จก็เดินหาต่อ จากหน้าร้าน จรดหลังร้าน ตามซอกโต๊ะ ซอกตู้ ก็ไม่เห็นมี จนชักจะเซ็งแล้วบ้างเหมือนกันก็เลยนั่งแผละ อยู่ริมประตูทางเข้า ที่จัดเก้าอี้เรียงข้างฝาอีกด้านไว้สองตัว เอาไว้ให้ลูกค้านั่งรอ แต่ตาก็ยังมองหาที่มาของเสียงอยู่

 

            ร้านออกจะโล่ง ตรงกลางบ้านโล่ง มองเห็นสองข้างฝาได้ชัดเจน ฝั่งหนึ่งวางคอมพิวเตอร์เรียงกันแปดตัว อีกฝั่งหนึ่งของข้างฝาก็มีเก้าอี้ที่เธอนั่งสองตัว ถัดไปเป็นตู้หนังสือเอาไว้ให้ลูกค้าอ่านเล่นบ้าง เช่าบ้าง ถัดไปก็ตู้กระจกยกพื้นสูง แต่ใต้ตู้ก็ไม่มีอะไร แล้วก็เครื่องถ่ายเอกสาร แมวคงไม่ไปอยู่ในเครื่องถ่ายหรอก มันตั้งเด่นเห็นสง่า ข้างหลังเครื่องมีซอกเล็ก ๆ เกือบติดฝานั่นก็โล่ง  โต๊ะเก็บเงินหันหน้าเข้าข้างฝา ใต้โต๊ะโล่ง ในลิ้นชักก็ชักออกมาดูหมดแล้ว แม้จะขัดกับหลักความจริงไปบ้าง ว่าแมวอะไรจะหลุดไปอยู่ในลิ้นชักรก ๆ แบบนั้น

 

                ถัดไปเป็นโต๊ะวางของ วางเครื่องเข้าเล่มแบบสันห่วงกับเครื่องเคลือบ  บนโต๊ะมีแต่อุปกรณ์ ใต้โต๊ะก็โล่ง ๆ  แล้วก็เป็นผนังที่กั้นระหว่างหน้าบ้าน กับหลังบ้านออกจากกัน มีประตูที่เปิดโล่ง มองทะลุไปถึงไหน ๆ เลี้ยวซ้ายก็ขึ้นบันไดไปชั้นสอง ตรงไปอีกหน่อยมีอ่างล้างหน้า แล้วก็ประตูห้องน้ำ  ถัดจากห้องน้ำ เมื่อก่อนเป็นครัวเดี๋ยวนี้ปรับเปลี่ยนเป็นเหมือนห้องโถงโล่ง ๆ มีแต่ตู้เย็น วางชิดข้างฝาอยู่มุมห้อง  มีเครื่องซักผ้าวางติดอยู่กับผนังห้องน้ำ

 

 ‘เออ.. แล้วแมวมันจะไปอยู่ส่วนไหนของประเทศ เอ๊ย.. ของบ้านหวา’

เธอถอนหายใจเฮือก ๆ ความสงสัยยังไม่จางหาย แต่ความเหนื่อยหน่ายเข้ามาแทรกด้วย  เลยเดินออกประตู ที่ชั้นในเป็นประตูกระจก และชั้นนอกเป็นประตูเหล็กดัด มีซอกว่างระยะห่างจากประตูชั้นนอกถึงชั้นในอยู่ประมาณสักคืบหนึ่งเห็นจะได้

 

                (“แม่คร้าบ..แม่คร้าบ”)       นั่น ๆ มีตัวอะไรไม่รู้สูง ๆ ใหญ่ ๆ เดินมาที่ประตูจะ ไม่ใช่แม่หรอก แต่ต้องส่งเสียงไว้ก่อน ขู่ไว้ มันจะได้กลัวว่าเรายังมีแม่

 

                นั่น ๆ ๆ  ตัวสูง ๆ ใหญ่ ๆ หันมาแล้ว  สองสายตาประสานกัน ดวงตาสีเหลืองอำพันเบิกกว้าง ผิดกับอีกคู่หนึ่งที่น้ำตาลเข้มส่องประกายวาววาม สดใส

 

“ฟื่อ...ๆ ๆ”

(“อย่าเข้ามานะ เดี๋ยวกัดนะเฟ้ย”)  ตัวอะไรไม่รู้ ใหญ่ยักษ์ ทำท่านั่งคล้าย ๆ กับเราเลย แปลกทำไมขากับแขนถึงไม่เท่ากันเหมือนเรานะ

 

          “โอ๋.. เจ้าเหมียว อยู่นี่เองมานี่มาม๊ะ”     เธอนั่งยอง ๆ ยื่นมือไปในซอกระหว่างประตู หมายจะจับลูกแมว หน้าตาคล้าย ๆ กับลูกเสือดาว ลำตัวลายพร้อย หางที่ขดหนีบอยู่ฟู เหมือนกับคนกำลังขนลุกตั้งชันยังไงยังงั้น มันนั่งขดตัวหงออยู่      ส่งเสียงขู่แฟ่ด ๆ ขยับถอยหลังไปจนสุดมุม

               

                “แง้ว...”

                (“อย่าเข้ามานะ เดี๋ยวเค้าจะฟ้องแม่นะ”)

 

   “มาสิ.. ออกมาเร็ว เมี้ยว เมี้ยว”

 

   “แง้ว ๆ ๆ ๆ “

                (“อะไรพูดอะไร ฟังไม่รู้เรื่อง แม่ครับช่วยด้วย แม่ ช่วยด้วย...”)

 

                “ออกมาสิเจ้าเหมียว ไปหลบอยู่ทำไมตรงซอกนั่น ฝุ่นเยอะจะตาย สกปรก มา..ออกมาเร็ว”

 

     “ง้าว...ง้าว  ... ๆ ๆ ๆ”

                (“แม่ครับ..ช่วยด้วย.. แม่ แม่ ... แม่อยู่ไหน แม่...แม่”)      เจ้าเหมียวน้อยร้องเสียงดัง จนน้ำตาคลอหน่วยตาสีเหลืองอำพัน จวนเจียนจะหยาดหยดลงมาทางร่องจมูก

 

                “เหมียว มานี่สิ หิวไหม”   เธอเอื้อมมือเข้าไป แต่ก็ยังไม่กล้าจับ

 

            “น้อง ๆ คิดเงิน”     แป่ว !  แหว่ว !   มันอะไรกันนักหนาฟระ ลูกค้าพวกนี้ คนกำลังยุ่งวุ้ย  เธอเงยหน้า ส่งสายตาขุ่น ๆ ไม่แพ้เจ้าเหมียวที่อยู่ในรู เอ๊ย !  อยู่ตรงซอกประตูนั่น  เดินไปดูนาฬิกาจับเวลาที่แขวนไว้

 

            “สามสิบบาท”  

เร็ว ๆ ฉันจะไปลูกแมว  ดู ๆ ชักช้า กว่าจะล้วงกระเป๋าออกมาได้  เอ๋า..ยังให้แบงค์ร้อยอีก  เธอเปิดลิ้นชักหยิบเงินทอนให้ลูกค้า

 

“ขอบคุณค่ะ”   ไปเร็ว ๆ สิ ลีลาศอยู่ได้  เธอเดินตามลูกค้าออกมานั่งอยู่ข้างประตูเหมือนเดิม ดูเหมือนจะไม่ได้เรื่องอะไร เรียกก็แล้ว อะไรก็แล้ว เจ้าเหมียวมันขู่แฟ่ด ๆ  จึงเดินกลับมาหยิบเงินในลิ้นชัก รีบสาวเท้าออกไปยังร้านขายของชำที่อยู่ห่างออกไปอีกสองช่วงตึก กลับมาก็หาถ้วยเล็ก ๆ แต่ก็ไม่เจอ จึงไปรื้อถังขยะ หยิบขวดน้ำเปล่าที่ทิ้งไปแล้ว มาตัดเอาเฉพาะส่วนก้นขวด ไม่ลึกเท่าไหร่ เทนมลงไป แล้วเอาไปวางล่อไว้ตรงซอกประตู

 

“เอ้า..หิวก็กินซะ  ไม่ต้องเขิน”    เธอวางมันไว้ใกล้ ๆ ตัวลูกแมว แล้วเดินหายลับขึ้นไปยังชั้นสองของบ้าน ..

“ก๊อก ๆ “     เธอเคาะประตูแล้วเปิดผลั๊วะเข้าไปตามประสาคนใจร้อน  คุ้ย ๆ เอาร่างที่นอนคุ้ดคู้จมอยู่ในกองผ้าห่ม บนเตียงนอนออกมาจนได้ ยืนปักหลักอยู่ที่ข้างเตียง

 

อีกฝ่ายงัวเงีย อะไรฟระ ตูเพิ่งจะนอนเอานอนหกโมงเช้า แล้วนี่มันกี่โมงกี่ยามแล้วล่ะ เขาลืมตาตื่น คนปลุกยิ้มหวานจ๋อย แต่อีกฝ่ายดวงตาแดงก่ำ พอเขาเห็นหน้าเธอก็ปิดตานอนต่อ

 

            “พ่อ ตื่น ๆ “   เธอนั่งลงข้างเตียง เขย่าร่างเขาเบา ๆ

“อือ”    เขาพลิกหันหลังให้ แล้วเอาผ้าห่มคลุมมิดศีรษะ แต่ก็ถูกดึงเหมือนปลอกเปลือกกล้วย

“มีลูกแมว เหมือนเพิ่งคลอดเลย ตัวเล็ก ๆ มาจากไหนไม่รู้ มันหลบอยู่ตรงซอกประตูหน้าบ้านแน่ะค่ะ

  

         ‘ อ๊าก.. พระเป็นเจ้าช่วยด้วยเถิด ลูกต้องตื่นจากฝันหวาน ๆ เพราะลูกแมวหลงทางเนี่ยนะ’

“อือ” 

            “พ่อ”

“อือ..”

“ฉัตรเลี้ยงมันไว้นะ”

“อือ”    

“เย.. พ่อใจดีจัง ไปล่ะ งั้นพ่อนอนต่อเถอะ”

“อือ”

    

เด็กสาวเดินยิ้มย่องจากมา  ส่วนเขานอนลืมตานึกแช่งชักหักกระดูกไอ้ลูกแมวบ้านั่น.. อะไรวะ คนจะนอน..ดันมาขัดจังหวะ เอ๊ะ.. หรือที่จริงต้องโทษยายฉัตรธิดา เออ ๆ ช่างมัน ๆ ยกให้มันคนหนึ่ง มันน่ะลูกแม่ บังเกิดเกล้าพอกัน เขายิ้มปิดเปลือกตา ชักผ้าห่มขึ้นคลุมโปง

 

“พ่อ .. ๆ “  เสียงเล็ก ๆ แหลม ๆ แว่วมาอีก

“เออ..เวรกรรมของตรู”    เขาเปิดเปลือกตามาใหม่  เสียงตะโกนเรียกมาแบบนี้ แสดงว่าต้องลุกไปดูมัน... เฮ้อ

0.0.0.0.0.0.0.0.0.0

 

สองเดือนถัดมาลูกแมวหลงแม่ตัวเดิม ที่เคยเดินตุปัดตุเป๋ เพราะแข้งขายังไม่แข็งแรง กระโดดผลุงขึ้นบนตักเด็กสาวที่กำลังนั่งพิมพ์งานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์  ตัวของมันยาวจนเกือบฟุต ไม่รวมหาง ที่ลายพร้อย มันตะกุยต่อจนไปพาดบ่าของเธอ..

 

ฉัตรธิดาถอนใจ รามือจากการพิมพ์งานช้อนตัวนุ่มนิ่มของเจ้าตัวยุ่งลงจากบ่า เอาไปวางพื้น แล้วพิมพ์งานต่อ

 

(“ไม่เอา..ผมจะอยู่กับแม่”)   เจ้าตัวดีมันเดินไปที่เก้าอี้ตัวถัดไป กระโดดขึ้นเก้าอี้ แล้วกระโดดขึ้นโต๊ะคอมพิวเตอร์ เดินหลบหลีกจอคอมพิวเตอร์กลับมาที่หญิงสาวอีกครั้ง ก้าวขาคู่หน้ามาเหยียบแป้นวางคีย์บอร์ดก่อน แล้วตามด้วยขาหลัง ส่งให้ขาหน้าสองข้างไปเกาะเกี่ยวที่ไหล่ของเธอ

 

“อุ้ย !  เจ็บนะ”    เธอร้องอุทธรณ์  เมื่อเล็บคม ๆ จิกผ่านเสื้อมาถูกเนื้อที่ไหล่  จนต้องรีบช้อนตัวเจ้าตัวยุ่งขึ้นไปพาดบ่า ให้มันพาดอยู่อย่างนั้นซะให้พอใจ  แป๊ปเดียว เล็บคม ๆ ก็เกี่ยวเอาเส้นผมที่เธอรวบไว้ด้วยยางรัดธรรมดา ขยุกขยิก ฉัตรธิดาถอนหายใจ ลุกขึ้นเดินทั้งที่เจ้าเหมียวอยู่บนบ่า เดินตรงไปที่ตู้เย็นเปิดประตูตู้  หยิบขวดนมออกมา ดันเบา ๆ ให้ประตูตู้ปิด แล้วกอดเจ้าเหมียวไว้ ก้มลงหยิบชามเล็ก ๆ ใส ๆ ที่อยู่ข้าง ๆ ตู้ติดมือมาด้วย  แล้วเอามาวางตรงขาเก้าอี้ โต๊ะคอมพ์ตัวที่เธอนั่งเมื่อกี้ วางขวดนมบนโต๊ะก่อนจะยกเจ้าตัวยุ่งไปวางบนพื้น

 

ดวงตาสีเหลืองอำพันคู่นั้น ใสแจ๋วจนเห็นภาพตัวเองปรากฏอยู่ในนั้น เธอยิ้มให้มันก่อนจะใช้นิ้วชี้ผลัก ก็ไม่เบานักหรอก เพราะมันไม่ทันตั้งตัว จึงล้มหงายท้องลงไป ก่อนจะดีดตัวลุกขึ้นมาใหม่ เธอขยับมาหยิบขวดนม แล้วเทลงไปในถ้วย

   

    “เมี้ยว...”

                (“ขอบคุณคร้าบ แม่”)        มันรีบซุนหน้าไปที่ถ้วย  แต่เธอผลักหัวมันออก เทนมเติมเข้าไปอีก แล้วก็ลุกขึ้นเอาขวดนมไปเก็บ  กลับมาอีกที  เห็นเจ้าตัวดีกำลังเลียแผล็บ ๆ

 

                คงจะหยุดกวนไปอีกนานล่ะ .. เธอกวาดสายตาอ่านทวนงานพิมพ์ที่ค้างไว้เมื่อครู่ เมื่อเทียบกับต้นฉบับลายมือเขียนได้แล้วก็ลงมือพิมพ์ต่อ

 

                ถึงแม้จะปิดร้านไปนานแล้ว  พ่อกับแม่ไปงานแต่งของญาติ ก็เลยเป็นภาระของเธอที่ยังต้องพิมพ์งานต่ออีก เนื่องจากว่าลูกค้าเร่งจะเอาตอนเช้าตรู่ของพรุ่งนี้   เธอชะงักมือ ก้มไปมองเจ้าเหมียวอีกที  มันก็ยังก้มหน้าก้มตา จัดการกับนมที่เพิ่งเทลงไป จึงยักไหล่..ยิ้ม ๆ  ตั้งสมาธิทำงานต่อไป

 

0.0.0.0.0.0.0.0.0.0

 

(อ่านต่อ พร้อมคำแนะนำจากคุณประภัสสร)

 




คลีนิกเรื่องสั้น

รายการชีวิต
โจรปริญญา(ตี)
มือศิลป์ article
Love is....
อกแกก็อกฉัน...อกฉันก็อกแก article
ร่วมกินโต๊ะ
ภาพของฉัน article
คืนข้ามปี article
เหรียญบาทกับโบสถ์กลางน้ำ article
ใส...ซื่อ...บริสุทธิ์ (ใจ) article
นิยายรัก ฉบับป้าหมู article
สายน้ำที่ขาดหาย article
อรุณรุ่ง article
บ้านนั้นเขามีงานศพ article
หีบเชี่ยนหมากของอ้ายแก้ว article
การผ่านพ้นแห่งยุคสมัย article
แม่น้ำเจ้าพระยา article
เธอสุขได้อย่างไรเมื่อผองชนทุกข์ยากลำเค็ญ article
เมื่อโลกนี้ไร้สีสัน... article
ลั่น article
เสมือนรังดักแด้ที่เฝ้าฟูมฟักผีเสื้อให้โบยบิน article
แหว่ง article
รุ้งกินน้ำของปานวาด article
กล่องความทรงจำเก่า...และเงารัก article
จอมโจรหนอนหนังสือ article
มาลัยวรรณกรรม article
ห้องแห่งมิติอนันต์ article
ครูจันทร์ผ่อง ของแม่ article
จุกน้ำปลา...พาโชค article
เวลาของพ่อ article
การค้นพบตัวเองที่ไม่ใช่ตัวเอง article
เพียงภาพในวัยเยาว์ article
น้ำตาลทราย article
การเดินทางของชายชรา article
พันธะพรหมลิขิต article
บทเรียนน้ำตา article
กลางเมืองหลวง article
ประตูที่ถูกเลือก article
ร้องเรือ: ลำนำที่ผันแปร article
ดาวน์ความสำเร็จ article
ไอ้หมา article
คุณย่ากับคุณป้าข้างบ้าน article
ข้างหลังภาพนั้น article
วัฏพินาศแห่งสยามประเทศ article
คลีนิกเรื่องสั้น 16 article
หรือฉันเองที่แตกต่าง article
เด็กชายวิสรุจณ์...ซุกซน article
ใบไม้เปลี่ยนสี article
มรดกพ่อ article
ก้าวแรกของนักล่าดวงจันทร์ article
เพื่อนตาย article
หุ่นยนต์สังกะสี article
คิดถึงพ่อ article
แดร๊กคิวล่ากระหายเลือด...ของคุณ article
ก็เพราะว่า...เรารักนาย article
อ้อมกอดทะเล article
เรือของพ่อ article
ไม่โกรธใช่ไหม article
ในความทรงจำ article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
www.psevikul.com นิตยสารสกุลไทย นิตยสารขวัญเรือน  amarinpocketbook นานมีบุ๊คส์ ร้านหนังสือซีเอ็ด ศูนหนังสือจุฬา ร้านนายอินทร์ ประพันธ์สาสน์ เวบคุณวิกรม กรมดิษฐ์  Masharee Blog วรรณวรรธน์คาเฟ่ เวบของคุณ คีตาญชลี เวบกระบี่ทูเด เวบกลอนธรรมะ