ReadyPlanet.com
dot dot
dot
ห้องรับแขก
dot
bulletเล่าสู่กันฟัง
bulletคลีนิกเรื่องสั้น
bulletห้องพักฟื้นเรื่องสั้น
bulletบางบท...บางตอน
bulletวันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์
bulletฟังรายการวิทยุย้อนหลัง
bulletคมคำ คำคม
bulletกระดานสนทนา
bulletสมุดเยี่ยม
bulletข่าวแวดวงวรรณกรรม
dot
ห้องสมุด
dot
bulletนักอ่านพูดถึงประภัสสร
bulletบทสัมภาษณ์ต่างๆ
bulletประภัสสร ใน สื่อ
dot
กล่องความทรงจำ
dot
bulletE-card
dot
Newsletter

dot


facebook.com/psevikul


ความรู้สึกแห่งกาลเวลา กับ เวลาในขวดแก้ว article

บทความนี้ เป็นผลงานของ ด.ช. ณัฐชา เจริญศรี

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนพระปฐมวิทยาลัย อ. เมือง จ. นครปฐม

และเป็นผลงานที่ชนะการประกวดระดับทั่วไป ในโครงการ ชวนเพื่อนอ่านหนังสือ ประจำปี 2547

ผู้จัด : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)
ผู้ร่วมสนับสนุน : สำนักพิมพ์สารคดี

เรื่อง ความรู้สึกแห่งกาลเวลา

ความรักไม่เคยมีนิยามใดที่ถูกต้องอย่างเต็มประสิทธิภาพของอานุภาพแห่งความรัก ก็เพราะความรักเป็นวัตถุทางความรู้สึกภายใต้การสัมผัสของหัวใจ มิสามารถใช้ประสาทสัมผัสใดรับรู้ถึง “ความรัก” เช่นเดียวกับกาลเวลา กาลเวลาไม่มีใครบ่งบอกถึงความหมายอันแท้จริงของมันได้ สัมผัสได้ก็เพียงความรู้สึกเมื่อกาลเวลานั้นผ่านพ้นไปจนสาบสูญ แน่นอนสิ่งที่หลงเหลือจากกาลเวลาคือความรู้สึก ความรู้สึกที่จะยังคงฝังลึกอยู่ภายในจิตใจนานเท่านาน เพียงแต่ใครจะสามารถดึงความรู้สึกนั้นออกมาเป็นคำพูด หรือแปลความหมายออกมาตามริ้วปากกา หากเป็นเช่นนั้นกาลเวลาก็อาจทิ้งคราบของความอบอุ่นเอาไว้ในหน้ากระดาษแห่งความทรงจำ เช่น หนังสือ เวลาในขวดแก้ว (คุณประภัสสร เสวิกุล) และคืนหนาวดาวอุ่น (คุณพรชัย แสนยะมูล) เป็นหนังสือที่บ่งบอกถึงการระลึกถึงกาลเวลาถึงแม้จะใช้คำว่าอดีตก็ตาม และหนังสือสองเล่มนี้คงจะเป็นประโยชน์สำหรับคนที่มีความปรารถนาเดียวกับหนังสือ พยายามหาความหมายของชีวิต ความรัก และความฝัน พร้อมทั้งดูแลและรักษากาลเวลาที่มีความสุขไว้ตราบนานเท่านาน

เวลาในขวดแก้ว (คุณประภัสสร เสวิกุล) สิ่งที่ได้จากการอ่านหนังสือเล่มนี้คือ ประสบการณ์ของชีวิต หรือ หรือช่วงหนึ่งของชีวิต...เพียงช่วงเดียวและครั้งเดียวเท่านั้น กาลเวลาตรงช่วงนั้นถือได้ว่าเป็นเวลาอันล้ำค่า แต่การรักษากาลเวลาตรงนั้นย่อมเป็นเรื่องที่ยากที่สุด อาจจะเก็บไว้ได้เพียงในสายลมแห่งความทรงจำภายใต้อ้อมกอดของกาลเวลาที่ก็ยังไม่รู้ว่าจะอบอุ่นหรือเหน็บหนาว แต่ที่แน่ๆ คงไม่มีใครที่จะย้อนวันเวลาที่ผิดพลาดให้คืนกลับมาเพื่อจะแก้ไข และไม่มีใครที่จะเร่งเวลาที่มีความทุกข์ที่กำลังผ่านเข้ามาให้ผ่านไปโดยเร็ว มีบทหนึ่งในหนังสือกล่าวไว้ว่า “ถ้าฉันเก็บเวลาไว้ในขวดแก้วได้ สิ่งแรกที่ฉันจะทำคือสะสมวันที่ล่วงเลยมานิจนิรันดร์เพียงเพื่อมอบมันแก่เธอ และถ้าหากฉันสามารถทำให้คืนวันเป็นอมตะ หรือเพียงแต่คำพูด มันจะทำให้ความฝันนั้นเป็นจริงได้ ฉันจะเก็บทุกโมงยามราวกับสมบัติอันล้ำค่า เพื่อมอบมันแก่เธอ” แสดงให้เห็นว่าคนเราควรทำในสิ่งที่คุ้มค่ากาลเวลามากที่สุด กอบโกยผลประโยชน์จากกาลเวลาที่มีให้ได้มากที่สุด เพราะเราไม่รู้ว่าจะต้องจากช่วงเวลาอันล้ำค่าอันนั้นไปเมื่อไร จะได้ไม่ต้องมีคำว่า “ถ้า” เกิดขึ้นในความคิดช่วงหนึ่งของชีวิต ความคิดที่จะหวนช่วงเวลาที่มีความสุขเพื่อมาเสพสมเรื่องราวในเรื่องเวลาในขวดแก้วคงให้รู้ถึงความเป็นไปและสัจธรรมของชีวิต คงไม่...ไม่มีใครในโลกที่จะรักษาและใช้ช่วงเวลาที่มีความสุขไว้ได้จนชั่วนิรันดร์ และในทางเดียวกันก็ไม่มีใครที่จะเป็นทุกข์อย่างทุรนทุรายได้ตลอดไปเช่นกัน ทุกคนมีระยะเวลาอันมีค่าที่เท่ากัน ความทุกข์สุขก็ผ่านมาให้ทุกคนได้สัมผัสเท่า ๆ กัน เพียงแต่ใครจะสามารถเข้าใจธรรมชาติของกาลเวลา และความเป็นไปอันแท้จริงของชีวิตได้ก็เท่านั้น ใครจะพยายามมีความสุขบนความทุกข์ ที่กำลังโหมกระหน่ำด้วยคำว่า “ไม่เป็นไร หรือ ฉันเข้าใจ” หรือแม้แต่ฝ่าฟันความทุกข์โศกและรักษาช่วงเวลาแห่งความสุขไว้ได้นานกว่ากันเท่านั้นเอง...เท่านั้นเองจริงๆ

ท่านใดก็ตามที่กำลังฝ่าฟันอุปสรรคของชีวิต เกิดอาการท้อถอย หนังสือเวลาในขวดแก้ว อาจจะช่วยให้กำลังใจยามท้อแท้ เพราะหากเราฝ่าฟันอุโมงค์แห่งความเลวร้ายนั้นมาได้ อนาคตก็คือแสงสว่างที่ชี้ทางสดใสแก่มวลมนุษย์ หนังสือเล่มนี้อาจจะสอนให้เราพยายามค้นหาแสงสว่างนั้น ในเมื่อทุกคนล้วนแล้วแต่มีอดีตที่ฝังใจ มันอาจจะช่วยให้เราคิดถึงคำสอนที่แผ่วเบาจากอดีต ชี้ทางให้เห็นถึงปัจจัยสำคัญที่โลกนี้ตั้งอยู่ได้ นั่นก็คือความหวัง หวังในสิ่งที่เราจะสามารถเดินตามความหวังของเราได้ และเมื่อความหวังนั้นมิใช่การฝันที่เรียกกันว่า “ฝันลมๆ แล้งๆ ” ความหวังนั้นเดินโลดแล่นในโลกแห่งความเป็นจริง เราก็คือผู้ชนะ หมายถึงชนะใจตนเอง อย่าเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับสังคม เพราะในสังคมไม่มีคำว่าชนะคงจะมีแต่คำว่าเสมอภาคและพ่ายแพ้เท่านั้น แค่เราเสียใจ แค่เรามีน้ำตา นั่นหมายถึงการพ่ายแพ้แล้ว ดังนั้นการรักษาเสถียรภาพของตนภายใต้กลไกของสังคมจึงเป็นสิ่งสำคัญ โปรดรักษาความเสมอภาคของตนเองไว้ อย่าคิดว่าต้องชนะ เพราะนั่นมิอาจเป็นไปได้ เพียงเท่านี้ความเสมอภาคที่เรียกกันว่าความสุขก็อยู่ใกล้แค่เอื้อมและคงฝังลึกใต้จิตวิญญาณตลอดไป เมื่ออ่านหนังสือเล่มนี้จบ เวลาในขวดแก้ว จะได้ทั้งข้อคิด กำลังใจรวมถึงการสร้างความฝันที่ต้องเป็นจริงในสักวัน...จึงต้องการให้ผู้ประสบปัญหาความทุกข์ยากที่เกิดจากภายในจิตใจ หรือแม้แต่ทางร่างกาย ที่กำลังขาดซึ่งกำลังใจ ได้อ่านหนังสือเล่มนี้เพื่อจะได้มีกำลังใจ อาจเกิดคำปลอบใจตนเองที่หลุดออกมาจากจิตใต้สำนึก หรือแม้แต่การได้ข้อคิดดีๆ ในการดำรงชีวิตสืบไป...

ที่มา  http://www.sarakadee.com/essay_1/essay_1_50_13.htm

รายละเอียดหนังสือ: เวลาในขวดแก้ว

หากคุณเคยเขียนบทความ หรือ เวบบลอค ที่เกี่ยวกับคุณประภัสสร สามารถส่งมาให้เราลงเพิ่มเติมได้ในคอลัมน์นี้ค่ะ  โดยส่งมาได้ที่ lantombythesea@gmail.com  หรือส่งมาตามแบบฟอร์มติตต่อด้านล่างนี้นะคะ

 



ชื่อ
เบอร์โทรศัพท์
อีเมล
หัวข้อ
รายละเอียด



นักอ่านพูดถึงประภัสสร

บนถนนสายใบไม้ร่วง
แนะนำ : หนังสือควรอ่าน อำนาจ article
ปุยเมฆในกระจกเงา ของประภัสสร เสวิกุล article
ลอดลายมังกร จาก วิกิพีเดีย article
"อำนาจ" ของประภัสสร เสวิกุล article
ถนนสายใบไม้ร่วง (หนังสือเด่น) article
อาขยาน บ้านก้านมะยม สู่ปมคลี่คลายในสังคม article
จดหมายถึงหนูนุ่น ฉบับที่ 8 : เวลาในขวดแก้ว article
ปัญหานี้...มีทางแก้ กับ เวลาในขวดแก้ว article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
www.psevikul.com นิตยสารสกุลไทย นิตยสารขวัญเรือน  amarinpocketbook นานมีบุ๊คส์ ร้านหนังสือซีเอ็ด ศูนหนังสือจุฬา ร้านนายอินทร์ ประพันธ์สาสน์ เวบคุณวิกรม กรมดิษฐ์  Masharee Blog วรรณวรรธน์คาเฟ่ เวบของคุณ คีตาญชลี เวบกระบี่ทูเด เวบกลอนธรรมะ