ReadyPlanet.com
dot dot
dot
ห้องรับแขก
dot
bulletเล่าสู่กันฟัง
bulletคลีนิกเรื่องสั้น
bulletห้องพักฟื้นเรื่องสั้น
bulletบางบท...บางตอน
bulletวันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์
bulletฟังรายการวิทยุย้อนหลัง
bulletคมคำ คำคม
bulletกระดานสนทนา
bulletสมุดเยี่ยม
bulletข่าวแวดวงวรรณกรรม
dot
ห้องสมุด
dot
bulletนักอ่านพูดถึงประภัสสร
bulletบทสัมภาษณ์ต่างๆ
bulletประภัสสร ใน สื่อ
dot
กล่องความทรงจำ
dot
bulletE-card
dot
Newsletter

dot


facebook.com/psevikul


ปัญหานี้...มีทางแก้ กับ เวลาในขวดแก้ว article

 

บทความนี้ เป็นผลงานของ น.ส. รดาพร ไทยมงคล


โรงเรียน เบ็ญจะมะมหาราช ม.4/15 จ. อุบลราชธานี

 

และเป็นผลงานที่ชนะการประกวดระดับทั่วไป ในโครงการ ชวนเพื่อนอ่านหนังสือ ประจำปี 2547

 

ผู้จัด : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)
ผู้ร่วมสนับสนุน : สำนักพิมพ์สารคดี

 

หนังสือเรื่องเวลาในขวดแก้ว  เป็นนวนิยายที่สะท้อนปัญหาชีวิตที่เริ่มต้นจากปัญหาของผู้ใหญ่ซึ่งส่งผลกระทบต่อวัยรุ่นในที่สุด ประภัสสร เสวิกุล ผู้เขียนได้ถ่ายทอดให้ผู้อ่านได้รับรู้ถึงปัญหาในชีวิตตั้งแต่ต้นเหตุของปัญหา จนกระทั่งผลกระทบที่เกิดตามมาได้อย่างลึกซึ้ง ละเอียดอ่อน ซึ่งเป็นเรื่องยากที่ผู้เขียนจะสามารถเขียนเรื่องปัญหาชีวิตที่หนักหนาให้ผู้อ่านอ่านแล้วยังคงรับรู้ได้ถึงความรัก ความห่วงใย ความผูกพันที่พ่อและแม่มีต่อลูก และมิตรภาพที่ดีงามระหว่างเพื่อน จึงนับว่าเวลาในขวดแก้ว เป็นหนังสือที่น่าสนใจและน่าอ่านมากทีเดียว

เวลาในขวดแก้ว  ได้กล่าวถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในครอบครัว และปัญหาที่เกิดระหว่างเพื่อน โดยสื่อให้ผู้อ่านได้รับรู้ผ่านตัวละครเอกคือ นัต นัตเกิดขึ้นมาในครอบครัวที่อบอุ่น ครอบครัวของนัตมีด้วยกันอยู่สี่คน คือ พ่อ แม่ นัต และน้องสาวชื่อ หนิง ครอบครัวของนัตอยู่ด้วยกันอย่างอบอุ่น จนกระทั่งนัตเติบโตเป็นวัยรุ่น พ่อและแม่ของนัตจึงเริ่มมีปัญหากัน พ่อของนัตจึงย้ายออกจากบ้านไปอยู่กับภรรยาคนใหม่ ส่วนแม่นั้นก็เปลี่ยนจากคนที่อ่อนโยนกลายเป็นคนหงุดหงิดง่าย นัตกลายเป็นคนคิดมากและเก็บตัว ไม่ค่อยมีเพื่อน หนิงก็เปลี่ยนจากเด็กสาวที่ร่าเริงกลายเป็นคนพูดน้อย ซึมเศร้า นัตมีเพื่อนสนิทเพียงแค่สามคน คือ เอก ชัย และป้อม แต่เมื่อนัตเริ่มเรียนไวโอลิน นัตก็ได้พบเพื่อนใหม่คือจ๋อม นัตคิดเสมอว่าชีวิตของจ๋อมนั้นราวกับเป็นด้านสะท้อนของชีวิตนัต ชีวิตของจ๋อมนั้นสดใส มีครอบครัวที่ร่ำรวย อบอุ่น ส่วนนัตพ่อและแม่แยกทางกัน ชีวิตของนัตและจ๋อมนั้นช่างแตกต่างกันเหลือเกิน แต่มีเพียงอย่างเดียวที่นัตและจ๋อมเหมือนกันคือไม่ค่อยมีเพื่อนจึงทำให้นัตและจ๋อมสนิทกันอย่างรวดเร็ว แต่ต่อมาพ่อของจ๋อมแอบมีภรรยาใหม่ จ๋อมจึงไปเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษ จ๋อมและนัตจึงห่างกันไป ชีวิตของนัตในเวลานั้นก็พบเจอแต่ปัญหา คือ แม่ของนัตนั้นมีสามีใหม่ หนิงเองก็มีปัญหา และขาดคนให้คำปรึกษา จึงหาทางออกผิดๆ จนกระทั่งหนิงตั้งท้องและต้องทำแท้งในที่สุด เพื่อนของนัตต่างแยกย้ายกันไปเรียนต่อ นัตเองก็สอบเอนทรานซ์ไม่ติด เขาตั้งใจจะเอนทรานซ์ใหม่ปีหน้า ป้อมและชัยเพื่อนของนัตนั้น เข้าร่วมขบวนการประท้วงจนชัยบาดเจ็บและป้อมเสียชีวิต จ๋อมทราบข่าวจึงติดต่อนัตอีกครั้ง หลังจากที่ไม่เคยติดต่อกันอีกเลยตั้งแต่ไปอังกฤษ นัตดีใจมากที่จ๋อมติดต่อมา แต่นัตก็ได้ทราบว่าจ๋อมตัดสินใจมีครอบครัว นัตรู้สึกเสียใจอย่างบอกไม่ถูก เมื่อนัตพบจ๋อมอีกครั้ง สามีของจ๋อมนั้นทิ้งจ๋อมไปให้จ๋อมเลี้ยงลูกตามลำพัง จ๋อมจึงตัดสินใจย้ายไปอยู่อังกฤษ ไม่ติดต่อกลับมาอีกเลย จ๋อมจะส่งเพียงการ์ดอวยพรในโอกาสสำคัญมาให้นัต แต่ก็ไม่เคยบอกที่อยู่ให้ใครทราบ และไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน มิตรภาพระหว่างเพื่อนก็ยังคงเดิมเสมอ

เวลาในขวดแก้ว  ใช้ภาษาในการแต่งได้อย่างสละสลวย มีหลายข้อความที่อ่านแล้วทำให้ผู้อ่านซาบซึ้งและประทับใจ ผู้เขียนสามารถถ่ายทอดสิ่งต่างๆ ให้ผู้อ่านเข้าใจและรับรู้ได้อย่างง่ายดาย ชัดเจน และสร้างความประทับใจให้ผู้อ่านอย่างมากมาย หนังสือเล่มนี้ยังสอดแทรกบทเพลงและกลอนดีๆ ไว้ด้วย ผู้เขียนใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย สามารถจินตนาการภาพได้ชัดเจน เช่น ข้อความหน้า 6-7 ที่กล่าวถึงจ๋อมว่า “จ๋อมเป็นเหมือนเจ้าหญิงน้อยๆ ในสายตาของครูอาจารย์...เจ้าหญิงที่แสนดี บอบบาง ร่ำรวย และบริสุทธิ์ผุดผ่อง แต่น่าสงสารที่หล่อนกลายเป็นเจ้าหญิงที่ว้าเหว่ที่สุดในโลก เงินทองของหล่อนไม่อาจซื้อเพื่อนได้แม้แต่คนเดียว” ซึ่งทำให้เราได้ทราบว่าจ๋อมนั้นร่ำรวยเงินทอง แต่เงินทองที่จ๋อมมีนั้นกลับทำให้จ๋อมโดดเดี่ยว ไม่มีเพื่อน ซึ่งแสดงให้เห็นด้วยว่า เงินทองไม่สามารถซื้อทุกอย่างบนโลกนี้ได้

หนังสือเล่มนี้ยังให้ข้อคิดและแนวทางในการดำเนินชีวิตที่สามารถสร้างกำลังใจให้แก่ผู้อ่านได้เป็นอย่างมาก และข้าพเจ้าเชื่อว่าผู้อ่านทุกคนคงจะประทับใจเหมือนที่ข้าพเจ้าประทับใจ เช่น ข้อความในหน้า 77 ที่กล่าวว่า “คนเราไม่มีใครรู้ล่วงหน้าว่าเราจะไปได้ไกลแค่ไหน หากไม่ไปให้สุดกำลังเสียก่อน” ซึ่งสื่อให้ผู้อ่านได้เห็นถึงความพยายามและความอดทนในการทำสิ่งต่างๆ และที่สำคัญเราไม่ควรดูถูกตนเองและด่วนตัดสินตนเองโดยไม่ลองพยายามทำดูก่อน เพราะหากเราคิดแต่เพียงว่าเราไม่สามารถทำได้ ก็ย่อมไม่มีโอกาสประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน หรือข้อความในหน้า 183 ที่กล่าวว่า “บางครั้งการที่เราตั้งจุดหมายไว้ไม่ได้ก่อให้เกิดอะไรกับชีวิตเราเลย นอกจากความผิดหวังและเจ็บปวด” เป็นการบอกให้ผู้อ่านนั้นอย่าตั้งจุดหมายในชีวิตไว้สูงเกินไป และควรเผื่อใจให้กับความผิดหวังบ้าง การตั้งจุดหมายในชีวิตนั้นเป็นสิ่งที่ดี เปรียบเสมือนเรารู้ดีว่าเราควรทำตัวอย่างไรเพื่อให้ถึงจุดหมายที่วางไว้ แต่หากเราตั้งจุดหมายไว้สูงเกินไปแล้วเราทำไม่ได้อย่างที่เราต้องการ ก็ย่อมพบกับความผิดหวัง อาจทำให้เราคิดสั้นและทำร้ายตัวเองได้ เราจึงควรตั้งจุดหมายไว้ให้พอดีกับความสามารถของตน เพื่อที่จะได้ไม่ผิดหวังมาก

เวลาในขวดแก้ว  ให้ข้อคิดที่ดีๆ มากมาย แต่ข้อที่เด่นชัดที่สุดคือ ข้อคิดทางด้านครอบครัว เนื่องจากชีวิตของตัวละครทุกตัวในเรื่องนี้ประสบปัญหาในชีวิตขณะยังเป็นวัยรุ่น ซึ่งล้วนแต่มีสาเหตุมาจากครอบครัวที่ขาดการให้เวลาและการเอาใจใส่ ทำให้วัยรุ่นซึ่งเป็นวัยที่เปราะบาง ต้องการอิสระในชีวิต แต่ในขณะเดียวกัน วัยรุ่นก็ยังคงต้องการความเข้าใจและการเอาใจใส่จากครอบครัว นอกจากข้อคิดด้านครอบครัว เวลาในขวดแก้ว ยังให้ข้อคิดเกี่ยวกับการดำเนินชีวิตในสังคม การตัดสินใจ และการยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ท้อถอยกับชีวิต หากเกิดปัญหาก็ต้องพร้อมจะสู้กับปัญหา อาจมีบางเวลาที่เราท้อ ที่เราอยากจะถอย แต่เมื่อเรามีกำลังใจ เราก็ต้องพร้อมจะสู้อีกครั้ง และเราควรจะยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิต และพร้อมจะปรับตัวให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ในสภาพที่ตนเป็นได้อย่างสงบสุข

หนังสือเรื่อง เวลาในขวดแก้ว  จึงเหมาะกับผู้อ่านทุกเพศทุกวัย ผู้อ่านจะได้รับทั้งความสนุกสนาน เพลิดเพลิน และข้อคิดในการดำเนินชีวิตด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัยรุ่นที่เป็นวัยเดียวกับตัวละครในเรื่องนี้ สามารถนำปัญหาที่เกิดกับตัวละครในเรื่องนี้มาเป็นบทเรียนและอุทาหรณ์สอนใจในการดำเนินชีวิต เพื่อไม่ให้ตนพบเจอปัญหาเช่นที่เกิดกับตัวละครในเรื่องเวลาในขวดแก้ว

ที่มา http://www.sarakadee.com/essay_1/essay_1_50_33.htm

รายละเอียดหนังสือ: เวลาในขวดแก้ว

หากคุณเคยเขียนบทความ หรือ เวบบลอค ที่เกี่ยวกับคุณประภัสสร สามารถส่งมาให้เราลงเพิ่มเติมได้ในคอลัมน์นี้ค่ะ  โดยส่งมาได้ที่ lantombythesea@gmail.com  หรือส่งมาตามแบบฟอร์มติตต่อด้านล่างนี้นะคะ



ชื่อ
เบอร์โทรศัพท์
อีเมล
หัวข้อ
รายละเอียด



นักอ่านพูดถึงประภัสสร

บนถนนสายใบไม้ร่วง
แนะนำ : หนังสือควรอ่าน อำนาจ article
ปุยเมฆในกระจกเงา ของประภัสสร เสวิกุล article
ลอดลายมังกร จาก วิกิพีเดีย article
"อำนาจ" ของประภัสสร เสวิกุล article
ถนนสายใบไม้ร่วง (หนังสือเด่น) article
อาขยาน บ้านก้านมะยม สู่ปมคลี่คลายในสังคม article
จดหมายถึงหนูนุ่น ฉบับที่ 8 : เวลาในขวดแก้ว article
ความรู้สึกแห่งกาลเวลา กับ เวลาในขวดแก้ว article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
www.psevikul.com นิตยสารสกุลไทย นิตยสารขวัญเรือน  amarinpocketbook นานมีบุ๊คส์ ร้านหนังสือซีเอ็ด ศูนหนังสือจุฬา ร้านนายอินทร์ ประพันธ์สาสน์ เวบคุณวิกรม กรมดิษฐ์  Masharee Blog วรรณวรรธน์คาเฟ่ เวบของคุณ คีตาญชลี เวบกระบี่ทูเด เวบกลอนธรรมะ