ReadyPlanet.com
dot dot
dot
ห้องรับแขก
dot
bulletเล่าสู่กันฟัง
bulletคลีนิกเรื่องสั้น
bulletห้องพักฟื้นเรื่องสั้น
bulletบางบท...บางตอน
bulletวันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์
bulletฟังรายการวิทยุย้อนหลัง
bulletคมคำ คำคม
bulletกระดานสนทนา
bulletสมุดเยี่ยม
bulletข่าวแวดวงวรรณกรรม
dot
ห้องสมุด
dot
bulletนักอ่านพูดถึงประภัสสร
bulletบทสัมภาษณ์ต่างๆ
bulletประภัสสร ใน สื่อ
dot
กล่องความทรงจำ
dot
bulletE-card
dot
Newsletter

dot


facebook.com/psevikul


หรือฉันเองที่แตกต่าง article
 

               

ทุกครั้งที่ฉันนั่งปล่อยตัวเองให้ว่างเปล่าในยามที่ต้องการพักผ่อน เรื่องราวเรื่องหนึ่งก็ผุดขึ้นมาเติมเต็มหัวที่ว่างเปล่าของฉันซะทุกที...... "แพรครับ...ผมสัญญานะครับว่าผมจะกลับมารับแพรไปอยู่ด้วย"  คำพูดด้วยเสียงที่หนักแน่น ตอกย้ำให้คนฟังมีความอุ่นใจ ออกมาจากปากว่าที่หนุ่มนักเรียนนอกที่กำลังจะเดินทางจากหญิงซึ่งเป็นที่รักของเขาในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า แพรและภูมิคบหากันมาเป็นเวลาหลายปีตั้งแต่สมัยที่ทั้งคู่ยังเป็นนักศึกษาที่เดียวกัน จนกระทั่งเรียนจบ ต่างคนต่างทำงานกันคนละที่ ด้วยหน้าที่ที่แตกต่างกัน แพรใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในโรงงาน ในขณะที่ภูมิอยู่ในแวดวงการศึกษา แต่ก็มีหนึ่งวันที่ทั้งคู่จัดเวลามาพบกัน เพียงแค่อาทิตย์ละครั้งที่ได้พบกันก็เพียงพอแล้วสำหรับคำว่า "รักบนกองงาน" สำหรับเขาและเธอที่อยู่ในวัยของการเก็บเกี่ยวทั้งประสบการณ์และเม็ดเงิน............

หนึ่งเดือนก่อนวันเดินทาง ภูมิพาพ่อและแม่ของเขาไปพบกับพ่อและแม่ของแพรที่บ้านเพื่อเป็นการทาบทามแพรมาเป็นว่าที่ลูกสะใภ้ ฉันยังจำใบหน้าของแพรวันนั้นได้ เธอเล่าด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้มพร้อมเสียงหัวเราะอย่างร่าเริงถึงตอนที่พ่อของแพรหยิบรายการการโอนเงินให้แพรใช้จ่ายระหว่างที่แพรเรียนเพื่อเป็นสัญญาณบอกภูมิล่วงหน้าว่าถ้าอยากจะได้ลูกสาวฉันล่ะก็ไปหามาให้ได้ตามนี้นะ แพรบอกฉันว่าหน้าของภูมิตอนนั้นดูมีแววกังวลอยู่ไม่น้อย ฉันเอื้อมมือตีแพรเบาๆที่หัวของเธอด้วยเหตุที่เธอไปหัวเราะคนกำลังจะมีความทุกข์

จากหนึ่งเดือนเหลือเพียงหนึ่งอาทิตย์....

"แพรครับวันนี้ว่างไหม?  ออกไปดูแหวนด้วยกันนะครับ"

เย็นวันนั้นเมื่อฉันเห็นหน้าแพรทำให้ฉันได้สัมผัสถึงความสุข ความยินดีอย่างเปี่ยมล้นโดยไม่รู้ตัว เพราะหน้าตาของเธอตอนนั้นมันทำให้ฉันมีอารมณ์ร่วมกับเธอไปด้วยจริงๆ แพรหยิบกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินน้อยๆ พร้อมกลับค่อยๆบรรจงเปิดฝากล่องออกมาอย่างระมัดระวัง

"แพรเลือกเอาแบบที่แพรชอบ และราคาไม่สูงมากค่ะ แพรเกรงใจภูมิ มันอาจจะดูธรรมดาสำหรับคนอื่นๆแต่สำหรับแพร มันเป็นแหวนที่สวยที่สุดค่ะ"   ฉันดึงตัวแพรเข้ามากอดและลูบหัวเธอเบาๆ ทุกครั้งที่ฉันเห็นแพรดีใจ ฉันก็พลอยดีใจไปด้วยเช่นกัน แต่ในใจฉันก็อดกังวลไม่ได้ว่าแพรจะเป็นอย่างไรต่อไปเพราะวันที่ภูมิจะต้องเดินทางนั้นขยับใกล้เข้ามาทุกที


หน้าของสาวน้อยคนหนึ่งหันออกข้างหน้าต่างรถ ฉันแอบเหลือบมองหน้านั้นยามที่รถติดไฟแดง น้ำใสๆจากใบหน้าทำให้หน้านั้นเปียกแฉะอย่างเห็นได้ชัด


"เป็นอะไรหรือเปล่าแพร?" ฉันถามด้วยความเป็นห่วง
"เปล่าค่ะพี่พริม แพรเพียงแค่นึกถึงเวลาที่แพรกับภูมิเคยมาเดินเที่ยว มาทานข้าว ดูหนัง ด้วยกันที่นี่ เลยทำให้คิดถึงเขา จนพาลน้ำตาไหลเลย"  แพรหันมาตอบพร้อมหัวเราะอายๆทั้งน้ำตา

เฮ้อ! นี่หรือเปล่านะ ที่ใครๆมักพูดว่ามีรักเหมือนมีทุกข์ ฉันนึกอยู่ในใจ ฉันไม่เคยได้ยินเรื่องราวการทะเลาะกันของแพรและภูมิจากปากของแพรเลย  แพรมักจะพูดแต่เรื่องราวดีดีของภูมิให้ฉันฟังเสมอ สามเดือนกว่าแล้วที่ภูมิเดินทางไปแคนาดา ทั้งคู่ยังคงได้พูดคุยฟังเสียงซึ่งกันและกันอาทิตย์ละครั้ง โดยภูมิจะเป็นฝ่ายโทรมา ส่วนแพรก็ปรับเวลาการนอนใหม่เพื่อที่จะมีโอกาสได้คุยกับภูมิทาง msn เพิ่มขึ้น
"พี่พริมเจ้านายแพรเอา  headphone กับ microphone อันใหม่มาให้ สำหรับไว้คุยกับภูมิค่ะ" แพรบอกฉันระหว่างวันหยุดอาทิตย์นี้ 

เจ้านายแพรเป็นคนใจดีและเอ็นดูแพรเหมือนลูกเพราะแกรู้ว่าเวลานี้แพรไม่มีใครนอกจากฉันซึ่งเป็นพี่สาววัยไม่ห่างจากเธอมากนักหลังจากที่พ่อกับแม่ของเราทั้งคู่มีภารกิจที่ต้องไปอยู่ต่างประเทศเป็นเวลา 5 ปี ซึ่งเป็นปีเดียวกับที่ภูมิต้องเดินทางไปเรียนต่างประเทศเช่นกัน

"พี่พริมมาดูรูปนี่เร็วๆ" แพรตะโกนเรียกฉันอยู่หน้าคอมพิวเตอร์

"รูปอะไรแพร?" ฉันถามด้วยความอยากรู้ 
"ภูมิส่งรูปมาให้ดูแล้วบอกว่าให้ดูที่นิ้วล่ะ พี่พริม”

 

ฉันมองที่หน้าแพรก่อนที่จะมองไปที่ภาพบนจอคอมพิวเตอร์ แพรนั่งยิ้มเล็กยิ้มน้อยด้วยความเบิกบานใจ
ภาพภาพนั้นเป็นภาพของภูมิร่วมกับกลุ่มนักเรียนไทยที่นั่น ฉันมองไปที่นิ้วของภูมิ ฉันพบว่าบนนิ้วนางข้างขวานั้นถูกสวมไว้ด้วยแหวนทองคำขาวเกลี้ยง (ทั้งๆที่ควรเป็นข้างซ้ายมากกว่าสำหรับคนที่ยังไม่ได้แต่งงาน)

"ภูมิบอกว่าใส่แหวนไว้เพื่อทำให้แพรสบายใจและเพื่อเป็นการป้องกันเกี่ยวกับความสัมพันธ์เชิงชู้สาว"

ฉันเองก็อดอมยิ้มไม่ได้กับความตั้งใจที่ดีของภูมิต่อน้องสาวที่รักของฉัน ฉันเข้าใจดีว่าทำไมภูมิถึงต้องทำเช่นนั้น ภูมิเป็นคนหน้าตาธรรมดา แต่ฉันเองอดที่จะนิยมชมชอบในตัวภูมิไม่ได้ว่าภูมิเป็นคนดี มีจิตใจที่ดีและพร้อมที่จะช่วยเหลือผู้อื่นเสมอ ด้วยเหตุนี้กระมังพ่อและแม่ของฉันจึงยอมรับภูมิอย่างง่ายดาย สำหรับแพรแล้วภูมิไม่เคยที่จะโกหกหรือปิดบังใดๆ เขามักจะเล่าเรื่องราวต่างๆให้แพรฟังเสมอ บางครั้งแพรก็จะนำมาเล่าให้ฉันฟังบ้างเช่นกันตามดุลย์พินิจว่าอะไรควรเล่า อะไรไม่ควรเล่า

ช่วงหนึ่งภูมิต้องติดต่อเรื่องการซื้ออุปกรณ์เครื่องจักรกับบริษัทหนึ่ง ซึ่งคนขายนั้นก็เป็นเซลล์สาวหน้าตาเป็นอย่างไรนั้นแพรไม่เคยเห็น แต่เราสองคนเดาเอาว่าถ้าเป็นเซลล์สาวหน้าตาก็คงดูดี เพราะเพื่อนๆของฉันที่เป็นเซลล์ไม่มีใครไม่สวยสักคน หลังจากทำการติดต่อขายของจนเกิดความคุ้นเคยต่อกัน เซลล์คนนี้ก็เริ่มจะทำหน้าที่ใหม่เป็นนักสืบ เธอพยายามที่จะสืบดูว่าภูมิมีแฟนหรือยัง ถ้ามีแล้ว อยู่ที่ไหน ? ทำอะไร ? ..............ในที่สุดเธอก็ได้ข้อมูลทั้งหมดที่เธอต้องการ  ล่าสุดเซลล์สาวผู้นี้ยังส่งเพลง  "เธอคือลมหายใจ"  ไปให้ภูมิขณะที่ภูมิอยู่ต่างประเทศ เธอกล่าวหยอดท้ายว่าถ้าเธอส่งไปให้ได้ด้วยตัวเองเธอจะไม่รีรอที่จะรีบไป ฉันไม่รู้ว่าเธอต้องการอะไร ทำแบบนี้เพื่ออะไร แต่แพรบอกฉันว่า "คงจะเป็นเทคนิคหนึ่งของการขายสินค้ามั้งพี่พริม" แพรตอบพร้อมหัวเราะแบบไม่คิดอะไร

ฉันเริ่มมีคำถามกับตัวเองว่า  "เดี๋ยวนี้สิ่งดีๆที่ผู้เฒ่าผู้แก่เคยสอนไว้เกี่ยวกับคำว่ากุลสตรีที่ดีมันหายไปไหน?"

 

ความรู้สึกในแง่ลบต่อผู้หญิงรุ่นใหม่บางประเภทไม่ได้พึ่งเกิดขึ้นกับตัวฉัน มันค่อยๆเกิดสะสมที่ละเล็กทีละน้อยจากสื่อต่างๆที่ฉันได้อ่าน จากเรื่องราวต่างๆของเพื่อนฉัน และครั้งนี้ก็อีกครั้งเรื่องราวของแพรก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ทำให้ฉันได้เห็นพฤติกรรมของหญิงไทยประเภทใหม่...................
 
ครั้งหนึ่งฉันเคยตะลุยโลก internet โดยการอ่านเรื่องราวต่างๆ จาก website สนทนายักษ์ใหญ่อันหนึ่ง  หัวข้อที่ถูกตั้งขึ้นมาเกี่ยวกับการดูถูกดูแคลนผู้หญิงไทยที่มีอาชีพขายบริการทางเพศ บ้างก็ว่าพวกเธอเหล่านั้นทำให้หญิงไทยถูกตัดสิทธิ์ในการเดินทางไปต่างประเทศบ้าง บ้างก็ว่าพวกเธอเหล่านั้นทำให้หญิงไทยถูกต่างชาติดูถูกเหยียดหยาม โอ้ย....อะไรกันเนี่ย? ฉันอ่านแล้วอดรนทนไม่ไหว รู้สึกเดือดปุดๆอยู่ในใจ ฉันรู้สึกสงสารผู้หญิงที่ประกอบอาชีพนั้นอย่างจับใจ ฉันคิดว่ามันไม่ยุติธรรมที่จะไปกล่าวโทษพวกเธอ พวกเธอเหล่านั้นประกอบอาชีพของเธอ เพื่อปาก เพื่อท้อง จะด้วยเหตุผลอะไรก็ตามแต่ฉันกลับมองว่าการกระทำของพวกเธอเหล่านั้นไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้ใคร คุณอยากไปต่างประเทศ หลักฐาน ความพร้อม ความบริสุทธิ์ใจต่างหากที่เจ้าหน้าที่ที่สถานทูตนำมาใช้ในการพิจารณาการอนุมัติวีซ่า ถ้าจะให้ฉันเปรียบเทียบระหว่างผู้หญิงขายบริการกับผู้หญิงที่มีความรู้ มีหน้าที่การงานที่ดี แต่มีความประพฤติแย่ ฉันเลือกที่จะให้คะแนนกับผู้หญิงขายบริการมากกว่า......

ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมคนส่วนใหญ่ในสังคมไทยถึงเลือกที่จะเทิดทูนคนที่ความมีหน้ามีหน้าตาและดูแคลนคนที่ทำอาชีพอย่างว่าหรืออาชีพที่ไร้ศักดิ์ศรีอื่นๆ ทั้งๆที่พวกเขาเหล่านั้นมีคุณค่ามากกว่าคนที่อยู่ในสังคมบางที่ที่มีแต่สิ่งแอบแฝงเพื่ออะไรบางอย่างไปในทางที่ไม่ดี...................................

 

ฉันได้ยินเสียงหัวเราะของแพรออกมาจากห้องนั่งเล่นระหว่างที่ฉันกำลังชงกาแฟ

“มีอะไรน่าขำนักหนายายแพร ฉันถามขณะที่ยกกาแฟ 2 แก้วออกมาจากห้องครัว
“ภูมิ forward email ของเซลล์สาวมาให้แพรดูค่ะ พี่พริมสนใจอ่านหรือเปล่า แพรหันมาพูดพร้อมขยิบตาให้ฉัน

ฉันเองก็เป็นคนที่อยากรู้อยากเห็นเหมือนกันโดยเฉพาะเรื่องของน้องสาวหัวแก้วหัวแหวนของฉัน ฉันไม่เคยพลาดหากได้รับการเชิญชวน 

{สวัสดีค่ะคุณภูมิ  :

อากาศหนาวทางโน้นทำให้ใจของคุณภูมิคิดถึงอะไรทางนี้บ้างไหมคะ เวลาเข้าไปที่ทำงานของคุณแล้วเหงาๆชอบกลเพราะลูกค้าคนหนึ่งหายไป อย่าลืม click รับแนนเข้าไปใน msn นะคะ เผื่อจะได้คุยกันบ้าง

แนนเองค่ะ…….}  

“พี่พริมเป็นอะไรทำไมหน้าบูดอย่างงั้นล่ะแพรหยุดหัวเราะเมื่อหันมามองหน้าฉัน
“เฮ้อ….. พี่ไม่ชอบพฤติกรรมแบบนี้เลยแพร เค้าเรียกว่าหมาหยอกไก่หรือเปล่าฉันยังคงตอบด้วยสีหน้าหงุดหงิด 
“ไม่เอาน่าพี่พริม เดี๋ยวดื่มกาแฟไม่อร่อยน้า…..” แพรพยายามทำให้ฉันอารมณ์ดี
“แพรไม่สนใจหรอกว่าเธอคนนั้นจะเป็นอย่างไร แค่ภูมิแสดงความจริงใจและสร้างความเชื่อมั่นให้แพรแบบนี้ แพรก็สบายใจแล้ว”  

ใช่ถูกของแพรสำหรับแพรแล้วแพรควรจะดีใจ แต่สำหรับฉัน ฉํนมักหงุดหงิดเสมอกับเรื่องแบบนี้
เพราะอะไร ? ฉันพยายามหาคำตอบให้ตัวเอง …….
 
เพราะฉันฝักใฝ่ในวิชาคุณธรรม จิตวิทยา สังคม ประเพณี  ที่ฉันร่ำเรียนมาจากผู้เฒ่าผู้แก่ของฉันและจากคณะที่ฉันศึกษาสมัยอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัยหรือเปล่า?  
หรือเพราะฉันเห็นเพื่อนรักของฉันจะเป็นจะตายเพราะเลิกรากับแฟนด้วยเหตุมื่อที่สาม  
หรือเพราะญาติผู้พี่ของฉันต้องแยกทางกับสามีเพราะผู้หญิงคนใหม่ 
หรือเพราะฉันเลือกเสพข่าวสังคมเกี่ยวกับเรื่องชู้สาวมากเกินไป

ฉันยังคงหาคำตอบให้กับตัวฉันเองไม่ได้ แต่สิ่งเดียวที่ฉันรับรู้คือใจฉันปิดตายสำหรับพฤติกรรมของผู้หญิงที่เปลี่ยนไปในสังคมปัจจุบันเสียแล้ว…………………………….

อย่างไรก็ตามสิ่งหนึ่งที่ฉันครุ่นคิดขณะนี้คือ ภูมิจะ click รับเซลล์สาวเข้ามาอยู่ใน msn ของเขาหรือไม่ ?

 

หลังจากวันนั้นฉันไม่กล้าเอ่ยปากถามแพรเกี่ยวกับภูมิและเซลล์สาวคนนั้นเกี่ยวกับเรื่อง msn ถึงแม้ว่าเราจะเป็นพี่น้องกัน แต่สำหรับเรื่องส่วนตัวแล้วฉันไม่กล้าไปก้าวก่ายไม่ว่าฉันอยากจะรู้เรื่องราวต่อไปมากเพียงใดก็ตาม เพราะแพรเองก็เคารพเรื่องส่วนตัวของฉันเช่นกัน  ด้วยเหตุนี้กระมังฉันจึงเกรงใจแพรอยู่ไม่น้อย

เสาร์นี้แพรออกจากโรงงานค่อนข้างดึกเพราะต้องสะสางงานก่อนที่จะลาพักร้อนภาคบังคับหกวันรวด เนื่องจากเป็นคำสั่งของนาย ฉันเองก็ดีใจเป็นพิเศษที่จะมีคนมานอนด้วยทุกวันเพราะปกติแล้วแพรจะมาอยู่กับฉันเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ เท่านั้น ถ้างานฉันไม่ยุ่งจนเกินไปฉันคงจะลาพักร้อนด้วยแล้วจัดตารางเที่ยวซะเลย 

“พี่พริมจ๋าไม่ลาหยุดบ้างเหรอจ๊ะ”  แพรเข้ามาออดอ้อนให้ฉันหยุดงาน 
“ตอนแรกเจ้านายแพรพยายามช่วยดู business trip หรือพวกนิทรรศการเกี่ยวกับสินค้ากลุ่มเดียวกับที่โรงงาน ที่จะจัดในแคนาดาให้แพรไปดูเป็นประสบการณ์  เผื่อจะได้แวะเยี่ยมภูมิด้วย แต่แพรปฏิเสธเจ้านายไปค่ะ เกรงใจแก ค่าที่พัก ค่าเดินทาง คงจะมากอยู่ ”
“แต่ก็ดีค่ะอยู่บ้าน อยากดูหนังหลายเรื่องมากๆ เดี๋ยวจะดูให้ตาแฉะ” แพรหัวเราะร่า 

เมื่อฉันเลิกงานกลับถึงบ้านได้ก็ยินเสียงเจื้อยแจ้วของแพร

“พี่พริมวันนี้มีอาหารคุณภาพครบตามห้าหมู่นะ  ต้มข่าไก่  ต้มจืดกะหล่ำปลียัดใส้หมู ปิดท้ายด้วยน้ำพริกปลาทู ฝีมือแพรหมดเลยนะ แพรเดินไปซื้อที่ร้านป้าข้างๆรสชาติอร่อยเหมือนเดิม” ฉันบีบจมูกแพรด้วยความหมั่นเขี้ยวเนื่องจากแพรกำลังอยู่ในช่วงเรียนรู้การทำอาหาร โดยมีฉันเป็นอาจารย์ผู้สอน
 
“แหมพี่พริมอย่าพึ่งผิดหวังในตัวลูกศิษย์นะ น้ำพริกกะปินี่แพรทำเอง” แพรยิ้มอย่างภูมิใจ  
“วันนี้พี่พริมอารมณ์ดีหรือเปล่า?” 
“อืม ก็ดีสิได้กินน้ำพริกกะปิเลยต้องอารมณ์ดี” ฉันตอบพร้อมรอยยิ้ม 
“ถ้าอารมณ์ดีแพรมีเรื่องจะเล่าให้ฟังแต่ต้องสัญญานะว่าอย่าทำหน้าบูดอีก ตกลงไหม”           ฉันพยักหน้าตกลงพร้อมยิ้มให้แพร แต่ฉันพูดกับตัวเองในใจว่าเดี๋ยวอารมณ์หงุดหงิดงุ่นง่านต้องพล่านในตัวฉันอีกแน่นอน…………………………..  

“แพรพึ่งได้คุยกับนกพิราบภูมิ และได้รับข่าวว่าคุณเซลล์สาวเธอพยายามส่ง address ของเธอมาให้ภูมิ click เธอเข้าไปใน msn นับรวมแล้วได้ 5 ครั้ง เนื่องจากภูมิ click ไม่รับเธอไว้”
 คิ้วฉันสองข้างเริ่มขมวดเข้าหากันจนแพรต้องเดินมาจับหน้าผากฉันเพื่อแยกคิ้วทั้งสองออกจากกัน

“อยากเป็นคนโกหกหรือเปล่า ไหนว่าจะไม่บูดไง” แพรแหย่ให้ฉันยิ้มอีกตามเคย
“แล้วภูมิทำยังไงต่อล่ะฉันรีบโพล่งถามด้วยความอยากรู้
“ส่งข้อความกลับด้วย email ตามนี้ขอรับท่านพี่”  
 
{ สวัสดีครับคุณแนน:  

ขอบคุณมากครับที่ช่วยเข้าไปดูแลและติดตามเครื่องจักรตัวใหม่ที่หน่วยงานของผม  ส่วนเรื่อง msn ผมคิดว่ามันเป็นการไม่สะดวกทั้งผมและคุณที่จะคุยกันทาง msn ดังนั้นผมตัดสินใจไม่ใส่ชื่อคุณไว้ใน contact list  ของผมนะครับ อย่างไรก็ตามช่วงที่ผมอยู่ต่างประเทศคุณสามารถติดต่อกับเจ้านายผมได้โดยตรงครับ แต่ถ้ามีปัญหาไม่สามารถติดต่อเจ้านายผมได้  ติดต่อผมด้วย email เป็นวิธีที่สะดวกที่สุดครับ 

ด้วยความเคารพ

ธีรภูมิ }  

ฉันถึงกับทึ่งในการกระทำของภูมิซึ่งทำให้อารมณ์บูดของฉันลดน้อยลงไปบ้าง ฉันอยากเห็นหน้าเซลล์สาวคนนี้ตอนที่นั่งอ่าน email เสียจริงว่าหน้าตาเธอจะเป็นอย่างไร…………

บางทีอาจจะเป็นเทคนิคการขายของเธออย่างที่แพรว่าก็ได้ ฉันอาจจะคิดมากไปเอง แต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่ภูมิทำต่อน้องสาวของฉันทำให้ฉันอารมณ์ดีและหลับตานอนได้อย่างสบายใจ.

 

ดูเหมือนว่าตอนนี้ความรักของแพรกำลังดำเนินไปด้วยดี  แพรดูมีความสุขมากขึ้นทุกวัน การแสดงออกของภูมิเหมือนเป็นเครื่องปรุงรสทำให้แพรมีชีวิตชีวาและตกอยู่ในภวังค์ของคำว่า “รัก” มากยิ่งขึ้น  และดูเหมือนว่าคำพูดที่หลายๆคนกล่าวไว้ว่า  “รักแท้แพ้ระยะทาง”  หรือ “รักแท้แพ้ใกล้ชิด” ไม่ได้เป็นอุปสรรคสำหรับคนคู่นี้ 

 

                                                     

                 (อ่านต่อ พร้อมคำแนะนำจากคุณประภัสสร)




คลีนิกเรื่องสั้น

รายการชีวิต
โจรปริญญา(ตี)
มือศิลป์ article
Love is....
อกแกก็อกฉัน...อกฉันก็อกแก article
ร่วมกินโต๊ะ
ภาพของฉัน article
คืนข้ามปี article
เหรียญบาทกับโบสถ์กลางน้ำ article
ใส...ซื่อ...บริสุทธิ์ (ใจ) article
นิยายรัก ฉบับป้าหมู article
สายน้ำที่ขาดหาย article
อรุณรุ่ง article
บ้านนั้นเขามีงานศพ article
หีบเชี่ยนหมากของอ้ายแก้ว article
การผ่านพ้นแห่งยุคสมัย article
แม่น้ำเจ้าพระยา article
เธอสุขได้อย่างไรเมื่อผองชนทุกข์ยากลำเค็ญ article
เมื่อโลกนี้ไร้สีสัน... article
ลั่น article
เสมือนรังดักแด้ที่เฝ้าฟูมฟักผีเสื้อให้โบยบิน article
แหว่ง article
รุ้งกินน้ำของปานวาด article
กล่องความทรงจำเก่า...และเงารัก article
จอมโจรหนอนหนังสือ article
มาลัยวรรณกรรม article
ห้องแห่งมิติอนันต์ article
ครูจันทร์ผ่อง ของแม่ article
จุกน้ำปลา...พาโชค article
เวลาของพ่อ article
การค้นพบตัวเองที่ไม่ใช่ตัวเอง article
เพียงภาพในวัยเยาว์ article
น้ำตาลทราย article
การเดินทางของชายชรา article
พันธะพรหมลิขิต article
บทเรียนน้ำตา article
กลางเมืองหลวง article
ประตูที่ถูกเลือก article
ร้องเรือ: ลำนำที่ผันแปร article
ดาวน์ความสำเร็จ article
ไอ้หมา article
คุณย่ากับคุณป้าข้างบ้าน article
ข้างหลังภาพนั้น article
วัฏพินาศแห่งสยามประเทศ article
คลีนิกเรื่องสั้น 16 article
เด็กชายวิสรุจณ์...ซุกซน article
ใบไม้เปลี่ยนสี article
มรดกพ่อ article
ก้าวแรกของนักล่าดวงจันทร์ article
เพื่อนตาย article
หุ่นยนต์สังกะสี article
คิดถึงพ่อ article
สาวหน้าใสกับหัวใจน้องเหมียว article
แดร๊กคิวล่ากระหายเลือด...ของคุณ article
ก็เพราะว่า...เรารักนาย article
อ้อมกอดทะเล article
เรือของพ่อ article
ไม่โกรธใช่ไหม article
ในความทรงจำ article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
www.psevikul.com นิตยสารสกุลไทย นิตยสารขวัญเรือน  amarinpocketbook นานมีบุ๊คส์ ร้านหนังสือซีเอ็ด ศูนหนังสือจุฬา ร้านนายอินทร์ ประพันธ์สาสน์ เวบคุณวิกรม กรมดิษฐ์  Masharee Blog วรรณวรรธน์คาเฟ่ เวบของคุณ คีตาญชลี เวบกระบี่ทูเด เวบกลอนธรรมะ