ReadyPlanet.com
dot dot
dot
ห้องรับแขก
dot
bulletเล่าสู่กันฟัง
bulletคลีนิกเรื่องสั้น
bulletห้องพักฟื้นเรื่องสั้น
bulletบางบท...บางตอน
bulletวันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์
bulletฟังรายการวิทยุย้อนหลัง
bulletคมคำ คำคม
bulletกระดานสนทนา
bulletสมุดเยี่ยม
bulletข่าวแวดวงวรรณกรรม
dot
ห้องสมุด
dot
bulletนักอ่านพูดถึงประภัสสร
bulletบทสัมภาษณ์ต่างๆ
bulletประภัสสร ใน สื่อ
dot
กล่องความทรงจำ
dot
bulletE-card
dot
Newsletter

dot


facebook.com/psevikul


คุณย่ากับคุณป้าข้างบ้าน article
 
 

๑. เช้าวันไหม่

ท่ามกลางสายฝนที่กระหน่ำลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตาผสานเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าเป็นระยะๆนั้น อีกมุมหนึ่ง “รอกน้อย” นอนคุดคู้ขดตัวอยู่บนที่นอนอันอบอุ่น มิใยที่เสียงข้างนอกจะดังเพียงใดก็ไม่ทำให้เธอสะดุ้งสะเทือน และพรากเธอไปจากความฝันอันแสนสุขได้

จวบจนรุ่งสาง ฝนซาเม็ดแล้วคงทิ้งไว้แต่ความชุ่มฉ่ำเย็นสบาย แสงแดดอ่อนค่อย ๆ สาดส่องลอดใบไม้ที่ต้องน้ำค้างยามรุ่งอรุณทำให้เกิดประกายสีรุ้งงดงามยิ่งนัก ช่างเป็นเช้าที่อภิรมย์ใจจริง ๆ รอกน้อยบิดขี้เกียจสองสามครั้งเพื่อให้กระฉับกระเฉง โผล่หน้าออกไปมองความสุนทรีย์ในยามเช้า

“เฮ้อ เช้าแล้ว คิดถึงคุณย่ากับป้าข้างบ้านจริง ๆ วันนี้จะมีเรื่องอะไรใหม่ ๆ อีกรึเปล่านะ”

เธอบ่นกับตัวเองพร้อมกับร้องเพลงโปรดอย่างมีความสุข “ป้าข้างบ้าน” ที่พูดถึงคือป้าสอน ซึ่งอยู่บ้านตรงข้าม ป้านงบ้านหลังถัดไป ส่วนป้าเหมยอยู่ก่อนถึงบ้านของรอกน้อย หลังบ้านเป็นทุ่งโล่งไม่มีบ้านอยู่อาศัย จึงไม่มีเรื่องให้เล่าถึงคนหลังบ้าน ป้าทั้งสามคนที่อยู่ล้อมรอบนั้น มีนิสัยแตกต่างกัน เธอจึงมีเรื่องมาเล่าได้ทุกวัน

ในซอยเล็ก ๆ ที่แยกจากซอยพี่งมีถนนสุขุมวิทนั้น เป็นที่มาของคุณย่ากับป้าข้างบ้าน ซอยนี้เป็นซอยตันจึงไม่พลุกพล่าน มีบ้านอยู่สองฝั่งประมาณสี่สิบกว่าหลัง บ้านของรอกน้อยอยู่เกือบสุดซอย แต่ละบ้านจะปลูกไม้ดอกไม้ผลมากบ้างน้อยบ้างตามอัธยาศัย หมู่บ้านนี้สร้างมานานเกือบยี่สิบปีแล้ว แต่ละบ้านต่างก็อยู่กันจนแก่ชรา ส่วนใหญ่จะรักใคร่สนิทสนมกันเหมือนพี่น้อง มีเรื่องเดือดร้อนอะไรก็พึ่งพาอาศัยกันได้อย่างสนิทใจ แต่ป้าข้างบ้านนั้นมีสิ่งที่แตกต่างกัน ทุก ๆ วันเธอจะมีเรื่องของป้าข้างบ้านมาเล่าสู่กันฟังเสมอ ๆ รอกน้อยมีนิสัยร่าเริงสนุกสนาน เป็นมิตรกับทุก ๆ คน เว้นแต่ป้านงที่เธอไม่กล้าเข้าใกล้เพราะกิตติศัพท์ของป้านงนั้นใคร ๆ ในซอยก็รู้ดี ถ้าอยากรู้ รอกน้อยจะเล่าให้ทุกท่านฟัง 

๒. ป้าสอน

ป้าสอนเป็นคนรูปร่างเล็กกะทัดรัด ผอมแต่แข็งแรงผิวคล้ำแบบคนกรำงานหนัก ผมยาวสีดอกเลาถูกรวบไว้ด้านหลังอย่างลวก ๆ แม้อายุจะย่างเข้าสู่วัยชราแล้ว แต่ชุดโปรดที่สวมใส่ประจำคือ กางเกงขาสั้นเสื้อยืดคอกลม แต่ปีนี้ป้าสอนเลือกใส่เสื้อสีเหลือง ติดธงไว้ที่หน้าบ้านเพื่อเฉลิมฉลองปีมหามงคลของในหลวงด้วยความจงรักภักดี ลูกชายคนเดียวนั้นมีรถเมล์เล็กสีแดงคันใหญ่กับลูกน้องอีกหนึ่งคน ส่วนภรรยามีอาชีพขับมอเตอร์ไซด์รับจ้าง สองแรงแข็งขันช่วยกันทำมาหากินเพื่อลูกชายเล็ก ๆ สองคน สำหรับสามีของป้านั้นตายไปนานแล้ว

ป้าสอนเป็นเพื่อนบ้านที่ดีหากใครได้คุยด้วยก็จะรู้ว่าเป็นคนน่าคบหาสมาคม คุณย่าชอบไปคุยด้วยตอนเย็น ๆ เราถ้อยทีถ้อยอาศัยแบ่งปันความสุขให้กัน จึงไม่มีเรื่องราวอะไรให้ต้องขุ่นข้องหมองใจ ความเป็นคนขยันเป็นลักษณะเด่นของป้าสอน หนักเอาเบาสู้ไม่เคยบ่น แต่ละวันมีงานหลายอย่างให้ทำไม่เคยหมด ทุกอาทิตย์จะเห็นป้าสอนลงมือล้างรถเมล์เล็กของลูกชายด้วยตัวเองเสมอ แกบอกว่าให้เด็ก ๆ มันทำก็ไม่ถูกใจสู้ทำเองไม่ได้ เช้า ๆ เวลากวาดใบไม้หน้าบ้านก็จะเผื่อแผ่ความสะอาดไปยังบ้านหลังอื่น ๆด้วยยกเว้นบ้านป้านงคู่ปรับประจำซอย ดังนั้นเวลาพี่จุ๋มแม่บ้านของคุณย่ากวาดหน้าบ้านในตอนเย็น ก็มักเผื่อแผ่ความสะอาดให้บ้านของป้าสอนด้วยเช่นกัน

ป้าสอนเป็นคนใจดีแต่รอกน้อยขอเตือนว่าอย่าไปมีเรื่องกับแกเด็ดขาด จะถูกด่าไม่จบสามวันสามคืน ที่พูดได้อย่างนี้เพราะเคยเห็นมาแล้วเวลาทะเลาะกับป้านง เมื่อป้านงเถียงสู้ป้าสอนไม่ได้ในที่สุดต้องไปตามเจ้าหน้าที่ตำรวจมาช่วย และเรื่องก็จบลงด้วยการไกล่เกลี่ยให้ทั้งสองสงบศึกเลิกแล้วต่อกัน

๓. ป้านง

พูดถึงป้านงคู่ปรับของป้านสอน ไม่มีใครในซอยนี้ที่ไม่รู้จัก “ป้าจอมงก” ประจำซอย เพราะความที่แกชอบของฟรีทุกอย่าง อยากได้แต่ไม่ยอมจ่าย ความขี้เหนียวนั้นเป็นที่เลื่องลือ รอกน้อยจะขอยกตัวอย่างพอหอมปากหอมคอสักสองสามเรื่อง เช่นค่ายามที่ไม่ยอมจ่ายเพราะอ้างว่าในบ้านไม่มีสมบัติล้ำค่าอะไรให้ขโมยเพราะฉะนั้นจะจ่ายไปทำไมเสียเงินโดยใช่เหตุ ส่วนเรื่องขยะนั้นไม่ต้องมีถังขยะก็ได้เปลืองเงินเปล่าๆ นำขยะใส่ถุงพลาสติกสองสามถุงแล้วแขวนไว้ที่รั้วหน้าบ้านทุกวันก็ใช้ได้แล้ว รอให้รถขนขยะมาเก็บไปเอง มันจะรกรุงรังน่าเกลียดยังไงป้าไม่สน ประหยัดไว้ก่อน แต่รอกน้อยว่ามันเกินไป

ป้านงมีรูปร่างผอมสูงดูทะมัดทะแมง มีลักษณะเฉพาะตัวคือชอบสวมกางเกงสามส่วนสีมอ ๆ และเสื้อเชิ้ต สวมรองเท้าแตะสายหนังตัดผมสั้นที่คุณย่าเรียกว่า “ผมทรงดอกกระทุ่ม” เมื่อก่อนทรงผมที่ว่านี้เป็นอย่างไรรอกน้อยก็ไม่เคยเห็นมารู้ก็ตอนที่คุณย่าพูดถึงผมของป้านงนี่แหละ แกเป็นอดีตอาจารย์เกษียณราชการมาหลายปีแล้ว อาศัยอยู่คนเดียวเพราะลูก ๆ ไม่มีใครอยากอยู่ด้วย ข้อนี้รอกน้อยไม่ได้คิดเองคนในซอยนี้เขาพูดกันอย่างนั้น เพราะความเป็นคนแก่ที่ขี้บ่นจู้จี้และขี้งกของแก  

ในบ้านมีรถเก่าๆสองคันซึ่งได้มาฟรี ๆ ป้านงเที่ยวบอกใครต่อใครทั่วซอยว่าลูกชายให้มาเพราะเขามีรถประจำตำแหน่งอยู่แล้ว ความจริงคือดีทีไม่ต้องเสียเงินซื้อนั่นเอง เนื่องจากความเป็นคนชอบออกกำลังกาย ดังนั้นทุกวันเวลาตีห้า ป้านงจะผัดเปลี่ยนหมุนเวียนนำเจ้ารถสองคันนี้ขับไปออกกำลังกายที่สวนสาธารณะเป็นประจำเพื่อให้เครื่องยนต์ได้ทำงานบ้าง

            เมื่อครั้งที่คุณย่าท่านคิดจะทำรั้วใหม่เป็นคอนกรีตเสริมเหล็กเพราะรั้วเก่าซึ่งเป็นรั้วตาข่ายนั้นไม่ค่อยแข็งแรงชำรุดทรุดโทรมไปมาก ป้านงไม่ยอมออกค่าใช้จ่ายช่วยคุณย่าแม้แต่บาทเดียว แถมยังขอรั้วเก่าไปทำประตูโรงรถเสียอีก สรุปได้ฟรีทั้งรั้วใหม่และรั้วเก่า

บางครั้งตอนเย็น ๆ ป้านงชอบออกมาเต้นรำคนเดียวที่ถนนในซอยหน้าประตูบ้าน รอกน้อยแอบเห็นรอยยิ้มอย่างมีความสุขในขณะที่ย่างก้าวไปตามจังหวะเสียงเพลงในหัวใจ มือข้างหนึ่งยกขึ้นทำท่าโอบไหล่ อีกข้างหนึ่งโอบเอวของคู่เต้นรำในจินตนาการ ใบหน้าที่ระบายไปด้วยรอยยิ้มนั้นเชิดน้อยๆ ดูนุ่มนวลอ่อนโยนผิดกับนิสัยของแกหน้ามือเป็นหลังมือ  

สนามหน้าบ้านของป้านงนั้นรกไปด้วยต้นกล้วยซึ่งปลูกทิ้งไว้ไม่เคยดูแล ปล่อยให้หญ้าขึ้นรกรุงรัง แต่รอกน้อยก็เคยแอบมองกล้วยน้ำว้าในบ้านนี้เหมือนกัน มันสุกเหลืองน่ากินจริง ๆ แต่ใครล่ะจะเสี่ยงเข้าไปในบ้านนั้น ขนาดลมพัดใบไม้จากบ้านคุณย่าปลิวเข้าไปตกในบ้านยังไม่ได้เลย ด้วยเหตุผลที่ว่าทำให้บ้านสกปรก ทั้งๆที่บ้านตัวเองนั้นรกเป็นป่าอยู่แล้ว หน้าบ้านก็เต็มไปด้วยของเก่าที่ไม่ใช้แล้ววางกองไว้เกะกะไปหมด ในที่สุดคุณย่าให้คนมาตัดกิ่งมะม่วงออกเป็นการตัดความรำคาญ

หมดเรื่องต้นไม้ก็มีเรื่องอื่นให้ปวดหัวอีก วันหนึ่งคุณย่าโดนโวยวายเรื่องที่ปลายเสาโทรทัศน์ชิ้นหนึ่งยื่นเข้าไปเขตบ้านของป้านง เป็นเหตุให้หลังคาบ้านสกปรกเลอะเทอะเวลามีนกมาเกาะแล้วถ่ายรดหลังคาบ้าน พยายามจะเอาเรื่องคุณย่าให้ได้ถ้าไม่รีบแก้ไข ความจริงเสาโทรทัศน์ต้นนี้ก็ติดตั้งมานานนับยี่สิบปีแล้วแต่วันนี้เพิ่งจะเป็นเรื่องขึ้นมา คุณย่าไม่อยากมีเรื่องก็เลยให้คนขึ้นไปจับเสาเส้นนั้นหักงอเข้ามาทางบ้านเราเพื่อตัดปัญหา รอกน้อยไม่เข้าใจเลยว่าคนแก่อย่างป้านงนี่ ทำไมใจแคบอย่างนี้ สู้คุณย่าก็ไม่ได้

๔. ป้าเหมย

รอกน้อยพูดถึงป้าสอนกับป้านงแล้ว ก็อดไม่ได้ที่จะพูดถึงป้าเหมย เพราะเป็นความแตกต่างอีกรูปแบบหนึ่ง ทุก ๆ วันจะได้ยินแต่เสียงตะหลิวสัมผัสกับกระทะดังก๊องแก๊ง และเสียงฉ่า ๆ เป็นระยะ ๆ เพราะแกชอบทำอาหาร บางทีก็จะแบ่งให้คุณย่าชิมด้วย ท่านบอกว่าป้าเหมยทำกับข้าวอร่อยรสมือดีทำอะไรดูก็น่ากินไปเสียทุกอย่าง นอกจากเสียงตะหลิวกับกระทะแล้ว ยังมีเสียงดังก๊อกๆอีกทั้งวัน รอกน้อยอยากรู้ว่าเป็นเสียงอะไร เคยแอบดูจึงได้รู้ว่าที่มีเสียงดังอย่างนั้นเพราะป้าเหมยชอบใส่เกี๊ยะแบบคนจีน  เกี๊ยะที่ว่านี้เป็นรองเท้าที่ทำด้วยไม้เวลาเดินจะกระทบกับพื้นซิเมนต์หรือหินอ่อนเกิดเสียงดังก๊อกๆนั่นเอง

ป้าเหมยเป็นคนจีน ผิวขาว รูปร่างท้วมนิด ๆ ตาเล็กหยีเวลายิ้มแทบมองไม่เห็นนัยน์ตา ไว้ผมมวยแบบคนจีนโบราณ ที่ข้อมือสรวมกำไลหยก ชอบนุ่งกางเกงขาก๊วยสีดำเสื้อคอกลมแขนยาวหลวม ๆ แต่สิ่งหนึ่งที่ค้านกับบุคคลิกคือพูดไทยได้ชัดเจน พูดเสียงเบาช้า ๆ แกเป็นคนเงียบ ๆ ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร  วัน ๆ จะอยู่แต่ในบ้านทำกับข้าว ทำงานบ้าน ครอบครัวของป้าเหมยมีด้วยกันหกคน คือป้าเหมย สามี รวมทั้งลูกสาวสองคน คนหนึ่งโสดส่วนอีกคนหนึ่งแต่งงานแล้วมีลูกสองคน ส่วนสามีของลูกสาวนั้นไม่มีใครรู้จักเพราะไม่เคยเห็นหน้า และไม่มีใครกล้าถาม

สวนบ้านนี้สวยมาก เต็มไปด้วยดอกไม้นานาชนิดออกดอกชูช่อแข่งกันเป็นแถว ที่ริมรั้วด้านที่ติดกับบ้านคุณย่ามีเรือนกล้วยไม้พันธุ์หายากที่ได้รับการทะนุถนอมอย่างดี  ต้นไม้ส่วนใหญ่เป็นไม้พุ่มยกเว้นหน้าบ้านซึ่งเป็นรั้วตาข่าย ป้าเหมยจึงปลูกเข็มขาวแล้วตัดแต่งเป็นรั้วบ้านได้อย่างลงตัว ดอกเข็มขาวที่ออกดอกตลอดทั้งปีมีกลิ่นหอมอ่อนๆชื่นใจจริง ๆ รอกน้อยชอบไปแอบมองบ่อย ๆ แต่บ้านป้าเหมยมีแต่ไม้ดอกไม่มีไม้ผลจึงเป็นสวนสวยแต่กินไม่ได้ ไม่เหมือนบ้านของรอกน้อยที่ทั้งสวยทั้งกินได้ เพราะคุณย่าท่านชอบทั้งสองอย่าง รอกน้อยก็เลยเปรมปรีด์ไปด้วย

วันเสาร์รอกน้อยจะได้ยินเสียงกรับ ๆ ของกรรไกรตัดหญ้าเป็นประจำเพราะลูกสาวป้าเหมยชอบทำสวน เธอจะสวมหมวกกุ้ยเล้ยแล้วถือกรรไกรตัดหญ้าลงสวนตัดโน่นแต่งนี่ไปตามเรื่องด้วยความสุข เธอปลูกดอกไม้เก่ง เหตุนี้สวนของเธอจึงสวยด้วยดอกไม้ที่ได้รับการดูแลรักษาด้วยความรักความเอาใจใส่

ครอบครัวป้าเหมยนับถือศาสนาคริสต์ และเป็นคริสตังที่เคร่งครัด ดังนั้นทุกๆวันอาทิตย์บ้านนี้จะเงียบเหงาเพราะไปโบสถ์ซึ่งถือเป็นกิจกรรมที่ทุกคนในบ้านยึดถือมานานอย่างสม่ำเสมอ บางวันจะได้ยินเสียงเปียนโนดังหวานแว่วจากฝีมือของหลานชายที่เรียนและฝึกฝนมาตั้งแต่เด็ก ๆ แสดงให้เห็นว่าบ้านนี้มีเสียงเพลงในหัวใจเหมือนกัน เพราะรอกน้อยก็ชอบเสียงเพลง  ดังนั้นถ้าวันไหนเสียงเปียนโนดังขึ้น วันนั้นจะเป็นวันที่มีความสุขที่สุด

๕. ความแตกต่าง

            รอกน้อย อยู่ที่บ้านถนนสุขุมวิท มาตั้งแต่เกิด นับแต่วันที่ลืมตาดูโลกจนถึงวันนี้ ได้พบคุณย่ากับป้าข้างบ้านจึงมีความคุ้นเคยกับทุกคนเหมือนเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต เมื่ออยู่ที่นี่ชีวิตของรอกน้อยเรียบง่ายไม่ยุ่งเหยิงไม่มีการแก่งแย่ง ทุกอย่างมีกฎกติกามีความเอื้ออาทรต่อกันเราแบ่งปันกัน ทำให้ชีวิตของรอกน้อยมีความสุข มีโลกส่วนตัวที่อบอุ่น

จริงอยู่ที่เขาว่าทุกคนต่างเป็นมนุษย์เหมือนกัน  แต่มนุษย์ย่อมมีความแตกต่างกันซึ่งเป็นวิถีของธรรมชาติ รอกน้อยเคยได้ยินคุณย่าพูดว่าคนเรานั้นต่างเกิดมาตามอำนาจของกรรมหรือการกระทำของตนเอง กรรมทำให้มีความแตกต่างกัน เพราะทุกคนต่างก็มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ มีกรรมเป็นกำเนิด สิ่งนี้รอกน้อยเห็นด้วยกับคำพูดของคุณย่าแน่นอน ดูง่าย ๆ อย่างป้าข้างบ้านเป็นตัวอย่าง มีอายุไล่เลี่ยกัน เป็นแม่ของลูก ๆ เหมือนกัน อยู่ในละแวกเดียวกัน แต่มีอุปนิสัยและความสุข-ทุกข์ต่างกัน

ป้าสอนแม้ไม่ร่ำรวย แต่ใจดี คิดดี มีความสุขกับลูกหลานตามอัตภาพ และยังมีเพื่อนบ้านมากมายที่รู้จักมักคุ้น ได้พูดคุยซักถามสารทุกข์สุขดิบตามประสา แต่เกลียดความเห็นแก่ตัวและการดูถูกเหยียดหยาม ข้อเสียคือความโกรธ  ในขณะที่ป้านงต้องอยู่เดียวดายถูกโดดเดี่ยวด้วยลูกหลานและเพื่อนบ้าน เพราะอุปนิสัยความเห็นแก่ตัวและไม่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่นั่นเอง น่าสงสารที่แกเองกลับไม่รู้ตัวว่าสิ่งเหล่านี้เป็นความไม่ดีที่ควรปรับปรุงแก้ไข แถมยังรับไม่ได้ถ้ามีใครสักคนบอกว่าไม่ควรทำสิ่งนั้นสิ่งนี้ ส่วนป้าเหมยนั้นแม้ไม่สุงสิงกับใครเพราะไม่ชอบเรื่องมาก มากเรื่องก็มากความ ชีวิตจึงเรียบง่าย แต่ก็มีความสุขในครอบครัว ได้ทำกับข้าวให้ทุกคนกิน ได้เห็นสวนดอกไม้สวย ๆ ในบ้านและแน่นอนคือได้ไปสัมผัสกับ “พระเจ้า” ทุกวันอาทิตย์ นี่เป็นวิถีชีวิตของแต่ละคนแต่ละบ้านที่รอกน้อยพูดถึง

๖. คุณย่า

คุณย่าเป็นคนแก่ใจดี มีความเป็นผู้ดีเก่าทุกกระเบียดนิ้ว รูปร่างบอบบางสูงโปร่ง รอกน้อยชอบผมสีเงินยวงหยักเป็นลอนซอยสั้นได้รูป รับกับใบหน้าภายใต้แว่นกรอบทองอย่างเหมาะเจาะ คุณย่าชอบนุ่งผ้าซิ่นเสื้อแขนกระบอกเรียบ ๆ แบบไทย ๆ อันเป็นสัญลักษณ์ของคุณย่า แหวนทองข้อมะขามที่นิ้วนางข้างซ้ายเป็นเครื่องประดับชิ้นเดียวที่คุณย่าสวมติดตัวอยู่เสมอ

ในความคิดของรอกน้อย คุณย่าท่านมีความรู้หลายอย่าง ทั้งเรื่องอาหาร ต้นไม้ เย็บปักถักร้อย เพราะคุณย่าจบจากโรงเรียนการเรือนที่มีชื่อเสียงที่สุดในสมัยนั้น งานฝีมือต่าง ๆ คุณย่าทำได้ดีและสวยงาม รอกน้อยชอบดูเวลาท่านพับผ้าเช็ดหน้าเป็นรูปสัตว์ต่าง ๆ ไว้แจกในงานวันเกิดของท่าน ใครได้รับแจกก็ชอบใจทุกคน

เรื่องแกะสลักผลไม้นั้นฝีมือคุณย่าหาตัวจับยาก ท่านบอกว่าการประดิษฐ์ประดอยของสิ่งใดให้สวยงามมันทำให้ของสิ่งนั้นดูมีคุณค่า การจัดดอกไม้ก็ดูเป็นเรื่องง่ายสำหรับท่าน ไม่ว่าจะเป็นการจัดแบบสมัยใหม่หรือการทำพานพุ่มแบบไทย ๆ โต๊ะทุกตัวจะปูด้วยผ้าปูโต๊ะสีขาวติดลูกไม้ถักสีต่าง ๆ ลวดลายสวยงามด้วยฝีมือของท่าน มีแจกันดอกไม้ที่ถูกจัดวางไว้อย่างลงตัว

คุณย่าเป็นคนธรรมะธรรมโม ท่านเข้าห้องพระทุกคืนครั้งละนานๆ รอกน้อยเคยแอบดู เห็นท่านนั่งไหว้พระ ทำสมาธิทุกวัน ท่านเก่งในการนำความลุ่มลึกของธรรมะมาขยายความง่าย ๆ ให้ทุกคนเข้าใจได้อย่างวิเศษ ชีวิตคุณย่าไม่เงียบเหงา เพราะ “หลานสาวคนโปรด” ที่เกิดจากครอบครัวของลูกชาย ส่วนลูกสาวแต่งงานกับชาวต่างประเทศและย้ายครอบครัวไปอยู่ที่ประเทศอังกฤษ และถือเป็นธรรมเนียมที่ต้องกลับมาเยี่ยมคุณย่าปีละครั้ง  

ท่านไม่จู้จี้ขี่บ่นเพราะคนขี้บ่นไม่มีใครชอบ ถ้าไม่อยากให้ใครเบื่อก็ต้องไม่ขี้บ่น ท่านสอนลูกหลานอย่างนี้เสมอ รอกน้อยก็ไม่ขี้บ่นเลยสักนิด แต่ที่เล่ามาทั้งหมดนี้เพียงแค่อยากจะบอกให้รู้เท่านั้น เพื่อจะได้รู้จักเพื่อนบ้านรอบ ๆ ตัวของรอกน้อยว่ามีใครบ้าง

๗. การแบ่งปัน

คุณย่าใจดีไม่เคยหวงของกินของใช้ ท่านบอกว่า การแบ่งปันกันนั้นนอกจากจะทำให้ผู้รับมีความสุขจากสิ่งที่ได้รับแล้ว ผู้ให้ก็มีความสุขจากการให้ด้วยเพราะสิ่งที่เราให้นั้นจะทำให้เขามีความสุข  คุณย่าคิดได้ลึกซึ้งอย่างนี้ ท่านบอกว่า การแสดงน้ำใจต่อกันไม่ว่าจะเป็นเพื่อนบ้านหรือใครก็ตามเป็นสิ่งที่ดี  ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นทรัพย์สินเงินทองหรือสิ่งของเท่านั้น การให้น้ำใจก็ถือว่าเป็นการให้อย่างหนึ่งซึ่งสามารถแบ่งปันกันได้

ที่บ้านจะมีมะเฟืองหวาน และมะม่วงหลายชนิด มีทั้งอกร่อง น้ำดอกไม้ และเขียวเสวย แต่ละต้นหวานฉ่ำอย่าบอกใครเชียว รอกน้อยชอบมาก..ก..ก มะเฟืองที่บ้านคุณย่าลูกดกให้ผลตลอดทั้งปี เวลามะเฟืองหวานสุกเต็มต้นคุณย่าจะเก็บเอาผลสวยๆแบ่งเป็นถุง ๆ เพื่อให้พี่จุ๋มนำไปฝากเพื่อนบ้าน ท่านสอนให้แบ่งกันกินเพราะบ้านเรามีเยอะ กินคนเดียวไม่หมดก็แบ่งให้คนอื่นเขากินด้วย และความพิเศษที่รอกน้อยสังเกตเห็นอย่างหนึ่งคือ ท่านจะเลือกเฉพาะที่ผลใหญ่ๆดูสุกงอมได้ที่เอาไว้แจกเพื่อนบ้าน ส่วนผลเล็กหรือช้ำจากการสอยแล้วพลาดตกลงมาก็จะเก็บไว้กินเอง พี่จุ๋มเคยถามว่าทำไม่คุณย่าไม่เก็บที่ดี ๆ ไว้กินเองบ้างให้คนอื่นหมดท่านก็ต้องมานั่งกินอย่างที่เสีย ๆ ท่านบอกว่าถ้าคิดจะแบ่งปันอะไรให้ใครก็ต้องให้สิ่งที่ดีที่สุดแก่เขา

สำหรับรอกน้อยแล้วท่านจะไม่บังคับ เพียงแต่สอนว่าถ้าอยากกินอะไรก็เลือกกินได้ชอบลูกไหนก็เลือกเอา แต่ต้องไม่กินทิ้งกินขว้างมันเสียของ อย่าเห็นว่ามีมากแล้วไม่ต้องเสียดาย ทำอย่างนั้นไม่ดีนะ ท่านจะกำชับอย่างนี้เสมอ ทำให้เรารู้กฎกติกาของกันและกัน เวลาเก็บผลไม้แต่ละครั้งท่านจะไม่เก็บจนหมดต้น จะสั่งให้พี่จุ๋มเหลือไว้บ้างเพื่อแบ่งให้นกกาได้กิน ถ้าเก็บหมดเขาจะเอาอะไรกินกัน คุณย่าจะพูดกับพี่จุ๋มอย่างนี้เสมอ  ตรงนี้รอกน้อยชอบมากทีเดียว

๘. เพื่อนบ้าน

ที่บ้านเราจะมีเพื่อนๆ มาเยี่ยมเยือนมากมาย มีทั้งนกกางเขนสองตัวผัวเมีย นกเขาสามพ่อแม่ลูก และฝูงนกกระจอกจอมซ่าส์  ที่ว่าซ่าส์นั้นคือพวกนี้มาทีไรจะส่งเสียงเจี๊ยวจ้าวดังลั่น คุณย่ามักจะบอกให้พี่จุ๋มฉีดน้ำที่มุมเทอเรสหน้าบ้านให้น้ำเจิ่งนองตอนสาย ๆ เพื่อให้นกกระจอกมาอาบน้ำกัน อาบไม่อาบเปล่ายังส่งเสียงดังรบกวนความสุขของรอกน้อยอีก  

บางวันก็มีนกแซงแซวบินผ่านมาทักทายคุณย่า นอกจากนั้นยังมีผีเสื้อแสนสวยแวะเยี่ยมเยียนเราเสมอ บ้านคุณย่ามีดอกไม้มากชนิด แต่มีอย่างละต้นสองต้นเท่านั้น เช่น บุหงาส่าหรี ราชาวดี พุดซ้อน พุดพิชยา พุทธชาด ราตรี กาหลง เข็มปัตตาเวีย บานเช้า ชบา โมก แก้ว ชวนชม เข็มขาว เข็มเศรษฐี หน้าวัว และกล้วยไม้ ฯลฯ  โฮ้ย..รอกน้อยจำไม่ไหว เพราะมากมายเหลือเกิน ส่งกลิ่นหอมทั้งกลางวันและกลางคืน

รอกน้อยได้ยินคุณย่าสอนพี่จุ๋มบ่อย ๆ ว่าต้นอะไรชอบน้ำและแสงแดดแบบไหน อย่างชวนชมเป็นหนึ่งในเรื่องความทรหดอดทน แม้พี่จุ๋มจะลืมลดน้ำไปหลายวัน วันก็อยู่ได้สบาย เลี้ยงก็ง่ายไม่จู้จี้เหมือนรอกน้อย ต้นชวนชมนั้นโปรดปรานแสงแดดเป็นที่สุด  ถ้าได้ลมโกรกแรง ๆ จะขยันออกดอกแข่งกันทุกวัน ชวนชมจึงเป็นนางเอกของบ้านได้อวดความสวยงามหน้าบ้านมากกว่าใคร ๆ ส่วนหน้าวัวแม้จะเป็นพืชเขตร้อนแต่ไม่พิสมัยแสงแดดเหมือนชวนชม คุณย่าจึงต้องมีโรงเรือนเล็ก ๆ ปลูกไว้ข้างบ้านสำหรับหน้าวัวโดยเฉพาะให้แดดส่องรำไร

ท่านเน้นว่าคนปลูกต้องรู้ใจต้นไม้แต่ละชนิด ถ้ารักจะปลูกต้นไม้ก็ต้องศึกษาให้รู้ลึกว่าธรรมชาติของเขาเป็นอย่างไร แต่ละชนิดไม่เหมือนกัน ถ้าไม่มีความรู้จริงปลูกไปไม่ช้าก็ตายหมด ด้วยเหตุนี้สวนคุณย่าจึงงดงามด้วยไม้ดอกไม้ผล  

ผึ้งน้อยสองสามตัวก็เป็นอีกหนึ่งสมาชิกของบ้านที่มาอาศัยน้ำหวานจากดอกไม้ในสวนคุณย่า แต่เธอมาไม่บ่อยนัก เมื่อหน้าฝนกลับมาเยือนอีกครั้ง กบและอึ่งอ่างจะเป็นเพื่อนใหม่แวะเวียนมาเป็นสมาชิกของบ้านแทบทุกฤดูกาล คุณย่ามีสระบัวหลายสระ บางสระก็เลี้องปลาหางนกยูง บางสระไม่มีเพราะเก็บไว้ให้พวกกบอึ่งอ่างมาออกไข่เป็นลูกอ๊อดตัวเล็ก ๆ รอกน้อยเคยสงสัยมานานว่า เจ้าลูกอ๊อดมากมายที่เติบโตเป็นกบในหน้าฝนนั้น หายหน้าไปไหนหมดจะหวนกลับมาอีกครั้งก็เมื่อฤดูฝนกลับมาเยือนเหมือนทุกปี

๙. เพื่อนใหม่

ด้วยเหตุที่มีนกบินมาเยี่ยมเยือนที่บ้านคุณย่ามาบ่อย ๆ นกเหล่านี้เชื่องมาก ท่านจึงไม่ชอบเลี้ยงแมวเพราะกลัวจะเป็นอันตรายกับเพื่อนนกของท่าน รอกน้อยอยู่กับคุณย่ามาตั้งแต่แรกเกิด จำได้ว่าครั้งแรกที่ลืมตาก็เห็นคุณย่ายื่นหน้าเหี่ยวๆมาใกล้ ๆ และยิ้มอย่างดีใจ พูดเบา ๆ ว่า

“เออ มันน่ารักนะ”

คุณย่าทักเป็นครั้งแรก ทำให้เกิดความอบอุ่นและปลอดภัย กำลังคิดถึงคุณย่าเพลิน ได้ยินเสียงแจ๋ว ๆ ที่ไม่คุ้นหูดังอยู่ใกล้ ๆ ทำให้รอกน้อยตกใจหันไปตามเสียงนั้น ภาพที่เห็นคือเด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารัก ดวงตาเธอดำขลับ แก้มแดงเรื่อๆเหมือนลูกตำลึงสุกหลังบ้านคุณย่า ผมของเธอเป็นสีน้ำตาลเข้ม เราประสานสายตากัน

“คุณยายขา...ดูซิคะมันมองหนูตาแป๋วเชียวค่ะ”

เสียงใส ๆ ของเด็กหญิงดังขึ้นด้วยความดีใจ เธอใส่เสื้อหนาวสีแดง กระโปรงลายสก็อต ผูกผมเปียสองข้างด้วยโบว์สีแดงเช่นกัน ดวงตากลมโตคู่นั้นจ้องมาที่รอกน้อย ด้วยความดีใจ เธอยืนอยู่บนระเบียงห้องนอนที่รอกน้อยชอบแวะเวียนไปชะโงกดูอยู่บ่อย ๆ คุณย่าโผล่หน้าออกมาจากหน้าต่าง พูดยิ้ม ๆ ว่า

“อย่าเสียงดังไปลูก เดี๋ยวเจ้ารอกน้อยมันตกใจ”

พูดแล้วคุณย่าก็หันหน้ามาพยักเพยิดกับรอกน้อย วันนี้ดูเหมือนท่านมีความสุขเป็นพิเศษ หรือจะเป็นเพราะมนุษย์หน้าตาหน้ารักตัวน้อย ๆ ที่ยืนอยู่ที่ระเบียงหน้าบ้านคนนี้ รอกน้อยตื่นจากภวังค์เมื่อเสียงคุณย่าเอ่ยทักทายอย่างคุ้นเคย

“เป็นไงวันนี้ เมื่อคืนหนาวไหม ฝนตกหนักนี่”

“มันไม่กลัวคนเลยนะคะคุณยาย”

“มันอยากรู้จักหนูแจนนี่ไงจ๊ะ เขาเป็นเพื่อนกับพี่เปิ้ล”

พูดจบคุณย่าก็ผลุบหน้าหายเข้าไปเพื่อตาม  “หลานสาวคนโปรด” ชั่วอึดใจเท่านั้นเสียงพี่เปิ้ลก็ดังขึ้นมาตั้งแต่หัวบันไดว่า

“น้องแจนนี่ อย่าไปทำให้รอกน้อยตกใจนะ เดี๋ยวมันช็อคตกต้นไม้”

พูดจบก็โผล่หน้ากลม ๆ และร่างตุ้ยนุ้ยน่ารักออกมาที่ระเบียงพร้อมกับส่งเสียงทักทายรอกน้อยหวานจ๋อย

“ว่าไง เจ้ารอกน้อยน่ารักของเปิ้ล วันนี้จะกินมะเฟืองหรือมะม่วงจ้ะ นี่น้องแจนนี่จ้ะเขามาเยี่ยมเรา สวัสดีเขาหน่อย”

รอกน้อยสวัสดี โดยการยกขาหน้าสองข้างขึ้นมา ซึ่งเป็นกิริยาอาการทักทายสวัสดีของมนุษย์ แล้วก็หลบหน้าวิ่งหายไปบนยอดไม้ เพราะไม่แน่ใจว่ามนุษย์ที่มาใหม่นี้จะไว้ใจได้หรือเปล่า ถ้าเกิดอะไรขึ้น กระรอกตัวเล็ก ๆ อย่างรอกน้อยจะเอาอะไรไปสู้ได้

ถ้าจะว่าไปแล้วทุกวันนี้รอกน้อยมีความสุขท่ามกลางมนุษย์รอบ ๆ ข้าง กับธรรมชาติในสวนสวยของแต่ละบ้าน มันเป็นวิถีชีวิตของการอยู่ร่วมกัน ระหว่างคนกับสัตว์ ถ้าเรารู้จักเมตตา แบ่งปันซึ่งกันและกัน เราก็สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุขเช่นเดียวกับ รอกน้อยและคุณย่ากับป้าข้างบ้าน

แสงแดดเริ่มแผดจ้าขึ้น น้ำค้างแห้งเหือดไปนานแล้ว แต่ความชุ่มชื้นยังยืนหยัดอยู่บนยอดหญ้า ลมเย็นอ่อน ๆ พัดพาใบไม้ให้เคลื่อนไหวไปตามจังหวะ ครอบครัวนกเขามาเยี่ยมเราก่อนใครในเช้าวันนี้ และส่งเสียงใส ๆ ทักทายรอกน้อยอย่างคุ้นเคย  ดวงตะวันลอยสูงผ่านหลังคาบ้านตรงข้ามแล้วค่อยๆเยี่ยมหน้าผ่านยอดมะม่วงเพื่อทำหน้าที่ให้แสงสว่างแก่โลก ทุกอย่างดำเนินไปตามปกติ แต่ที่ไม่ปกติคือ รอกน้อยมองเห็นกระรอกแปลกหน้าตัวหนึ่งมาเยี่ยม ๆ มอง ๆ อยู่ไม่ไกล ดวงตาคู่นั้นมองมาที่รอกน้อยไม่กระพริบ ทำให้รู้สึกขวยเขินเป็นครั้งแรก หรือว่าจะเป็นเพื่อนใหม่สำหรับเช้าอันสดใสของรอกน้อยนะ

                                                       จบบริบูรณ์

 

 

 

 
 
 

คลีนิกเรื่องสั้น 19

คุณย่ากับคุณป้าข้างบ้าน

อภิญญา

 

            ความจริงเรื่อง “คุณย่ากับคุณป้าข้างบ้าน” เริ่มต้นได้ดีทีเดียว ทำให้นึกถึงเรื่องสั้นชุด “บ้านจัดสรร” ของ จี๊ด ท่าพระจันทร์ หรือ คุณเฉลิมศักดิ์ รงคผลิน ขึ้นมาบาง ๆ แต่หลังจากแนะนำตัวละครแต่ละตัวแล้ว เรื่องกลับแตกไปทางอื่นอย่างน่าเสียดาย ทั้ง ๆ ที่คุณอภิญญาสามารถใช้ประโยชน์จากบุคลิกและความขัดแย้งของตัวละครเหล่านี้มาทำเป็นเรื่องชุด หรือเรื่องขนาด 5-6 ตอนจบ อย่างสนุกสนานและมีสีสันได้สบาย ๆ

            ในส่วนที่บรรยายถึงคุณย่าและคุณป้าทั้งหลายนั้น ถือได้ว่าคุณอภิญญาได้ทำการบ้านในเก็บรายละเอียดเกี่ยวกับตัวละครในระดับหนึ่ง แต่ก็ไม่จำเป็นต้องเล่าทั้งหมดในคราวเดียว โดยอาจจะค่อย ๆ เปิดเผยทีละเล็กละน้อย ซึ่งจะช่วยสร้างความสนใจแก่ผู้อ่านในการติดตามความเป็นไปต่อไป

            ถ้าแบ่ง “คุณย่ากับคุณป้าข้างบ้าน” ออกเป็นเรื่องชุด ก็จะได้เรื่องสั้นหลายเรื่อง เช่น

เรื่องป้าสอนกับป้านง เรื่องป้านงกับคุณย่า เรื่องของป้าเหมย เรื่องของคุณย่า และอาจจะพ่วงเรื่องของป้า ๆ อื่น ๆ ที่ยังไม่ได้พูดถึงเข้าไปได้อีก

            จุดที่เป็นปัญหาอย่างมากสำหรับเรื่องสั้นเรื่องนี้ก็คือ

1.      ไม่สามารถคุมเรื่องให้ดำเนินไปในทิศทางเดียวกันได้ตลอด

2.      การเขียนในแบบเทศนาในบางตอน ซึ่งทำให้เรื่องมีลักษณะเป็นนิทานสำหรับเด็ก ประเภท “นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า...”

3.      ในส่วนของรอกน้อยกับเพื่อนใหม่ เป็นส่วนที่งอกขึ้นมาโดยไม่จำเป็นและไม่ได้ช่วย

ให้เรื่องมีน้ำหนักขึ้น ตรงกันข้ามกลับกลายเป็นความเกะกะและทำให้เรื่องสั้นเรื่องนี้

เบี่ยงเบนไปจากแนวที่วางไว้ในตอนแรก

            แนวทางในการแก้ไข

1.      ซอยเรื่องออกเป็นหลายเรื่อง แต่ละเรื่องให้จบลงภายในตอนเดียว เช่นเรื่องป้านง ก็เขียนเกี่ยวกับป้านงไปตลอดทั้งตอน รวมทั้งเรื่องของป้าคนอื่น ๆ ก็เช่นเดียวกัน

2.      ผู้เขียนเพียงนำเสนอข้อมูลแล้วให้ผู้อ่านเป็นคนคิดเองว่าเขาได้อะไรจากการอ่านเรื่องนี้ โดยไม่จำเป็นต้องมีการสอนหรือชี้นำ

3.      รอกน้อยเป็นตัวละครที่ไม่มีความจำเป็น แต่ถ้าต้องการใช้เป็นตัวกลางในการถ่ายทอด

เรื่องราวและเหตุการณ์ก็ต้องให้รายละเอียดและภูมิหลังของตัวละครตัวนี้ เช่นเดียวกับที่ให้คุณย่าและคุณป้าด้วย ส่วนเรื่องเพื่อนใหม่ ผมยังเห็นน่าจะตัดทิ้งไป เพราะไม่มีอะไรที่เกี่ยวเนื่องกับคุณย่าและคุณป้า – หลักในการเขียนเรื่องสั้นอีกประการหนึ่งคือ Need to Know หรือให้รู้เท่าที่ควรจะต้องรู้ เพราะการป้อนข้อมูลมากเกินไป หรือใส่เรื่องราวที่ไม่จำเป็นจนล้นหลาม มีแต่จะทำให้ผู้อ่านเกิดความสับสน จับประเด็นไม่ถูก หรือลดทอนส่วนสำคัญของเรื่องลง อยากให้คุณอภิญญาลองนึกถึงหนังประวัติชีวิตบุคคลสักเรื่อง เช่น Gandhi, Capote หรือ Alexander ซึ่งคงเป็นไปไม่ได้ที่จะนำเรื่องราวทั้งหมดในชั่วชีวิตของคน ๆ หนึ่ง มาใส่ไว้ในหนังที่มีความยาว 2- 3 ชั่วโมงได้  ผู้เขียนบทจึงดึงเฉพาะส่วนสำคัญหรือเกี่ยวข้องกับสิ่งที่ต้องการจะนำเสนอมาใช้ และบีบภาพให้คนดูเห็นบุคคลสำคัญคนนั้น เฉพาะที่จะให้เห็นเท่านั้น  ซึ่งการเขียนเรื่องสั้นก็เป็นเช่นเดียวกัน ดังนั้นถึงได้มีทฤษฎีแม่บทกำหนดว่า เรื่องสั้นต้องเป็นเหตุการณ์เดียวหรือไม่กี่เหตุการณ์ มีตัวละครน้อย มีความยาวจำกัด

            ครับ คงต้องขอให้คุณอภิญญาใช้ความพยายามอีกทีในการเขียน “คุณย่ากับคุณป้าข้างบ้าน”ตามคำแนะนำข้างต้นครับ

 

ประภัสสร เสวิกุล

ซันติอาโก ชิลี, 5 พฤษภาคม 2550    

           

 

  



คลีนิกเรื่องสั้น

รายการชีวิต
โจรปริญญา(ตี)
มือศิลป์ article
Love is....
อกแกก็อกฉัน...อกฉันก็อกแก article
ร่วมกินโต๊ะ
ภาพของฉัน article
คืนข้ามปี article
เหรียญบาทกับโบสถ์กลางน้ำ article
ใส...ซื่อ...บริสุทธิ์ (ใจ) article
นิยายรัก ฉบับป้าหมู article
สายน้ำที่ขาดหาย article
อรุณรุ่ง article
บ้านนั้นเขามีงานศพ article
หีบเชี่ยนหมากของอ้ายแก้ว article
การผ่านพ้นแห่งยุคสมัย article
แม่น้ำเจ้าพระยา article
เธอสุขได้อย่างไรเมื่อผองชนทุกข์ยากลำเค็ญ article
เมื่อโลกนี้ไร้สีสัน... article
ลั่น article
เสมือนรังดักแด้ที่เฝ้าฟูมฟักผีเสื้อให้โบยบิน article
แหว่ง article
รุ้งกินน้ำของปานวาด article
กล่องความทรงจำเก่า...และเงารัก article
จอมโจรหนอนหนังสือ article
มาลัยวรรณกรรม article
ห้องแห่งมิติอนันต์ article
ครูจันทร์ผ่อง ของแม่ article
จุกน้ำปลา...พาโชค article
เวลาของพ่อ article
การค้นพบตัวเองที่ไม่ใช่ตัวเอง article
เพียงภาพในวัยเยาว์ article
น้ำตาลทราย article
การเดินทางของชายชรา article
พันธะพรหมลิขิต article
บทเรียนน้ำตา article
กลางเมืองหลวง article
ประตูที่ถูกเลือก article
ร้องเรือ: ลำนำที่ผันแปร article
ดาวน์ความสำเร็จ article
ไอ้หมา article
ข้างหลังภาพนั้น article
วัฏพินาศแห่งสยามประเทศ article
คลีนิกเรื่องสั้น 16 article
หรือฉันเองที่แตกต่าง article
เด็กชายวิสรุจณ์...ซุกซน article
ใบไม้เปลี่ยนสี article
มรดกพ่อ article
ก้าวแรกของนักล่าดวงจันทร์ article
เพื่อนตาย article
หุ่นยนต์สังกะสี article
คิดถึงพ่อ article
สาวหน้าใสกับหัวใจน้องเหมียว article
แดร๊กคิวล่ากระหายเลือด...ของคุณ article
ก็เพราะว่า...เรารักนาย article
อ้อมกอดทะเล article
เรือของพ่อ article
ไม่โกรธใช่ไหม article
ในความทรงจำ article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
www.psevikul.com นิตยสารสกุลไทย นิตยสารขวัญเรือน  amarinpocketbook นานมีบุ๊คส์ ร้านหนังสือซีเอ็ด ศูนหนังสือจุฬา ร้านนายอินทร์ ประพันธ์สาสน์ เวบคุณวิกรม กรมดิษฐ์  Masharee Blog วรรณวรรธน์คาเฟ่ เวบของคุณ คีตาญชลี เวบกระบี่ทูเด เวบกลอนธรรมะ