ReadyPlanet.com
dot dot
dot
ห้องรับแขก
dot
bulletเล่าสู่กันฟัง
bulletคลีนิกเรื่องสั้น
bulletห้องพักฟื้นเรื่องสั้น
bulletบางบท...บางตอน
bulletวันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์
bulletฟังรายการวิทยุย้อนหลัง
bulletคมคำ คำคม
bulletกระดานสนทนา
bulletสมุดเยี่ยม
bulletข่าวแวดวงวรรณกรรม
dot
ห้องสมุด
dot
bulletนักอ่านพูดถึงประภัสสร
bulletบทสัมภาษณ์ต่างๆ
bulletประภัสสร ใน สื่อ
dot
กล่องความทรงจำ
dot
bulletE-card
dot
Newsletter

dot


facebook.com/psevikul


ไอ้หมา article
 
  

 สายลมแผ่วบางพัดเอื่อยๆในดึกสงัดของค่ำคืนหนึ่ง
 ผ่านเข้ามาทางช่องถนนระหว่างตัวบ้านสองฝั่ง ในชุมชนจัดสรร กลางกรุง
 พอทำให้ใบไม้แกว่งไหวมีชิวิตชีวาบ้างบางครั้ง
 แสงเดือนเงียบเหงาราวกับท้องฟ้ามิได้มีจันทร์มาทำหน้าที่ประจำในค่ำคืนนี้
 กระนั้นเลยมิหวังพึ่งพาดาวระยิบระยับได้
 บัดนี้คงมีเพียงแสงไฟสลัวๆของหลอดแก้วกลม
 สีขาวขุ่นที่ติดอยู่ปลายเสากลมสีเงินเปื้อนสนิมประปรายตามริมทาง
 หรืออีกแสงไฟจากหลอดนีออนยาวที่เปล่งแสงอยู่หน้าประตูบ้านของบางหลัง
 สรรพสัตว์เงียบสนิทไร้สิ้นเสียงแม้เรไรที่ชื่นชอบกลางคืนนัก
 มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศของบ้านหลายหลังที่คราง ฮืมๆ ในบางขณะทำงาน
 แสงไฟสลัวลอดออกตามช่องบานหน้าต่างของบ้านที่ผู้อาศัยยังมีกิจภายในกระทำอยู่ไม่เสร็จหรือมิอาจเลิกเฉยได้
 แต่หลายหลังที่เงียบสนิทไร้การเคลื่อนไหว
 เช่นเดียวกับหลังรองสุดท้ายขวามือของถนนซอยนี้ บ้านหลังน้อยชั้นเดียวสีขาวนวล
 ล้อมรอบด้วยพรรณไม้นานาชนิดทั้งไม้ดอกและประดับ
 นัยว่าเจ้าของบ้านคงรักในความงามของธรรมชาตินัก รั้วปูนสีเหลืองปนน้ำตาล
 สูงเพียงเอว
 ระบายด้วยซีกไม้สีน้ำตาลบนขอบให้ระยะเท่ากันดูธรรมชาติเข้ากับต้นไม้ที่ปลูกภายใน

 สิ่งมีชีวิตหนึ่ง นิ่งเงียบอยู่ในเงามืดริมประตูรั้วเหล็ก ปลายชายคาบ้าน
 มีเงาของต้นไม้ทาทาบทับทำให้ยากยิ่งในการมองเห็น
 หากไม่เพ่งพิศคงยากจะรู้แจ้งว่านั่นคืออะไร  “มัน”หมาไทยวัยขวบเศษ
 ขนสั้นเกรียนสีน้ำตาลเข้ม มีเพียงสีขาวแต้มที่ปลายหางดาบเพียงเล็กน้อย
 หูทั้งสองข้างพับลงด้านหน้าเสี้ยวหนึ่ง
 ไม่มีใครแจ้งชัดว่ามันนั่งอยู่นานแค่ใหน
 แต่หากใครผ่านไปมาหน้าบ้านน้อยหลังนี้ยามดึกในวันที่ไร้แสงสว่างจากหลอดไฟทั้งทั่วบริเวณบ้าน
 อันหมายถึงไร้ซึ้งการพำนักของเจ้าบ้านในขณะนั้น และพินิศ
 ณ.ตรงริมประตูรั้วเหล็กทางเข้า
 ก็จักเห็นอากัปกิริยาท่านั่งช ันขาหน้าเยียดตรงตั้งฉากกับพื้น
 ขาหลังทั้งสองเพียบแบนราบ
 ทอดสายตามุ่งตรงไปยังปากทางเข้าของถนนซอยเช่นนี้ทุกครั้ง
 มันคิดอะไรอยู่ถึงทำเช่นนี้ ให้สังเกตนักจักทราบเหตุสิ่งที่มันกระทำ
 มันแค่กำลังรอคอยการกลับมาของเจ้าของบ้าน อันเป็นที่รักยิ่งของมันเท่านั้นเอง
 หญิงสาว วัยสามสิบต้นๆ ผมดำยาวกลางหลัง ผิวขาวนวลผุดผ่อง รูปร่างอวบอิ่มสมวัย
 ลักษณะอากัปกิริยาท่าทางดูเด่น สวย สง่างามนัก แต่สถานะครองโสดของเธอ
 จึงยังทำให้หมู่มวลภมรน้อยใหญ่เฝ้าหมายปองดมดอมกลิ่นเกษรมิขาดว่าง
 แต่กระนั้นก็ยังมิมีท่าว่าเธอนั้นจะยอมเปลี่ยนสถานะตัวเองในเวลาอันใกล้นี้นัก
 จักสังเกตได้จากยังมิมีชายใดได้กล้ำกรายย่างเท้าเข้าในเขตนิวาศหลังน้อยของเธอเพียงสักคน
 จะเว้นก็แต่เพียงบิดาและเคลือญาติที่เฝ้ามาเยี่ยมเยือนกันบ่อยครั้งอันเนื่องจากห่วงใยเธอที่อยู่ผู้เดียวนั่นเอง
 
 ทำไมเธอยังไม่กลับ มันไม่รู้ได้หรอก มันรู้แต่เพียงว่า
 เธอขับรถออกไปตอนเช้าเหมือนเช่นทุกวัน
 และมันก็มีหน้าที่รอคอยการกลับมาของเธอเท่านั้น
 มันไม่ได้หิวเลยแม้ว่าเธอยังไม่กลับ เพราะทุกครั้งที่เธอจะกลับดึก
 เธอจะเทอาหารเม็ดไว้ในชามให้มันมากเป็นพิเศษ
 หรือไม่ก็ได้อาหารจากบ้านข้างๆบ้างบางวัน จนมันกินได้อิ่มพอ
 มันไม่ได้ต้องการให้เธอห่วงมัน แต่ที่มันรอ
 มันแค่รอคอยเพื่อเห็นการกลับมาอย่างปลอดภัยของเธอ มันคิดกับตัวเองเพียงว่า
 มันมีสิทธิเพียงเฝ้าคอย และห่วงใยเธอเท่านั้น ไม่อาจจะกล้ำกราย หรือแม้แต่
 ทักท้วงในสิ่งที่เธอปฏิบัติ
 มันรู้ตัวมันเองดีว่ามันเป็นเพียงหมาหลงตัวหนึ่งที่เธอเก็บมาเลี้ยง
 หากเธอไม่ใจดี
 ป่านนี้มันคงถูกรถทับชีวีดับสิ้นอยู่ข้างถนนที่ใดที่หนึ่งแล้วก็เป็นได้

        ความทรงจำยังคงจับติดอยู่ในห้วงแม้เวลาจะล่วงเลยมาขวบปีแล้วก็ตาม
 ในขณะที่ยังตัวน้อยอายุยังไม่แตะสามเดือนด้วยซ้ำ
 มันถูกนำมาปล่อยหน้าวัดแห่งหนึ่งพร้อมแม่และพี่น้องอีกสี่ชีวิต
 แล้วเจ้าของเดิมของแม่ก็กลับไป ปล่อยให้ทั้งหมดเผชิญชีวิตอยู ่ตรงนั้น
 มีความผิดอันใดของมันที่ลืมตามาผจญความโหดร้ายของโลกมนุษย์
 แค่วันแรกที่ใช้ชีวิตข้างนอก
 มันก็ต้องสูญเสียแม่และพี่น้องอีกหนึ่งให้กับท้องถนน
 สถานที่ซึ่งเป็นเสมือนหนึ่งสิ่งต้องห้ามของเผ่าพันธุ์
 มิรู้ได้เท่าไหร่แล้วสำหรับญาติพี่น้องร่วมเครือที่ตายจากเพราะท้องถนน
 พวกมันโดนไล่กัดโดยหมาเจ้าถิ่นหน้าวัด แม่พามันและพี่น้องวิ่งหนีออกมา
 แต่แล้วสิ่งที่มันเห็นก็คือ ร่างของแม่พร้อมพี่อีกหนึ่งถูกมัจจุราชเหล็ก
 กระแทกร่าง ลอย กระเด็น พร้อมสิ้นเสียงร้องของแม่และพี่
 จะทันเศร้าโศกอันใดเล่า เมื่อชีวิตต้องดำเนินต่อไป เหลือชีวิตอีกสาม
 ที่ต้องหนี และเอาชีวิตให้รอดเพื่อดำรงอยู่
      ผ่านพ้นไปอีกวันมันก็ต้องพลัดพรากเพราะโดนไล่กัดจากกลุ่มหมาตัวอื่น
ทำให้ต่างต้องหนีเอาตัวรอด มันพาร่างอันบอบช้ำจากการโดนกัด และไม่ได้กินอะไร
จากเมื่อวานเดินเลาะตามริมขอบถนนไปเรื่อย หวังเพียงเพื่ออาหารตกใส่ท้องบ้าง
แล้วโชคชะตาก็พาให้มันพบกับนางฟ้าใจดี มันเห็นถุงขนมเหลือหล่นอยู่เกาะกลางถนน
กลิ่นของมันฟุ้งโชยแตะจมูก หอมหวานเชื้อชวนยิ่งนัก ด้วยความที่หิวกระหายจัดยิ่ง
มันจึงวิ่งข้ามไปโดยไม่รับรู้สิ่งใดนอกจากขนมถุงนั้น
โชคดีหรือบุญเก่าของมันที่บนถนนขณะนั้นมีเพียงรถกระบะ
เก่าๆที่วิ่งมาด้วยความเร็วไม่สูงนัก มันจึงรอดชีวิต
เพราะเบรคของรถกระบะคันนั้นยังคงใช้งานได้ดีเป็นปกติ
 
 “เอียดๆๆๆๆ”  เสียงยางล้อเบียดสีกับยางมะตอยของพื้นถนน คนสัญจรเดินไปมา
 คนจับจ่ายซื้อของตามร้านค้าหลายสิบชีวิต ต่างหันมองยังจุดที่มาของเสียง
 นางฟ้าของมันก็เป็นหนึ่งในหลายสิบชีวิตนั้น หน้ารถกระบะ คันเก่า ลูกหมาตัวผอม
 สีขนเกรอะกรังด้วยร่องรอยของคราบเลือดผสมฝุ่นดิน
 มันหมอบราบกับพื้นถนนร้อนระอุจากแดดกลางวันแผดเผา ตัวสั่นเทิ้ม หางซุก
 สีหน้าตื่นตระหนกผวากลัวอย่างเห็นได้ชัด คนขับวัยกลางคน
 น่าจะผ่านชีวิตมากว่าหลายสิบปี เขาเปิดประตูรถลง
 จัดการอุ้มร่างอันสั่นเทิ้มของมัน
 พร้อมเดินพาร่างนั้นมายังร ิมถนนด้านที่นางฟ้าของมันยืนอยู่
 และวางมันลงบนพื้นบาทวิถีริมถนน
 จากนั้นเขาก็เดินย้อนกลับไปยังรถพร้อมขับออกไปโดยไม่สนใจสายตาผู้คนที่ยังคงมองเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
       “หมาของใครหรือคะ?”     เธอเอ่ยสอบถามแม่ค้าร้านขนมใกล้ๆ
        “อ๋อ ไม่มีของใครหรอกค่ะ ฉันเห็นมีคนมาปล่อยไว้หน้าวัดเมื่อวาน
นี่แม่กับพี่น้องมันก็พึ่งโดนรถทับไปสองตัว” แม่ค้าเอ่ยสนทนาตอบ
“คุณไม่เอามันไปเลี้ยงหละค่ะ สงสารมันนึกเสียว่าทำบุญ”
แม่ค้าคนเดิมเอ่ยความเห็นเชิงแนะนำ
เธอยิ้มให้กับคำตอบของแม่ค้าพร้อมเดินไปยังที่ที่มันนอนอยู่ เธอนั่งลงข้างๆ
ใช้มืออันนวลนิ่มลูบหัวมันแผ่วเบา มันยังคงนอนตัวสั่นเทิ้มด้วยความหวาดกลัว
สายตาระแวดระวัง แต่ก็ยอมให้เธอลูบหัวแต่ดี
 “อืม โดนมาเยอะเหมือนกันนะเรา มาเดี๋ยวฉันพาไปหาหมอ”
 
 เช้านี้ ทุกสิ่งทุกอย่างดูสดชื่น อากาศแจ่มใส
 ใบหญ้าเปียกเล็กน้อยด้วยน้ำค้างที่หล่นไว้เมื่อคืน
 ใบไม้แกว่งไหวรับกับสายลมยามเช้าพัดไกว บรรยากาศบ้านในซอยดูมีชิวิตชีวา
 มีการเคลื่อนไหว หลายคนกำลังออกเดินทางไปทำหน้าที่ประจำ
 หลายคนง่วนอยู่กับการทำหน้าที่ภายในบ้านของตัวเอง เสียงพูดคุย ทายทัก
 สอบถามดังอยู่มิขาด
 เนื่องจากเพราะแต่ละหลังก็ให้รู้จักมักจี่กันอยู่นานหรือตั้งแต่ย้ายเข้ามาอยู่นั่นแล
 จึงเป็นปกติของหมู่บ้านซอยนี้ไป
      บ้านน้อยสีขาวก็เช่นกัน
กิจวัตรประจำของเธอก็คือการวิ่งออกกำลังกายและรดน้ำต้นไม้บริเวณบ้าน
ทุกเช้าเธอจะตื่นขึ้นมาทำเช่นนี้ในทุกๆเช้าที่เธอกลับมา
มิทราบเหมือนกันว่าเธอกลับดึกแค่ใหนเมื่อคืน และก็เป็นเวลาสำหรับความสุขของมัน
มันวิ่งเยาะตามหลังบ้าง แซงหน้าบ้างขณะเธอวิ่งออกกำลังรอบหมู่บ้าน
แวะเสาไฟบ้างตามนิสัย
เห่ารับหมาบางตัวในหมู่บ้านที่ก็รู้จักกันดีเนื่องเพราะออกมาเกือบทุกวันจนคุ้นชิน
เธอจะคอยดุบางครั้งที่มันเห่าเนื่องมิอยากให้เสียงอันดังของมันรบกวนเพื่อนบ้านนั้น
หลังกลับจากวิ่งออกกำลังขณะเธอร ดน้ำต้นไม้ มันจะวิ่งหยอกล้อ เข้านั้น ออกนี่
วิ่งออกนอกบ้าน และวิ่งกลับเข้ามา ส่งเสียงเห่า วิ่งชนขาเธอบางครั้ง
เธอฉีดสายน้ำใส่เพื่อล้อหยอกกับมัน บ้างครั้งมันก็ทำต้นไม้เล็กๆของเธอหัก
จนเธอต้องคอยดุเป็นบางครั้ง หากวันใหนเธอมีเวลา
วันนั้นมันจะได้อาบน้ำด้วยมืออันนวลนุ่มของเธอที่มันรู้สึกอบอุ่นและภูมิใจ
เพราะมือนี้แหละที่สัมผัสมันในวันแรกที่เจอกัน

    เวลายังคงทำหน้าที่เดินทางอย่างเที่ยงตรงและแข็งขัน
 ไม่มีการทดท้อหรือเหนื่อยล้า
 ยังคงไปเรื่อยๆไม่เอื่อยช้าและไม่มีทีท่าว่าจะเร่งรีบ
 สรรพสิ่งดำเนินไปตามวัฏจักรของใครของมัน
 แต่ละชีวิตยังคงทำหน้าที่อยู่ต่อไปตราบที่ยังต้องดิ้นรนและตราบที่หัวใจยังทำงาน
 แต่ดูชีวิตของมันเหมือนถูกชะตาฟ้ากำหนดให้เป็นไป
 เธอหายไปจากบ้านไม่ยอมกลับมาสามวันแล้ว เช้านั้นเธอออกจากบ้านไปอย่างปกติ
 แต่จนบัดนี้เธอก็ยังไม่กลับมา มันดูกระวนกระวาย มันเป็นห่วง มันดูหงอย
 เซื่องซึม ไม่ร่าเริงอย่างที่เคยเป็น มันรอคอยการกลับมาของเธอ
 คนบ้านข้างๆนำข้าวมาให้มันกินบ้าง แต่มันไม่ได้ใส่ใจกับการกินนัก
 มันคงอยากบอกให้เธอกลับมาเท่านั้น เวลาผ่านไป
 หลายวันต่อมามีรถกระบะมาจอดหน้าบ้าน ชายแปลกหน้าหลายคนต้องการมาขนของภายในบ้าน
 มันเห่า มันไล่กัดจนไม่มีใครกล้าเข้าบ้านได้
 แต่ก็ไม่นานนักมันก็ต้องพาตัวเองหนีออกไปเพราะถูกไม้รุม ไล่ตี
 
    มันหายไปไม่กลับมาอีกนับจากนั้น บ้านหลังน้อยสีขาวนวล บัดนี้เงียบสนิท
 ประตูหน้าต่างปิดทึบ รั้วเหล็กทางเข้าถูกล็อคกุญแจแน่นหนา
 ไร้วี่แววของสิ่งมีชีวิตในบ้าน
 ไม่มีใครรู้ว่าแท้ที่จริงเจ้าของบ้านเธอหายไปใหน
 มีเพียงเสียงเล่าลือไปต่างๆนานาของคนในชุมชนจัดสรรนี้เท่านั้น
 ไม่มีใครสนใจว่ามันหายไปใหนมีบ้างบางครั้งที่บ้านข้างๆชะโงกเอ่ยเรียก
 เพียงเพราะนึกว่ามันอาจกลับมา แต่หลายครั้งเข้าก็เลิกทำ
 หลายวันต่อมาหากทุกคนที่ผ่านไปมาในซอยจัดสรรนี้สังเกตุสักนิด
 จะเห็นหมาสีน้ำตาล ผอมโซตัวหนึ่งนั่งมองถนนทางเข ้าอยู่หน้าปากซอยในทุกค่ำคืน

 
 “ดึกสงัดในคืนที่แสงจันทร์ทาทาบเพียงเบาบาง ความห่วงใยจากหัวใจดวงหนึ่ง
 ยังคงทำหน้าที่ต่อไป”

 
 
 

 

 
 
 

คลีนิกเรื่องสั้น

“ไอ้หมา” ของ Ryan Giggs

 

            เรื่องสั้นเรื่องนี้ของคุณ Ryan Giggs สำนวนในตอนต้นเรื่องมีกลื่นอายของนิยายกำลังภายใน เช่น “กระนั้นเลยมิหวังพึ่งพาดาราระยิบระยับได้” “บัดนี้คงมีเพียงแสงไฟสลัว ๆ ของหลอดแก้วกลมฯ” หรือ “สรรพสัตว์เงียบสนิทไร้สิ้นเสียงแม้เรไรที่ชื่นชอบกลางคืนนัก” ฯลฯ

 ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเป็นความบังเอิญหรือจงใจ อย่างไรก็ตาม หากเกิดจากการติดสำนวนจากหนังสือกำลังภายในจริง คุณก็อาจต้องรอให้เกิดการตกตะกอนทางอารมณ์และความคิดมากกว่านี้ เพราะไม่เช่นนั้นก็จะเป็นเพียงการเดินตามรอยเท้าเดิม โดยไม่ได้สร้างเส้นทางใหม่ของตนเอง

            ด้วยกลิ่นอายของนิยายกำลังภายในดังกล่าว ทำให้ผู้อ่านคาดหวังว่าจะพบกับเรื่องราวที่ชวนฉงนหรือมีความสลับซับซ้อน แต่เนื้อเรื่องกลับมิได้เป็นเช่นนั้น ซึ่งจริง ๆ แล้ว เรื่องความผูกพันระหว่างสุนัขกับผู้เป็นเจ้าของนั้น เป็นแนวที่สามารถสร้างความประทับใจได้หลายรูปแบบ อยากแนะนำให้คุณอ่านเรื่อง “ไอ้มอม” ของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ซึ่งท่านผู้ประพันธ์สามารถถ่ายทอด

ความภักดีของสุนัขจนกลายเป็นเรื่องสั้นที่มีคุณค่าเรื่องหนึ่ง หรือบทพระราชนิพนธ์ของรัชกาลที่ 6 ที่ฐานอนุสาวรีย์ยาเหล ที่พระราชวังสนามจันทร์ นครปฐม ก็ทรงบรรยายถึงความรักและความผูกพันทางใจที่พระองค์มีต่อสุนัขตัวนั้นได้อย่างซาบซึ้ง

            โดยภาพรวม เรื่องสั้น “ไอ้หมา” มีโอกาสที่จะสร้างความรู้สึกดี ๆ และความประทับใจแก่ผู้อ่านได้ ปัญหาสำคัญน่าจะอยู่ที่สำนวนกำลังภายในซึ่งไม่สอดคล้องกับตัวเรื่อง และเรื่องราวระหว่างหญิงสาวเจ้าของบ้านน้อยสีขาวกับสุนัขซึ่งยังมีอยู่น้อยไปและแผ่วบางเกินไป ซึ่งคุณอาจจะเพิ่มรายละเอียดและเหตุการณ์เข้าไปได้อีกมาก และการเพิ่มน้ำหนักในจุดนี้ขึ้นเท่าไหร่ ก็จะเป็นแรงส่งไปสู่ความสะเทือนใจในตอนจบของเรื่องได้เท่านั้น

            และคำแนะนำข้อหนึ่งซึ่งผมเคยแนะเพื่อนสมาชิกผ่าน “คลีนิกเรื่องสั้น” ก็คือ ผู้เขียนจะต้องมีคำตอบสำหรับตนเองต่อปมปัญหาต่าง ๆ ในเรื่องที่เขียน แต่ไม่จำเป็นต้องเฉลยให้คนอ่านทราบ เช่นในเรื่องนี้ คุณจะต้องมีคำตอบว่าหญิงสาวคนนั้นหายไปไหนไว้ในใจด้วย

            ผมชอบบันทัดสุดท้ายของเรื่องนี้ที่คุณเขียนว่า “ดึกสงัดในคืนที่แสงจันทร์ทาบทาเพียงเบาบาง ความห่วงใยจากหัวใจดวงหนึ่งยังคงทำหน้าที่ต่อไป” และผมเชื่อว่าคุณสามารถที่จะสร้างเส้นทางใหม่ของคุณได้ โดยไม่ต้องก้าวเดินตามรอยเท้าของโกวเล้งหรือใคร ๆ

 

ประภัสสร เสวิกุล

ซันติอาโก ชิลี, 2 มิ.ย.2550

           

                           

 



คลีนิกเรื่องสั้น

รายการชีวิต
โจรปริญญา(ตี)
มือศิลป์ article
Love is....
อกแกก็อกฉัน...อกฉันก็อกแก article
ร่วมกินโต๊ะ
ภาพของฉัน article
คืนข้ามปี article
เหรียญบาทกับโบสถ์กลางน้ำ article
ใส...ซื่อ...บริสุทธิ์ (ใจ) article
นิยายรัก ฉบับป้าหมู article
สายน้ำที่ขาดหาย article
อรุณรุ่ง article
บ้านนั้นเขามีงานศพ article
หีบเชี่ยนหมากของอ้ายแก้ว article
การผ่านพ้นแห่งยุคสมัย article
แม่น้ำเจ้าพระยา article
เธอสุขได้อย่างไรเมื่อผองชนทุกข์ยากลำเค็ญ article
เมื่อโลกนี้ไร้สีสัน... article
ลั่น article
เสมือนรังดักแด้ที่เฝ้าฟูมฟักผีเสื้อให้โบยบิน article
แหว่ง article
รุ้งกินน้ำของปานวาด article
กล่องความทรงจำเก่า...และเงารัก article
จอมโจรหนอนหนังสือ article
มาลัยวรรณกรรม article
ห้องแห่งมิติอนันต์ article
ครูจันทร์ผ่อง ของแม่ article
จุกน้ำปลา...พาโชค article
เวลาของพ่อ article
การค้นพบตัวเองที่ไม่ใช่ตัวเอง article
เพียงภาพในวัยเยาว์ article
น้ำตาลทราย article
การเดินทางของชายชรา article
พันธะพรหมลิขิต article
บทเรียนน้ำตา article
กลางเมืองหลวง article
ประตูที่ถูกเลือก article
ร้องเรือ: ลำนำที่ผันแปร article
ดาวน์ความสำเร็จ article
คุณย่ากับคุณป้าข้างบ้าน article
ข้างหลังภาพนั้น article
วัฏพินาศแห่งสยามประเทศ article
คลีนิกเรื่องสั้น 16 article
หรือฉันเองที่แตกต่าง article
เด็กชายวิสรุจณ์...ซุกซน article
ใบไม้เปลี่ยนสี article
มรดกพ่อ article
ก้าวแรกของนักล่าดวงจันทร์ article
เพื่อนตาย article
หุ่นยนต์สังกะสี article
คิดถึงพ่อ article
สาวหน้าใสกับหัวใจน้องเหมียว article
แดร๊กคิวล่ากระหายเลือด...ของคุณ article
ก็เพราะว่า...เรารักนาย article
อ้อมกอดทะเล article
เรือของพ่อ article
ไม่โกรธใช่ไหม article
ในความทรงจำ article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
www.psevikul.com นิตยสารสกุลไทย นิตยสารขวัญเรือน  amarinpocketbook นานมีบุ๊คส์ ร้านหนังสือซีเอ็ด ศูนหนังสือจุฬา ร้านนายอินทร์ ประพันธ์สาสน์ เวบคุณวิกรม กรมดิษฐ์  Masharee Blog วรรณวรรธน์คาเฟ่ เวบของคุณ คีตาญชลี เวบกระบี่ทูเด เวบกลอนธรรมะ