ReadyPlanet.com
dot dot
dot
ห้องรับแขก
dot
bulletเล่าสู่กันฟัง
bulletคลีนิกเรื่องสั้น
bulletห้องพักฟื้นเรื่องสั้น
bulletบางบท...บางตอน
bulletวันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์
bulletฟังรายการวิทยุย้อนหลัง
bulletคมคำ คำคม
bulletกระดานสนทนา
bulletสมุดเยี่ยม
bulletข่าวแวดวงวรรณกรรม
dot
ห้องสมุด
dot
bulletนักอ่านพูดถึงประภัสสร
bulletบทสัมภาษณ์ต่างๆ
bulletประภัสสร ใน สื่อ
dot
กล่องความทรงจำ
dot
bulletE-card
dot
Newsletter

dot


facebook.com/psevikul


ที่นี่ชิลี article
 
 

เมื่อเอ่ยถึงชิลี หลายคนอาจทำหน้างง ๆ เพราะอาจจะยังนึกอะไรเกี่ยวกับประเทศนี้ไม่ค่อยออก หรืออาจจะจำได้เพียงเลา ๆ ดังนั้นก่อนอื่นก็คงต้องบอกว่าชิลีตั้งอยู่ในทวีปอเมริกาใต้ อยู่ระหว่างเทือกเขาแอนเดสกับมหาสมุทรแปซิฟิก ทิศเหนือจดประเทศเปรู ทิศตะวันออก เฉียงเหนือจดประเทศโบลิเวีย ทิศตะวันออกจดประเทศอาร์เจนติน่า มีพื้นที่ 756,950 ตารางกิโลเมตร โดยมีลักษณะที่แคบและยาวเหมือนเส้นมักกะโรนี นอกจากดินแดนในแผ่นดินใหญ่แล้ว ชิลียังมีอาณาเขตครอบคลุมเกาะอีสเตอร์ในมหาสมุทรแปซิฟิกซึ่งอยู่ห่างฝั่งออกไป 2,000 กว่ากิโลเมตร และบางส่วนของทวีปแอนตาร์กติก

ส่วนคำว่าชิลี ตามตำนานกล่าวว่ามาจากชื่อหัวหน้าเผ่าอารูคาเนียนคนหนึ่ง คือทิลี (Tili)  ซึ่งสามารถต้านทานการบุกรุกของพวกอินคาได้ ขณะที่บางตำนานอ้างว่าคำว่าชิลีมาจากภาษามาปูเช แปลว่า “ที่ซึ่งสุดแผ่นดิน” “จุดที่อยู่ลึกที่สุดของโลก” หรือ “นกนางนวล” รวมทั้งมาจากการเลียนเสียง “ชีลี-ชีลี”(cheele-cheele) ของนกชนิดหนึ่ง อย่างไรก็ตามตามชาวสเปนรุ่นแรก ๆ ที่เข้ามาในชิลี บันทึกว่าชนพื้นเมืองในดินแดนแห่งนี้เรียกตัวเองว่า “ชนแห่งชิลี”

            ปรากฏหลักฐานทางประวัติศาสตร์ว่า ชาวพื้นเมืองได้เข้ามาตั้งถิ่นฐานตามแถบเชิงเขาและริมทะเลซึ่งเป็นประเทศชิลิในปัจจุบัน ตั้งแต่เมื่อ 10,000 ปีที่แล้ว ต่อมาอาณาจักรอินคาได้แผ่อิทธิพลจากเปรูเข้ามาทางภาคเหนือแต่ได้รับการต่อต้านอย่างเข้มแข็งจากชนพื้นเมือง

            ในปี 1520 เฟอร์ดินาล แมกเจลแลน (Ferdinand Magellan)  นักเดินเรือชาวโปรตุเกส เป็นชาวยุโรปคนแรกที่เดินทางมาถึงตอนใต้ของชิลี ส่วนชาวยุโรปคนที่สองที่เดินทางมาถึงที่นี่ได้แก่ดิเอโก ดี อัลมาโกร (Deigo de Almagro)ซึ่งเดินทางจากเปรูเข้ามาค้นหาทองคำ เมื่อปี 1535 และพบว่ามีชนพื้นเมืองเผ่าต่าง ๆ หลายหมื่นคน อาศัยอยู่ในแถบนี้ โดยดำรงชีพด้วยการล่าสัตว์และทำไร่เลื่อนลอย สเปนเริ่มเข้ามายึดครองชิลีในปี 1540 โดยการนำของเปโดร

ดี บัลดิเบีย (Pedro de Valdivia) ซึ่งเป็นผู้สร้างกรุงซันติอาโกเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 1541 อย่างไรก็ตามสเปนประสบความผิดหวังที่ไม่พบแร่ทองและเงินในดินแดนแห่งนี้ แต่ก็พอใจในความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ จึงผนวกชิลีเข้าเป็นส่วนหนึ่งของเปรู

            การเข้ามาของชาวสเปน สร้างความไม่พอใจแก่ชาวพื้นเมือง โดยเฉพาะชนเผ่ามาปูเช

ชาวพื้นเมืองได้ลุกขึ้นขับไล่ผู้รุกรานในปี 1553 เป็นผลให้บัลดิเบียเสียชีวิตในการสู้รบ มาปูเชได้ก่อความไม่สงบอีกหลายครั้ง จนต้องมีการทำสัญญาสันติภาพและแบ่งเขตให้มาปูเชอยู่ทางภาคใต้ของประเทศซึ่งมีอากาศหนาวเย็นและมีสภาพเป็นป่าดงพงดี

            ในปี 1808 นโปเลียน โบนาปาร์ต แห่งฝรั่งเศส สถาปนาพี่ชายคือโจเซฟ โบนาปาร์ต ขึ้นเป็นกษัตริย์สเปน ซึ่งก่อให้เกิดปฎิกริยาอย่างกว้างขวางในหมู่ชาวอาณานิคมของสเปนในอเมริกาใต้ จนถึงขั้นมีความคิดที่จะแยกตัวเป็นเอกราช ในปี 1810 ได้มีการก่อตั้งขบวนการรักชาติซึ่งเรียกตัวเองว่าเฟอร์ดินาล และประกาศให้ชิลีเป็นสาธารณรัฐปกครองตนเองแต่ยังคงเป็น

ส่วนหนึ่งของราชอาณาจักรสเปน อย่างไรก็ตามการเรียกร้องเอกราชโดยสมบูรณ์ยังคงดำเนินสืบไปอย่างต่อเนื่อง ในปี 1817 กองทัพประชาชน นำโดยโฆเซ่ เดอ ซันมาร์ติน (Jose de San

Martin) และเบอร์นาร์โด โอ’อีกกินส์ (Bernando O’Higgins) ได้นำกำลังข้ามภูเขาแอนเดส เข้ามาขับไล่กองทหารของฝ่ายอาณานิคม และในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 1818 เดอ ซันมาร์ติน ก็ประกาศชัยชนะและประกาศให้ชิลีเป็นเอกราช  โอ’อีกกินส์ ได้ขึ้นเป็นประธานาธิบดีคนแรกและเป็นผู้วางรากฐานทางการเมืองและการปกครองในแบบสาธารณรัฐประชิปไตยแก่ชิลี อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองดังกล่าว มีผลกระทบต่อประชาชนไม่มากนัก เนื่องจากชิลีมีโครงสร้างทางสังคมที่เข้มแข็ง โดยเฉพาะในส่วนของสถาบันครอบครัวและศาสนาโรมันคาธอลิก

            ในปี 1879-1883 ชิลีทำสงครามแปซิฟิก (War of  Pacific) กับเปรูและโบลิเวีย โดยชิลีเป็นฝ่ายมีชัย ทำให้ได้ดินแดนทางตอนเหนือจากโบลิเวีย เป็นพื้นที่ 1 ใน 3 ของพื้นที่ในปัจจุบัน และเป็นบริเวณที่อุดมด้วยแร่ทองแดง ในปี 1891 เกิดความขัดแย้งระหว่างประธานาธิบดีกับรัฐสภา อันนำไปสู่สงครามกลางเมือง และจบลงด้วยชัยชนะของฝ่ายรัฐสภา ทำให้มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในปี 1925 ซึ่งมีความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น และส่งผลให้เกิดการก่อตั้งขบวนการที่นิยมมาร์กซิสต์ขึ้นในชิลี แต่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ชิลีมีประธานาธิบดีที่นิยมลัทธินาซี และประกาศตัวอยู่ข้างฝ่ายอักษะ

            การชนะการเลือกตั้งในปี 1970 ทำให้ซัลวาดอร์ อาเยนเด้ (Salvador Allende) เป็นประธานาธิบดีคนแรกจากพรรคการเมืองที่นิยมมาร์กซิสต์ ในประเทศที่มิได้เป็นคอมมิวนิสต์ อาเยนเด้ได้ดำเนินการปฏิรูปเศรษฐกิจและสังคมตามแนวทางของมาร์กซิสต์ เป็นผลให้ถูกคณะทหารซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก ซีไอเอ.ทำการปฎิวัติโค่นล้มอำนาจในปี 1973 และนายพลออกุสโต ปิโนเชต์ (Agusto Pinochet) หัวหน้าคณะปฎิวัติขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี แม้ว่า

ปิโนเชต์จะได้ชื่อว่าเป็นผู้สร้างความเจริญก้าวหน้าและความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจแก่ชิลี แต่ก็มีรายงานว่าได้มีการสังหารและทำร้ายผู้ที่มีความขัดแย้งทางการเมืองเป็นจำนวนมาก

            ปิโนเชต์หมดอำนาจลงในปี 1990 หลังจากนั้นพรรคการเมืองฝ่ายสังคมนิยมได้ครองอำนาจอย่างต่อเนื่อง ในปี 2006 นางมิเชล บาเชเลต์ (Michelle Bachelet) แห่งพรรคสังคมนิยมได้รับการเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีหญิงคนแรกของชิลี และจัดตั้งรัฐบาลซึ่งประกอบด้วย

รัฐมนตรีหญิงจำนวนครึ่งหนึ่งของคณะรัฐมนตรี โดยให้ความสำคัญแก่นโยบายด้านสวัสดิการสังคม ส่งเสริมสิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาค และคุณภาพชีวิต รวมทั้งการค้าเสรี และการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ล่าสุดชิลีได้เข้าเป็นสมาชิกของ OECD เป็นประเทศแรกในกลุ่มอเมริกาใต้ ซึ่งแสดงถึงการยอมรับจากนานาชาติว่าชิลีก้าวสู่การเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว

            ครับ คิดว่าที่เล่ามานี้คงพอจะทำให้คุณรู้จักชิลีมากขึ้นพอสมควร

                                               .....................................

 

ประภัสสร เสวิกุล

 

 
 
                                

ขอขอบคุณภาพสวยๆประกอบบทความจาก

http://www.kwintessential.co.uk, http://www.GraphicMaps.com, http://www.enjoy-chile.org, http://www3.nationalgeographic.com

 

Pictures from  

http://www.kwintessential.co.uk, http://www.GraphicMaps.com, http://www.enjoy-chile.org, http://www3.nationalgeographic.com

 

 

ต้องการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับบทความนี้

หรือมีคำถามต้องการสอบถามคุณประภัสสร เพิ่มเติม

ส่งอีเมล์มาได้ตามแบบฟอร์มติดต่อด้านล่างนี้เลยค่ะ หรือ อีเมล์มาที่ lantombythesea@gmail.com



ชื่อ
เบอร์โทรศัพท์
อีเมล
หัวข้อ
รายละเอียด



เล่าสู่กันฟัง

เรื่องของคติพจน์ประจำชาติ article
เมื่อวาน/วันนี้/และพรุ่งนี้ ของฟิเดล คาสโตร article
ราชันสองโลก (2) เช เกวารา article
ราชันสองโลก(1) article
โศลกชีวิตของฟรีด้า คาห์โล article
ซันติอาโก:จากอดีตสู่ปัจจุบัน article
บ้านกวี พาโบล เนรูด้า article
พาโบล เนรูด้า กวีผู้ยิ่งใหญ่ตลอดกาล article
กาเบรียล กราเซีย มาร์เกซ 80 ปี แห่งความ (ไม่) โดดเดี่ยว article
เอวิต้า เปรอน สตรีที่โลกไม่ลืม article
มิลตัน ฟรายด์แมน บิดาแห่งการปฏิรูปเศรษฐกิจของชิลี article
ปริศนาบนเกาะอีสเตอร์ article
เหรียญสองด้าน article
กาเบรียล่า มิสทรัล กวีหญิงรางวัลโนเบลแห่งชิลี article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
www.psevikul.com นิตยสารสกุลไทย นิตยสารขวัญเรือน  amarinpocketbook นานมีบุ๊คส์ ร้านหนังสือซีเอ็ด ศูนหนังสือจุฬา ร้านนายอินทร์ ประพันธ์สาสน์ เวบคุณวิกรม กรมดิษฐ์  Masharee Blog วรรณวรรธน์คาเฟ่ เวบของคุณ คีตาญชลี เวบกระบี่ทูเด เวบกลอนธรรมะ