ReadyPlanet.com
dot dot
dot
ห้องรับแขก
dot
bulletเล่าสู่กันฟัง
bulletคลีนิกเรื่องสั้น
bulletห้องพักฟื้นเรื่องสั้น
bulletบางบท...บางตอน
bulletวันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์
bulletฟังรายการวิทยุย้อนหลัง
bulletคมคำ คำคม
bulletกระดานสนทนา
bulletสมุดเยี่ยม
bulletข่าวแวดวงวรรณกรรม
dot
ห้องสมุด
dot
bulletนักอ่านพูดถึงประภัสสร
bulletบทสัมภาษณ์ต่างๆ
bulletประภัสสร ใน สื่อ
dot
กล่องความทรงจำ
dot
bulletE-card
dot
Newsletter

dot


facebook.com/psevikul


ซันติอาโก:จากอดีตสู่ปัจจุบัน article
 
 

เมื่อเล่าถึงชิลีแล้ว ก็คงต้องขอเล่าต่อถึงซันติอาโก เมืองหลวงของชิลี ซึ่งนอกจากจะเป็นเมืองหลวงแล้ว ยังเป็นเมืองใหญ่อันดับหนึ่งของประเทศ มีพลเมืองอาศัยอยู่มากกว่า 6 ล้านคน  ซันติอาโกตั้งอยู่บนความสูง 543 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล  อยู่ในเขตภาคกลางของประเทศซึ่งเป็นที่ราบลุ่มกลางหุบเขาของเทือกเขาแอนเดส ที่อยู่ห่างออกไปแค่ 40 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกเพียง 100 กิโลเมตร

ความเป็นมา

   ซันติอาโก สถาปนาขึ้นเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1541 โดยเปโดร ดี บัลดิเบีย (Pedro de Valdivia) นายทหารชาวสเปน ซึ่งเป็นชาวยุโรปที่เดินทางมาถึงที่นี่เป็นคนแรก บัลดิเบียได้ขี่ม้าขึ้นไปบนเนินเขาที่มีชื่อว่าอูเล็น (Huelen) ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นซันตาลูเซีย (Santa Lucia) และมองลงมาจะเห็นแม่น้ำมาโปโช(Mapocho) ซึ่งทอดผ่านทิวทัศน์ของหุบเขามีความงดงาม จึงตกลงใจสร้างเมืองขึ้นที่นี่ โดยตั้งชื่อว่าซันติอาโก เดล นวยโว เอ๊กซ์ทรีโม (Santiago del Nuevo Extreno) ตามชื่อนักบุญซันติอาโก หรือเซนต์เจมส์ ผู้คุ้มครองสเปน ส่วนเอ๊กซ์ทรีโม มาจากชื่อเมืองเอ๊กซ์ทรอมาดูรา(Extremadura) ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเขา โดยในครั้งแรกมีบ้านเรือนเพียง 200 หลัง ประชากรชาวสเปน 700 คน และคนรับใช้กับคนงานอีก 1,000 คน นอกจากนี้ผู้เข้ามาตั้งถิ่นฐานยังต้องเผชิญกับการคุกคามของชาวอาราวคาเนียน (Araucanian) ซึ่งเป็นเจ้าของถิ่นดั้งเดิม

สถาปัตยกรรม

   อาคารยุคแรกของซันติอาโกออกแบบโดยเปโดร เดอ แกมบัว (Pedro de Gamboa) สถาปนิกชาวสเปนที่มีชื่อเสียง โดยมีการวางผังเมืองเป็นอย่างดี สถาปัตยกรรมดั้งเดิมที่ตกทอดมาถึงปัจจุบันนี้ ได้แก่ พลาซา เดอ  อาร์มาส (Plaza de Armas) หรือจตุรัสกลางเมือง ศาลาว่าการเมือง (Cabildo) ทำเนียบผู้ว่าการเมือง สภาเมือง วิหารใหญ่ (Cathedral) รวมทั้งอาคารที่พัก ร้านค้า และตลาด

   ในยุคอาณานิคม ระหว่างศตวรรษที่ 16 และ 17 ซันติอาโกมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว และมีการก่อสร้างอาคารสำคัญในรูปแบบนีโอคลาสสิกได้แก่ ลา โมเนดา (La Moneda) ซึ่งปัจจุบันเป็นทำเนียบประธานาธิบดี  และทำเนียบรัฐบาลแห่งเก่า ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ทำการไปรษณีย์กลาง

   สิ่งสำคัญซึ่งเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวอาณานิคมได้แก่ศาสนา ซันติอาโกเองก็มีการสร้างวิหาร โบสถ์ และสำนักคอนแวนต์ เป็นจำนวนมาก รวมทั้งมหาวิทยาลัยในความดูแลของคณะสงฆ์ ตามแบบสถาปัตยกรรมของสเปน

   ซันติอาโกเคยเผชิญอุบัติภัยจากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ในปี 1647 ซึ่งทำลายอาคารเก่าแก่อันงดงามพังทลายลงเป็นจำนวนมาก รวมทั้งคร่าชีวิตชาวเมืองไปเป็นจำนวนถึง 1 ใน 3  และเมื่อเริ่มศตวรรษที่ 19 ซันติอาโกก็กลายเป็นสมรภูมิของสงครามประกาศเอกราช ระหว่างกองทัพประชาชนกับกองทหารอาณานิคมของสเปน ซึ่งยุติลงด้วยชัยชนะของฝ่ายกู้เอกราช และตามมาด้วยการสถาปนาระบบสาธารณรัฐ สถาปัตยกรรมที่สร้างขึ้นในยุคนี้จึงมีความทันสมัยและเป็นอิสระทางความคิดมากขึ้น

   ปัจจุบัน ซันติอาโกมีประชากรกว่า 6 ล้านคน และเช่นเดียวกับเมืองใหญ่ทั่วไป ที่เต็มไปด้วยตึกสูง อาคารที่กรุกระจก การจราจรที่คับคั่ง ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า ผู้คน และมลพิษต่าง ๆ แต่ซันติอาโกก็ยังคงมีเสน่ห์ในตัวเอง ทั้งภูมิประเทศ สถาปัตยกรรมเก่าแก่  ศิลปอันงดงาม และเรื่องราวในอดีต ให้ค้นหาและชื่นชม

สถานที่สำคัญ

ปลาซา ดี อาร์มาส (Plaza de Armas)

  เป็นจตุรัสใหญ่ กลางใจเมืองซันติอาโก ล้อมรอบด้วยอาคารหรูหราใหญ่โตที่สวยงามจากยุคบุกเบิก สู่ยุคปัจจุบัน  เป็นจุดศูนย์กลางที่ศิลปิน นำผลงานศิลปะที่ตนเองสร้างสรรมาวางขายให้กับนักท่องเที่ยวและผู้สนใจ  และเป็นสถานที่จัดกิจกรรมต่าง ๆ ตลอดทั้งปี ที่จตุรัสแห่งนี้มีอุนสาวรีย์ของเปโดร ดี บัลดิเบีย ผู้ก่อตั้งเมืองซันติอาโก นั่งอยู่บนหลังม้า ซึ่งนับเป็นจุดหนึ่งที่ได้รับความสนใจจากผู้ที่เดินทางมาซันติอาโก

 

ปาลาซิโอ ดี มอเนดา (Palacio de la Moneda) 

  พระราชวังโมนีดา  ซึ่งปัจจุบันเป็นทำเนียบที่ทำการของประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐชิลี  ก่อสร้างเมื่อปี 1805 ในช่วงที่กำลังจะประกาศอิสรภาพ จากการปกครองของสเปน เป็นศิลปะนีโอคลาสสิก แบบโคโลเนียล อาร์เนเดีย ออกแบบโดยโจคิน โตสก้า (Joaqin Toesca) สถาปนิกชาวอิตาลี สถานที่แห่งนี้เคยเป็นที่ทำการของคณะรัฐบาล  และที่พักของผู้นำรัฐบาลหลายคน  แต่เหตุการณ์ที่ตรึงอยู่ในความทรงจำของชาวชิลี ได้แก่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันที่ 11 กันยายน ค.ศ. 1973 เมื่อสถานที่แห่งนี้ถูกถล่มด้วยระเบิดจากเครื่องบินในช่วงที่คณะทหารก่อการยึดอำนาจจาก ประธานาธิบดีซัล-วาดอร์  อาเยนเด้

 

ซัน คริสโตบัล (San Cristobal Hill  หรือ Parque Metropolitano) 

          เป็นจุดชมทิวทัศน์ และทัศนียภาพที่สวยงามของตัวเมืองซันติอาโก ซึ่งสามารถมองเห็นความแตกต่างกันของตัวเมืองยุคเก่ากับยุคใหม่ได้อย่างชัดเจน รวมทั้งสภาพของ ตัวเมืองที่ล้อมรอบด้วยภูเขา นอกจากนี้บนยอดของเนินเขายังเป็นที่ประดิษฐานรูปสลักของพระแม่มาเรีย (Maria the Virgin of Immaculate) แม่พระผู้คุ้มครองเมืองซันติอาโก ซึ่งสร้างขึ้นในปี 1918 เนื่องในวาระครบรอบ 100 ปี ของสาธารณรัฐชิลี ที่เชิงเขาแห่งนี้ ยังมีสวนสาธารณะ และสวนสัตว์ สำหรับพักผ่อนหย่อนใจด้วย

 

ตลาดลอส โดมินิโกส (Los Dominicos market)

แหล่งรวมงานศิลปหัตถกรรมของชิลี ในซันติอาโกที่น่าสนใจสำหรับคนที่ต้องการหาของที่ระลึก ของฝาก ตั้งอยู่ด้านข้างของโบสถ์ใหญ่ The Iglesia San Vincente Ferrer de Los Dominicos

บริเวณนี้จะเป็นแบบหมู่บ้านมีร้านเล็ก ๆ ตั้งเรียงรายส่วนใหญ่คนขายจะเป็นตัวศิลปินผู้ผลิตงานเอง แต่ก็มีไม่น้อยที่รับงานศิลปะของที่อื่นมาวางขายไว้ด้วย  ไม่ว่าจะเป็นงานไม้  งานเซรามิคเขียนสีแบบสมัยเก่า งานกระจก งานลูกปัด วาดภาพ และอีกมากมาย  งานฝีมือประเภทแบบบ้านสมัยต่าง ๆ จำลอง  ก็เป็นของที่ระลึกที่น่าสนใจ  รวมทั้งเสื้อผ้าทอลายพื้นเมือง ตลอดไปจนถึงต้นไม้ดอกไม้ 

    และทุกเช้าวันเสาร์ ด้านหน้าทางเข้ายังเป็นตลาดนัดที่ชาวสวนจะนำผลิตภัณฑ์ผักสดและผลไม้มาจำหน่ายกันในราคาถูก

 

อาอูมาดา (Ahumada)

  อาอูมาดา เป็นย่านถนนคนเดินที่เรียงรายด้วยห้างสรรพสินค้า ร้านค้า และร้านอาหาร ในวันธรรมดาจะมีคนมาจับจ่ายซื้อของหรือรับประทานอาหารกันหนาแน่นแต่ในวันอาทิตย์จะแปรสภาพเป็นตลาดนัดจำหน่ายสินค้าศิลปะหัตถกรรม หนังสือมือสอง ของเก่า รวมทั้งเหรียญและแสตมป์สำหรับนักสะสม แต่ที่เป็นสีสันในวันหยุดก็คือนักดนตรี นักมายากล ตัวตลก ละครหุ่น หรือการแสดงพื้นเมือง ซึ่งใช้ข้างถนนเป็นเวที

 

บาร์ริโอ เบลลาวิสต้า (Barrio Bellavista)

ตั้งอยู่เชิงเนินเขาซันคริสโตบัล เดิมเป็นถิ่นที่พักของผู้มีฐานะดี แต่ปัจจุบันกลายเป็นแหล่งศิลปะ ซึ่งประกอบด้วยห้องแสดงภาพ โรงละคร หอศิลป์ ร้านจำหน่ายศิลปหัตถกรรมพื้นเมือง เครื่องประดับ และสถานบันเทิง ที่เต็มไปด้วยร้านอาหารนานาชนิด ไนท์คลับ ผับ ดิสโกเธค ซึ่งนอกจากจะชื่นชมกับศิลปะและสนุกสนานกับความบันเทิงในรูปแบบต่าง ๆ แล้ว ที่นี่ยังรักษาสภาพของอาคารเก่าที่มีอายุหลายร้อยปีไว้ได้อย่างดี และถัดไปอีกไม่ไกลนัก คือ ลา ชาสโคนา La Chascona หรือ Casa Neruda  บ้านของกวีเอก พาโบล เนรูด้า ที่ผมเคยเล่าให้คุณฟังแล้ว

 

               ครับ ซันติอาโก ยังรอให้การต้อนรับผู้มาเยือนอยู่เสมอ

 

   ประภัสสร เสวิกุล ซันติอาโก ชิลี, 21 มิถุนายน 2550

 

  
  
                                

 

ต้องการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับบทความนี้

หรือมีคำถามต้องการสอบถามคุณประภัสสร เพิ่มเติม

ส่งอีเมล์มาได้ตามแบบฟอร์มติดต่อด้านล่างนี้เลยค่ะ หรือ อีเมล์มาที่ lantombythesea@gmail.com




เล่าสู่กันฟัง

เรื่องของคติพจน์ประจำชาติ article
เมื่อวาน/วันนี้/และพรุ่งนี้ ของฟิเดล คาสโตร article
ราชันสองโลก (2) เช เกวารา article
ราชันสองโลก(1) article
โศลกชีวิตของฟรีด้า คาห์โล article
ที่นี่ชิลี article
บ้านกวี พาโบล เนรูด้า article
พาโบล เนรูด้า กวีผู้ยิ่งใหญ่ตลอดกาล article
กาเบรียล กราเซีย มาร์เกซ 80 ปี แห่งความ (ไม่) โดดเดี่ยว article
เอวิต้า เปรอน สตรีที่โลกไม่ลืม article
มิลตัน ฟรายด์แมน บิดาแห่งการปฏิรูปเศรษฐกิจของชิลี article
ปริศนาบนเกาะอีสเตอร์ article
เหรียญสองด้าน article
กาเบรียล่า มิสทรัล กวีหญิงรางวัลโนเบลแห่งชิลี article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
www.psevikul.com นิตยสารสกุลไทย นิตยสารขวัญเรือน  amarinpocketbook นานมีบุ๊คส์ ร้านหนังสือซีเอ็ด ศูนหนังสือจุฬา ร้านนายอินทร์ ประพันธ์สาสน์ เวบคุณวิกรม กรมดิษฐ์  Masharee Blog วรรณวรรธน์คาเฟ่ เวบของคุณ คีตาญชลี เวบกระบี่ทูเด เวบกลอนธรรมะ