ReadyPlanet.com
dot dot
dot
ห้องรับแขก
dot
bulletเล่าสู่กันฟัง
bulletคลีนิกเรื่องสั้น
bulletห้องพักฟื้นเรื่องสั้น
bulletบางบท...บางตอน
bulletวันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์
bulletฟังรายการวิทยุย้อนหลัง
bulletคมคำ คำคม
bulletกระดานสนทนา
bulletสมุดเยี่ยม
bulletข่าวแวดวงวรรณกรรม
dot
ห้องสมุด
dot
bulletนักอ่านพูดถึงประภัสสร
bulletบทสัมภาษณ์ต่างๆ
bulletประภัสสร ใน สื่อ
dot
กล่องความทรงจำ
dot
bulletE-card
dot
Newsletter

dot


facebook.com/psevikul


น้ำตาลทราย article
 

 

พอเบิกตาตื่น  สิ่งแรกที่เห็นก็คือความหมองมัว  ในขณะที่สมองของเธอกำลังจัดแจงข้อมูลต่างๆให้เข้าที่เข้าทางอยู่นั้น  ร่างของเธอจึงยังคงแผ่ร่าอยู่บนเบาะนุ่มๆของเตียงนอน
           ในโลกแห่งความฝัน  ซึ่งบัดนี้มันได้กลับกลายไปเป็นอดีตแล้วนั้น  ช่างสะดุดใจให้เธอต้องทบทวนเรื่องราวกลับมาคิดอีกครั้ง  กล่าวกันว่า  ความฝันที่เกิดมักมีอิทธิพลจากการนึกคิดเมื่อตอนก่อนหลับ  ซึ่งก็จริงอยู่  เพราะก่อนที่เธอจะย่างก้าวสู่นิททราฝัน  ความรู้สึกนึกคิดของเธอในขณะนั้นก็กำลังจดจ่ออยู่กับเรื่องความรักที่เพิ่งพลัดพรากจากไป  เป็นภาพใบหน้าของชายคู่รัก  ซึ่งบัดนี้ได้เป็นอดีต  ผสมกับเหตุการณ์ต่างๆที่เคยสัมผัสผ่านมาร่วมกัน  คลุกเคล้าว่ายเวียนราววิญญาณที่ยังเฝ้าหลอกหลอน  เพราะยังไม่ได้รับการสวดส่งให้ไปผุดไปเกิด
           สิ่งดังกล่าวคงไม่สำคัญเท่าไหร่นัก  หากความรักของเธอนั้นเป็นรักที่ด้านชา  แต่นี่ไม่ใช่  เพราะนี่เป็นรักแรกและรักเดียวที่เธอให้ความทุ่มเท  เป็นรักที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความวาดหวังถึงอนาคตอันสดใส  เป็นรักที่สอดคล้องกับจินตนาการแห่งความเพ้อฝัน  เป็นรักที่ไตร่ตรองหลายเที่ยวก่อนจะเปิดใจ  เป็นรักที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสารพัดเหตุผลที่เด็กสาวผู้หนึ่งมี  แต่เหตุผลที่เธอคิดนั้นจะผิดหรือถูก  ก็คงจะขึ้นอยู่กับตัวเธอเองเป็นผู้ตัดสิน  เพราะในท้ายที่สุดแล้ว  ผลแห่งการกระทำก็ย่อมที่จะตกมาที่เธอ
          เป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์โลกผู้มีรัก โลภ โกรธ หลง  ที่เมื่อทำอะไร โดยมอบใจและความทุ่มเทให้กับสิ่งนั้นอย่างเหลือล้น  แต่เผอิญสิ่งที่คาดไว้กลับไม่เป็นดังคิด  ก็ย่อมจะก่อเกิดความผิดหวังจนสุดแสนจะทำใจ  และเมื่อยิ่งปล่อยให้มันลุกลามจนไม่ยอมยับยั้ง  สิ่งที่ว่านั้นก็ชักจะเริ่มเปลี่ยนเป็นความเคียดแค้น  หมายมั่นที่จะหาหนทางตอบสนองความบาดเจ็บคืนกลับให้ฝ่ายตรงข้ามอย่างไม่มีว่างเว้น  ซึ่งเมื่อย้อนกลับไปดูภาพเหตุการณ์เมื่อคราวแรกรักแรกเจอแล้ว  มันช่างต่างกันราวขาวกับดำไม่มีผิด  แต่เธอก็หารู้ตัวไม่  ว่ากำลังล่วงล้ำเข้าสู่ดินแดนแห่งมายากรรมโดยถลำลึกเข้าไปทุกที
         “ช่างมันเถอะ”บทปลอบใจตัวเองที่พอกระทำได้  เกิดขึ้นพร้อมๆกับการยันร่างจากท่านอนเป็นท่านั่ง  สมองก็กระทำการเหวี่ยงเรื่องราวที่เกาะติดอยู่ให้หลุดออกไปไกลแสนไกล  มุ่งหวังที่จะให้ดินแดนแห่งปัจจุบันก่อเกิดเป็นพื้นที่ว่างกว้างพอที่จะให้ต้นกล้าใหม่ๆในมีโอกาสงอกงามขึ้นมา  แต่แล้วก็กระทำได้เพียงประเดี๋ยวเดียว  เพราะไม่ว่าเธอจะเหลียวตาไปทางไหน  ก็ดูเหมือนว่าคราบเก่าๆแห่งเรื่องราวของชายผู้ที่เธออยากลืม  จะยิ่งแจ่มชัดขึ้นเป็นเท่าตัว
         บนหัวเตียง  มีสิ่งละเล็กสิ่งละน้อยวางอยู่มากมาย  ส่วนใหญ่จะเป็นของจำพวกสื่อแทนใจจำพวกของที่ระลึก  ตุ๊กตา  รูปถ่าย  ฯลฯ  และในวันนี้ดูเหมือนว่าของที่ระลึกชิ้นหนึ่งจะกระชากอารมณ์ของเธอได้ยิ่งนัก  มันเป็นนาฬิกาทราย  ของขวัญที่อดีตคู่ใจเคยมอบให้เมื่อคราความรักยังเอิบอิ่ม  เป็นตัวแทนแห่งนัยยะที่บัดนี้ได้กลายเป็นคำลวง  ซึ่งเมื่อครานั้น  เขาเคยฝังนิยามไว้กับของที่ระลึกชิ้นนั้นว่า  ความรักจะถูกเติมเต็มพร้อมๆกับกาลเวลา  ดวงใจของเขาจะพร่องลงเรื่อยๆ  เพื่อจะลงไปเติมเต็มและหล่อรวมกับดวงใจของเธอให้กลายเป็นเนื้อเดียว  ประดุจดั่งนาฬิกาทรายที่ท้ายที่สุดแล้ว  จุดสิ้นสุดคือความเป็นหนึ่งเดียว  ยิ่งคิดเธอก็ยิ่งอยากจะสำลัก  เพื่อขยอกเอาความน้ำเน่าที่เขาได้มอบให้ออกมาให้หมดไส้หมดพุง  อย่าให้หลงเหลือไว้เป็นเชื้อแห่งความคำนึงอีกต่อไป  คำหวานในครานั้น  บัดนี้มันได้แปรเปลี่ยนเป็นของปรุงแต่งสังเคราะห์ที่แฝงไว้ด้วยสารเคมี  ซึ่งตัวเธอเองไม่อยากแม้แต่จะแตะต้องมันอีก
       ขยับสายตาไล่ไปอีกนิด  เป็นกรอบรูปถ่ายใบเล็ก  ที่มีรูปใบหน้าของเธออิ่มยิ้ม  แต่สิ่งหนึ่งที่ดูแปลกไป  ทำให้รูปนั้นดูไม่สมบูรณ์แบบอย่างที่ควรจะเป็น  คงอยู่ที่ตรงส่วนกึ่งกลางของขนาดรูปถ่ายโดยรวม  ที่ได้ถูกตัดออกเป็นรอยยิกยักเลี้ยวไล้ไปอย่างไม่มีที่ทางอันแน่นอน  ที่มาที่ไปของการกระทำนั้น  เกี่ยวเนื่องมาจากการประสงค์ที่จะหักห้ามใจ  โดยส่วนที่ถูกตัดออกไปนั้น  ก็คือส่วนที่เป็นร่างของชายคู่ใจ
        ในเมื่ออยากจะลืม  เหตุใดเล่าเธอถึงยังเก็บสิ่งของต่างๆไว้อยู่นั่นเพราะเธอกำลังยืนอยู่ระหว่างรอยต่อแห่งความรู้สึก  โดยเท้าหนึ่งยังย่างอยู่บนฝั่งแห่งความห่วงหา  ส่วนอีกเท้านั้นได้ทอดผ่านไปยังฝั่งแห่งการทำใจ  มันเป็นช่วงเวลาแห่งความสับสน  เปรียบเสมือนน้ำขุ่นที่ยังไม่ได้ผ่านการตกตะกอนลงสู่ก้นบึ้ง  อารมณ์สามารถลู่ไหวไปตามแรงลมได้อย่างไม่อาจยุดยั้ง  เป็นฤดูกาลที่เอาแน่เอานอนไม่ได้  เช่นเดียวกับความรู้สึกภายในที่เธอเป็นอยู่
        ดวงตาแดงก่ำขึ้นอีกครั้ง  เมื่อความอ่อนไหวกับความเข้มแข็งขัดคอกันคราวใด  ท่อน้ำตาของเธอก็ชักจะได้รับการใช้งานอยู่ทุกทีไป  ผู้หญิงก็เป็นเสียเช่นนี้  ทุ่มเท  อ่อนไหว  พร้อมที่จะให้อภัยทุกเมื่อกับเหตุการณ์ที่แม้จะเพิ่งเจ็บมา  แต่เมื่อมันแทบจะเป็นไปไม่ได้ดังใจคิด  อารมณ์เหล่านั้นก็ชักจะอัดอั้นยิ่งขึ้นทุกที  เปรียบเสมือนก้อนเมฆ  ที่สั่งสมขึ้นจากไอน้ำ  เกาะรวมกันเป็นกลุ่มก้อน  ยิ่งนานแรงดันภายในก็ยิ่งทวีมากตาม  สุดท้ายมันก็แปรสภาพเป็นความชุ่มฉ่ำ  ไหลผ่านร่องแก้มสู่หน้าผาชันตรงบริเวณปลายคาง  แล้วจึงหยดลงสู่หน้าขาเบื้องล่างที่ห่อหุ้มไว้ด้วยกางเกงนอน  ต่างบ้างก็ตรงที่ความชุ่มฉ่ำซึ่งเกิดขึ้นนี้  มันได้กำเนิดขึ้นจากความอ่อนแอ
         เธอเอามือป้ายเช็ดน้ำตา  รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเด็กขี้แงที่ถูกทอดทิ้งให้อยู่ตามลำพัง  นานเท่าไหร่แล้วที่เธอได้ปล่อยให้ตัวเองเป็นอยู่เช่นนี้  ตัวตนที่แท้จริงแต่ดั้งเดิมหายไปไหนหมด  ไม่น่าเชื่อว่าแค่ผู้ชายคนเดียว  จะสามารถเปลี่ยนชีวิตของเธอไปได้ถึงเพียงนี้
         เธอลุกขึ้นพับผ้าห่ม  จัดแต่งที่นอนให้เป็นระเบียบอย่างที่กระทำอยู่เป็นอาจิณ  หมายมั่นที่จะออกไปดูทีวีเพื่อจะคลายความหมกมุ่นในเรื่องราวต่างๆ

         ห้องนั่งเล่นขนาดสี่คูณสี่เมตร  ถูกตกแต่งด้วยเครื่องประดับที่แสดงให้เห็นถึงความอ่อนหวาน  แน่นอนว่านั่นเป็นฝีมือของเธอ  ซึ่งเธอก็คือผู้ที่ใช้บริการห้องนี้มากที่สุด  สภาพของห้องโดยรวมไม่มีอะไรมาก  มุมตรงข้ามกับทีวีคือโชฟาเบาะนุ่มนิ่ม  ส่วนด้านข้างใกล้มือ  เป็นตู้เล็กๆที่ใช้ใส่เก็บหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่น  ที่ค่อนข้างมีอิทธิพลต่อการใช้ชีวิตและอุปนิสัยของเธออยู่พอควร  ถัดขึ้นไปบนฝาผนัง  เรียงรายด้วยแผ่นโปสเตอร์รูปดารานักร้องวัยรุ่น  ที่ล้วนแล้วแต่เน้นหนักไปทางหน้าตามากกว่าฝีมือ
         ปุ่มเปิดทีวีถูกกด  ภาพและเสียงในสื่อตามมาราวน้ำที่ถูกปล่อยออกจากเขื่อน  วันนี้เป็นวันหยุด  รายการเกมส์โชว์ทั้งที่มีสาระและไม่มีสาระมีอยู่มากมายแล้วแต่จะเลือกชม  ยิ่งเป็นหนังที่เน้นหนักในการใช้ชีวิตอินเทรนของวัยรุ่นด้วยแล้วยิ่งมีมากมายก่ายกอง  โดยตัวละครทั้งหลายก็ล้วนแล้วแต่อยู่ในวัยรุ่นๆกันแทบทั้งนั้น  แม้ท่วงทีการแสดงจะดูขัดๆเขินๆตามประสานักแสดงหน้าใหม่  แต่เธอก็ยังฝืนดูมัน  เพราะรู้สึกว่านักแสดงฝ่ายชายหล่อโดนใจ
          ทันทีที่ก้นหย่อนลงบนโชฟาเบาะนวม  น้ำหนักตัวที่ทิ้งลงไปก็ทำให้พื้นที่ตรงส่วนนั้นฟูบลงไปในทันที  เธอหยิบหมอนพิงที่วางอยู่ใกล้ๆมาวางไว้บนหน้าตัก  รีโมตถูกวางไว้บนนั้น  เพื่อง่ายต่อการเปลี่ยนช่อง  สายตาเพ่งเล็งไปยังหน้าจอทีวีราวเด็กเห็นขนม  แต่ไม่ทันที่จะเคลิบเคลิ้มไปกับมัน  ความเคยชินบางอย่างก็ผุดเตือนขึ้นมาจนต้องกระทำการตอบสนอง
         เธอเบี่ยงหมอนและรีโมตออกวางไว้ข้างๆ  ลุกขึ้นเดินมุ่งหน้าสู่ห้องครัวตรงส่วนท้ายบ้าน  ประสงค์ที่เข้าไปชงกาแฟดื่มกินให้หายความซึมเซา  นี่คือเป็นผลพวงอีกอย่างที่เธอได้รับมาจากชายที่เธออยากลืม  และดูเหมือนสรรพคุณของมันจะคลับคล้ายกันอยู่บ้างก็ตรงที่  เมื่อได้ลิ้มรสแล้วมักจะลืมยาก  เพราะตั้งแต่ที่ชายคนนั้นได้สอนให้เธอหัดดื่มกาแฟแล้ว  ตลอดระยะเวลาที่ผ่านเธอก็ยังคงต้องดื่มมันมาโดยตลอด
        ห้องครัวแบ่งออกเป็นสองส่วนใหญ่ๆ  ส่วนแรกเป็นที่วางช้อนชาม  โต๊ะอาหาร  และส่วนผสมของเครื่องชงเครื่องดื่มต่างๆทั้งโอวันติน กาแฟ  ส่วนลึกเข้าไปอีกนิด  เป็นส่วนห้องปรุงและที่เก็บเครื่องครัวต่างๆ
        เธอหยุดลงตรงมุมเล็กๆอันเป็นที่วางของส่วนผสมชงชากาแฟ  จากนั้นหยิบแก้วกาแฟขึ้นมา  ตักกาแฟดำใส่ลงไปในก้นถ้วยหนึ่งช้อนชา  ตามด้วยครีมเทียมสองช้อนชา  สุดท้ายคือน้ำตาลทรายไร้คลอเรสตรอรอล(รักษาหุ่น)  แต่พอเอื้อมมือไปหยิบขวดโหลน้ำตาลทรายขึ้นมา   ไม่ทันเปิดฝาออกก็สังเกตว่ามีมดเข้าไปอยู่ในนั้นมากมาย  ทั้งที่อยู่บนผิวหน้าและฝังร่างเข้าไปด้านใน  ชวนให้คิดสงสัยว่ามันเข้าไปได้อย่างไรกัน  จนเมื่อขยับมือไปแตะฝาปิดดู  จึ่งได้รู้ว่าที่แท้ฝานั้นปิดไม่สนิท  เปิดช่องทางให้พวกมดได้เข้าไปดูดกินความหวานภายในได้อย่างง่ายได้  คิดแล้วก็ช่างไม่ต่างไปจากตัวเธอเอง  ที่เปิดช่องให้ชายผู้นั้นเข้าลิ้มรสหวานภายในเสียจนเต็มอิ่ม  เมื่อสมใจอยากแล้วชายผู้นั้นก็ได้จากไปอย่างที่มดพวกนี้จะกระทำ  สุดท้ายสิ่งที่ทิ้งเหลือไว้ในขวดโหลก็คงหนีไม่พ้น  ร่องรอยแห่งการกิน  ซึ่งทำให้คุณค่าโดยรวมของน้ำตาลลดน้อยตามไปด้วย
           และแล้วคำเตือนบางอย่างที่เธอได้รับจากแม่อยู่บ่อยๆก็แจ่มชัดขึ้น “อย่าลืมปิดฝาขวดน้ำตาลให้ดีละ  เดี๋ยวมดมันจะเข้าไปกิน”

 

                                                                       

 
 
 

คลีนิกเรื่องสั้น 28

น้ำตาลทราย

เกาทัณฑ์ สุวรรณลอยล่อง

 

            เรื่อง “น้ำตาลทราย” เป็นเรื่องในท่วงทำนองกระแสสำนึก (Stream of Consciousness) ที่แสดงถึงความคิดคำนึงของตัวละครมากกว่าการกระทำ และเดินเรื่องด้วยวิธีตัดภาพสลับไปมา(ตามความคิดของตัวละคร และลักษณะการคิดของคนทั่วไปที่ไม่หยุดนิ่ง)โดยไม่จำเป็นต้องเรียงตามลำดับเหตุการณ์  หรือยึดถือความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล เหตุการณ์ และกาลเวลา

            นักเขียนที่เป็นปฐมบทของการเขียนแนวกระแสสำนึกคือ วิลเลี่ยม โฟล์กเนอร์ (William Faulkner)  และเวอร์จิเนีย วูลฟ์ (Virginia Woolf)  ซึ่งโดยทั่วไปการเขียนในแนวนี้ ผู้เขียนมักจะแสดงความรู้สึกนึกคิดและบทบาทของตัวละครที่เป็นบุรุษที่หนึ่ง แต่ก็ไม่ใช่ข้อจำกัดที่ตายตัวเสมอไป

            “น้ำตาลทราย” เล่าถึงความรู้สึกภายในจิตใจของเด็กสาวคนหนึ่งซึ่งประสบปัญหาชีวิตรัก ครั้งแรก ผู้เขียนสามารถถ่ายทอดสภาพของคนที่ผิดหวัง ขมขื่น และปวดร้าว กับเรื่องราวของความรักแต่ขณะเดียวกันก็ยังไม่อาจจะลบเลือนเศษเสี้ยวความหวานชื่นในอดีต ที่กลายเป็นฝันร้ายในปัจจุบันได้ โดยเฉพาะเมื่อต้องอยู่กับสิ่งแวดล้อมและบรรยากาศเก่า ๆ ออกมาได้ในระดับที่ดี โดยปล่อยให้ความคิดคำนึงของตัวละครเลื่อนไหลไปตามสภาพรอบตัว ทั้งข้าวของ คำพูด และการกระทำต่าง ๆแต่ที่ดีกว่านั้นก็คือตอนจบของเรื่องซึ่งให้ข้อคิดที่น่าใคร่ครวญ

            เรื่องบางเรื่อง เราอาจรู้สึกว่าเราเป็นผู้ถูกทำร้าย และกล่าวโทษเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่าเป็นความผิดของคนอื่น ทั้ง ๆ ที่ตามความเป็นจริงแล้ว เราก็ย่อมจะมีส่วนผิด พลั้งเผลอ หรือยินยอมพร้อมใจอยู่ด้วย  เหมือนกับที่เปิดทางให้มดลงไปอยู่ในขวดน้ำตาลที่ปิดฝาไม่สนิท และทำลายคุณค่าของน้ำตาลในขวดนั้นลงไปด้วย

 

 

ประภัสสร เสวิกุล

ซันติอาโก ชิลี, 15 กรกฏาคม 2550

           

 

 




คลีนิกเรื่องสั้น

รายการชีวิต
โจรปริญญา(ตี)
มือศิลป์ article
Love is....
อกแกก็อกฉัน...อกฉันก็อกแก article
ร่วมกินโต๊ะ
ภาพของฉัน article
คืนข้ามปี article
เหรียญบาทกับโบสถ์กลางน้ำ article
ใส...ซื่อ...บริสุทธิ์ (ใจ) article
นิยายรัก ฉบับป้าหมู article
สายน้ำที่ขาดหาย article
อรุณรุ่ง article
บ้านนั้นเขามีงานศพ article
หีบเชี่ยนหมากของอ้ายแก้ว article
การผ่านพ้นแห่งยุคสมัย article
แม่น้ำเจ้าพระยา article
เธอสุขได้อย่างไรเมื่อผองชนทุกข์ยากลำเค็ญ article
เมื่อโลกนี้ไร้สีสัน... article
ลั่น article
เสมือนรังดักแด้ที่เฝ้าฟูมฟักผีเสื้อให้โบยบิน article
แหว่ง article
รุ้งกินน้ำของปานวาด article
กล่องความทรงจำเก่า...และเงารัก article
จอมโจรหนอนหนังสือ article
มาลัยวรรณกรรม article
ห้องแห่งมิติอนันต์ article
ครูจันทร์ผ่อง ของแม่ article
จุกน้ำปลา...พาโชค article
เวลาของพ่อ article
การค้นพบตัวเองที่ไม่ใช่ตัวเอง article
เพียงภาพในวัยเยาว์ article
การเดินทางของชายชรา article
พันธะพรหมลิขิต article
บทเรียนน้ำตา article
กลางเมืองหลวง article
ประตูที่ถูกเลือก article
ร้องเรือ: ลำนำที่ผันแปร article
ดาวน์ความสำเร็จ article
ไอ้หมา article
คุณย่ากับคุณป้าข้างบ้าน article
ข้างหลังภาพนั้น article
วัฏพินาศแห่งสยามประเทศ article
คลีนิกเรื่องสั้น 16 article
หรือฉันเองที่แตกต่าง article
เด็กชายวิสรุจณ์...ซุกซน article
ใบไม้เปลี่ยนสี article
มรดกพ่อ article
ก้าวแรกของนักล่าดวงจันทร์ article
เพื่อนตาย article
หุ่นยนต์สังกะสี article
คิดถึงพ่อ article
สาวหน้าใสกับหัวใจน้องเหมียว article
แดร๊กคิวล่ากระหายเลือด...ของคุณ article
ก็เพราะว่า...เรารักนาย article
อ้อมกอดทะเล article
เรือของพ่อ article
ไม่โกรธใช่ไหม article
ในความทรงจำ article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
www.psevikul.com นิตยสารสกุลไทย นิตยสารขวัญเรือน  amarinpocketbook นานมีบุ๊คส์ ร้านหนังสือซีเอ็ด ศูนหนังสือจุฬา ร้านนายอินทร์ ประพันธ์สาสน์ เวบคุณวิกรม กรมดิษฐ์  Masharee Blog วรรณวรรธน์คาเฟ่ เวบของคุณ คีตาญชลี เวบกระบี่ทูเด เวบกลอนธรรมะ