ReadyPlanet.com
dot dot
dot
ห้องรับแขก
dot
bulletเล่าสู่กันฟัง
bulletคลีนิกเรื่องสั้น
bulletห้องพักฟื้นเรื่องสั้น
bulletบางบท...บางตอน
bulletวันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์
bulletฟังรายการวิทยุย้อนหลัง
bulletคมคำ คำคม
bulletกระดานสนทนา
bulletสมุดเยี่ยม
bulletข่าวแวดวงวรรณกรรม
dot
ห้องสมุด
dot
bulletนักอ่านพูดถึงประภัสสร
bulletบทสัมภาษณ์ต่างๆ
bulletประภัสสร ใน สื่อ
dot
กล่องความทรงจำ
dot
bulletE-card
dot
Newsletter

dot


facebook.com/psevikul


เพียงภาพในวัยเยาว์ article
 

 

.....เพื่อนใหม่

            บนถนนดินลูกรังที่เฉอะแฉะเต็มไปด้วยโคลนสีแดงส้ม ในตำบลหมากแข้ง จังหวัดหนองคาย เวลาเดินต้องคอยกระโดดข้ามหลุมบ่อที่เรียงรายอยู่เต็มถนน เคยถามแม่ว่าทางการเขาจงใจขุดให้มันดูสะดุดตาหรือเปล่า แม่บอกว่า ถนนบ้านนอกก็เป็นอย่างนี้แหละ สร้างถนนแถมหลุมบ่อ มีถนนให้ใช้ก็ดีถมเถแล้ว ฉันก็เลยต้องจำใจใช้ถนนแถมหลุมบ่อสายนี้ไปโรงเรียนอย่างอดทน นึกในใจว่า ทำไมนะวันเปิดเรียนต้องมาเป็นหน้าฝนทุกที

เปิดเรียนปีนี้ ฉันขึ้นเรียนชั้นประถมสี่ มีเพื่อนสนิทในกลุ่ม ๓ คน คือ ชูใจ ไหมทอง และเอื้อมใจ พวกเราได้เรียนห้องเดียวกันอีก สำหรับปีนี้เรามีเพื่อนใหม่เพิ่มอีกหนึ่งคนเป็นเด็กหญิงขี้อาย เธอนั่งโต๊ะเดียวกับฉัน เธอเป็นเด็กผิวขาวคิ้วดก ตาโต เธอมีดวงตาที่สวยมากแต่เศร้าเหลือเกิน เธอค่อนข้างยิ้มยาก ไม่ช่างพูดเหมือนพวกเรา แต่เธอเรียนเก่งเหมือนฉัน เธอชื่อดวงตา

            วันหนึ่งฉันโกรธกับดวงตา เพราะถามอะไรก็ไม่พูดเอาแต่นั่งซึม ฉันหมั่นไส้เลยไม่พูดด้วยหลายวัน ฉันเอาชอล์คมาขีดแบ่งเส้นเขตแดนบนโต๊ะห้ามใครล้ำเส้นเด็ดขาด แต่ในที่สุดฉันก็อดไม่ได้ต้องเป็นฝ่ายพูดก่อนเพราะอกจะแตกตายถ้าไม่ได้คุยกับเธอ

            ภายหลังฉันจึงรู้ว่าเหตุที่ดวงตาซึมเศร้าไม่ค่อยพูดคุยกับใครนั้นเพราะ เธอเป็นกำพร้า พ่อกับแม่ตายเพราะอุบัติเหตุทั้งคู่ เธอต้องอยู่กับย่าที่แสนจะดุ พวกเราเลยแย่งกันเอาใจดวงตาเพราะสงสารเพื่อน อยากให้ลืมเรื่องเศร้า ๆ ของเธอไปบ้าง

พวกเราปรึกษากันหาวิธีให้เธอประทับใจ ด้วยการนัดหมายกันห้าคน แอบมุดรั้วโรงเรียนวิ่งไปบ้านไหมทองที่อยู่ไม่ไกลนัก ที่นี่มีสวนมะละกอ มีคลองไหลผ่าน เป็นบ้านที่พวกเรามักแอบมากินข้าวเที่ยงกันที่นี่บ่อย ๆ

            ไหมทอง มีฝีมือในการตำส้มตำได้อร่อยอย่าบอกใครเชียว พวกเรายกให้เธอเป็นแม่ครัวประจำกลุ่ม เธอทำกับข้าวเก่งเพราะชอบเข้าครัวช่วยแม่ทำครัว พวกเราห้าคนวิ่งหน้าตั้ง เมื่อไปถึงก็แบ่งหน้าที่กันทำอย่างรวดเร็ว ชูใจจัดแจงรวบผมหางม้าเอายางรัดให้เป็นมวยผมจะได้ไม่รุงรังปีนเก็บมะละกออย่างคล่องแคล่วเพราะเธอปีนต้นไม้เก่ง และรู้วิธีเลือกมะละกอที่กำลังดี ให้ออกเหลืองนิด ๆ จะอร่อยมากเวลานำมาตำส้มตำ เมื่อได้มะละกอลูกที่ถูกใจ ชูใจจัดแจงปอกเปลือกและสับอย่างเร็ว เดี๋ยวเดียวก็ได้มะละกอสับหนึ่งกะละมัง

            ขณะที่ชูใจเตรียมมะละกอ ไหมทองวิ่งเข้าไปเตรียมครกสาก และเครื่องปรุงในบ้านอย่างเคย เอื้อมใจทำกับข้าวไม่เป็นมักอาสาป็นลูกมือไหมทอง ช่วยถือจาน ชาม ช้อน และหาเสื่อไปปูใต้ต้นมะม่วงหลังบ้าน เพราะร่มรื่นและอยู่ติดคลองที่พูดถึง ส่วนฉันทำอะไรไม่เป็นพูดเก่งอย่างเดียว ก็เลยทำหน้าที่พาดวงตาเพื่อนใหม่ไปเดินดูรอบ ๆ บ้าน บ้านไหมทองร่มรื่นมาก มีสวนมะม่วง มะละกอ และแปลผักสวนครัวหลายชนิด ใต้ถุนบ้านมีกี่ทอผ้าอยู่ด้วย ไหมทองกำลังหัดทอผ้าจากแม่ เพราะบ้านไหมทองทอผ้าเก่งทุกคนตั้งแต่รุ่นปู่รุ่นย่า ฉันบอกดวงตาว่า อาหารมื้อนี้ต้องอร่อยถูกใจเธอแน่ ๆ

            ใช้เวลาไม่นาน อาหารมื้อเที่ยงของเราก็พร้อม มีข้าวเหนียว ส้มตำ ปลาสสิดทอด น้ำพริกตาแดงฝีมือไหมทอง พวกเรากินกันจนพุงกาง ดวงตายอมรับว่าอร่อยมาก แต่ความสนุกอยู่ที่การได้เล่นน้ำในลำคลองหลังอาหารเที่ยง เพื่อน ๆ ถอดชุดนักเรียนกระโดดกันโครม ๆ อย่างสนุกสนาน แต่ดวงตากับฉันว่ายน้ำไม่เป็น จึงขอนั่งห้อยเท้าแช่น้ำคลองดูเพื่อน ๆ เล่นน้ำแทน ไหมทองว่ายน้ำเก่งมากเพราะเป็นลูกน้ำคลอง ดำผุดดำว่าย มีชูใจคอยแกล้งกระตุกหางเปีย ส่วนเอื้อมใจพอว่ายน้ำได้บ้าง จึงค่อย ๆ เลาะ ๆ อยู่ริมคลอง ส่งเสียงเจี๋ยวจ๊าวชอบใจอยู่คนเดียว

            เพลิดเพลินกันได้ที่แล้วก็ขึ้นมาเอนหลังกันด้วยความเหนื่อยอ่อน หลับเพลินไปนิดสะดุ้งตื่นเพราะได้ยินเสียงระฆังเข้าเรียนดังแว่ว ๆ มา ทุกคนลุกพรึ่บขึ้นพร้อมกันอย่างไม่ได้นัดหมาย ใช้เวลา ๕ นาทีเพื่อเก็บข้าวของ แล้ววิ่งหน้าตั้งมุดรั้วโรงเรียนกลับเข้าไปอย่างรวดเร็ว กลับไปนั่งประจำโต๊ะได้ทันก่อนครูอารีย์แสนดุจะเข้าห้องเรียนแบบเส้นยาแดงผ่าแปด                                   

            วันนี้สนุกมาก ก่อนกลับบ้านสัญญากันว่า จะหาโอกาสมุดรั้วไปฉลองกันอีก ดวงตาหัวเราะได้ ฉันบอกดวงตาว่าที่ฉันว่ายน้ำไม่ได้เพราะแม่กลัวลูก ๆ จมน้ำ จึงไม่ยอมให้ลูกหัดว่ายน้ำ พวกเราพี่น้องก็เลยว่ายน้ำไม่เป็นสักคน ฉันบอกกับตัวเองไว้ว่าสักวันฉันจะต้องว่ายน้ำได้อย่างเพื่อน ๆ จะลอยตัวในน้ำอย่างมีความสุขให้สมอยาก จะได้ไม่ต้องมานั่งเอาเท้าแช่น้ำอย่างวันนี้ ฉันฝันอย่างนั้นจริง ๆ แต่ตอนนั้นฉันก็มีความสุขที่ได้นั่งแช่น้ำคุยเรื่องโน้นเรื่องนี้ให้ดวงตาฟัง

           

.....บทเรียนที่ต้องจดจำ

            เรื่องมีอยู่ว่า วันหนึ่งกลุ่มเพื่อนสนิทของฉัน มี ชูใจ เอื้อมใจ และดวงตา พากันไปเที่ยวบ้านไหมทอง เพราะบ้านเธอมีคลองอยู่ติดหลังบ้าน ที่ฉันเคยมุดรั้วโรงเรียนไปกินส้มตำมะละกอตอนเที่ยงกับเพื่อน ๆ บ่อย ๆ ฉันและดวงตาว่ายน้ำไม่เป็น ดวงตาไม่เดือดร้อน เพราะเธอไม่ชอบว่ายน้ำ แต่ฉันอยากว่ายน้ำเป็นเหมือนเพื่อนคนอื่น ไหมทองอาสาจะสอนให้ โดยมีมะพร้าวแก่ผูกเชือกสองลูกเตรียมทำเป็นทุ่นให้ฉันหัดว่ายน้ำ ไหมทองยืนยันว่าเธอว่ายน้ำเป็นเพราะยายสอนให้ว่ายน้ำด้วยวิธีนี้ เธอบอกให้เอาเชือกสอดไว้ไต้อกให้ลูกมะพร้าวโผล่พยุงตัวไว้สองข้างเวลาโผออกมาจากตลิ่งจะได้ไม่จม ฉันก็เชื่อเพื่อน

            ด้วยความมั่นใจเต็มร้อย ฉันทำตามที่ไหมทองแนะนำ แต่เมื่อโผออกไปแล้วตัวฉันกลับไม่พุ่งไปอย่างที่คิด แต่หัวทิ่มจมลงไปก้นคลอง ในวินาทีนั้นฉันรู้ว่าต้องจมน้ำตายแน่ ๆ ด้วยความมีสติฉันจึงไม่ร้องโวยวาย กลั้นหายใจปล่อยให้จมลงถึงก้นคลอง และค่อย ๆ คลานไปตามพื้นโคลนช้า ๆ ตามทิศทางที่ฉันจำได้ก่อนจะโผออกจากฝั่ง

            ฉันจำได้ว่าทางขวามือของฉัน ไม่ไกลนักมีเรือจอดลอยอยู่หนึ่งลำ และเรือจะจอดลอยลำอยู่กับที่ได้ต้องมีเสาปักไว้เพื่อผูกเรือ เพราะเรืออยู่ห่างจากท่าน้ำประมาณสองเมตร ด้วยการคำนวนในใจอย่างรวดเร็ว ฉันรีบคลานไปในทิศทางที่คาดไว้ และสักครู่ฉันก็คลำพบเสาที่ต้องการพอดี ฉันเกาะเสาผูกเรือแล้วไต่ขึ้นไปอย่างเร็วเพราะอากาศในปอดกำลังจะหมดเต็มที ถ้าช้ากว่านี้ฉันคงทนไม่ไหวแน่ ๆ ในที่สุดฉันก็โผล่ขึ้นมาเหนือน้ำได้สำเร็จหัวโขกไต้ท้องเรือดังโป๊ก  แต่ตอนนั้นยังไม่รู้สึกเจ็บเพราะดีใจที่รอดตาย เพราะสัญญากับตัวเองว่าจะต้องหัดว่ายน้ำให้ได้ ฉันจึงแอบหนีแม่มาเล่นน้ำที่คลองบ้านเพื่อนจนเกือบจมน้ำตาย แต่ดีที่ฉันมีสติแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างดีนั่นเอง ฉันเห็นเพื่อนแต่ละคนหน้าซีดเผือด โดยเฉพาะไหมทองเจ้าความคิดทุ่นมะพร้าว

เรื่องนี้พวกเราทุกคนต้องเก็บเป็นความลับมาตลอด เพิ่งจะมาเปิดเผยในวันนี้ และนับจากวันนั้นฉันไม่กล้าไปหัดว่ายน้ำโดยลำพังอีกเลย อย่างไรก็ดีเมื่อโตขึ้น ด้วยความพยายามถึง ๓-๔ ปีกับครูฝึก ฉันจึงว่ายน้ำได้สำเร็จ แม้จะว่ายไม่เก่งเท่าคนอื่นแต่ฉันก็สามารถพาตัวเองล่องลอยปล่อยอารมณ์ในสายน้ำได้สมใจ

 

.......บทสรุปของวัยเยาว์

เมื่อโรงเรียนเปิดเทอมใหม่ ฉันขึ้นเรียนชั้น ป.๕ เพราะสมัยนั้นระบบการศึกษาเพิ่มจากประถมสี่เป็นประถมห้า ไปจนถึงประถมเจ็ด ฉันได้รับข่าวจากไหมทองว่า ชูใจไม่ได้เรียนต่อ เพราะ พ่อแม่จะให้เธอแต่งงาน โดยจับคู่ให้เธอไว้แล้ว ชูใจเป็นเพื่อนที่อายุมากที่สุดในห้อง เมื่อชูใจจบประถมสี่นั้น เธอจึงมีอายุย่าง ๑๔ ปี ฉันแวะไปหาชูใจถามไถ่ถึงเรื่องแต่งงาน ชูใจบอกว่าเป็นเรื่องจริง เธอคงไม่ได้เรียนต่อ เพราะแม่บอกว่าเรียนไปก็เท่านั้น ปีหน้าแม่จะให้เธอแต่งงานมีครอบครัว จึงได้แต่ปลอบใจเพื่อนว่าแม่อาจจะคิดถูกก็ได้ทำใจให้สบายเป็นดีที่สุด แม่ทุกคนหวังดีต่อลูกทั้งนั้น

            งานแต่งงานชูใจ ฉันไม่ได้ไปเพราะฉันต้องไปเยี่ยมยายที่โคราช เราเลยพลาดโอกาสแสดงความยินดีกับเธอ แต่ภายหลังฉันได้ไปเยี่ยมเธอที่บ้าน ดูเธอไม่ค่อยมีความสุขนัก ครอบครัวเธอทำนา ชูใจเหนื่อยกับชีวิตของเธอและดูแก่ไปเยอะ เพราะแต่งงานตั้งแต่อายุ ๑๕ เธอมีลูกชายสามคน ฉันก็ได้แต่ให้กำลังใจเธอให้สู้ต่อไป

สำหรับดวงตาเพื่อนขี้อายของฉันนั้น เพราะเธอเป็นคนเรียนเก่ง แม้ย่าของเธอจะเป็นคนดุ แต่ก็รับผิดชอบหลาน ดวงตาจึงได้เรียนจนจบปริญญาตรี ปัจจุบันเธอมีความสุขดีกับครอบครัวที่น่ารัก พร้อมด้วยลูกสาวสองคน ภายหลังฉันได้มีโอกาสไปเยี่ยมเธอ ลูกสาวของเธอน่ารักมาก ตาสวยเหมือนแม่ทั้งสองคน

            ไหมทองยังคงอยู่ที่บ้านสวนของเธอ กับสามีชาวไร่ และลูกชายสามคน วันที่ฉันไปเยี่ยมเธอที่บ้าน เราสองคนกลับไปที่บ้านเก่าที่พวกเราเคยมุดรั้วโรงเรียนมากินส้มตำกัน ตอนนี้น้ำในคลองไม่สะอาดเหมือนตอนที่พวกเราเป็นเด็ก แต่สวนมะละกอยังคงเหมือนเดิม พวกเรานั่งคุยกันที่บันไดท่าน้ำ นึกถึงตอนที่ฉันจมน้ำแล้วก็หัวเราะท้องคัดท้องแข็ง ฉันบอกไหมทองว่าเพราะสติแท้ ๆ ฉันจึงรอดตาย แต่ไหมทองบอกว่า ตอนนั้นทุกคนใจหายหมด คิดว่าฉันตายแน่แล้วเพาะฉันจมไปนานไม่โผล่ขึ้นมาสักที ดวงตาถึงกับร้องไห้โฮทีเดียว

ส่วนเอื้อมใจนั้นโชคดีกว่าเพื่อนทุกคน เธอได้ทุนไปเรียนต่อที่ต่างประเทศและไปพบรักกับหนุ่มชาวอังกฤษและแต่งงานกัน เธอกลับมาทำงานในประเทศไทยพักหนึ่ง ก็กลับไปตั้งรกรากอยู่ที่อังกฤษกับสามีและลูกสาวคนเดียวของเธอ นาน ๆ ครั้งเธอจะส่งข่าวมาถึงพวกเราสักทีให้รู้ว่าเธอสบายดี

สำหรับฉัน ชีวิตก็คงเหมือนคนปกติทั่วไป ฉันแต่งงานมีครอบครัว มีลูกชายเพียงคนเดียว แม้แม่จะส่งฉันเรียนได้เพียงแค่ระดับ ปวช. แต่ฉันก็พยายามเรียนจนจบปริญญาตรีเมื่ออายุสี่สิบกว่า นับว่ายังไม่สายเกินไป สำหรับคนที่รักเรียนอย่างฉัน

ดวงอาทิตย์หายไปจากท้องฟ้านานแล้ว ทิ้งความขมุกขมัวให้ท้องฟ้า นกกาบินกลับรังเป็นฝูง ฉันนั่งอยู่หน้าเครื่องคอมพิวเตอร์บรรจงพิมพ์บรรทัดสุดท้ายของการเล่าเรื่อง เพียงภาพในวัยเยาว์ อย่างตั้งใจ ฉันอยากให้ทุกตัวอักษรมีชีวิตเพื่อให้ผู้อ่านได้มองเห็นภาพตามที่ฉันพูดถึง มันเป็นความสุขที่ฉันไม่อยากลืมแม้ว่าวันเวลาจะผ่านไปนานเท่าใดก็ตาม ฉันเก็บความรู้สึกและภาพเหล่านั้นไว้อย่างดีในหัวใจ รอเวลาว่าวันหนึ่งจะถูกนำมาเรียงร้อยเป็นเรื่องราวบนหน้ากระดาษด้วยความรักและผูกพันถึงชีวิตในวัยเยาว์......เฮ้อ..จบเสียที ฉันยิ้มอย่างมีความสุข

 

                                      จบบริบูรณ์

 

                                                                        

 
 
 

คลีนิกเรื่องสั้น 29

เพียงภาพในวัยเยาว์

อภิญญา

 

            ก่อนอื่นต้องขอชมคุณอภิญญาในความเป็นคนที่มีความตั้งใจสูง มีมานะ และไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค และอย่างที่ผมเคยบอกว่าคุณอภิญญามีความสามารถในการเล่าเรื่อง แต่ศิลปการเขียนเรื่องสั้นเป็นศิลปที่แตกต่างจากการเล่าเรื่อง เพราะอย่างน้อย ๆ ก็จะต้องมีโครงเรื่อง มีเนื้อเรื่อง ประเด็นของเรื่อง และกลวิธีการนำเสนอ

สำหรับเรื่อง “เพียงภาพในวัยเยาว์” – ก่อนอื่น คุณอภิญญาจะต้องคิดให้ออกมาเป็นเรื่องสั้น ไม่ใช่เพียงแค่การการเล่าเรื่องเฉย ๆ เมื่อเป็นเรื่องสั้น ก็จะต้องวางโครงเรื่อง ใส่เนื้อหา และสิ่งที่เป็นประเด็นหรือปัญหาของเรื่อง

โครงเรื่องของ “เพียงภาพฝันในวัยเยาว์” คือความสัมพันธ์ในหมู่เพื่อนวัยเด็ก

เนื้อหา พูดถึงภูมิหลังของเด็ก ๆ แต่ละคน

ประเด็นของเรื่อง อยู่ที่ความเป็นไปเมื่อทุกคนเติบโตขึ้น และมีชีวิตของตนเอง

และเมื่อเป็นเรื่องสั้นแล้ว คุณอภิญญาไม่จำเป็นต้องเคร่งครัดกับข้อเท็จจริงหรือรายละเอียดปลีกย่อยจนเกินไป โดยคุณสามารถที่จะแต่งเติมหรือเพิ่มสีสันเพื่อให้เรื่องมีความน่าสนใจและเป็นเอกภาพขึ้น

คุณอภิญญาอาจเริ่มเรื่องสั้นเรื่องนี้ ในการพบปะของกลุ่มพื่อนเก่า อาจ(สมมุติ)เป็นช่วงที่เอื้อมใจเดินทางจากอังกฤษมาเมืองไทย หรือชวนกันไปเยี่ยมบ้านไหมทอง และเรื่องราวในอดีตอาจเสนอโดยผ่านถ้อยคำหรือการบอกเล่าของตัวละครต่าง ๆ (แทนที่คนเขียนจะเป็นผู้เล่าเพียงคนเดียว) ตัวอย่างเช่น

-         พวกเราไปเยี่ยมไหมทองที่บ้านเก่าซึ่งเคยมุดรั้วโรงเรียนไปกินส้มตำกัน

“ตอนนี้น้ำในคลองไม่สะอาดเหมือนตอนที่พวกเราเป็นเด็กแล้ว” ไหมทองมองตามสายตาเพื่อน ๆ

“แต่มะละกอก็ยังดกเหมือนเดิม” สีหน้าที่หมองเศร้าของชูใจแจ่มใสขึ้นเมื่อคืนสู่บรรยากาศเก่า ๆ

“ฉันยังจำรสชาติของส้มตำฝีมือเธอได้เลย” เอื้อมใจพูดยิ้ม ๆ

“แต่ฉันไม่เคยลืมที่เราเล่นน้ำในคลองหลังกินข้าวเหนียวส้มตำ” ฉันเบนสายตาจากลำคลอง “และที่สำคัญไม่เคยลืมวันที่ฉันเกือบจะจมน้ำตาย” -

            คุณอภิญญาจะเห็นว่าบทสนทนาของตัวละคร 3-4 ตัว นี้ ทำให้เรื่องสั้นเรื่องนี้มีมิติขึ้น ไม่ใช่การพูดเพียงคนเดียว และทุกสิ่งที่ผมนำมาดัดแปลงคือข้อมูลที่คุณอภิญญาได้เล่าไว้ในตอนต้นเรื่องทั้งสิ้น

มาถึงประเด็นของเรื่อง จริง ๆ แล้ว ชีวิตของตัวละครแต่ละตัวล้วนน่าสนใจ แต่คุณอภิญญาอาจจะสร้างเรื่องขึ้นมาเสริม เช่น เอื้อมใจแอบสารภาพว่า จริง ๆ แล้วเธออยากจะมีชีวิตชนบทแบบไหมทอง มากกว่าการใช้ชีวิตในต่างประเทศ ที่เพื่อน ๆ เห็นว่าโชคดีและสุขสบาย

            สำหรับหัวข้อนำเรื่องนั้น ควรตัดทิ้งไปเลยไม่ต้องใส่เข้ามาครับ เพราะทำให้มีลักษณะเป็นรายงานหรือความเรียงมากกว่าเรื่องสั้น

            หวังว่าคุณอภิญญาคงจะปรับเรื่องสั้นเรื่องนี้ใหม่ตามที่ผมได้แนะนำไป และผมจะคอยอ่านเรื่องสั้นของคุณอภิญญา ทั้งในคลีนิกเรื่องสั้น และห้องพักฟื้นเรื่องสั้นครับ

 

ประภัสสร เสวิกุล

ซันติอาโก ชิลี, 15 กรกฏาคม 2550

           

 

 




คลีนิกเรื่องสั้น

รายการชีวิต
โจรปริญญา(ตี)
มือศิลป์ article
Love is....
อกแกก็อกฉัน...อกฉันก็อกแก article
ร่วมกินโต๊ะ
ภาพของฉัน article
คืนข้ามปี article
เหรียญบาทกับโบสถ์กลางน้ำ article
ใส...ซื่อ...บริสุทธิ์ (ใจ) article
นิยายรัก ฉบับป้าหมู article
สายน้ำที่ขาดหาย article
อรุณรุ่ง article
บ้านนั้นเขามีงานศพ article
หีบเชี่ยนหมากของอ้ายแก้ว article
การผ่านพ้นแห่งยุคสมัย article
แม่น้ำเจ้าพระยา article
เธอสุขได้อย่างไรเมื่อผองชนทุกข์ยากลำเค็ญ article
เมื่อโลกนี้ไร้สีสัน... article
ลั่น article
เสมือนรังดักแด้ที่เฝ้าฟูมฟักผีเสื้อให้โบยบิน article
แหว่ง article
รุ้งกินน้ำของปานวาด article
กล่องความทรงจำเก่า...และเงารัก article
จอมโจรหนอนหนังสือ article
มาลัยวรรณกรรม article
ห้องแห่งมิติอนันต์ article
ครูจันทร์ผ่อง ของแม่ article
จุกน้ำปลา...พาโชค article
เวลาของพ่อ article
การค้นพบตัวเองที่ไม่ใช่ตัวเอง article
น้ำตาลทราย article
การเดินทางของชายชรา article
พันธะพรหมลิขิต article
บทเรียนน้ำตา article
กลางเมืองหลวง article
ประตูที่ถูกเลือก article
ร้องเรือ: ลำนำที่ผันแปร article
ดาวน์ความสำเร็จ article
ไอ้หมา article
คุณย่ากับคุณป้าข้างบ้าน article
ข้างหลังภาพนั้น article
วัฏพินาศแห่งสยามประเทศ article
คลีนิกเรื่องสั้น 16 article
หรือฉันเองที่แตกต่าง article
เด็กชายวิสรุจณ์...ซุกซน article
ใบไม้เปลี่ยนสี article
มรดกพ่อ article
ก้าวแรกของนักล่าดวงจันทร์ article
เพื่อนตาย article
หุ่นยนต์สังกะสี article
คิดถึงพ่อ article
สาวหน้าใสกับหัวใจน้องเหมียว article
แดร๊กคิวล่ากระหายเลือด...ของคุณ article
ก็เพราะว่า...เรารักนาย article
อ้อมกอดทะเล article
เรือของพ่อ article
ไม่โกรธใช่ไหม article
ในความทรงจำ article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
www.psevikul.com นิตยสารสกุลไทย นิตยสารขวัญเรือน  amarinpocketbook นานมีบุ๊คส์ ร้านหนังสือซีเอ็ด ศูนหนังสือจุฬา ร้านนายอินทร์ ประพันธ์สาสน์ เวบคุณวิกรม กรมดิษฐ์  Masharee Blog วรรณวรรธน์คาเฟ่ เวบของคุณ คีตาญชลี เวบกระบี่ทูเด เวบกลอนธรรมะ