ReadyPlanet.com
dot dot
dot
ห้องรับแขก
dot
bulletเล่าสู่กันฟัง
bulletคลีนิกเรื่องสั้น
bulletห้องพักฟื้นเรื่องสั้น
bulletบางบท...บางตอน
bulletวันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์
bulletฟังรายการวิทยุย้อนหลัง
bulletคมคำ คำคม
bulletกระดานสนทนา
bulletสมุดเยี่ยม
bulletข่าวแวดวงวรรณกรรม
dot
ห้องสมุด
dot
bulletนักอ่านพูดถึงประภัสสร
bulletบทสัมภาษณ์ต่างๆ
bulletประภัสสร ใน สื่อ
dot
กล่องความทรงจำ
dot
bulletE-card
dot
Newsletter

dot


facebook.com/psevikul


การค้นพบตัวเองที่ไม่ใช่ตัวเอง article
 

 

ค่ำคืนอันว้าเหว่พาผมมายังอัครสถานทางความบันเทิงแห่งนี้  ซึ่งมีคนแนะนำมา ให้ลองไปฟังเสียงร้องของเขาคนนั้น ณ.ผับแห่งนี้ ที่มีขนาดใหญ่ตั้งอยู่ชานเมือง  มีโต๊ะกลมสีดำ เรียงรายกระจายอยู่นับร้อยโต๊ะ หลังคาสูงเหมือนกับเป็นโกดังขนาดใหญ่ที่บรรจุผู้คนที่ดีดดิ้นราวทุรนทุราย โยกย้ายส่ายสะบัด ปัดแข้งขา ส่ายหน้า โยกหัว  กันเมามันส์ตามจังหวะเพลงที่โหมกระหน่ำและอำนาจแห่งของเมาต่างๆ  ลำโพงขนาดใหญ่  สองข้างของเวทีทำหน้าที่ของมันอย่างซื่อสัตย์ นักดนตรีกำลังดีด สี ตี   เป่า เคล้าอารมณ์คนฟัง เขย่าหัวใจโทรมๆให้เต้นไปตามท่วงทำนอง เสียงของหญิงนักร้องนำโดดเด่นท่ามกลางแนวทางดนตรีตะวันตกยุคล่าสุด 

 จิบเบียร์นอกรอเวลาวงดนตรีที่ผมมารอดูจะขึ้นโชว์ คงอีกไม่ถึง 2 ชั่วโมง   พวกเขาเล่นเป็นวงสุดท้ายของค่ำคืน เวลานี้ผมจึงนั่งดูนักร้องหญิงที่กำลังร่ำร้องเพลง  Toxic  ของ  Britney  Spears พลังเสียงของเธอใช้ได้ทีเดียว รูปร่างหน้าตาก็ผ่าน   ผมชอบกางเกงขาสั้นสีดำรัดติ้วของเธอจังมันรัดรูปจนเห็นโหนกนูนชัดเจน พานทำให้ผมลืมฟังเสียงร้องและหน้าตางดงามของเธอไปในบางเวลา    เพราะมัวแต่พยายามค้นหาความลึกลับเบื้องหลังกางเกงรัดรูปตัวนั้น มารู้ตัวอีกทีเธอก็หันหลังโชว์บั้นท้ายอันงอนงามเดินเข้าหลังเวทีไปแล้ว    

ฉากหลังของเวทีมีการออกแบบที่ทำให้ดูยิ่งใหญ่อลังการ ด้วยมังกรสามหัวพ่นไฟคอยาวใหญ่ทำด้วยโครงเหล็กชุมโคเมี่ยมสะท้อนแสงสีหลากหลายจากด้านบน  มันโผล่ออกมาจากกำแพงที่กำลังแตกเป็นเสี่ยงๆ บางเพลงที่มันส์ๆดุดันในอารมณ์ ช่างเทคนิคก็จะปล่อยให้มังกรพ่นไฟออกมาทางปากที่อ้าเงิบงาบเป็นจังหวะ มันสร้างความรู้สึกระทึกใจให้กับผู้คนที่นั่งดื่มกิน   ยิ่งดิ้นกันอย่างสุดเหวี่ยง   อาจเพราะทุกคนต้องการการปลดปล่อย หลังจากต้องเหน็ดเหนื่อยจากการงานแห่งการแก่งแย่งแข่งขัน   นี่เป็นรางวัลแห่งชีวิตชนิดหนึ่งที่หลายคนเลือกที่จะมอบให้ตัวเองในบางคราถ้ามีโอกาส

                        ตลาดเพลงเติบโตขึ้นทุกวัน   ทางออกสำหรับการผ่อนคลายราคาถูกก็คือเพลง

ที่หาฟังได้ทั่วไป   ทั้งเทป  ซีดี  ทีวี  วิทยุ   ทั้งของจริง  ทั้งของก๊อบ    คุณมีเงินไม่ถึงร้อยบาท   มันก็อาจทำให้คุณกระชุ่มกระชวย   กระโดดโลดเต้นอยู่คนเดียวในห้อง   หรืออาจน้ำตาตกหยดแหมะๆ เพราะมันดันตรงกับชีวิตที่กำลังอกหักของคุณ  อิทธิพลของเพลงมันมีมากกว่าที่คิด และอาจมากกว่าอำนาจวรรณกรรมที่พวกนักเขียนบางคนชอบพูดถึง คุณก็ดูยอดพิมพ์เอาเอง  เทปหนึ่งชุดปั๊มออกมานับล้านม้วน   ล้านแผ่น   ขายได้อย่างต่ำก็เป็นหมื่น หากมีการโปรโมทที่ดี อาจได้เป็นล้าน แต่หนังสือเหรอครับ พิมพ์ออกมาสัก 5,000 เล่ม  ก็มากเกินไปแล้ว  ขายได้สัก   2,000   เล่ม  ก็ดีใจแทบ

กระอักเลือดแล้วสำหรับนักเขียนหน้าใหม่  นักร้องแต่งเพลงหนึ่งเพลง  สามารถหากินได้ยาวนานเพราะมีกฎหมายลิขสิทธิ์มาช่วยคุ้มครองแล้ว แต่นักประพันธ์ไส้แห้งเขียนเรื่องสั้นได้เรื่องหนึ่งก็มีค่าเป็นเงินไม่กี่พันบาท ขณะที่เพลงๆ หนึ่งซื้อขายกันเป็นหมื่น   หากผมได้รับการติดต่อขอซื้อลิขสิทธิ์เพลง  ไปใช้ประกอบภาพยนตร์โฆษณา  ก็ทำเงินให้ผมได้อีกหากแก่ตัวไปผมก็ยังเล่นเพลงของผมเปิดคอนเสิร์ตสักปีละครั้ง  เก็บเงินได้นับล้าน  นักเขียนจะไปอ่านเรื่องสั้นออกคอนเสิร์ตงั้นเหรอ การอ่านบทกวีก็เป็นเพียงแค่ส่วนเล็กๆของคอนเสิร์ตใหญ่ หากโชคดีขายลิขสิทธิ์ได้เอาไปทำละครหลังข่าวก็อาจถูกเปลี่ยนบทเสียจนไม่เหลือความงดงามที่ผู้ประพันธ์ได้บรรจงจินตนาการไว้ข้อมูลของนักเขียนผมได้มาจากเพื่อนสนิทผมเอง  ชื่อ พานทองแดง   มันกำลังพยายามจะเป็นนักเขียนที่โด่งดังที่สุดในโลกอยู่ แต่ตอนนี้เห็นมันยังเป็นแค่ไอ้คนเขียนป้ายกระจอกๆ อยู่เลยหนังสือก็ยังไม่ออกมาให้เห็นสักเล่ม  เห็นมันบอกว่ามันกำลังค้นหาตัวเองอยู่  มันอยากให้ผู้อ่าน  สามารถรู้ได้ทันทีที่ได้อ่านว่าเป็นผลงานของมัน  เมื่อได้เห็นจังหวะสำเนียงการเขียน  อันเป็นอัตลักษณ์เฉพาะตัว   มันบอกว่าสิ่งที่สำคัญมากสำหรับการทำงานศิลปะ นั้นคือความเป็นตัวของตัวเอง  มันบอกว่ามันยังไม่เจองานคนไทยที่มีสไตย์เป็นไทยจริงๆ ส่วนใหญ่ก็มักตามตูดฝรั่ง จีน   อินเดีย  ญี่ปุ่น   อาหรับ  ลาติน  เมื่อผมถามมันว่างานไทยๆควรไปในแนวทางไหน   มันก็เงียบไปพักใหญ่ก่อนจะพ่นออกมาอย่างมั่นใจว่า   “ความเผ็ดร้อนถึงพริกถึงขิงไงวะ”  แล้วเมื่อถามมันว่า  ทำได้รึยัง   “ยัง”  มันตอบสั้นๆแล้วจุดบุหรี่สูบ

         ผมสั่งเหล้านอกมาเพิ่มรอเวลา ตอนนี้ดีเจเปิดเพลงเบาๆ สบายๆ เพื่อผ่อนคลายอารมณ์ที่ดุเดือดพลุ่งพล่านเมื่อสักครู่  อีกไม่นานผมก็จะได้พบกับนักร้องชายฉายา  ต๋องพันหน้า เนื่องจากเขาสามารถเลียนเสียงนักร้องทุกคนในโลกนี้ได้อย่างแนบเนียน  ไม่ว่าจะเสียงผู้ชาย    เสียงผู้หญิง   เสียงเด็ก   เสียงคนแก่   ไอ้ปอนด์ เพื่อนผมบอกมาอย่างนั้น  จริงๆ วันนี้มันก็อยากมาด้วยแต่มันต้องไปเล่นเป็นแบ็คอัพให้กับนักร้องดังสาวสวยในค่าย ซึ่งมันแอบบอกผมในฐานะเพื่อนสนิท   ว่ามันได้ฟันเธอแล้ว    ผมไม่คิดว่ามันจะโม้ เพราะไอ้ปอนด์มันฟันนักร้องในค่ายมาหลายคนแล้ว   จนบางครั้งเกิดเป็นข่าว กระทั่งเจ้านายต้องเรียกไปอบรม แต่เจ้านายก็ไม่กล้าต่อว่ามันมาก เพราะถือได้ว่ามันเป็นนักแต่งเพลงมือทองคนหนึ่งของเมืองไทยแถมมันยังรู้ว่าจ้านายเองก็แอบเลี้ยงดูนักร้องหญิงวัยกระเตาะคนหนึ่งในค่ายไว้เหมือนกันคงเหมือนไก่เห็นตีนงูงูเห็นนมไก่   ยังไงอย่างนั้นเลย

         โดยธรรมดาแล้วผมไม่ชอบมานั่งในร้านใหญ่ๆแบบนี้ผมชอบแบบเล็กๆ แต่เป็น

กันเองมากกว่าแม้ผมจะเป็นโปรดิวเซอร์เพลงป๊อบ  แต่ผมกลับชอบแนวบลูส์ กับแจ๊ซ     ร้านประจำที่ผมชอบไปสิงสถิตหลบมุมอยู่แถวอนุสาวรีย์ชัยฯ มันเป็นร้านที่ตกแต่งด้วยรูปภาพหลากหลายแบบ บนฝาผนังที่แผ่นปูนบางส่วนหลุดร่อนเผยก้อนอิฐให้เห็น  บ้างเป็นภาพเขียนเอ็กซ์เพรสชั่นนิส  บ้างก็เป็นภาพนู้ด   บ้างก็เป็นภาพถ่ายนักดนตรีผิวดำที่กำลังดื่มด่ำกับรสชาติแห่งดนตรีกาล แขกที่มานั่งเสพดนตรีก็มักนั่งฟังอย่างสงบเสงี่ยม มีโยกหัวกระดิกเท้าบ้าง แต่ไม่ถึงกับลุกขึ้นกระโดดโลดเต้นอย่างที่ทางแห่งนี้  ซึ่งผมกำลังนั่งสถิตอยู่ท่ามกลางวงล้อมของเหล่าภูติพรายนับร้อยๆ ตน  มันต่างกันโดยสิ้นเชิง  แม้จะเป็นสถานบันเทิงยามราตรีเหมือนกัน

                       นักดนตรีออกมาแล้ว  มือกลองเดินหิ้วสแนร์ประจำตัวพร้อมกับฉาบที่บรรจุไว้ในกล่องสีดำมะเมื่อม ไม่นานมือกีตาร์ผมสีน้ำตาลแดงยาวสลวยรูปร่างสูงโปร่งก็ออกมาตั้งสายกีต้าร์ใกล้ๆสำโพงขนาดยักษ์ และทุกคนก็เริ่มทยอยกันออกมาจนครบวง   ยกเว้นนักร้องนำที่ผมรอคอย    เวทีที่นีดูกว้างใหญ่มาก   เครื่องดนตรีมีครบทุกชนิด   ไม่ยกเว้นเครื่องดนตรีคลาสสิคอื่นๆ และเพอคัทชั่นชุดใหญ่  มีนักร้องประสานเสียงชายหญิงอีก  4  คน   ยืนเรียงแถวใกล้ๆมือคีย์บอร์ด   

พวกเขาเริ่มบรรเลงเพลงโหมโรงเปิดวงในท่วงทำนองของพวกเขาเอง  เจตจำนงคงเพื่ออุ่นเครื่อง    และโชว์ฝีไม้ลายมือของสมาชิกแต่ละคนในวง    เพราะเพลงนี้ได้ออกแบบมาให้แต่ละคนมีท่อนที่ตัวเองสามารถใช้โอกาสโซโล่ใส่ลูกเล่นอย่างอิสระ    โดดเด่นขึ้นกว่าเครื่องดนตรีชิ้นอื่นที่เล่นคลอเป็นแบ็คกราวให้เพื่อน   เพื่อเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นจะสามารถเป็นพระเอกได้เช่นกัน    ไม่ใช่แค่นักร้องนำจะเป็นพระเอกได้เท่านั้น   จบเพลงเรียกเสียงปรบมือเกรียวกราวผสมเสียงผิวปากหวีดหวิวผิวปากที่คุ้นชิน  บอกว่าหลายคนรับรู้ถึงความมันส์ของจังหวะและเมโลดี้ที่ถูกจัดเรียงอย่างเหมาะเจาะ จนไพเราะเสนาะหูผู้ฟังส่วนใหญ่ที่ใส่ใจกับดนตรี

เพลงที่สองเพียงแค่ขึ้นอินโทรก็เรียกเสียงปรบมือผิวปากได้อีกรอบ   นั้นคือเพลง  Sexy   Naughty   Bitchy  ของ  ทาทา  ยัง   ที่กำลังได้รับความนิยมอยู่ในขณะนี้     นักร้องยังไม่ปรากฏตัว  แต่มีเสียงขับขานถูกนำทางมาแล้ว  มันเป็นเสียงทาทา ยัง ชัดๆ  แต่เมื่อร่างเจ้าของเสียงเผยโฉมออกมา  ก็ทำให้ผมต้องอึ้ง  ทึ่ง  ตะลึง ในสิ่งที่เห็นและสิ่งที่ได้ยิน   เพราะมันช่างขัดแย้งกันเหลือเกิน    ถึงแม้ว่าเสียงขับร้องจะเป็นผู้หญิง  เสื้อผ้าจะเป็นชุดสีแสงแรงฤทธิ์  ที่ย้วยเปิดไหล่  กระโปรงสั้นเต่อ  แถมยังผ่ามาเกือบถึงเอว   แต่ใบหน้าและรูปร่างที่อยู่ภายในน่ะสิ   จะไม่ให้แปลกใจได้ไง  ก็เขาเป็นชายร่างสูงใหญ่  มีมัดกล้ามเห็นชัดเจน  หนวดเคราเข้มแทงออกมาจนรกครึ้ม  แต่ดันมีลิปสติกสีแดงแจ๊ดเคลือบริมฝีปาก  และเครื่องสำอางต่างมีสีสันแสบทรวงที่แต่งแต้มบนใบหน้า  จนทำให้น่าขำไปพร้อมๆ กับรู้สึกชื่นชมในความสามารถของเขาเหมือนได้กินเหล้าเถื่อนไทยๆผสมไวน์ราคาแพง  ผมรู้สึกไม่ผิดหวังกับการรอคอย จบเพลงไฟเวทีดับลงเขาหายเข้าไปด้านหลัง นักร้องหญิงอีกคนมาขั้นรายการ    โชว์เพลง “เย้เย”  ของ บูโดกัน เธอเป็นนักร้องร่างอวบผิวขาว  เสียงแหบแบบมีเสน่ห์   เพลงต่อมาต๋องพันหน้าออกมาอีกครั้ง  แต่คราวนี้ใส่เสื้อกล้ามออกมา  ท่อนแขนทั้งสองข้างเขียนลายให้เหมือนสักเต็มไปหมด   เขามาในโฉมของนักร้องนำวง   P.O.D  ในเพลง Youth  of  Nation  เสียงของเขาทรงพลังห้าวหาญในแบบฮาร์ดคอร์  ไม่ผิดเพี้ยนสำเนียงแม้เพียงนิดเดียว  ราวกับกำลังฟังจากซีดี  จนผมอดคิดในแง่ร้ายว่าเขากำลังลิปซิ้งอยู่รึเปล่า จบเพลงหญิงคนเดิมมาสลับอีก เป็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆ เท่าที่ผมจำได้ต๋องร้องไปเกือบ  20  เพลง ในรูปลักษณ์และเสียงที่เปลี่ยนไปตลอดเวลา  ทุกเพลงเลียนแบบได้ไม่มีที่ติ  แม้แต่เพลงที่ร้องโดย  น้องพลับ  ทั้งลีลาท่าทางการร้อง   ที่สำคัญคือน้ำเสียงที่เหมือนกับต้นฉบับราวกับเสียงนั้นหลุดรอดออกจากลำคอเดียวกัน    คนมีพรสวรรค์เช่นนี้   ในโลกนี้จะมีสักกี่คน

ผมเรียกบ๋อยมาติดต่อให้ไปเรียกต๋องมาคุยกับผมหน่อย โดยผมให้นามบัตรไปด้วย    ตำแหน่งโปรดิวเซอร์และโลโก้บริษัทแกรมม่าที่พิมพ์ด้วยตัวอักษรพิมพ์นูนสีทองบนพื้นดำ    คงพอยืนยันความคุ้มค่าในเวลาที่ต้องเอามาคุยกับผม  

ไม่นานต๋องก็เดินมาที่โต๊ะผม เขาใส่ชุดธรรมดาเรียบง่ายกางเกงยีนสีเข้ม   เสื้อยืดพอดีตัวสีขาว  ไม่มีลวดลายใดๆ รองเท้าผ้าใบสีดำ ผมยาวของเขารวบรัดเป็นหางม้าไว้ด้านหลัง    เขายกมือไหว้นอบน้อม    มันเป็นนิมิตรหมายอันดีที่จะทำให้เราทำงานกันง่ายขึ้น  ผมไม่ชอบพวกหยิ่งจองหองคิดว่าตัวเองแน่  ซึ่งต๋องเป็นไปในทางตรงข้าม   เขาอ่อนน้อมและสุภาพมาก  ความตื่นเต้นของเขาแสดงออกมาชัดเจนจนผมสังเกตเห็นได้ไม่ยาก   หลังจากที่ผมยื่นข้อเสนอให้เขาไปเซ็นสัญญาทำเพลงกับบริษัท  เขาได้แสดงความปิติออกมาทางแววตา มันเป็นความฝันของนักดนตรีนักร้อง แทบทุกคนที่อยากมีอัลบั้มเป็นของตัวเอง   เช่นเดียวกับที่นักเขียน อยากมีหนังสือเป็นของตัวเองสักเล่ม  (อย่างไอ้พานทองแดง  เพื่อนผม)  ไม่ยกเว้น นายต๋องที่กำลังเขย่าแขนผม พลางถามย้ำๆ ว่า  “จริงๆนะพี่”  เมื่อผมยืนยันหนักแน่น   เขาก็ยิ้มแก้มแทบปริ

วันอาทิตย์ของสัปดาห์ต่อมา  เขามาพบผมตามเวลาที่ผมนัด  เรานั่งจิบกาแฟ  พูดคุยกันเรื่องทั่วๆไป   เช่นเขาชอบเพลงแนวไหนเป็นพิเศษ   เขาบอกว่าเขาชอบเพลงป๊อบ   ผมมองหน้าเขาแล้วรู้สึกขัดแย้งกับหน้าดุๆ   กับเคราครึ้มๆ ของเขาชะมัด    แต่ใครจะไปรู้เขาอาจดังอย่าง   รอบบี้  วิลเลี่ยม   ก็ได้

ผมให้เขาเข้าไปในห้องซ้อม   มีนักดนตรีเตรียมพร้อมรออยู่แล้ว   เพื่อให้ลองร้องเพลงที่เขาชอบและถนัดที่สุด    เพลง  “มอเตอร์ไซค์ห้าง” จึงเป็นเพลงที่ผมได้ยินเขาร้องให้ฟัง   ด้วยเสียงแบบต้นฉบับ  ผมถามเขาว่าไหนว่าชอบเพลงป๊อบไง  เขาว่า  เพลงหมอลำ เป็นเพลงป๊อบสำหรับคนอีสานอย่างเขา   ผมจึงได้กระจ่างใจ   แต่เมื่อผมเกลี้ยกล่อมให้เขาร้องเพลงที่เป็นป๊อบสำหรับคนส่วนใหญ่ของประเทศมันจะรุ่งกว่า  ในที่สุดเขาก็ใจอ่อนยอมจำนนผมในที่สุด    คงเพราะจำนวนเงินจากยอดขายของนักร้องคนอื่นที่ผมเคยโปรดิวซ์ให้จนโด่งดัง   ล่อใจนายต๋องจนคล้อยตามพลังเงินและชื่อเสียง

วันที่จะเริ่มงาน เราจะต้องตั้งคอนเซปต์และภาพลักษณ์ของต๋องให้ชัดเจน   มีการประชุมกันหลายฝ่าย รวมทั้งฝ่ายเสื้อผ้า  ทรงผม   เมื่อได้ข้อยุติโดยมีต๋องเห็นชอบด้วย  ผมก็เริ่มงานแต่งเพลงสำหรับเขา แต่ก่อนอื่นผมต้องรู้เสียก่อนว่า  เสียงที่แท้จริงของเขาเป็นแบบไหน  เพราะผมจำได้ว่าตั้งแต่พบกันวันแรก ผมไม่เคยได้ยินเขาร้องเพลงที่เป็นสำเนียงเสียงจริงของเขาสักที  ซึ่งเมื่อผมถามเขาว่า “ต๋องร้องเสียงตัวเองให้พี่ฟังหน่อยสิ” ต๋องถึงกับยืนทำหน้าเหลอหลา ถามกลับมาว่า “เสียงจริงเป็นไงพี่”    ผมจึงได้รู้ว่าเขา  ไม่มีเสียงร้องเป็นของตัวเอง  เขาเป็นเพียง  “นักเลียนแบบ”  ที่ไม่เคยค้นพบเสียงร้องอันเป็นเอกลักษณ์ของตัวเองเขายังพูดทิ้งท้ายไว้ให้ผมได้ขบกัดความคิดอีกว่า

“จะต้องหาเสียงตัวเองทำไมพี่  มันยากกว่าการร้องเลียนแบบเสียงคนอื่นเสียอีก   ทำไมต้องทำเรื่องง่ายให้กลายเป็นเรื่องยากด้วยละพี่”

เราพยายามให้เขาค้นหาเสียงแท้ของตนเองหลายวิธี  ผ่านการฝึกสอนจากครูผู้รู้หลายคนของบริษัท   ผลที่ออกมาคือทุกคนส่ายศีรษะท้อใจกับความล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่า  ในที่สุดเขาก็ถูกคัดออกจากบริษัทเทปแต่ในอีก 11 เดือนต่อมา  

หลังจากนั้นไม่นานนักผมก็ได้เห็นต๋องออกทีวีครั้งแรกในรายการ ดันศิลปิน และได้รับรางวัลนักร้องเลียนแบบแห่งปีได้สำเร็จ และแล้วความสำเร็จของเขาก็ตามมา   ดูจะไม่มีที่สิ้นสุดกับงานการที่ประเดประดังเข้ามาอย่างเนืองแน่จนแทบไม่มีเวลาพักผ่อนเพราะต้องตระเวนเดินสายโชว์ในรูปแบบต่างๆ ไปทั่วประเทศและต่างประเทศ  ซึ่งมันสร้างความสุขและเงินทองให้เขาได้มากกว่านักร้องบางคนที่ค้นหาเสียงแท้ของตนเองสำเร็จเสียอีก    วันหนึ่งขณะนั่งเครื่องบินลอยละล่องไปบนฟากฟ้าเหนือผู้คนบนโลกส่วนใหญ่ เขาก็อดคิดไม่ได้ว่า  เสียงร้องของคนอื่นคือเสียงแท้ของเขา   ส่วนที่หน้าหนังสือพิมพ์ซึ่งวางไว้บนตักมีพาดหัวข่าวตัวใหญ่ว่า  ตอนนี้ผู้รู้แห่งสยามประเทศกำลังพยายามร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่เหมาะสมกับความเป็นไทยจริงๆเสียที  

 

                                         …………………………………………………

                                                                        

 
 
 

คลีนิกเรื่องสั้น 30

การค้นพบตัวเองที่ไม่ใช่ตัวเอง

พานทองแดง

 

            คุณพานทองแดง ส่งเรื่องสั้นมาที่คลีนิกฯ หลายเรื่องด้วยกัน ซึ่งล้วนน่าสนใจ มีมุมมอง ลีลาสำนวน กลวิธีการเขียน และลูกล่อลูกชน ที่เป็นอัตลักษณ์ ซึ่งจริงๆ แล้ว ผมอยากจะพูดถึงเรื่อง “นักเขียนที่ถูกประณาม” ซึ่งมีบรรยากาศเข้ากับการประกาศผลหนังสือที่เข้ารอบรางวัลซีไรต์ปีนี้ แต่ท่วงทำนองการเขียนแบบทีเล่นทีจริงของคุณพานทองแดง อาจจะก่อให้เกิดความเข้าใจผิดและกลายเป็นเรื่องเป็นราวให้คุณกลายเป็นนักเขียนที่ถูกประณามไปโดยใช่เหตุ ดังนั้น จึงขอหยิบเรื่อง “การค้นพบตัวเองที่ไม่ใช่ตัวเอง” ขึ้นมาก่อน

            ใน “การค้นพบตัวเองที่ไม่ใช่ตัวเอง” คุณพานทองแดงสร้างภาพมายาที่ใกล้เคียงกับความเป็นจริงซึ่งอยู่ใกล้ตัวเรา ทั้งรูปลักษณ์ของตัวละคร ชื่อเสียงเรียงนามที่ค่อยข้างคุ้นหู ข่าวคราวบางข่าวที่เล็ดลอดออกมาสู่วง Gossip ผสมผสานกับสิ่งที่จริงแท้ เช่นชื่อเพลง ชื่อนักร้อง รวมทั้งสิ่งสำคัญที่ผู้เขียนต้องการจะสื่อนัยถึง นั่นคือรัฐธรรมนูญของประเทศไทย

            การเขียนของคุณพานทองแดง มีลีลากวน ๆ ยั่วเย้า และหยิกแกมหยอก โดยใช้สำนวนภาษาสมัยใหม่ที่กระชับ รวดเร็ว ไม่อ้อมค้อม แต่ขณะเดียวกันก็สังเกตได้ว่าเป็นคนที่มีพื้นฐานทางภาษาไทยในระดับที่ดี และมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องที่เขียนถึง จนกล่อมเกลาออกมาได้อย่างกลมกลืน

            ประเด็นหลักของเรื่องคือการล่อล้อและเหน็บแนมสังคมไทยที่คนในสังคมมุ่งจะเลียนแบบมากกว่าจะรู้จักคิดรู้จักสร้างสิ่งที่เป็นตัวของตัวเอง และเลียนแบบจนไม่เหลือตัวตนหรือความคิดสร้างสรรค์ในหัวสมอง ด้วยประโยคเด็ดของต๋องที่ว่า “จะต้องหาเสียงตัวเองทำไมพี่ มันยากกว่าการร้องเลียนแบบเสียงคนอื่นเสียอีก ทำไมต้องทำเรื่องง่ายให้กลายเป็นเรื่องยากด้วยละพี่”

            อ่านเรื่องสั้น “การค้นพบตัวองที่ไม่ใช่ตัวเอง” แล้ว ผมไม่ประหลาดใจเลยว่า ทำไมเมืองไทยของเราจึงเต็มไปด้วยเทปผีซีดีเถื่อน และไม่แปลกใจที่เทป(ผี)ไทยหลายอัลบั้มก็ไปก๊อปเพลงคนอื่นเขามาอีกที และซีดี(เถื่อน)หนังไทย ก็สร้างแต่หนังผีหนังเกย์ตามกันเป็นทิวแถว

            อย่างไรก็ตาม ผมก็ยังแอบหวังว่า สักวันเมืองไทยคงจะมีรัฐธรรมนูญที่ไม่ได้ซีร๊อกซ์มาจากที่ไหนเสียที

 

ประภัสสร เสวิกุล

ซันติอาโก ชิลี, 19 กรกฏาคม 2550

           

 

 




คลีนิกเรื่องสั้น

รายการชีวิต
โจรปริญญา(ตี)
มือศิลป์ article
Love is....
อกแกก็อกฉัน...อกฉันก็อกแก article
ร่วมกินโต๊ะ
ภาพของฉัน article
คืนข้ามปี article
เหรียญบาทกับโบสถ์กลางน้ำ article
ใส...ซื่อ...บริสุทธิ์ (ใจ) article
นิยายรัก ฉบับป้าหมู article
สายน้ำที่ขาดหาย article
อรุณรุ่ง article
บ้านนั้นเขามีงานศพ article
หีบเชี่ยนหมากของอ้ายแก้ว article
การผ่านพ้นแห่งยุคสมัย article
แม่น้ำเจ้าพระยา article
เธอสุขได้อย่างไรเมื่อผองชนทุกข์ยากลำเค็ญ article
เมื่อโลกนี้ไร้สีสัน... article
ลั่น article
เสมือนรังดักแด้ที่เฝ้าฟูมฟักผีเสื้อให้โบยบิน article
แหว่ง article
รุ้งกินน้ำของปานวาด article
กล่องความทรงจำเก่า...และเงารัก article
จอมโจรหนอนหนังสือ article
มาลัยวรรณกรรม article
ห้องแห่งมิติอนันต์ article
ครูจันทร์ผ่อง ของแม่ article
จุกน้ำปลา...พาโชค article
เวลาของพ่อ article
เพียงภาพในวัยเยาว์ article
น้ำตาลทราย article
การเดินทางของชายชรา article
พันธะพรหมลิขิต article
บทเรียนน้ำตา article
กลางเมืองหลวง article
ประตูที่ถูกเลือก article
ร้องเรือ: ลำนำที่ผันแปร article
ดาวน์ความสำเร็จ article
ไอ้หมา article
คุณย่ากับคุณป้าข้างบ้าน article
ข้างหลังภาพนั้น article
วัฏพินาศแห่งสยามประเทศ article
คลีนิกเรื่องสั้น 16 article
หรือฉันเองที่แตกต่าง article
เด็กชายวิสรุจณ์...ซุกซน article
ใบไม้เปลี่ยนสี article
มรดกพ่อ article
ก้าวแรกของนักล่าดวงจันทร์ article
เพื่อนตาย article
หุ่นยนต์สังกะสี article
คิดถึงพ่อ article
สาวหน้าใสกับหัวใจน้องเหมียว article
แดร๊กคิวล่ากระหายเลือด...ของคุณ article
ก็เพราะว่า...เรารักนาย article
อ้อมกอดทะเล article
เรือของพ่อ article
ไม่โกรธใช่ไหม article
ในความทรงจำ article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
www.psevikul.com นิตยสารสกุลไทย นิตยสารขวัญเรือน  amarinpocketbook นานมีบุ๊คส์ ร้านหนังสือซีเอ็ด ศูนหนังสือจุฬา ร้านนายอินทร์ ประพันธ์สาสน์ เวบคุณวิกรม กรมดิษฐ์  Masharee Blog วรรณวรรธน์คาเฟ่ เวบของคุณ คีตาญชลี เวบกระบี่ทูเด เวบกลอนธรรมะ