ReadyPlanet.com
dot dot
dot
ห้องรับแขก
dot
bulletเล่าสู่กันฟัง
bulletคลีนิกเรื่องสั้น
bulletห้องพักฟื้นเรื่องสั้น
bulletบางบท...บางตอน
bulletวันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์
bulletฟังรายการวิทยุย้อนหลัง
bulletคมคำ คำคม
bulletกระดานสนทนา
bulletสมุดเยี่ยม
bulletข่าวแวดวงวรรณกรรม
dot
ห้องสมุด
dot
bulletนักอ่านพูดถึงประภัสสร
bulletบทสัมภาษณ์ต่างๆ
bulletประภัสสร ใน สื่อ
dot
กล่องความทรงจำ
dot
bulletE-card
dot
Newsletter

dot


facebook.com/psevikul


แหว่ง article
 
 

 "เฮ้ยแหว่ง หัวหน้าให้ไปช่วยงานที่ศาลา ๑ นะวันนี้ "
 "ครับพี่ " เสียงบี้ออกจมูกรับคำ
แหว่งทำงานที่นี้หลายปีในตำแหน่งจิปาถะตามแต่จะเรียกใช้  ชื่อจริงของมันไม่มีใครเรียกขานมานานแล้ว นานจนเจ้าตัวชักจะลืมเลือน ทุกคนที่เจอต่างเรียกขานตามรูปลักษณ์ภายนอก  "ไอ้แหว่ง " ริมฝีปากที่แหว่งวิ่น จมูกบุบบี้ หน้าผากโหนกนูนเหมือนมีใครเอาก้อนเนื้อชิ้นโตไปโปะไว้ตรงนั้น

ไม่มีใครรู้ความเป็นมาของมันมากนัก รู้เพียงว่ามันมาอาศัยข้าววัดกินเป็นประจำ ช่วงแรกเห็นห่างๆ แต่พักหลังใช้วัดเป็นทั้งที่กินที่นอน โดยอาศัยห้องครัวที่ติดกับศาลาหอฉันเป็นที่หลับนอน เพราะความที่ทำตัวมีประโยชน์อยู่บ้าง ช่วยงานในวัดตามแต่พระจะเรียกขาน เจ้าอาวาสจึงไม่ขับไล่ไสส่ง ซ้ำนานวันเข้ายังให้ความเอ็นดู ฝากให้ทำงานในฌาปนสถานของวัด

ฌาปนสถานแยกออกจากเขตพุทธาวาสชัดเจนโดยมีกำแพงกั้น ศาลาพักศพ๑๐หลังตั้งเรียงรายต่อกันล้อมรอบเป็นครึ่งวงกลม แต่ละศาลามีเจ้าหน้าที่ดูแลประจำ ลานกว้างตรงกลางเป็นที่ตั้งเมรุ เมรุขนาดกลางสองเตาเผา ตรงมุมบันไดทางขึ้นทั้งสามด้านตั้งกระถางไม้ประดับเรียงราย  ระหว่างศาลา ๕ กับ ๖ เป็นห้องติดกระจกใช้เป็นสำนักงานสำหรับติดต่อทั่วไป ญาติคนตายมาจองศาลาที่ห้องนี้

 "เออๆ..มาช่วยกันหน่อย ประเดี๋ยวช่วงบ่ายเขาเคลื่อนศพเข้ามา " พี่เชิดเจ้าหน้าที่ประจำศาลา ๑ เอ่ยทักเมื่อเห็นมันโผล่หน้าขึ้นไปบนศาลา
 "งานใหญ่เชียวนะมึง เห็นหัวหน้าบอกว่าพวกคนมีเงิน งานนี้ทิปหนัก... " พี่เชิดยังพูดต่อไปเรื่อย พลางลากโต๊ะล้อเลื่อนตัวยาวออกมากลางศาลา เตรียมไว้เป็นที่อาบน้ำศพ

พิธีอาบน้ำศพผ่านไปอย่างเรียบร้อย กระทั่งเอาศพบรรจุโลง ญาติคนตายทยอยกันออกไปเพื่อกลับมาอีกครั้งตอนเย็น เหลือเพียงชายหญิงวัยกลางคนท่าทางภูมิฐานยืนคุยอยู่กับพี่เชิด คงเป็นพ่อแม่ของคนตาย

เมื่อคนบางตาแหว่งจึงมีเวลาพัก มันนั่งบนเก้ามีพนักที่มันนั่นเองเป็นคนจัดเรียงไว้ตั้งแต่ก่อนหน้านั้น ด้านหน้าเป็นที่นั่งยกพื้นสูงสำหรับพระมาสวด อาสนะสี่ผืนถูกปูไว้เรียบร้อย กระโถนสีนวลเปลือกไข่ตั้งชิดติดกับผนัง ตาลปัตรสี่เล่มเด่นหราอยู่ข้างๆ ด้านหน้าตาลปัตรเขียนวลีที่มันแสนคุ้นตา...ไปไม่กลับ หลับไม่ตื่น ฟื้นไม่มี หนีไม่พ้น

ด้านซ้ายมือ โลงเย็นลวดลายวิจิตรครางหึ่งเบาๆ ด้านหน้าโลงถูกจัดเป็นสวนหย่อมขนาดย่อม ดอกไม้หลากสีสันเสียบแซมไว้อย่างมีลีลาในก้อนสี่เหลี่ยมสีเขียว เขาเรียกอะไรมันเองไม่รู้จักเพียงรู้ว่าเพราะไอ้ก้อนนี้จะทำให้ดอกไม้ไม่เหี่ยวเฉาง่าย น้ำตกเทียมเล็กๆ น้ำรินไหลไม่ขาดตอน พ่อแม่คนตายจ้างร้านจัดดอกไม้แพงที่สุด โอ่อ่าหรูหราสมเกียรติ ขยับไปทางหัวโลง รูปคนตายตั้งอยู่บนขาหยั่ง มันเพ่งพิศรูปนั้นนานแสนนานก่อนรำพึง

 "น่าเสียดาย ไม่น่าอายุสั้นเล้ย ยังเป็นสาวเป็นแส้แท้ๆ "   คงเป็นภาพถ่ายที่สวยที่สุดในชีวิตของเธอ หญิงสาวอายุไม่น่าเกินยี่สิบ เรือนผมดำขลับรับกับวงหน้าเรียวสมส่วน ดวงตาหยีเล็กน่ารักซ่อนหวาน หัวคิ้วที่ก่งดกเข้มไล่เรียวบางไปจนสุดหางคิ้ว ขนตาสะบัดงอน นวลแก้มเปล่งปลั่งสาวเต็มวัย

 "เฮ้อ...พ่อแม่คงจะเสียใจมากทีเดียว "

ค่ำแล้วแขกเหรื่อมาแน่นขนัดศาลา จนแหว่งต้องวิ่งวุ่นหาเก้าอี้เสริม ก่อนหลบมุมไปนั่งที่โต๊ะกลมข้างศาลา ผู้คนมากมายไม่มีใครอยากเห็นหน้ามันนักหรอก เหล้าขาวในแก้วกลิ่นฉุนกึกถูกกระดกวาบเดียวลงคอ มันซี้ดปากถ่มน้ำลายปรี๊ดลงพื้นก่อนอัดบุหรี่ตาม

แขกกลุ่มสุดท้ายเป็นบรรดาเพื่อนของคนตาย ดูเหมือนจะเป็นนักศึกษาเพราะบางคนมาด้วยชุดนั้น กระโปรงสั้นเต่อโชว์ปลีน่องระหง เสื้อขาวตัวน้อยรัดติ้วจนอกแทบปลิ้น วัยสาวช่างงดงาม มันได้แค่มอง ด้วยสภาพอันน่าทุเรศทุรังของมันคงได้เพียงมอง

กระหวัดถึงครั้งหลัง ปากซอยเข้าห้องพักโทรมๆที่มันอาศัยอยู่กับแม่และพ่อ  แม่ที่ไม่ตั้งใจให้มันเกิด พ่อที่มันเรียกน้า

 "ไอ้แหว่ง! กูบอกกี่ทีแล้วให้เรียกพ่อมึงอยากลองดีอีกใช่ไหม! " ไม่วายแม่จะขู่เข็ญแต่มันก็ไม่เคยปริปากเรียกพ่อ

กลางดึกบางคืนเสียงกระเส่าไม่ได้ศัพท์ของแม่ที่เล็ดลอดออกมาทำให้ต้องผงกหัวขึ้นดู ผ้าม่านบางๆที่กั้นเป็นที่นอนระหว่างมันกับแม่ หลังม่าน เงาคนวูบวาบยวบยาบขึ้นลงเป็นจังหวะกระชั้นถี่ สลับกับเสียงหอบหายใจรุนแรง

มันไม่เคยเข้าใจ จนกระทั่งคืนหนึ่งในวัยเริ่มแตกพาน ความผิดปกติบางอย่างเกิดขึ้นในร่างกายของมันเมื่อได้ยินเสียงครวญครางปานจะขาดใจตายของแม่ เสียงนั้นยังก้องอยู่ในหัวของมันจวบทุกวันนี้

ในวัยแตกพานเช่นกัน ทุกเย็นมันต้องออกมานั่งที่ปากซอย เพียงเพื่อได้เห็นหน้าเธอคนนั้นซักแวบหนึ่ง ความสุขของมันมีเพียงแค่นั้น

มันยังนั่งอยู่ที่เดิมเพื่อคอยให้เธอผ่านมา...แล้วผ่านไป
 "ยัยนิ ฉันว่าไอ้แหว่งนี่มันพิศวาสแกแน่เลย เห็นมันมานั่งมองแกทุกวัน " สาวหนึ่งในกลุ่มเอ่ยขึ้นเสียงดังเหมือนจงใจให้มันได้ยิน
 "เสน่ห์แรงจริ๊ง ขนาดไอ้แหว่งยังหลง ไม่ลองให้ท่ามันมั่งวะ เห็นเคยบอกชอบลองของแปลกไม่ใช่เหรอ "  หัวเราะครื้นเครงอย่างสนุกสนาน

สาวเจ้าต้นเรื่องปรายตามองมันแวบเดียว...แค่แวบเดียว แต่ทุกอย่างก็ปรากฏในดวงตากลมโตคู่นั้น ไม่ใช่สายตาที่มองคน...คงใช่...พวกหล่อนไม่เคยคิดว่ามันเป็นคน...หลังจากวันนั้นมันไม่เคยไปนั่งที่นั่นอีกเลย

 "อนิจา วต สังขารา..... " เสียงพระพิจารณาผ้าบังสุกุลทำให้ตื่นจากภวังค์ เหมือนเป็นสัญญาณว่าจวนเสร็จพิธีทางศาสนา ขณะเดียวกันก็เป็นสัญญาณว่ามันต้องไปทำหน้าที่อีกครั้ง

หลังรับของว่างจากเจ้าภาพ บรรดาแขกเหรื่อทยอยกลับ ชุดสุดท้ายเป็นกลุ่มญาติ ไม่มีใครอยู่เฝ้าศพเพราะโดยปกติแล้วจะเป็นเรื่องของฌาปนสถาน ตอนนี้จึงเหลือเพียงมันกับพี่เชิดเจ้าหน้าที่ประจำศาลา

 "เอานี่ เจ้าภาพเขาฝากไว้ให้ " พี่เชิดยัดซองสีขาวใส่มือ
 "อย่าเอาไปแดกเหล้าหมดนะมึง เหลือไว้ซื้อข้าวมั่ง ชักจะหนักขึ้นทุกวัน "
 "ครับพี่ " เสียงอู้อี้รับคำตามมารยาทอย่างเสียมิได้
 "เดี๋ยวผมจัดการที่เหลือเอง พี่กลับก่อนเถอะเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว บางทีผมอาจจะนอนที่นี่ ขี้เกียจเดินกลับ "  พี่เชิดพยักหน้ารับก่อนเดินลงจากศาลา

เที่ยงคืนเศษ  แหว่งเหลือบดูนาฬิกาแขวนฝาผนัง งานทุกอย่างเรียบร้อย มันฮัมเพลงเสียงอู้อี้อย่างสบายอารมณ์ พลางกระดกแก้วเหล้า หากมีใครผ่านมาได้ยินคงไม่สามารถรับรู้ได้ว่าเป็นเพลงอะไร

ปิดประตูเหล็กถือว่าเสร็จงานจริง มันใช้เหล็กขอยื้อขึ้นไปเกาะที่รูของประตูก่อนดึงลงมาพอถึงระดับที่จับได้ สุดท้ายใช้ตีนเหยียบให้แนบสนิท เป็นอันเรียบร้อย มันอยู่ภายในศาลา คงนอนที่นี้อย่างที่บอกพี่เชิดไว้ ความกลัวไม่มีเพราะคุ้นเคยซะแล้ว สำหรับมันผีไม่มีในโลก

อ้อยอิ่งตรวจดูตรงโน้นตรงนี้ เดินไล่ปิดไฟทีละดวงจนหมด บัดนี้ภายในศาลาเหลือเพียงความขมุกขมัวจากแสงไฟด้านนอกที่ส่องลอดเข้ามา ในมือมีกระป๋องสเปรย์น้ำหอม มันยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้ารูปที่อยู่ข้างหัวโลงหลายอึดใจ ก่อนเดินอ้อมไปด้านปลายตีนโลง

ประตูซึ่งเป็นช่องสำหรับใส่โลงจริงถูกดึงออก กลิ่นอับหืนโชยมากระทบจมูก มันฉีดน้ำหอมพรมลงไปทั่วกลิ่นหอมฟุ้งกระจายกลบกลิ่นอับ

โลงจริงถูกดึงออกมาจากโลงเย็น ฝาโลงยังไม่ปิดเพราะต้องให้ไอเย็นแทรกซึมทั่วถึง ใบหน้าของหญิงสาวปรากฏแก่สายตาของมัน คล้ำไปนิดแต่ก็ไม่ต่างจากรูปที่มันดู ช่างแต่งหน้าศพฝีมือเยี่ยมทำให้ดูเหมือนคนนอนหลับมากกว่าคนตาย

มันใช้นิ้วเกลี่ยเส้นผมที่บังหน้าผาก ยิ้มอย่างพึงใจ แววตายะเยือกเย็นของมันตอนนี้เลื่อนลอย เหมือนหลุดไปอยู่ที่ไหนซักแห่งจากโลกแห่งความเป็นจริง

 "จุ๊ๆ..ไม่เอาๆอย่าทำหน้างอนอย่างนั้นซีสาวน้อย " มันแตะนิ้วชี้ที่ริมฝีปากวี้แหว่ง พร่ำเพ้อเหมือนคนละเมอ
 "รังเกียจไอ้แหว่งงั้นรึ... "  เสียงแค่นหัวเราะในลำคอ ฉีดพรมน้ำหอมลงไปอีกครั้ง ก่อนช้อนร่างลง
ในความขมุกขมัว...เงาคนวูบวาบยวบยาบขึ้นลงเป็นจังหวะกระชั้นถี่ เสียงครางกระเส่าของแม่แว่วๆเหมือนล่องลอยมาจากที่ไกลก่อนอึดอึงภายในหัวของมัน.

 
 
 
 
 

คลินิกเรื่องสั้น 39

แหว่ง

วิทย์ แดงจันศรี

 

            คำถามข้อหนึ่งที่คนเขียนหนังสือจะต้องหมั่นถามตัวเองอยู่เสมอก็คือเรากำลังนำเสนออะไร?และสิ่งที่นำเสนอนี้เป็นประโยชน์อย่างไร? เช่นที่ “ศรีบูรพา” เคยกล่าวว่า นักเขียนต่างจากช่างไม้ ตรงที่ช่างไม้ประดิษฐ์โต๊ะเก้าอี้แล้วจะดีเลวก็เป็นแค่โต๊ะแค่เก้าอี้ไม่มีผลอะไรแก่ใคร แต่นักเขียนเมื่อสร้างงานขึ้นมาชิ้นหนึ่งไม่ว่าดีหรือร้ายก็มีผลกระทบต่อคนจำนวนมาก

            สัญชาติญาณมืด แม้จะเป็นความจริงและเร้นลึกอยู่ในจิตใจของมนุษย์ทุกรุปทุกนาม จะมากหรือน้อยย่อมขึ้นอยู่กับการชัดเกลา บ่มเพาะ และหิติโอตัปปะ ของแต่ละคน แต่การนำเสนอเรื่องเช่นนี้ก็ไม่ใช่สิ่งที่จะทำได้ง่าย ๆ เพราะนอกจากจะต้องอาศัยความสามารถในการนำเสนอแล้ว ยังต้องผ่านแรงต้านในตัวของคนอ่านอีกด้วย

            นักเขียนที่ถือว่าเป็นต้นธารของงานเขียนสกุลนี้ คือ กีย์ เดอ โมปัสซัง สำหรับนักเขียนไทย

ก็คงจะเป็น อ.อุดากร ผู้เขียนเรื่อง “ตึกกรอสส์” และ “สัญชาติญาณมืด” ซึ่งเรื่องหลังได้รับการ

วิพากษ์วิจารณ์อย่างมากในยุค 60 ปีก่อน ผมจำได้ว่าคุณสุรพล โทณวนิก ก็เคยเรื่องทำนองเดียวกับ

“สัญชาติญาณมืด” ไว้เรื่องหนึ่ง ยังจำพลีอตเรื่องได้ แต่คงเล่าให้ฟังในที่นี้ไม่ได้ 

            ย้อนกลับมาที่ “แหว่ง” หากพูดเฉพาะความสามารถในการเขียนแล้ว คุณวิทย์นับว่ามีความสามารถอยู่ในระดับหนึ่ง การเดินเรื่อง การบรรยายฉาก อารมณ์ ความรู้สึก และแรงผลักดันให้ตัวละครที่ชื่อแหว่งก้าวไปถึงจุดอันเป็นไคลแม๊กซ์ของเรื่อง อยู่ในขั้นดี บทสนทนาค่อนข้างลงตัว สื่อถึงสถานะ ความสัมพันธ์ และถ่ายทอดสิ่งที่อยู่ในจิตใจของตัวละครอย่างพอเหมาะ ผมเชื่อว่าคนที่ได้อ่านเรื่องสั้นเรื่องนี้แล้ว ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ ก็คงจะจดจำชื่อของคุณไปได้อีกนาน

            ปัญหาของคุณวิทย์จึงอยู่ที่ คุณจะสามารถตอบตัวเองและคนอื่นได้หรือไม่ ว่าคุณกำลังนำเสนออะไร? และสิ่งที่นำเสนอนี้เป็นประโยชน์อย่างไร?

 

ประภัสสร เสวิกุล

ซันติอาโก ชิลี, 18 ตุลาคม 2550

 

 

 




คลีนิกเรื่องสั้น

รายการชีวิต
โจรปริญญา(ตี)
มือศิลป์ article
Love is....
อกแกก็อกฉัน...อกฉันก็อกแก article
ร่วมกินโต๊ะ
ภาพของฉัน article
คืนข้ามปี article
เหรียญบาทกับโบสถ์กลางน้ำ article
ใส...ซื่อ...บริสุทธิ์ (ใจ) article
นิยายรัก ฉบับป้าหมู article
สายน้ำที่ขาดหาย article
อรุณรุ่ง article
บ้านนั้นเขามีงานศพ article
หีบเชี่ยนหมากของอ้ายแก้ว article
การผ่านพ้นแห่งยุคสมัย article
แม่น้ำเจ้าพระยา article
เธอสุขได้อย่างไรเมื่อผองชนทุกข์ยากลำเค็ญ article
เมื่อโลกนี้ไร้สีสัน... article
ลั่น article
เสมือนรังดักแด้ที่เฝ้าฟูมฟักผีเสื้อให้โบยบิน article
รุ้งกินน้ำของปานวาด article
กล่องความทรงจำเก่า...และเงารัก article
จอมโจรหนอนหนังสือ article
มาลัยวรรณกรรม article
ห้องแห่งมิติอนันต์ article
ครูจันทร์ผ่อง ของแม่ article
จุกน้ำปลา...พาโชค article
เวลาของพ่อ article
การค้นพบตัวเองที่ไม่ใช่ตัวเอง article
เพียงภาพในวัยเยาว์ article
น้ำตาลทราย article
การเดินทางของชายชรา article
พันธะพรหมลิขิต article
บทเรียนน้ำตา article
กลางเมืองหลวง article
ประตูที่ถูกเลือก article
ร้องเรือ: ลำนำที่ผันแปร article
ดาวน์ความสำเร็จ article
ไอ้หมา article
คุณย่ากับคุณป้าข้างบ้าน article
ข้างหลังภาพนั้น article
วัฏพินาศแห่งสยามประเทศ article
คลีนิกเรื่องสั้น 16 article
หรือฉันเองที่แตกต่าง article
เด็กชายวิสรุจณ์...ซุกซน article
ใบไม้เปลี่ยนสี article
มรดกพ่อ article
ก้าวแรกของนักล่าดวงจันทร์ article
เพื่อนตาย article
หุ่นยนต์สังกะสี article
คิดถึงพ่อ article
สาวหน้าใสกับหัวใจน้องเหมียว article
แดร๊กคิวล่ากระหายเลือด...ของคุณ article
ก็เพราะว่า...เรารักนาย article
อ้อมกอดทะเล article
เรือของพ่อ article
ไม่โกรธใช่ไหม article
ในความทรงจำ article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
www.psevikul.com นิตยสารสกุลไทย นิตยสารขวัญเรือน  amarinpocketbook นานมีบุ๊คส์ ร้านหนังสือซีเอ็ด ศูนหนังสือจุฬา ร้านนายอินทร์ ประพันธ์สาสน์ เวบคุณวิกรม กรมดิษฐ์  Masharee Blog วรรณวรรธน์คาเฟ่ เวบของคุณ คีตาญชลี เวบกระบี่ทูเด เวบกลอนธรรมะ