ReadyPlanet.com
dot dot
dot
ห้องรับแขก
dot
bulletเล่าสู่กันฟัง
bulletคลีนิกเรื่องสั้น
bulletห้องพักฟื้นเรื่องสั้น
bulletบางบท...บางตอน
bulletวันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์
bulletฟังรายการวิทยุย้อนหลัง
bulletคมคำ คำคม
bulletกระดานสนทนา
bulletสมุดเยี่ยม
bulletข่าวแวดวงวรรณกรรม
dot
ห้องสมุด
dot
bulletนักอ่านพูดถึงประภัสสร
bulletบทสัมภาษณ์ต่างๆ
bulletประภัสสร ใน สื่อ
dot
กล่องความทรงจำ
dot
bulletE-card
dot
Newsletter

dot


facebook.com/psevikul


เพียงภาพในวัยเยาว์ article
 

หญิงสาวรูปร่างสูงโปร่งสวมแว่นตาดำโพกผมด้วยผ้าฝ้ายสีชมพู เดินลากกระเป๋าใบเขื่องอีกมือหนึ่งหิ้วถุงใบใหญ่ยืนชะเง้อคอมองหาใครคนหนึ่งที่บริเวณผู้โดยสารขาออก วันนี้ผู้คนพลุกพล่าน มีทั้งคนที่เพิ่งมาถึงและคนที่มารอรับมากมายเบียดเสียดกันเต็มไปหมด

            “ทางนี้ เอื้อมใจ ฉันอยู่นี่” หมายขวัญโบกไม้โบกมือให้เพื่อนและกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจจนคนรอบข้างหันมามอง แต่เธอไม่สนใจเพราะความดีใจที่จะได้พบเพื่อนเก่า เอื้อมใจหันไปตามเสียงและโบกมือตอบ ใบหน้าระบายด้วยรอยยิ้มไม่แพ้กัน

            “อ้าวมาคนเดียวเหรอ” หมายขวัญมองซ้ายมองขวาแล้วถามด้วยความอยากรู้ “ว๊า...แล้วเจ้าตัวเล็กของเธอล่ะอยู่ไหน”

            “ไม่ได้มาด้วยหรอก ตั้งใจมาเม้าท์ให้หายอยาก ก็เลยฝากพ่อเขาไว้ชั่วคราวน่ะ” เอื้อมใจตอบคำถามเพื่อนแล้วสวมกอดด้วยความคิดถึง

“เดี๋ยวนี้ตัวไม่เล็กแล้วนะ สูงกว่าฉันอีก” บอกเพื่อนแล้วยื่นถุงกระดาษถุงใหญ่ให้หมายขวัญ “เอ้า...นี่ของเธอ ของฝากจากอังกฤษ”

            “ขอบใจนะ” หมายขวัญบอก แล้วรับถุงจากเพื่อนมาถือไว้ แต่ก็ยังไม่วายบ่นเบา ๆ อย่างเสียดายว่า “หมดเลย ตั้งใจจะได้เห็นหลานแบบตัวเป็น ๆ อดอีกตามเคย” พูดแล้วก็พาอ้อมใจเดินแหวกฝูงคนออกมาด้านนอก    

            “ดูรูปไปก่อนก็แล้วกัน” เอื้อมใจบอกขณะที่เดินตามเพื่อนรักไปอย่างเร็ว                                          .........................

หมายขวัญพาเพื่อนไปพักที่บ้านเพื่อคุยให้หายคิดถึง บ้านหมายขวัญค่อนข้างเงียบสงบเพราะอยู่ในซอย อยู่กันแค่สามคนรวมทั้งแม่บ้าน มีสวนเล็ก ๆ หน้าบ้านเพราะเธอชอบดอกไม้

“โอ้โฮ...บ้านน่ารักดีนะ ฉันชอบมันเงียบสงบดี แล้วนี่พระเอกของเธอไม่อยู่เหรอ”

เสียงใส ๆ ของเอื้อมใจดังมาจากสนามหน้าบ้าน ขณะที่หมายขวัญมัวจัดการให้แม่บ้านนำกระเป๋าเดินทางของเพื่อนขึ้นไปเก็บที่ห้องพัก เธอตอบเอื้อมใจจากระเบียงชั้นบน

            “ไม่อยู่ ไปเที่ยวเพชบูรณ์กับพี่ชาย อาสาขับรถพาพี่ชายไปเยี่ยมเพื่อนที่โน่นกว่าจะกลับก็อาทิตย์หน้า แต่ฉันบอกเขาแล้วว่าวันนี้เธอจะมาพักที่บ้าน” หมายขวัญอธิบายแล้วผลุบหายเข้าไปในห้อง เดินกลับลงมาจูงมือเพื่อนขึ้นไปดูห้องพัก

                                                .................................

            “นี่รูปลูกชายเหรอ หล่อเชียวนะ เมื่อไหร่จะกลับล่ะ” เอื้อมใจหยิบรูปถ่ายที่โต๊ะหัวเตียงขึ้นมาดูแล้วพูดยิ้ม ๆ ขณะมองหน้าหมายขวัญ “หน้าตาเหมือนเธอมาก ตอนเธอเด็ก ๆ ก็หน้าตาอย่างนี้แหละ” พูดแล้วก็วางรูปไว้เหมือนเดิม

            “เดี๋ยวสิ้นปีนี้ก็จะกลับมาเยี่ยมบ้าน” หมายขวัญมองรูปภาพนั้นด้วยความรัก เธอบอกกับเพื่อน ๆ ว่า แม่ส่งเธอเรียนได้แค่ ปวช เพราะลูกหลายคน แต่ความเป็นคนรักเรียน จึง มานะอุตสาหะ เรียนจนได้ปริญญาตรีเมื่ออายุเกือบสี่สิบ และมันเป็นความภูมิใจที่สุดของเธอ ด้วยเหตุนี้จึงอยากส่งให้ลูกเรียนสูง ๆ มีความรู้มาก ๆ เท่าที่จะทำได้ หมายขวัญเรียนเก่งที่สุดในกลุ่ม แต่ไม่มีโอกาสได้เรียนสูง เธอจึงมุ่งหวังที่ลูกไว้มาก

            “พักสักวันก่อนนะ” หมายขวัญบอกเพื่อน “แล้วค่อยออกเดินทางไปหนองคายด้วยกัน ฉันเขียนจดหมายไปบอกไหมทองแล้วว่าให้มารับเราสองคนด้วย” พูดถึงไหมทองเพื่อนเก่าสมัยเป็นนักเรียน

            “ดีเหมือนกัน ฉันง่วงเต็มทีแล้ว” เอื้อมใจพูดแล้วก็ล้มตัวลงนอนบนที่นอนโดยไม่สนใจว่าเพื่อนยังยืนอยู่ในห้อง หมายขวัญได้แต่ส่ายหน้าแล้วพูดยิ้ม ๆ ว่า

            “เฮ้อ โตจนป่านนี้ยังทำตัวเป็นเด็กอีก น้ำท่าก็ไม่อาบ” ไม่อยากรบกวนเพื่อน หมายขวัญจึงเดินออกจากห้องปิดประตูให้เรียบร้อยปล่อยให้ผู้มาเยือนพักผ่อน

                                                            ......................

            รถประจำทางปรับอากาศวิ่งตรงไปตามถนนสายมิตรภาพ มุ่งตรงสู่จังหวัดหนองคาย ทิวทัศน์สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้สลับกับทุ่งนาชวนมอง แต่เอื้อมใจนั่งหลับไปด้วยความเหนื่อยอ่อนจากการเดินทางไกล เพราะได้พักบ้านหมายขวัญเพียงวันเดียวก็ต้องเดินทางต่อ เธอจึงขอนอนอย่างเดียว หมายขวัญไม่มีเพื่อนคุย เลยต้องนั่งมองทิวทัศน์สองข้างทางไปคนเดียว เบื่อทิวทัศน์เลยเปลี่ยนมามองถนนด้านหน้า คอยนับรถที่วิ่งสวนมาแทน

ถนนที่ทอดยาวไปข้างหน้าสุดสายตา ทำให้หมายขวัญหวลนึกถึงถนนดินลูกรังที่เฉอะแฉะเต็มไปด้วยโคลนสีแดงส้ม เมื่อสมัยที่ยังนุ่งกระโปรงเอี๊ยม “ชุดนักเรียน” แสนรักแสนภูมิใจในวัยเด็กไม่ได้ เวลาเดินต้องคอยกระโดดข้ามหลุมบ่อที่เรียงรายอยู่เต็มถนน เธอเคยถามแม่ว่าทางการเขาจงใจขุดให้มันดูสะดุดตาหรือเปล่า แม่บอกเธอว่า ถนนบ้านนอกก็เป็นอย่างนี้แหละ สร้างถนนแถมหลุมบ่อ มีถนนให้ใช้ก็ดีถมเถแล้ว นึกถึงตรงนี้ทีไร หมายขวัญก็อดยิ้มคนเดียวไม่ได้ จำได้ว่าตอนนั้นต้องจำใจใช้ถนนแถมหลุมบ่อสายนี้ไปโรงเรียนอย่างเสียไม่ได้ เธอได้แต่นึกบ่นในใจว่า ทำไมนะวันเปิดเรียนต้องมาเป็นหน้าฝนทุกที

เย็นมากแล้ว อากาศเริ่มขมุกขมัว เมื่อรถไปถึงที่หมาย ผู้คนจอแจ เสียงดังแทบคุยกันไม่รู้เรื่อง สองคนเดินมองหาใครคนหนึ่ง ที่นัดหมายไว้

“มองหาใครยะ” เสียงร้องทักดังมาจากข้างหลังพร้อมกับมีมือใครมาสะกิดที่ไหล่ เอื้อมใจสะดุ้งหันไปมองแล้วก็ต้องอุทานเสียงดัง

“ต๊าย ไหมทอง ทำไมอ้วนเป็นตุ่มต่อขาอย่างนี้” แถมหัวเราะสียงดังอย่างลืมตัว ทำให้หมายขวัญหันมามองข้างหลังอีกคน ผู้มาใหม่ยืนยิ้มแก้มตุ่ย แล้วทั้งสามก็โผเข้าสวมกอดกันด้วยความคิดถึง

“นี่ดีนะว่าถึงอ้วนแต่หน้าตาก็ยังมีเค้าไม่งั้นฉันคงจำไม่ได้แน่ ตอนส่งรูปถ่ายไปให้ดูไม่เห็นอ้วนอย่างนี้นี่” เอื้อมใจต่อว่า แล้วถอยออกมายืนเพ่งพิศให้ถนัดตา

“นั่นน่ะสิ ไหมทอง ฉันก็เกือบจำไม่ได้ มัวแต่มองหาคนผอม ๆ” หมายขวัญช่วยเสริม

“เออ...ต่อว่าเข้าไป ใครเขาจะส่งรูปไม่สวยให้ดูล่ะ อายุปูนนี้แล้วมันจะสวยระหงส์เหมือนสาว ๆ ได้ยังไงยะ” แก้ตัวไปน้ำขุ่น ๆ เมื่อถูกสองสาวต่อว่า

ไม่รอให้เพื่อนต่อความยาว ไหมทองฉวยกระเป๋าสองใบเดินนำเพื่อนไปที่รถกะบะสองตอนที่จอดอยู่ไม่ไกลเพื่อไปส่งที่โรงแรม ระหว่างทางเธอเล่าว่าทำสวนต้องใช้รถขนผลไม้ไปส่งที่ตลาด ก็เลยจำเป็นต้องหัดขับรถ ไม่งั้นส่งของไม่ทัน ทำเองได้ก็ประหยัดไม่ต้องไปจ้างคนขับรถให้เปลืองเงิน ถึงโรงแรมเรียบร้อยก็นัดหมายกันว่า พรุ่งนี้ตอนบ่ายจะมารับไปเจอเพื่อน ๆ

                                                            .........................

รถกะบะวิ่งตรงไปบ้านดวงตา เสียงคุยดังเจี๊ยวจ๊าวมาตลอดทาง ไหมทองพูดแข่งกับเสียงเครื่องยนต์ชี้ชวนให้เพื่อนดูสถานที่ต่าง ๆ สองข้างทาง หมายขวัญตื่นเต้นกับสิ่งที่ได้เห็น ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปมาก ขณะที่เอื้อมใจก็เล่าถึงลูกสาวที่อังกฤษให้เพื่อนทั้งสองฟัง พักใหญ่ ๆ รถก็แล่นมาจอดหน้าบ้านหลังหนึ่ง ทุกคนลงจากรถไปยืนออที่หน้าประตูบ้าน

“ดวงตา...อยู่หรือเปล่า ดูซิใครมาเยี่ยมเธอ” ไหมทองส่งเสียงเรียกเพื่อนที่ประตูรั้ว หมายขวัญและเอื้อมใจเกาะรั้วชะเง้อมองเข้าไปในบ้าน อย่างใจจดใจจ่อ

ดวงตากำลังยุ่งอยู่ในครัว ร้องบอกน้ำอบซึ่งเป็นลูกสาวคนโตให้ออกไปดูทีว่าเสียงใครมาเรียกอยู่หน้าบ้าน สักครู่น้ำอบเข้ามาบอกว่า ป้าไหมทองมาเยี่ยม และพาใครมาด้วยอีกสองคน  ตอนนี้ให้นั่งรออยู่ที่ห้องรับแขก ดวงตารีบวางมือจากการปรุงอาหารในครัวเดินออกไปหาไหมทอง

“เห็นมั้ย ฉันพาใครมา” ไหมทองบอกดวงตาด้วยท่าทีตื่นเต้น ดวงตามองมองดูผู้หญิงสองคนที่ยืนแอบอยู่ข้างหลังไหมทอง เมื่อทั้งสองชะโงกหน้าออกมาร้องทักพร้อมกัน ดวงตาก็อุทานด้วยความดีใจ

“หมายขวัญ เอื้อมใจ” เดินอย่างเร็วเข้าไปหาสองคนที่ยืนหัวเราะชอบใจ “นี่ไปไงมาไง ถึงได้มาถึงนี่ได้” พูดแล้วก็กระวีกระวาดดึงมือเพื่อน ๆ มานั่งที่เก้าอี้รับแขก หันไปเรียกน้ำอบให้มาสวัสดีป้า ๆ ทั้งหลาย  

“นี่คนโตหรือคนเล็ก” หมายขวัญยกมือรับไว้ และกระซิบถามดวงตา

“เผลอประเดี๋ยวเดียวโตเป็นสาวแล้ว” เอื้อมใจพูดแซงขึ้นก่อนที่ดวงตาจะทันตอบ แอบมองน้ำอบอย่างชื่นชม

“น้ำอบเป็นลูกสาวคนโต อายุสิบห้าแล้ว ส่วนคนเล็กอายุสิบสองชื่อน้ำปรุง ยังไม่กลับจากโรงเรียน” ดวงตาพูดช้า ๆ ตามแบบฉบับของเธอ ขณะที่ไหมทองนั่งเอนหลังอย่างสบายใจ

“ตาสวยเหมือนแม่เลยนะ” หมายขวัญพูดขึ้นบ้าง “น่ารักจริง ๆ เหมือนเธอมากนะดวงตา”

น้ำอบยิ้มอาย ๆ แล้วเลี่ยงไปจัดน้ำเย็นและผลไม้มารับแขก เลยเป็นโอกาสให้สี่สาวได้คุยกันเสียงขรม โดยเฉพาะเสียงของหมายขวัญคนช่างพูดจะดังกว่าเพื่อน แต่ละคนต่างก็อวดรูปถ่ายของลูก ๆ และครอบครัว ไหมทองบอกว่า ตั้งแต่มีลูกคนที่สองก็อ้วนขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ยอมยุบ ยิ่งเหนื่อยก็ยิ่งกินเยอะ พูดจบก็หัวเราะพุงกระเพื่อม ดวงตาหัวเราะได้ มองร่างอ้วนท้วนของไหมทองอย่างขำ ๆ  

“ทำไมไม่พาลูกสาวมาด้วย” เจ้าบ้านถามถึงลูกสาวของเอื้อมใจ

“แหมฉันเพิ่งถูกไหมทองต่อว่าอยู่นี่ว่าไม่พาลูกสาวมาเที่ยวด้วย ตั้งใจมาเยี่ยมเพื่อนเก่า คุยกันให้สนุก ถ้าพาลูกพาสามีมาด้วยมันก็ไม่สนุกสิจ๊ะ แม่ดวงตาคนสวย” คนถูกถามพูดเสียงดังตั้งใจให้ไหมทองได้ยินด้วย “จริงไหมเธอ” เพื่อให้ช่วยสนับสนุน

“ฉันไม่จริงด้วยแล้ว ฉันอยากเจอหลานย่ะ” หมายขวัญต่อว่าอย่างงอน ๆ ทุกคนหัวเราะท่าทางของหมายขวัญ เมื่อคุยเรื่องลูก เรื่องตัวเองแล้วก็อดไม่ได้ที่จะวกเข้ามาเรื่องสามีตามประสาผู้หญิง

“แล้วสามีคนดีของเธอไม่อยู่เหรอ” หมายขวัญถามเสียงดัง นั่งตัวตรง ทำท่าผู้ดีเก่า

“ไม่อยู่ ไปราชการที่กรุงเทพฯ” ดวงตาตอบเรียบ ๆ ตามเคย แต่แอบขำท่าทางของเพื่อน

“เฮ้อ เลยไม่เจอพระเอกของเธอ เผื่อจะได้จีบมั่ง”พูดอย่างเสียดาย ทำให้เพื่อน ๆ หัวเราะความแก่นของหมายขวัญที่ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง สักครู่หมายขวัญทำท่านึกอะไรขึ้นมาได้

“เออ..นี่...ตั้งใจว่าจะมาส่งข่าว พรุ่งนี้พวกเราจะมารับเธอกับชูใจไปเที่ยวบ้านไหมทองมัวแต่คุยเพลินลืมบอกเธอ” หมายขวัญบอกดวงตาเพื่อนรักที่เคยนั่งโต๊ะตัวเดียวกันเมื่อสมัยเรียนหนังสือด้วยกัน

            “ใช่ ๆ ลืมไปเลย” ไหมทองพูดเพราะลืมจริง ๆ ปากยังเคี้ยวฝรั่งแช่บ๊วยอย่างเอร็ดอร่อย

“ตกลง ๆ” ดวงตารับคำด้วยความดีไจและบ่นถึงชูใจ “พูดถึงชูใจไม่ได้เจอนานแล้วทั้ง ๆ ที่อยู่จังหวัดเดียวกันแท้ ๆ คิดถึงจังเลย แล้วเธอล่ะเจอบ้างมั้ย” ตอนท้ายหันมาถามไหมทองซึ่งกำลังเพลินอยู่กับผลไม้ถาดใหญ่

“ฉันเจอบ่อย ๆ ไปเยี่ยมที่บ้านเธอ เวลาไปส่งของ บางครั้งผ่านก็แวะเข้าไปคุยด้วย” ไหมทองพูดถึงชูใจเพื่อนโข่งของกลุ่ม

“น่า เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็ได้เจอแล้ว” เอื้อมใจบอกดวงตา คนอื่น ๆ ร้อง “ใช่” ขึ้นพร้อมกัน

 “เย็นนี้อยู่กินข้าวด้วยกันก่อนนะ ค่อยแวะไปหาชูใจ วันนี้ฉันทำน้ำพริกกะปิ กับแกงส้มผักชะอมทอด” ดวงตาเอ่ยชวนเพื่อน ๆ ให้อยู่กินข้าวด้วยกัน ทั้งหมดต่างพยักหน้าตกลงตามคำเชิญ                                           ....................

ที่โต๊ะอาหาร ทุกคนแย่งกันคุยถึงเรื่องเก่าสมัยเป็นเด็ก หมายขวัญบอกว่าตอนพบดวงตาครั้งแรกเมื่อวัน เปิดเทอมใหม่ ปีนั้นขี้นประถมสี่ เธอได้นั่งกับดวงตาซึ่งเข้ามาเรียนเป็นปีแรก รู้สึกชอบเด็กขี้อาย ผิวขาว คิ้วหนา ตาโต พูดน้อย คนนี้ทันที

“จำได้ว่าตอนเป็นเด็ก เธอยิ้มยาก ไม่ค่อยพูด” หมายขวัญว่าดวงตายิ้มยาก “ต่างกับฉันที่พูดเป็นต่อยหอย แต่เราสองคนเรียนเก่งเหมือนกันนะ” พูดแล้วยืดอกอย่างภูมิใจ ทำให้เพื่อน ๆ โห่

“นึกแล้วก็ขำนะ วันที่เราโกรธกัน เพราะถามอะไรเธอก็ไม่พูด ฉันหมั่นไส้เลยไม่พูดด้วยตั้งหลายวัน” หมายขวัญเล่าถึงความหลัง แต่เพื่อนคนอื่น ๆ มัวอร่อยกับน้ำพริกกะปิรสเผ็ดจี๊ดฝีมือดวงตา เอื้อมใจทำปากจู๋เพราะเผ็ดจริง ๆ ดวงตานึกถึงวันคืนเก่า ๆ พูดกับลูกสาวทั้งสองเป็นเชิงฟ้อง

 “ไม่พูดด้วยแล้วยังเอาชอล์คมาขีดเส้นแบ่งเขตบนโต๊ะด้วยสิ แม่ต้องนั่งตัวลีบเชียว ขนาดชายกระโปรงล้ำเส้นไปหน่อยเดียวป้าหมายขวัญยังทำตาเขียวปั๊ดใส่แม่อีก” พูดแล้วก็อดขำท่าทางของหมายขวัญในสมัยนั้นไม่ได้

“จริงเหรอ ป้าหมายขวัญ” น้ำอบถามให้แน่ใจ “ใช่อย่างที่แม่พูดหรือป้า” น้ำปรุงเสริมอีกคน หมายขวัญค้อนให้ดวงตาแล้วพยักหน้าให้หลานทั้งสอง

“ใช่ ๆ ก็ป้าโกรธนี่ แต่โกรธได้ไม่นาน มันจะอกแตกตายถ้าไม่ได้พูด ป้าเลยต้องเป็นฝ่ายพูดก่อน” หมายขวัญพูดจบก็แก้เขินด้วยการหันไปไล่เลียงเพื่อน ๆ แทน

“นี่พวกเธอหยุดกินสักประเดี๋ยวได้มั้ย เกรงใจเจ้าของบ้านเขาบ้าง” พูดแล้วตักแกงส้มกินบ้าง ทำให้เพื่อน ๆ หันมาโห่ให้อีก

“ถึงจะห่วงกิน แต่ก็รู้นะว่ากำลังพูดถึงเรื่องอะไร” เอื้อมใจสูดปากด้วยความเผ็ดพูดกับหมายขวัญ จากนั้นก็หันไปคุยกับลูก ๆ ของดวงตาว่า

“แม่เขาไม่พูดไม่จากับใคร ๆ เพราะเสียใจที่พ่อกับแม่เขาตาย ปู่กับย่าของหนูไงจ้ะ” เอื้อมใจมองดวงตาเป็นเชิงขออนุญาติ เพราะรู้ว่าดวงตาไม่อยากให้เอ่ยถึงเรื่องนี้ เด็กหญิงสองคนพยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจ

“แต่ย่าทวด หนูดุมากนะ พวกเรากลัวไม่กล้าสู้หน้าเลยสักคน” ไหมทองว่าแล้วหันไปพยักพเยิดกับเพื่อน ๆ ดวงตายิ้มนิด ๆ พูดกับทุกคนว่า  

“ตั้งแต่แม่กับพ่อเสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุคราวนั้น ย่าก็หันมาสนใจฉันมากขึ้น ให้เรียนสูง ๆ ดูแลฉันมาตลอด แม้จะดุไปหน่อยแต่ท่านก็รักฉัน แม้ท่านจะเสียไปนานแล้ว ก็ยังคิดถึงท่านเสมอ” เธอชี้ให้เพื่อนดูรูปที่ติดอยู่ที่ฝาผนัง ข้าง ๆ รูปพ่อกับแม่ ทุกคนยกมือไหว้รูปถ่ายพร้อมกัน

เพราะไม่ได้เจอกันนาน จึงมีเรื่องคุยกันมากมาย อาหารเย็นมื้อนี้จึงทั้งอร่อยและสนุก เย็นแล้ว ทุกคนจึงลาดวงตาและลูกสาวทั้งสองของเธอ มุ่งหน้าไปบ้านชูใจ ไหมทองเล่าให้เพื่อนทั้งสองฟังว่า

“ชูใจเค้าน่าสงสารต้องเหนื่อยกับชีวิตมากกว่าใคร ๆ มีลูกชายสามคน ไม่ค่อยจะได้อย่างใจ ฉันเคยไปเยี่ยมชูใจบ่อย ๆ เพื่อเป็นเพื่อนปลอบใจ สามีก็ขี้เหล้า เวลาเมาพูดไม่ค่อยรู้เรื่อง ยังดีที่ไม่มีเรื่องผู้หญิง เวลาไม่เมาก็รักกันดี” พูดจบก็ถอนใจเบา ๆ

“นั่นน่ะสิ สงสาร แต่ไม่รู้จะช่วยยังไง ว่าแต่ว่าวันนี้พวกเรามาจะชวนไปเที่ยวพรุ่งนี้ไม่รู้จะไปได้รึเปล่า” หมายขวัญพูดอย่างกังวล เอื้อมใจพยักหน้าเห็นด้วย แล้วทุกคนต่างก็นิ่งเงียบ ชูใจได้เรียนหนังสือแค่ประถมสี่ เพราะแม่ให้ออกมาแต่งงาน เธอเป็นเด็กโข่งของห้อง แถมตาเขอีกด้วย โดนเพื่อนในห้องล้อประจำ ยกเว้นกลุ่มของหมายขวัญที่มีไหมทอง เอื้อมใจ และดวงตา ซึ่งเห็นใจและคอยไล่ปราบพวกปากเสียให้ชูใจเป็นประจำ

            บ้านชูใจอยู่ไกลจากชุมชน กว่าจะไปถึงก็เย็นโข ไหมทองจอดรถไว้ริมถนน แล้วพาเดินเลาะไปตามทางเล็ก ๆ ประมาณครึ่งกิโลก็ถึงบ้านชูใจ

            “ชูใจ อยู่รึเปล่า ฉันพาเพื่อนมาหา” ไหมทองตะโกนเสียงดัง ยังไม่กล้าก้าวขึ้นเรือน ยืนรออยู่ข้างล่าง บ้านชูใจเป็นบ้านไม้เก่า ๆ ใต้ถุนสูง มีเปลญวน เล้าไก่ และคอกวัวอยู่ใต้ถุนบ้านด้วย

            “ใครมาน่ะ” เสียงชูใจพูดดังมาจากบนบ้าน แล้วหน้ากลม ๆ ของชูใจก็โผล่ออกมาทางหน้าต่างเห็นแว๊บ ๆ ชูใจเป็นลูกชาวนา ผิวคล้ำจนเกือบดำมาตั้งแต่เด็ก ๆ ยามืดค่ำอย่างนี้แทบมองไม่เห็น

            “ฉันเองไหมทอง” ร้องตอบเพื่อน แล้วโบกมือให้

            “อ้าวขึ้นมาสิ แล้วพาใครมาด้วยน่ะ พูดแล้วก็ผลุบหายเข้าไป เดินมาเปิดประตูบ้านที่นอกชาน อากาศที่เริ่มขมุกขมัวทำให้ชูใจจำเพื่อน ๆ ไม่ได้ เพราะมองไม่ชัด เมื่อขึ้นบันไดไปครบทุกคนแล้ว แสงไฟส่องสว่างทำให้มองเห็นหน้าทุกคนได้ถนัด

            “อ้าว... หมายขวัญ เอื้อมใจ มาได้ไงเนี่ย ดีใจจังที่เธอมา” แล้วทั้งสามคนก็กอดกันกลม ไหมทองยืนยิ้มอยู่ห่าง ๆ มองเพื่อนด้วยความรัก

            ชวนกันนั่งที่นอกชานแล้ว ก็ทักทายกันต่อ เมื่อถามสารทุกข์สุกดิบกันตามระเบียบแล้ว ไหมทองก็บอกชูใจว่าอยากจะมาชวนไปเที่ยวที่บ้านของเธอ เพื่อไประลึกถึงบรรยากาศเก่า ๆ ตอนมุดรั้วโรงเรียนไปกินส้มตำกัน แล้วกระโดดน้ำคลองเป็นที่สนุกสนาน

            “ฉันว่างพรุ่งนี้พอดี ไม่ต้องไปนา เพราะตาแก่ไปอยู่นาตั้งแต่เมื่อเช้า” ชูใจเรียกสามีว่าตาแก่ เพราะสามีแก่กว่าชูใจถึง ๑๐ ปี “จะกลับอีกทีก็มะรืนนี้ บอกขี้เกียจไป ๆ มา ๆ บางครั้งก็ค้างที่ปลายนานั่นแหละ” ชูใจบอกเพื่อน ๆ อย่างยินดี นึกถึงวันคืนเก่า ๆ สมัยเป็นเด็ก

            “ยอดไปเลย อย่างงั้นพรุ่งนี้พวกเรามารับนะ” ไหมทองบอกปรบมืออย่างดีใจ แต่ถูกหมายขวัญเบรกเสียก่อน

            “เดี๋ยว ๆ แล้วลูกเธอล่ะ มีลูกชายสามคนไม่ใช่เหรอ ใครจะหาข้าวให้กินล่ะ” หมายขวัญทักท้วง เพื่อนคนอื่น ๆ ร้อง “ใช่” ขึ้นพร้อมกัน

            “เฮ่ย...ไม่ต้องห่วง สองคนเล็กตอนนี้ไปหาย่าที่โพนพิสัยอาทิตย์หน้าถึงจะกลับ ส่วนเจ้าคนโตไปทำงานที่กรุงเทพฯได้สองเดือนแล้ว” ชูใจอธิบาย “ฝ่ายตาแก่ของฉัน ก็เอาข้าวปลาไปเตรียมไว้แล้วเวลาจะไปค้างที่ปลายนา ไม่ต้องห่วง”

            “อ้อ...” ทุกคนลากเสียงยาว แต่ไม่มีใครกล้าถามต่อ เมื่อนัดหมายเวลากันเรียบร้อยแล้ว ไหมทองจึงลาชูใจกลับเพราะต้องไปส่งสองสาวที่โรงแรม

                                                            .......................

            ทุกคนมาถึงบ้านไหมทองซึ่งเมื่อครั้งเป็นเด็กมักจะชวนกันมุดรั้วโรงเรียนมากินส้มตำกันที่นี่เป็นประจำ สามีของไหมทองไม่อยู่ไปส่งผลไม้ที่จังหวัดกับลูก ๆ ดูเหมือนทุกอย่างจะลงตัวสำหรับบรรยากาศเก่า ๆ ที่ต้องการความเป็นส่วนตัว เอื้อมใจและหมายขวัญตื่นเต้นมาก ชูใจก็พลอยสดชื่นขึ้น ดวงตายังคงพูดน้อยเหมือนเดิมแต่ก็สนุกไปกับเพื่อน ๆ ไม่น้อย ทุกคนมานั่งกันที่ริมคลองเหมือนเดิม ห้าสาวนั่งห้อยเท้าเรียงกันเป็นแถว เป็นภาพที่สวยงามและหาดูได้ยาก

“ไม่คิดเลยนะว่าเวลามันจะผ่านไปเร็วอย่างนี้” ชูใจพูดกับทุกคน ดวงตาที่ฉายแววสุขใจเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นหมองหม่น

 

 
                                         (อ่านต่อ พร้อมคำแนะนำจากคุณประภัสสร)



ห้องพักฟื้นเรื่องสั้น

ใบไม้เปลี่ยนสี article
แดร๊กคิวล่ากระหายเลือด...ของคุณ article
พ่าย...แพ้ article
อ้อมกอดทะเล article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
www.psevikul.com นิตยสารสกุลไทย นิตยสารขวัญเรือน  amarinpocketbook นานมีบุ๊คส์ ร้านหนังสือซีเอ็ด ศูนหนังสือจุฬา ร้านนายอินทร์ ประพันธ์สาสน์ เวบคุณวิกรม กรมดิษฐ์  Masharee Blog วรรณวรรธน์คาเฟ่ เวบของคุณ คีตาญชลี เวบกระบี่ทูเด เวบกลอนธรรมะ