ReadyPlanet.com
dot dot
dot
ห้องรับแขก
dot
bulletเล่าสู่กันฟัง
bulletคลีนิกเรื่องสั้น
bulletห้องพักฟื้นเรื่องสั้น
bulletบางบท...บางตอน
bulletวันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์
bulletฟังรายการวิทยุย้อนหลัง
bulletคมคำ คำคม
bulletกระดานสนทนา
bulletสมุดเยี่ยม
bulletข่าวแวดวงวรรณกรรม
dot
ห้องสมุด
dot
bulletนักอ่านพูดถึงประภัสสร
bulletบทสัมภาษณ์ต่างๆ
bulletประภัสสร ใน สื่อ
dot
กล่องความทรงจำ
dot
bulletE-card
dot
Newsletter

dot


facebook.com/psevikul


เวลาของพ่อ article
 

 

 

ภายใต้ร่มเงาของไม้ใหญ่ที่ปกคลุมอาณาบริเวณจนร่มครึ้ม ไม้ดอกขนาดเล็กหลายหลากชนิดขึ้นแซมสลับสีสวยสดละลานตาอยู่รายรอบกาย หมู่แมลงภู่ผึ้งและผีเสื้อบินฉวัดเฉวียนยั่วล้อร่อนรี่เข้ารุกไล่กัน บ้างก็ย้ายขยับจับดอกโน้นทีดอกนี้บ้าง เพื่อดึ่มด่ำน้ำหวานจากกลีบเกสรและกลิ่นหอมอันยั่วยวน

นี่มันที่ไหนกันนะ หญิงสาวถามตัวเองขณะก้าวเดินเนิบช้าสูดอากาศสดชื่น มองกวาดไปรอบ ๆ บริเวณ ยกมือขึ้นรวบผมที่สยายยาวปกคลุมไหล่ เผยดวงหน้าเอิบอิ่มดวงตาสดใส

เดินชมวิวทิวทัศน์ด้วยความเพลิดเพลินได้ไม่นานนัก ต้องหยุดเงี่ยหูฟัง.. แหงนมองขึ้นไปบนยอดไม้ด้วยความประหลาดใจ เสียงนกร้องสลับรับกันเมื่อครู่กลับมีเสียงดนตรีและเสียงขับขานแทรกเข้ามา

“ฝนที่ตกทางโน้น หนาวถึงคนทางนี้ ยังอยากได้ยินทุกเรื่องราว เธอลำบากอะไรไหมเธอสู้ไว้หรือเปล่า อย่าลืมเล่าสู่กันฟังฯ”

หญิงสาวถึงกับอุทาน ผลิยิ้ม.... แต่สักประเดี๋ยวกลับก้มหน้าทอดถอนใจ ครุ่นคิด.... เธอก้าวเท้าไปตามทางคนเดินเล็ก ๆ ได้ไม่ไกลนัก แว่วยินเสียงคล้ายวัตถุบางอย่างกระทบกัน... จมูกสัมผัสกลิ่นไข่เจียวหอมกรุ่น

 

2

เกศินีเรียนจบมัธยมปลายที่กรุงเทพฯ แล้วเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัยที่ตัวเองเอ็นทรานซ์ติด แต่กว่าจะได้สิ่งนี้มา เธอต้องใช้ความพยายามอย่างหนัก มุมานะอ่านหนังสือและเรียนกวดวิชาแทบทุกแขนงด้วยการสนับสนุนของแม่กับพ่อที่มีรายได้จากกิจการอุตสาหกรรมในครัวเรือนเล็ก ๆ ผลิตสินค้าจำพวกตุ๊กตาและปลอกหมอน เธอเป็นลูกคนเดียวของพ่อแม่ และเป็นความหวังความภาคภูมิใจสิ่งเดียวที่ทั้งสองมีอยู่ เธอพักอยู่กับน้าชาย และไม่ได้กลับไปเยี่ยมเยือนพ่อแม่บ่อยนักทั้ง ๆ ที่นั่งรถเพียง 3 ชั่วโมงเศษก็จะถึงบ้าน เธอใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับตำหรับตำราและเพื่อนฝูงเสียมากกว่า จะกลับบ้านแต่ละครั้งก็ต่อเมื่อปิดเทอมใหญ่หรือเทศกาลวันหยุดมาถึง เธอคิดไว้ว่าหากเรียนจบจะกลับไปอยู่บ้านเฉย ๆ สักระยะหนึ่ง เพื่อให้เวลากับพ่อแม่บ้าง แต่พอฉลองใบปริญญาเสร็จ มิอาจทนแรงรบเร้าจากเพื่อนฝูง ที่ว่า หากจบแล้วไม่ทำงานเสียเลยความรู้ความสามารถและตำหรับตำราที่ร่ำเรียนมาก็จะคืนครูบาอาจารย์ไปเสียหมด เธอจึงสมัครงานทิ้งไว้และประมาณการว่า กว่าบริษัทจะเรียกตัวน่าจะใช้เวลาอยู่กับพ่อแม่ได้สักพักใหญ่ แต่เหตุการณ์กลับไม่เป็นดังที่คาดไว้ เมื่อบริษัทแห่งหนึ่งเรียกตัวเข้าทำงานหลังจากเธอไปสมัครทิ้งไว้เพียงไม่กี่วัน ความตั้งใจในคราวแรกก็เป็นอันต้องยกเลิกไป   แต่เพิ่งจะสนุกกับงานได้เพียงเดือนเศษ ข่าวร้ายก็มาถึง

 

3

พื้นเรือนถูกขัดลงเทียนจนขึ้นเงา โอ่งน้ำที่ทำจากดินเผาตั้งอยู่ตรงมุมบ้านและปิดด้วยฝาไม้สักแกะสลักเป็นรูปลายต้นไม้สูงใหญ่มีช้างลากซุงอยู่ใต้ต้น เหนือขึ้นไปเป็นหิ้งไม้ตรึงติดกับเสาเรือนมีวิทยุตั้งอยู่ นี่เองที่มาของเสียงเพลง รอยยิ้มเล็ก ๆ ปรากฎขึ้น......

 ต้นกล้วยที่ปลูกข้างตัวเรือนยื่นก้านตองข้ามซี่กรงราวไม้เข้ามา เพราะชานเรือนไม่ตีฝากั้น นกกระจอก ๒-๓ ตัวไล่จิกตีกัน ส่งเสียงร้องจิบจิบตลอดเวลาแล้วมุดเข้ามุดออกจากรังที่ทำจากเปลือกมะพร้าวแห้งทั้งลูก ซึ่งแขวนไว้กับชายคาเรือน หญิงสาวกวาดสายตาสำรวจด้วยอาการงุนงง ตัวเรือนน่าจะผ่านช่วงเวลามาหลายสิบปี แต่กลับยังอยู่ในสภาพดี  เธอก้าวผ่านนอกชานมาหยุดยืนตรงประตูเข้าห้องครัว 

“อ้าว กลับมาแล้วหรือลูก” หญิงวัย 45 ปีเศษที่กำลังง่วนงุ่นอยู่หน้าเตาร้องทักทายโดยมิได้หันมอง ผู้ที่มายืนอยู่ด้านหลัง

“ค่ะ” หญิงสาวรับคำอย่างงง ๆ เดินเข้าไปจนใกล้ แล้วย่อตัวก้มมอง

“นึกว่าใคร แม่นี่เอง” เธอร้องขึ้นด้วยความดีใจ “เจียวไข่หรือจ๊ะหอมจัง แต่เอ...ที่นี่ที่ไหนคะแม่ เรามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”

“ก็บ้านคุณยายไงล่ะลูก หนูจำไม่ได้หรือ แม่เคยพาหนูมากราบท่านบ่อย ๆ ตอนหนูยังเล็ก ๆ ไง” แม่หันมาตอบ ระบายยิ้มเจ้าเล่ห์

“คุณยายตายแล้วไม่ใช่หรือคะ”

“ตายจริง!  ทำไมลูกแช่งชักหักกระดูกคุณยายยังงั้นล่ะ เดี๋ยวคุณยายได้ยินจะเสียใจแย่”

“แล้วคุณยายไปไหนละจ๊ะ” หญิงสาวมองไปรอบ ๆ ด้วยอาการตื่น ๆ

“หนูไม่เห็นรึ คุณยายไปเก็บผักข้างบ้านโน้นไง   เดี๋ยวเรากินข้าวด้วยกันให้อร่อยสักมื้อนะลูกนะ”

หญิงสาวมึนงงต่อคำพูดของแม่ เดินออกจากห้องครัว มองออกไปด้านนอก เห็นตึกรามบ้านเรือนเต็มพรืด  แต่อีกครู่กลับเปลี่ยนเป็นป่ารกชัฏ และป่ารกชัฏกลายเป็นตึกรามบ้านเรือนอีก... สลับไปมาอยู่หลายครั้ง แล้วคุณยายล่ะ คุณยายไปเก็บผักที่ไหน เธอกวาดสายตาสำรวจด้วยความฉงนสนเท่ห์  แล้วคุณแม่ล่ะ!?  

เพล้ง ! เสียงวัตถุตกกระทบพื้นดังขึ้น

หญิงสาวผวาตื่นขณะนอนอยู่บนเตียง หล่อนเผยอเปลือกตามองฝ่าความมืดไปบนเพดานห้อง พลิกตัวกลับไปกลับมาบนที่นอน....  ภาพฝันได้หายไปแล้ว  แต่กลิ่นไข่เจียวยังอยู่ และเสียงเพลงดังอยู่ใกล้ ๆ  หรือว่าเราไม่ได้ฝัน-เธอมองไปรอบ ๆ ห้อง นึกขึ้นได้ เสียงเพลงดังมาจากวิทยุที่เปิดทิ้งไว้ก่อนนอนนั้นเอง เอื้อมมือปิดเสียงพยายามทบทวนและลำดับเหตุการณ์ รู้สึกสึกใจหายวาบ ขนลุกซู่ ลุกพรวดจากเตียงนอนวิ่งตึง ๆ ไปยังห้องครัว แต่สิ่งที่เธอคาดหวัง กลับเห็นพ่อกำลังเก็บเศษชามแตกพร้อมกับเศษไข่เจียวที่กระจายเกลื่อนบนพื้นครัว  เธอปล่อยโฮออกมาแล้วถลาเข้าไปหาผู้เป็นบิดา 

ชายวัย 60  ปีเศษยันกายลุกขึ้น สวมกอดลูกสาวไว้ 

“เป็นอะไรไปลูกเอ๋ย...  ไม่ต้องเสียดายนะลูกไข่เรามีเยอะ ไม่ต้องเสียดาย”

 

4

ระหว่างนั่งรถกลับบ้านหญิงสาวตกอยู่ในอาการเหม่อลอย หาเหตุผลไม่ได้ว่าทำไมกะทันหันนัก ก่อนหน้านี้ก็ไม่มีวี่แววจนนิด กลับบ้านครั้งหลังสุดวันหยุดสุดสัปดาห์แม่ยังแข็งแรงดีอยู่เลย วัยของแม่เพียง 45 ปีเศษ มันน้อยเกินไปที่จะทำใจยอมรับได้ ยังไม่ได้ทำหน้าที่ของลูกสักนิด ทำไม? ทำไมเราจึงโชคร้ายอย่างนี้

หญิงสาวมองดูร่างของแม่ที่นอนไร้สติบนเตียงคนไข้  ลมหายใจของแม่แผ่วเบาลงทุกขณะ สงสารแม่อย่างจับใจ ใบหน้าของแม่หมองคล้ำลงเพียงนิด เหมือนไม่มีวี่แววหรือเค้ารอยของคนป่วยเลย  คงเป็นเพราะแม่เป็นคนเจ้าเนื้อ ใบหน้าที่ใคร ๆ บอกว่าเหมือนเธอถอดพิมพ์มาจากแม่ไม่มีผิด เธอรู้สึกภูมิใจเพราะแม่เป็นผู้หญิงสวย แต่ลึก ๆ ก็อดหวั่นไหวไม่ได้ ตามความเชื่อโบราณได้บอกไว้ว่า ลูกสาวหากหน้าตาเหมือนแม่จะเป็นคนอาภัพ

หญิงสาวประคองมือแม่ขึ้นมา มือนี้เคยให้น้ำให้ข้าวเคยโอบกอดปลอบโยนเมื่อเธอร้องไห้ เคยจูงมือไปส่งที่โรงเรียนเมื่อครั้งแรกเข้าชั้นอนุบาล และเคยทำอะไรให้สารพัด ต่อไปนี้ใครจะปลุกปลอบลูกเมื่อมีเรื่องทุกข์ใจ แม่จ๋า.... มือนี้ยังไม่เคยรับอะไรจากลูกเลย ทำไมแม่มาด่วนจากไปเสียก่อนเล่า

หญิงสาวก้มหน้าลงซบกับฝ่ามือของแม่แล้วสะอื้นไห้.....

 

5

หญิงสาวพยายามฝืนความรู้สึกทำตัวให้กระปรี้กระเปร่าเดินทางมาทำงานตามปกติ เครื่องสำอางที่ตบแต่งขึ้นเพื่อให้ดูสดชื่นก็ไม่อาจปกปิดเพื่อนที่ทำงานได้ บางคนเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงเมื่อเห็นเธอกำลังจมปลักอยู่กับความเศร้าสร้อยเลื่อนลอยอีกครั้ง หลังจากการตายของแม่เมื่อ 3 เดือนก่อน ความฝันของเมื่อคืนวานคอยรบกวนจิตใจตลอดเวลา จนไม่มีกะจิตกะใจอยากทำงาน อดคิดไม่ได้ว่าแม่ยังวนเวียนอยู่ใกล้ ๆ แต่ในความฝันทำไมแม่จึงไปอยู่บ้านยาย คนเราตายแล้วไปอยู่ที่ไหนนะ  แม่จ๋า... แม่อยู่ที่ไหน.... หญิงสาวยกมือขึ้นปาดน้ำตา พยายามหักห้ามใจ  ความเงียบเหงาของพ่ออีก พ่อกลายเป็นคนเคร่งขรึม และยิ่งเมื่อเช้าวานนี้พ่อคงสะเทือนใจมาก พ่อคงรู้ว่าเธอคิดถึงแม่และฝันไม่ดี   พ่อแกล้งทำเป็นเข้มแข็ง แสร้งพูดว่าไม่ต้องเสียดายไข่ พ่อกลบเกลื่อนทั้ง ๆ ที่ใจพ่อร้าวรานไม่แพ้เธอ และเท่ากับเธอได้เพิ่มความทุกข์ให้กับพ่อมากยิ่งขึ้นอีก แววตาของพ่อยังหม่นเศร้าเหมือนทุกครั้งที่เดินออกมาส่งเธอขึ้นรถเพื่อมาทำงาน พ่อยังยืนอยู่ที่เดิมเหมือนทุกครั้ง จนรถวิ่งพ้นมาไกลและลับตา

 หญิงสาวพยายามที่จะกลับบ้านทุกครั้งเมื่อถึงวันหยุด ด้วยความเป็นห่วงพ่อ ที่ดูเหมือนจะอ่อนแอลงอย่างเห็นได้ชัด ที่ท่ารถรับส่งผู้โดยสารเธอมักจะพบว่าพ่อได้มารออยู่ก่อนแล้ว  พ่อจะตื่นเต้นและดีใจตรงรี่คว้าข้าวของที่หอบหิ้วติดมือมา  เมื่อถูกถามพ่อมักจะตอบว่าเพิ่งมาเองลูก พ่อเพิ่งมาได้ประเดี๋ยวเดียว และพอกลับถึงบ้าน สำรับกับข้าวก็ถูกยกมาพร้อมสรรพ มันเป็นอาหารที่ประกอบขึ้นจากฝีมือของพ่อเอง และสิ่งที่ขาดไม่ได้คือไข่เจียว จนบางครั้งเธออดออกปากหยอกล้อไม่ได้ว่า พ่อทำไข่เจียวได้เก่งอยู่อย่างเดียวกระมัง และทุกครั้งเธอจะกินไขเจียวโรยด้วยพริกผง และเหยาะน้ำปลาตามอย่างความเอร็ดอร่อย ส่วนพ่อก็จะคะยั้นคะยอให้กินเยอะ ๆ ถามซ้ำแล้วซ้ำอีก อิ่มแน่นะนางหนูอิ่มแน่นะ

        “คณุเกศินีรับสายคะ” โอเปอเรเตอร์ กรองเสียงมาตามสายโทรศัพท์ ที่โต๊ะทำงานของเธอ

“สวัสดีค่ะ จากโรงพยาบาลราชบุรีนะคะ” เสียงผู้หญิงพูดเนิบ ๆ บอกสถานที่

“คุณเป็นลูกสาวคุณชอบใช่ไหมคะ”

“ค่ะ ใช่ค่ะ”

“คุณพ่อ ของคุณประสบอุบัติเหตุอยู่ที่โรงพยาบาลนะคะ”

หญิงสาวแทบเป็นลมล้มพับ ไม่อยากรับรู้อะไรอีกแล้ว ทำไมมันเกิดขึ้นเร็วนัก พยามทรงตัวเดินออกจากที่ทำงาน หารถกลับบ้านทันที ถ้าพ่อเป็นอะไรไปอีกคนฉันจะมีชีวิตอยู่อย่างไร

 ระหว่างนั่งรถเดินทางกลับบ้าน หญิงสาวตกอยู่ในอาการเหม่อลอยและเศร้าสร้อย ฟูมฟายกับเหตุการณ์ร้ายที่เกิดขึ้นซ้ำซาก คราวก่อนก็แม่ ครานี้มาเกิดขึ้นกับพ่ออีก ชีวิตของเธอจะไม่เหลือใครสักคนเลยเชียวหรือ

ป้าเพื่อนบ้านโทรมาคุยกับเธอขณะอยู่บนรถและเล่าให้ฟังว่า หลังจากไม่เห็นพ่อของเธอกลับเข้าบ้านเหมือนทุก ๆ เย็น ก็นึกแปลกใจ จนวันรุ่งขึ้นเมื่อเห็นว่ายังไม่กลับมาจึงรีบออกตามหา สอบถามผู้คนที่อยู่บริเวณท่าจอดรถประจำทาง เพราะเคยเห็นพ่อชอบไปนั่งที่นั่นทุก ๆ วัน จึงรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับพ่อของเธอ พ่อโดนรถเฉี่ยวชนระหว่างเดินกลับจากป้ายรถประจำทางที่พ่อเคยมารอรับส่งเธอ เมื่อประมาณ 6 โมงเย็นเศษของเมื่อวาน ซึ่งเป็นเวลาโพล้เพล้ คนขับรถคันที่ชนบอกว่า อยู่ ๆ พ่อก็เดินออกจากไหล่ทางเข้ามาในเลนที่รถกำลังวิ่งโดยไม่หันมองด้านหลังก่อน

คำบอกเล่าของป้าเพื่อนบ้านยิ่งทำให้หญิงสาวสะเทือนใจมากยิ่งขึ้น พ่อคงออกไปรอเรา พ่อคงคิดมากจนจำไม่ได้ว่าวันไหนวันหยุดวันไหนวันทำงาน หรือพ่อคงอยากให้เรากลับบ้านทุก ๆ วัน  พ่อจ๋า... อย่าเป็นอะไรไปอีกคนนะ เธอเฝ้าสวดภาวนาอยู่ในใจ

 

6

ลมหัวรุ่งหวนกลับมาอีกครั้ง และเหมือนทุกๆ วัน มันหอบเอากลิ่นฟางข้าว,หญ้าแห้งและกลิ่นอาหารที่ถูกปรุงจากครัวเรือนมาด้วย เสียงเพลงจากเครื่องรับวิทยุดังมาจากบ้านไม้ยกสูงที่ปลูกอยู่ชานเมือง และมีเสียงโขลกน้ำพริกดังซ้อนขึ้นถี่กระชั้น

“ทำอะไรกินล่ะนังหนู” ชายชราโพล่เข้ามายังห้องครัว

“อ้าว พ่อ ระวังนะ ยังเจ็บอยู่หรือเปล่า”

“เปล่าลูก พ่อไม่เป็นไรแล้ว”

“พ่อน่าจะนอนเยอะ ๆ นะ รีบตื่นมาทำไมคะ”  

“พ่อต่างหากที่ควรจะถามหนู   รีบตื่นมาแย่งหน้าที่ของพ่อทำไม”

“แหม ปล่อยให้พ่อทำให้กินมานานแล้ว ต่อไปนี้ให้หนูทำบ้างนะ” หญิงสาวยิ้มสดใส

“ไม่ได้หรอกนะนังหนู พ่อไม่เป็นอะไรสักหน่อย ปล่อยไว้เป็นหน้าที่ของพ่อเองเถอะ”

“พ่อคะ ทายสิหนูทำอะไรให้พ่อกิน”

“เอ พ่อจะทายถูกไหมหนา”

“เฉลยเลยดีกว่า นี่ไงคะปลาย่าง หนูจะแกงขี้เหล็กให้พ่อกิน หนูรู้ว่าพ่อชอบ”  

ใบหน้าของชายชราสลดลงทันที ก่อนจะรีบผินหน้าออกไปทางอื่น 

หญิงสาวรู้สึกผิดที่คำพูดของเธอทำให้พ่อสะเทือนใจ

“พ่อคะ   ต่อไปนี้หนูจะทำกับข้าวให้พ่อกินทุกวันเลยนะ” หญิงสาวพูดพร้อมทำท่าประจบประแจง

“อ้าว ลูกไม่ต้องไปทำงานหรอกรึ” คิ้วทั้งสองของพ่อขมวดเข้าหากัน แววตาบ่งบอกถึงความสงสัย

“จ้ะพ่อ เดี๋ยวพอกินข้าวเช้าเสร็จ หนูจะไปซื้ออุปกรณ์เพิ่ม หนูจะรื้อฟื้นงานที่บ้านเรา”

“เดี๋ยว ๆ นังหนู   หมายความว่ายังไง หนูจะทำตุ๊กตาหรือ”

“ใช่สิจ๊ะพ่อ ก็พ่อหยุดทำมานานแล้วนี่ พ่อไม่มีสิทธิ์แล้วนะ”

ดวงตะวันโผล่พ้นขอบฟ้าสรรพชีวิตเริ่มเคลื่อนไหว และมีเสียงระเบ็งเซ็งแซ่เข้ามาแทนความเงียบของกลางคืนอีกครั้ง  เสียงพูดคุยสลับกับเสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากของหญิงสาวและชายชราดังมาจากบ้านชานเมือง หญิงสาวทำแกงขี้เหล็กแบบที่แม่เคยทำให้พ่อกินเมื่อครั้งมีชีวิตอยู่ และเป็นอาหารจานโปรดของพ่อ ทำให้ผู้เป็นพ่อกินอาหารมื้อนี้ได้มากเป็นพิเศษ หญิงสาวรู้สึกเอิบอิ่มใจและเป็นสุข พ่อนอนโรงพยาบาลเพียง 2 วันเพื่อดูอาการให้แน่ใจว่าไม่เป็นอะไรมากนอกจากมีแผลถลอกและเคล็ดขัดยอก และเธอตัดสินใจลาออกจากงานโดยไม่รู้สึกเสียดายเงินเดือน และใบผ่านงานที่จะได้รับ เพราะไม่ได้บอกล่วงหน้า ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าชีวิตของพ่ออีกแล้ว เธอจะไม่ยอมเสียเวลาไปกับอย่างอื่นอีกแล้ว เพื่อเป็นการชดเชยกับความผิดที่เห็นงานดีกว่าแม่ จนพลาดโอกาสที่จะตอบแทนพระคุณไปตลอดชีวิต เธอไม่อยากพบกับสิ่งเลวร้ายอีก

“เสียดายความรู้นะลูก เรียนมาก็เยอะ” พ่อเอ่ยขึ้นหลังจากกินอาหารเช้าเสร็จและทราบความจริงทั้งหมด

“แต่มันก็ได้ใช้นะคะพ่อ หนูจะนำความรู้ที่มีมาปรับใช้ ทำอาชีพของเราให้ดีขึ้น และถ้าเรากินอยู่อย่างพอเพียงเราคงไม่ลำบากหรอก เดี๋ยวหนูจะซื้อคอมพิวเตอร์ซักเครื่องหนึ่งเอากิจการของพ่อเข้าไปขายในอินเตอร์เน็ต”

“1 ตำบล 1 ผลิตภัณฑ์กับเขาได้เหมือนกันหรือ” พ่อยิ้มขัน ๆ

“ไม่แน่นะพ่อ   สินค้าของพ่ออาจจะเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกเลยก็ว่าได้”

“ถ้าซื้อคอมพิวเตอร์มา ลูกต้องสอนพ่อบ้างนะ”

“ได้จ้ะพ่อ พ่อจะแชตกับสาว ๆ ละซี้”

ผู้เป็นพ่อยิ้มเขิน เป็นครั้งแรกที่หญิงสาวเห็นประกายตาที่ยิ้มได้ของพ่อ ต่อไปนี้แม่คงจะหมดห่วงเสียที  สัญญาจ๊ะแม่จ๋า หนูจะให้เวลากับพ่อเพื่อชดเชยเวลาที่หนูไม่ได้ให้แม่เลย หนูจะดูแลพ่ออย่างดี  แม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะจ๊ะ.

 

                              

 
 
 

คลืนิกเรื่องสั้น 31

เวลาของพ่อ

รุ่งฤทธิ์ ทรงคัชชะ

 

            บ่อยครั้งที่เรามักจะรู้สึกผิดในเรื่องบางเรื่องซึ่งเราละเลยหรือหลงลืมในการทำหน้าที่ของเราอย่างเต็มที่ จนเรื่องล่วงเลยเกินกว่าที่จะแก้ไขได้ และความรู้สึกเช่นนี้มักจะเป็นเหมือนแผลเป็นในจิตใจ ที่ทำให้เราปวดแปลบทุกครั้งที่มีสิ่งหนึ่งสิ่งใดไปกระทบมันเข้า - และความรู้สึกผิดประการหนึ่งที่มักจะเกิดขึ้นแก่คนทั่วไป ก็คือความรู้สึกผิดต่อพ่อแม่

            ในเรื่อง “เวลาของพ่อ” คุณรุ่งฤทธิ์ ได้นำเสนอความรู้สึกผิดของหญิงสาวที่ละทิ้งพ่อกับแม่ไปใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ จนต้องเสียแม่ไปอย่างไม่มีโอกาสได้ดูใจ และเกือบจะต้องสูญเสียพ่อไปอีกคนหนึ่ง จนทำให้เธอตัดสินใจเปลี่ยนวิถีชีวิตของตัวเอง ด้วยการกลับคืนมาอยู่ในชนบท เพื่อดูแลพ่อและมีความสุขกับชีวิตที่เรียบง่ายและพอเพียง

            อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเนื้อหาของเรื่องจะดี แต่โดยที่พล๊อตไม่มีความแปลกใหม่ จึงทำให้

เรื่องสั้นเรื่องนี้ขาดแรงดึงดูดใจไปอย่างน่าเสียดาย – การที่จะทำให้คนหยิบหนังสือสักเล่มหรือเรื่องสั้นสักเรื่องขึ้นมาอ่าน มีหลักง่าย ๆ คือ

1.      เป็นเรื่องที่พูดถึงสิ่งที่เขาสนใจ และ

2.      (เรื่องที่เขาสนใจนั้น) เป็นสิ่งที่เขายังไม่เคยรู้มาก่อน

ซึ่งเรื่องสั้นเรื่องนี้ของคุณรุ่งฤทธิ์แม้จะเข้าหลักเกณฑ์ข้อ 1 คือเป็นเรื่องที่คนสนใจ แต่ไม่

เข้าหลักเกณฑ์ข้อ 2 เพราะคนมักจะรู้หรือเคยผ่านหูผ่านตาเรื่องในลักษณะนี้มามากแล้ว

            วิธีแก้ปัญหาสำหรับเรื่องพล๊อตซ้ำหรือพล๊อตช้ำ ก็คือลองหามุมมองใหม่ที่แปลกไปจากคนอื่น อยากให้นึกถึงเรื่องที่เล่ากันเล่น ๆ ว่า เมื่อตอนที่โคลัมบัสเดินทางกลับจากการค้นพบทวีปอเมริกานั้น มีบางคนค่อนแคะว่าโคลัมบัสไม่ได้เก่งกาจอะไร ใครที่แล่นเรือออกไปเรื่อย ๆ ก็ต้องพบทวีปอเมริกาทั้งนั้น โคลัมบัสก็ยื่นไข่ไก่ให้ฟองหนึ่งแล้วบอกว่า ใคร ๆ ก็รู้จักไข่ไก่เหมือนกัน แต่อยากรู้ว่าจะมีใครตั้งไข่ได้บ้าง ปรากฏว่าไม่มีใครสักคนสามารถตั้งได้ โคลัมบัสรับไข่คืนมาแล้วก็เคาะก้นไข่ให้พอบุบ เท่านั้นเองก็สามารถตั้งไข่ได้

            จริง ๆ แล้ว เรื่องทำนอง “เวลาของพ่อ” ผู้เขียนมักจะเขียนจากมุมมองของผู้ที่รู้สึกผิด ทั้ง ๆ ที่อาจจะยังมีมุมอื่น ๆ อีกที่เรายังไม่ได้มอง

            ผมอยากเห็นคุณรุ่งฤทธิเป็นอย่างโคลัมบัสครับ

 

ประภัสสร เสวิกุล

ซันติอาโก ชิลี, 26 กรกฎาคม 2550

           

 

 




คลีนิกเรื่องสั้น

รายการชีวิต
โจรปริญญา(ตี)
มือศิลป์ article
Love is....
อกแกก็อกฉัน...อกฉันก็อกแก article
ร่วมกินโต๊ะ
ภาพของฉัน article
คืนข้ามปี article
เหรียญบาทกับโบสถ์กลางน้ำ article
ใส...ซื่อ...บริสุทธิ์ (ใจ) article
นิยายรัก ฉบับป้าหมู article
สายน้ำที่ขาดหาย article
อรุณรุ่ง article
บ้านนั้นเขามีงานศพ article
หีบเชี่ยนหมากของอ้ายแก้ว article
การผ่านพ้นแห่งยุคสมัย article
แม่น้ำเจ้าพระยา article
เธอสุขได้อย่างไรเมื่อผองชนทุกข์ยากลำเค็ญ article
เมื่อโลกนี้ไร้สีสัน... article
ลั่น article
เสมือนรังดักแด้ที่เฝ้าฟูมฟักผีเสื้อให้โบยบิน article
แหว่ง article
รุ้งกินน้ำของปานวาด article
กล่องความทรงจำเก่า...และเงารัก article
จอมโจรหนอนหนังสือ article
มาลัยวรรณกรรม article
ห้องแห่งมิติอนันต์ article
ครูจันทร์ผ่อง ของแม่ article
จุกน้ำปลา...พาโชค article
การค้นพบตัวเองที่ไม่ใช่ตัวเอง article
เพียงภาพในวัยเยาว์ article
น้ำตาลทราย article
การเดินทางของชายชรา article
พันธะพรหมลิขิต article
บทเรียนน้ำตา article
กลางเมืองหลวง article
ประตูที่ถูกเลือก article
ร้องเรือ: ลำนำที่ผันแปร article
ดาวน์ความสำเร็จ article
ไอ้หมา article
คุณย่ากับคุณป้าข้างบ้าน article
ข้างหลังภาพนั้น article
วัฏพินาศแห่งสยามประเทศ article
คลีนิกเรื่องสั้น 16 article
หรือฉันเองที่แตกต่าง article
เด็กชายวิสรุจณ์...ซุกซน article
ใบไม้เปลี่ยนสี article
มรดกพ่อ article
ก้าวแรกของนักล่าดวงจันทร์ article
เพื่อนตาย article
หุ่นยนต์สังกะสี article
คิดถึงพ่อ article
สาวหน้าใสกับหัวใจน้องเหมียว article
แดร๊กคิวล่ากระหายเลือด...ของคุณ article
ก็เพราะว่า...เรารักนาย article
อ้อมกอดทะเล article
เรือของพ่อ article
ไม่โกรธใช่ไหม article
ในความทรงจำ article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
www.psevikul.com นิตยสารสกุลไทย นิตยสารขวัญเรือน  amarinpocketbook นานมีบุ๊คส์ ร้านหนังสือซีเอ็ด ศูนหนังสือจุฬา ร้านนายอินทร์ ประพันธ์สาสน์ เวบคุณวิกรม กรมดิษฐ์  Masharee Blog วรรณวรรธน์คาเฟ่ เวบของคุณ คีตาญชลี เวบกระบี่ทูเด เวบกลอนธรรมะ