ReadyPlanet.com
dot dot
dot
ห้องรับแขก
dot
bulletเล่าสู่กันฟัง
bulletคลีนิกเรื่องสั้น
bulletห้องพักฟื้นเรื่องสั้น
bulletบางบท...บางตอน
bulletวันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์
bulletฟังรายการวิทยุย้อนหลัง
bulletคมคำ คำคม
bulletกระดานสนทนา
bulletสมุดเยี่ยม
bulletข่าวแวดวงวรรณกรรม
dot
ห้องสมุด
dot
bulletนักอ่านพูดถึงประภัสสร
bulletบทสัมภาษณ์ต่างๆ
bulletประภัสสร ใน สื่อ
dot
กล่องความทรงจำ
dot
bulletE-card
dot
Newsletter

dot


facebook.com/psevikul


จุกน้ำปลา...พาโชค article
 

 

ผมหยิบกล่องไม้เล็กๆ เปิดฝาออกดู แล้วก็อดนึกถึงเรื่องราวเก่า ๆ ในวันนั้นไม่ได้ ภาพในอดีตย้อนกลับมาให้ผมได้ยิ้มอีกครั้งผมจำได้ไม่ลืมเลือน

รถสองแถวติดเครื่องขยายเรื่องเสียงคันใหญ่ เปิดเสียงดังลั่น ว่าคืนนี้จะมีดนตรีมาแสดง ที่ลานหน้าอำเภอ ผมและเด็กอีกหลายคน วิ่งตามรถคันนั้นด้วยความอยากรู้อยากเห็น เพราะมันเป็นความบันเทิงสิ่งเดียวที่พวกเราจะได้พบได้เจอกันก็ว่าได้ รถประกาศก้องว่ามีวงดนตรีวงใหญ่ พร้อมหางเครื่องครบชุดจะมาแสดงให้ชม ค่าบัตรผ่านประตู คนละ ๑๐ บาท ผมได้ยินดังนั้นเลยหยุดวิ่งมันซะเฉย ๆ ความตื่นเต้นที่อยากรู้อยากเห็นเมื่อสักครู่มันหายไปหมดแล้ว ผมคงไม่มีปัญญาจะซื้อตั๋วเข้าดูแน่นอน

เสียงประกาศต่อมาอีกว่า หากท่านใดมีชิ้นส่วนของสินค้าตามที่ติดอยู่ข้างรถ ก็ไม่ต้องซื้อตั๋ว ให้นำมาคนละ ๑ ชิ้นเพื่อแลกกับบัตรผ่านประตูเข้างาน ใจผมมีความหวังขึ้นมาอีกหน ผมเริ่มวิ่งตามรถ ตามเด็กคนอื่น ๆ อีกครั้ง

ตาผมเหลือบไปเห็น ขวดน้ำปลายี่ห้อ อมยิ้ม ที่โฆษณาอยู่ข้างรถ ผมจำมันได้แม่นยำเพราะผมเป็นคนซื้อมันให้แม่เองนี่นา ผมยิ้มอย่างมีความหวัง และรีบกลับบ้านไปดูเจ้าขวดนั้นทันที

ผมไม่รอช้าหยิบมันขึ้นมาพินิจพิเคราะห์ ทำยังไงผมถึงจะมีชิ้นส่วนไปโชว์เค้าได้ล่ะนี่ ความคิดแล่นเข้ามาในหัวของผม ว่าต้องแกะเอาจุกน้ำปลาที่มีชื่อยี่ห้อ อมยิ้ม ถือไปแลกบัตรผ่านประตูให้จงได้ ผมเริ่มงัดเจ้าจุกนั่นอยู่นานสองนาน มันช่างยากลำบากเสียจริง ๆ แต่ผมไม่ย่อท้อเป็นอันขาด ดนตรี นักร้อง และหางเครือ่ง เป็นสิ่งที่ผมนึกถึงในตอนนี้

ขวดน้ำปลาเจ้ากรรม ก็งัดจุกออกยากเหลือเกิน น้ำปลาหกรดลงกางเกงตัวเก่ง ติ่ง ติ่ง ...

ผมเร่งมือทำเพราะหากแม่กลับมาเห็น ผมคงโดนตีแน่ ๆ น้ำปลาหกเยอะขึ้นเรื่อย ๆ ผมนั่งงัด ๆ แงะๆ อยู่นานพอดู มือเจ้ากรรมดันจับขวดพลาด ขวดตกลงกระแทกพื้นอย่างจัง น้ำปลาแตกกระจายเต็มพื้นบ้าน ใจผมสั่นเป็นกลองรัว คิดในใจว่า ...ต้องโดนแม่ตีตายแน่ ๆ

ยังไม่ทันคิดไกลไปกว่านั้น เสียงแม่กลับมาถึงบ้านพอดี แม่จ้องมองมาที่ผม และก็มองดูขวดน้ำปลาที่แตกกระจาย แต่แม่ไม่ว่าผมซักคำ บอกแต่ว่า .... ระวังอย่าเพิ่งเดิน เดี๊ยวแก้วได้บาดแกแน่ ๆ .....

ผมยิ้มได้ในทันที

 ....แม่ไม่โกรธเหรอ ผมถามออกไป

 ....แม่บอกว่าจะโกรธแกทำไม ต่อไปก็แค่พวกเราจะต้องกินข้าวคลุกเกลือ แทนกินข้าวคลุกน้ำปลาก็แค่นั้น

ผมรู้สึกผิดที่ทำขวดน้ำปลาแตก

.....แม่ถามผมว่าเอาขวดน้ำปลาออกมาทำไม ....

ผมเล่าเรื่องทั้งหมดให้แม่ฟัง

แม่ผมลงมืองัดเจ้าจุกน้ำปลาตรงคอขวดที่แตก แล้วยื่นมันให้กับผม ผมมองหน้าแม่แล้วกล่าวขอบคุณแม่ดัง ๆ

ค่ำวันนั้น ผมกำจุกน้ำปลาแน่น จนเจ็บที่ฝ่ามือ เพราะกลัวมันจะหล่นหายตอนผมวิ่งมาที่ลานหน้าอำเภอ และรีบจ้ำอ้าว ๆ เข้าไปที่โต๊ะขายตั๋วเพื่อจะแลกมันกับเจ้าจุกอันนี้

ตาผมเหลือบไปเห็นประกาศ รับสมัครนักร้องในค่ำวันนี้ด้วย มีรางวัลเป็นแรงจูงใจ ผมนิ่งคิดอยู่นานกับข้อความในประกาศนั้นว่า ท่านใดสมัครเข้าประกวดร้องเพลงในคืนนี้ จะได้ของใช้เป็นสินค้ายี่ห้อ อมยิ้ม ติดไม่ติดมือกลับบ้านกันทุกคน

ผมก้าวเท้า ไปอีกโต๊ะ ที่รับสมัครนักร้อง เจ้าหน้าที่ถามผมว่า .....เจ้าหนู อายุเท่าไหร่ ....

ผมตอบออกไปว่า ๑๐ ขวบ เค้ารีบบอกผมว่า ต้องอายุ ๑๕ นะถึงจะประกวดได้ ผมรีบเถียงทันทีว่าไม่เห็นเขียนไว้ที่ประกาศเลยนี่นา ผมรู้ว่ามันผิดที่ผมรั้นที่จะประกวด แต่ใจผมอยากได้ของติดมือกลับบ้านนี่นา

เจ้าหน้าที่คงนึกรำคาญ เลยยอมให้ผมสมัคร

ผมยิ้มแกล้มแทบปริ

นาทีระทึกใจมาถึง เสียงโฆษกประกาศว่า ถึงเวลาที่ทุกท่านรอคอยแล้ว คือการประกวดร้องเพลง ใจผมเต้นไม่เป็นจังหวะ เพราะว่าผมคือคนแรกที่จะต้องออกไปร้องน่ะสิ

ผมค่อย ๆ เดินขึ้นเวทีด้วยความประหม่า ขาเจ้ากรรมดันไปเกี่ยวเข้ากับสายไฟ ผมกลิ้งหลุน ๆ ออกไปหน้าเวที โฆษกช่วยพยุงผมให้ยืนขึ้นอีกครั้ง

ผมร้องเพลงที่ถนัด มันเป็นเพลงเดียวที่ผมชอบร้อง พอร้องจบ ผมไม่ได้นึกหวังว่าจะได้ตำแหน่งใด ๆ ทั้งสิ้น แต่ผมหวังเพียงรางวัลปลอบใจในประกาศนั่นมากกว่า มันคือของติดมือกลับบ้านนั่นเอง

ผลการประกวด เป็นไปตามความคาดหมาย ผมไม่ติดฝุ่นของนักร้องที่เข้าประกวดเลยสักคน ผมเดินไปด้านข้างเวที เพื่อรอรับรางวัลปลอบใจของผม กรรมการถามผมว่า....

ไอ้หนู อยากได้อะไรกลับบ้านล่ะเลือกเอาอย่างนึงสิ ...

ผมรีบชี้ทันที มันคือ น้ำปลาขวดใหญ่ ยี่ห้อ อมยิ้ม ที่ผมทำแตกไปเมื่อตอนเย็น

กรรมการถามผมต่อไปอีกว่า ...แล้วอยากได้กี่ขวดล่ะ

ผมตอบทันที.....ว่า.... ขวดเดียวครับ

กรรมการหลายคนยิ้ม แล้วบอกว่า ไอ้หมอนี่มักน้อยนี่หว่า

ในที่สุดผมก็ได้ น้ำปลา ยี่ห้อ อมยิ้ม ๑ ลัง พร้อมบะหมี่สำเร็จรูปอีก ๑๐ ห่อ เพราะความเอ็นดูของกรรมการ

ผมไม่อยู่ดู ดนตรีจนจบรายการหรอกนะ รีบวิ่งแจ้นกลับบ้าน เพราะอยากเอารางวัลไปอวดแม่ ระหว่างทางผมยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ไม่รู้สึกหนักเลยสักนิดที่แบกลังใจเบ่อเริ่มเทิ่ม ในใจผมคิดเพียงว่าผมหา น้ำปลามาคืนแม่ได้แล้ว แถมได้กำไรอีกหลายขวด พร้อมมีบะหมี่กินอีกหลายห่อ

แม่เห็นผมแบกลังน้ำปลาและยิ้มมาแต่ไกล ผมเล่าเรื่องราวในคืนนี้ให้แม่ฟัง ....ผมเห็นแม่หัวเราะ และยิ้มกว้าง ๆ แม่กอดผมแน่นและบอกผมว่า ....แม่ดีใจ

ผมไม่เคยเห็นแม่ยิ้มมานานแล้ว นึกในใจว่าแม่ต้องดีใจที่ผมได้น้ำปลาตั้งลัง และบะหมี่อีกตั้ง ๑๐ ห่อ กลับมาบ้านแน่ ๆ

แต่แม่บอกผมว่า ...ที่แม่ดีใจ เพราะผมเป็นคนกล้าคิดกล้าแสดงออกในทางที่ถูกต่างหากเล่า .....และแม่ภูมิใจในตัวผม

จากวันนั้นแม้เวลาจะล่วงเลยมานานนับสิบปี ผมก็ไม่อาจลืมเจ้าของในกล่องไม้ที่ผมถืออยู่นี้ได้ ทุกครั้งที่ผมต้องตัดสินใจทำอะไรสักอย่างผมต้องหยิบมันขึ้นมาดู เพราะมันทำให้ผมนึกถึงคำพูดและรอยยิ้มของแม่ในวันนั้น มันทำให้ผมมีพลังที่จะก้าวเดิน และตัดสินใจได้ด้วยตัวของผมเอง ....ผมยิ้มให้กับมันอีกครั้ง ....ขอบใจนะ เจ้าจุกน้ำปลาพาโชค ของผม

            ................................................................................................................... 

 

 
 
 
 
 

คลีนิกเรื่องสั้น 32

จุกน้ำปลา...พาโชค

พิมพ์ลภัส บร๊าซ

 

            เมื่ออ่านเรื่อง “จุกน้ำปลา...พาโชค”จบลง นอกจากรอยยิ้มแล้ว ยังทำให้ผมนีกถึงเพลงของสังข์ทอง สีใส เพลงหนึ่ง ที่พูดถึงรถโฆษณาซึ่งแล่นเปิดเพลงมาแต่ไกล ทำให้นึกว่าเป็นรถโฆษณาหนังขายยา แต่ที่จริงแล้ว “แสนอับอาย...รถขายน้ำปลา” และเนื้อเพลงท่อนหนึ่งที่ว่า “บ้านใหญ่ ๆ กินไก่กินหมู บ้านรังหนูกินแต่น้ำปลา”

            คุณพิมพ์ลภัสใช้กลวิธีในการเล่าเรื่องแบบง่าย ๆ และปล่อยให้พฤติการณ์ของตัวละครเคลื่อนไหวไปตามธรรมชาติ ท่ามกลางบรรยากาศที่มีกลิ่นอายต่างจังหวัด เริ่มจากความคิดแบบเด็ก ๆ ที่จะงัดจุกน้ำปลาไปแลกตั๋วดูดนตรีลูกทุ่ง ความฝันพื้น ๆ ของเด็กบ้านนอกในการสมัครประกวดร้องเพลง และความใสซื่อที่ขอรับรางวัลเป็นน้ำปลาขวดเดียว เพื่อเอาไปใช่คืนแม่แทนขวดที่ทำแตกไป

            ความน่ารักอย่างมากของเรื่องสั้นเรื่องนี้ อยู่ที่การให้แนวคิดและความรู้สึกที่ดี ๆ แก่ผู้อ่าน เช่น ตอนที่ลูกชายทำขวดน้ำปลาแตก

            ...แม่ไม่โกรธเหรอ ผมถามออกไป

            ...แม่บอกว่าจะโกรธแกทำไม ต่อไปก็แค่พวกเราจะต้องกินข้าวคลุกเกลือ แทนกินข้าวคลุกน้ำปลาก็แค่นั้น

            ตอนที่แม่งัดจุกน้ำปลาตรงคอขวดที่แตกให้ลูก

            และตอนที่ลูกชายหอบลังน้ำปลากับบะหมี่กลับมา

            ผมไม่เคยเห็นแม่ยิ้มมานานแล้ว นึกในใจว่าแม่ต้องดีใจที่ผมได้น้ำหลาตั้งลัง และบะหมี่อีกตั้ง10 ห่อ กลับมาบ้านแน่ๆ

            แต่แม่บอกว่า...ที่แม่ดีใจ เพราะผมเป็นคนกล้าคิดกล้าแสดงออกในทางที่ถูกต่างหากเล่า...

            ปัญหาของคุณพิมพ์ลภัสมีอยู่นิดเดียว ก็คือการใช้วรรณยุกต์ผิดและสะกดผิด เช่น

ติ๋ง ติ๋ง เป็น ติ่ง ติ่ง

            เดี๋ยวแก้วได้บาดแกแน่ ๆ เป็น เดี๊ยวแก้วได้บาดแกแน่ ๆ 

            แก้ม เป็น แกล้ม

            นอกนั้นก็อยู่ในขั้นดีแล้วครับ

 

ประภัสสร เสวิกุล

ซันติอาโก ชิลี, 27 กรกฏาคม 2550

           

  




คลีนิกเรื่องสั้น

รายการชีวิต
โจรปริญญา(ตี)
มือศิลป์ article
Love is....
อกแกก็อกฉัน...อกฉันก็อกแก article
ร่วมกินโต๊ะ
ภาพของฉัน article
คืนข้ามปี article
เหรียญบาทกับโบสถ์กลางน้ำ article
ใส...ซื่อ...บริสุทธิ์ (ใจ) article
นิยายรัก ฉบับป้าหมู article
สายน้ำที่ขาดหาย article
อรุณรุ่ง article
บ้านนั้นเขามีงานศพ article
หีบเชี่ยนหมากของอ้ายแก้ว article
การผ่านพ้นแห่งยุคสมัย article
แม่น้ำเจ้าพระยา article
เธอสุขได้อย่างไรเมื่อผองชนทุกข์ยากลำเค็ญ article
เมื่อโลกนี้ไร้สีสัน... article
ลั่น article
เสมือนรังดักแด้ที่เฝ้าฟูมฟักผีเสื้อให้โบยบิน article
แหว่ง article
รุ้งกินน้ำของปานวาด article
กล่องความทรงจำเก่า...และเงารัก article
จอมโจรหนอนหนังสือ article
มาลัยวรรณกรรม article
ห้องแห่งมิติอนันต์ article
ครูจันทร์ผ่อง ของแม่ article
เวลาของพ่อ article
การค้นพบตัวเองที่ไม่ใช่ตัวเอง article
เพียงภาพในวัยเยาว์ article
น้ำตาลทราย article
การเดินทางของชายชรา article
พันธะพรหมลิขิต article
บทเรียนน้ำตา article
กลางเมืองหลวง article
ประตูที่ถูกเลือก article
ร้องเรือ: ลำนำที่ผันแปร article
ดาวน์ความสำเร็จ article
ไอ้หมา article
คุณย่ากับคุณป้าข้างบ้าน article
ข้างหลังภาพนั้น article
วัฏพินาศแห่งสยามประเทศ article
คลีนิกเรื่องสั้น 16 article
หรือฉันเองที่แตกต่าง article
เด็กชายวิสรุจณ์...ซุกซน article
ใบไม้เปลี่ยนสี article
มรดกพ่อ article
ก้าวแรกของนักล่าดวงจันทร์ article
เพื่อนตาย article
หุ่นยนต์สังกะสี article
คิดถึงพ่อ article
สาวหน้าใสกับหัวใจน้องเหมียว article
แดร๊กคิวล่ากระหายเลือด...ของคุณ article
ก็เพราะว่า...เรารักนาย article
อ้อมกอดทะเล article
เรือของพ่อ article
ไม่โกรธใช่ไหม article
ในความทรงจำ article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
www.psevikul.com นิตยสารสกุลไทย นิตยสารขวัญเรือน  amarinpocketbook นานมีบุ๊คส์ ร้านหนังสือซีเอ็ด ศูนหนังสือจุฬา ร้านนายอินทร์ ประพันธ์สาสน์ เวบคุณวิกรม กรมดิษฐ์  Masharee Blog วรรณวรรธน์คาเฟ่ เวบของคุณ คีตาญชลี เวบกระบี่ทูเด เวบกลอนธรรมะ