ReadyPlanet.com
dot dot
dot
ห้องรับแขก
dot
bulletเล่าสู่กันฟัง
bulletคลีนิกเรื่องสั้น
bulletห้องพักฟื้นเรื่องสั้น
bulletบางบท...บางตอน
bulletวันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์
bulletฟังรายการวิทยุย้อนหลัง
bulletคมคำ คำคม
bulletกระดานสนทนา
bulletสมุดเยี่ยม
bulletข่าวแวดวงวรรณกรรม
dot
ห้องสมุด
dot
bulletนักอ่านพูดถึงประภัสสร
bulletบทสัมภาษณ์ต่างๆ
bulletประภัสสร ใน สื่อ
dot
กล่องความทรงจำ
dot
bulletE-card
dot
Newsletter

dot


facebook.com/psevikul


ครูจันทร์ผ่อง ของแม่ article
 

            “อือ ....”   เด็กหญิงจันทร์ผ่องบิดตัว แม่เฒ่าที่นอนเคียงกันอยู่รีบขยับพัดที่ทำจากกระดาษลังเสียงด้ามด้วยไม้ไผ่เหลาให้กลมกลึง พอได้รับลมเย็น ๆ เด็กน้อยก็ทำท่าแกล้งหลับต่อ
            ท่ามกลางความมืดมิดของราตรี เสียงหรีดหริ่งไรเร ขับบรรเลงเพลงแห่งไพร เด็กหญิงวัยเจ็ดขวบที่กำลังนอนเคียงอยู่กับแม่เฒ่าวัยเจ็ดสิบสามปี บนที่นอนฟูกขนาดใหญ่พอสำหรับสองคนขยับตัวอีกครั้ง ก็มันไม่ง่วง จะให้แกล้งนอนนิ่ง ๆ ต่อไปก็ไม่เห็นจะสนุกสักนิด
            พลิกตัวกลับมา ใบหน้าชนกัน สอดแขนเล็ก ๆ โอบรอบคอแม่เฒ่า พร้อมกับสูดกลิ่นหอมชื่นใจที่แก้ม กลิ่นดอกมะลิที่แม่เก็บมาวางไว้ที่หัวนอนกรุ่นกระจายทั่วบริเวณ มือเล็ก ๆ ลูบคลำบนใบหน้าของของแม่เฒ่า
            “อื่อ อื่อ จา จา..หลับสองต๋า...”       เสียงเล็ก ๆ ดังแผ่วเบา  นิ้วกลมกลึงขยุมที่ดวงตาของแม่เฒ่าเบามือ
            “แม่..หลับแล้วกา”
            “......................”
            “แม่..”
            “อือ”
            “อื่อ อื่อ จา จา หลับสองต๋าแล้ว
ฮ้องว่าใดต่อ”          รู้แหละแต่อยากชวนคุยนี่นา
            “อื่อ อื่อ จา จา หลับสองต๋า แม่ไปนอกบ้าน”    มือเล็ก ๆ ไล้ต่อลงมาตามแขน เนื้อแม่เย็น นิ่มดีจัง
            “แม่”
            “.................”
            “อี่นางหยังบะมาหาหล้า”
            “มันไปดอย ไป
เซาะเน่อวันพูกเมื่อเจ๊า มันก็มากาด มาขายหน่อเสี้ยงแล้ว มันก่อซื้อหนมมาหื้อหล้านั่นก่ะ”
            “แม่”
            “...........”
            “ไผเกิดหล้า”   ถามไปงั้นแหละ เด็กหญิงสูดหายใจลึก ๆ มันคือความภูมิใจ ที่แม่เลี้ยงมาแทนอี่นาง ฟังเท่าไรก็ไม่เบื่อ
            “อี่นาง..มันเกิดที่บ้านหมอวิจัย ที่ศรีถ้อยปู้น”
            “แล้วหล้าหยังเป๋นลูกคน
เดว”
            “อี่นางมันมีลูกมาแล้วสามคน อี่หล้าเป๋นลูกหล้า..
คนเก๊าต๋ายในต้อง หมอเปิ้นเอาขอเก๊าะออกมา คนตี้สองเป๋นแม่ญิง เกิดมาแล้วอี่นางมันง่าว นอนที่บ้านหมอ..มันนอนละลูก หน้าหนาวลูกมันก่อเป็นบะตันออกจากบ้านหมอ ลูกมันก่อสะป๊านต๋าย คนเมื่อลูนนี่เป๋นป้อจาย..โอ๊ย..อ้วนดี พีงาม ขาวขนาด มันต๋ายตอนเกิด หมอเปิ้นก็เลยเอาขอเก๊าะออกมา”   แม่เฒ่าลูบรอยแผลเป็นที่อยู่กลางกระหม่อมของเด็กน้อย
            “แล้วมันก็มีบุญ มันมาเกิดเป๋นอี่หล้าแม่นี่ลอ..นี่ยังมีแผลเก่าเป๋น
ฮอยขอเก๊าะอยู่เลย”
            “สมน้ำหน้า หล้าเป๋นลูกคนเดียว จะได้บะมีไผ่ลู่ของเล่น”
            “ก๋ออี่หล้าเกิด..ออกมาอยู่บ้านได้สามเดือน แม่ก็ไปเอาหล้ามาเลี้ยง อึ๊..แม่ตึงบะฮื้อมันเลี้ยงอี่หล้าของแม่ จื้อจันทร์ผ่องนี่แม่ก็ตั้งเอา อี่นางว่ามัน
เจ็บต๊องที่นาเฮาปู้น มันจะฮื้อจื้อสกุณา แม่ตึงบะเอา อี่หล้าแม่งามเหมือนเดือน อ้วน..ขาว แม่เลี้ยงมาตั้งแต่ตี๋นเต้าฝาหอยนิ”     เด็กน้อยพาดขาก่ายไปบนเอวของแม่เฒ่า.. หญิงชราควานมือไปจับที่เท้า เกาเบา ๆ  เจ้าตัวดีหัวเราะคิกๆ  เมื่อมันไม่หลับก็ต้องแกล้งให้เข็ด แม่เฒ่าออกแรงกดขาไว้ แล้วเกาอีก สองแม่ลูกหัวเราะประสานกันในความมืด เมื่อถูกแกล้งมันก็ต้องหาทางเอาตัวรอด มันใช้มือสะกิดเอวของแม่เฒ่าบ้าง แม่เฒ่าแกล้งจั๊กจี้ หัวเราะกันจนเหนื่อย หอบ ก็หยุดเพราะอากาศของเดือนเมษาร้อนไม่ใช่เล่น
            “
ฮ้อน”     คนตัวเล็กบ่น..คนที่โตกว่าก็มีภาระพัดวีให้มันได้เย็นฉ่ำสมใจ จะได้นอนกันสักที แต่ดูเหมือนเรื่องมันจะไม่จบง่าย ๆ
            “แม่เล่าเรื่องผีโพงลอ”   เรื่องผี ๆ ที่แม่เล่าสนุกจะตาย ผีโพงเป็นผีที่สิงอยู่ในร่างคน ชอบกินของดิบ ๆ คาว ๆ เวลามันออกหากินจะมีแสงสว่างวาบ ๆ คล้าย ๆ แสงของกระสือ
            “ฮื่อ..มันจะไปดีจะได เมื่อค่ำเมื่อคืน เล่าเรื่องผีโพงกำ
เดวมันจะมาหาอ่ะนั่น..”    เงาแขนของแม่ยกขึ้นสูงตะคุ่ม ๆ อยู่ในความมืด  เด็กน้อยลืมตาอยู่ในความมืดจนชินแล้วก็มองเห็น..แอบขยับตัวทีละหน่อย ๆ
            “มาบ...มาบ..”     แม่เฒ่าขยุ้มนิ้ว แล้วปล่อยกางออกมา ทำเหมือนแสงวาบ ๆ จากผีโพง จุดหมายก็คือต้องจั๊กจี๋มัน ต้องเล่นกับมันอีกรอบ
            “มาบ..มาบ”   แขนแม่เฒ่าต่ำลง ๆ .. เด็กน้อยขยับตัวถอยทีละนิด ๆ ไม่ให้เกิดเสียง
            “ม๊าบ”    แม่เฒ่าจกแขนลงบนที่นอนเต็ม ๆ
            “คิก ๆๆๆๆ”     ไม่เป็นไร้..เอาใหม่
            “มาบ..มาบ..”
            “ฮี่ ๆๆๆ”    คราวนี้เสียงหัวเราะบอกจุดหมายได้อย่างดี
            “ม๊าบ..”    ไม่พลาดเป้า...มันหัวเราะงอหาย หัวเราะกันจนเหนื่อยหอบอีกรอบ
           
            ถึงแม้จะเล่า จะเล่นกันไปหลายยก สองตาก็ยังข่มให้หลับไม่ได้  แม่นิ่งไปอีกแล้ว.. มันแกล้งขยับตัวยุกยิก ๆ  แม่ก็ดีใจหายแม้จะง่วงก็รีบยกพัดขึ้นมาโบก
            “แม่..”
            “.....................”
            “แม่เล่าเรื่องกระต่ายกับหอยก่อได้”
            “กระต่ายไปกิ๋นน้ำฮิมห้วย หันหอยอยู่ตั๋มหมู่นั้น มันบะดีล่อ..มันไค่เควหอย มันว่าหอยเฮามาโล่นแข่งกันบ๋อ  ไปปะเอาหอยมันผญ๋าดี  มันล้วกขนาด  มันก่อว่าได้ก่ะ ถ้า
คิงแน่ วันพูกคิงมานี่เต๊าะ เฮาจะเริ่มกันนี่ กะเดวฮาจะเซาะกรรมก๋านมาโตย”   
            กระต่ายยิ้มกริ่มกลับไป คราวนี้มันจะได้อวดพวกสิงสาราสัตว์ว่ามันน่ะเป็นฮีโร่ พอแยกจากกัน หอยก็นัดประชุมจะจัดการแก้เผ็ดเจ้ากระต่ายขี้โอ่ โดยให้เพื่อนหอยตัวอื่น ๆ ไปซ่อนตัวอยู่ตามเส้นทาง พอวันที่แข่งมาถึง พวกสัตว์ต่าง ๆ ก็ออกมาเชียร์
            “กระต่าย..
คิงจะไปละกั๋นหนา..เวลาโล่นไป ฮ้องหากันผ่องเน้อ”    หอยตัวที่จุดสตาร์ทสั่ง กระต่ายวิ่งไปเหยาะ ๆ อย่างประมาทคู่ต่อสู้ แต่กระต่ายก็ไม่ลืมคำมั่น เดี๋ยวจะหาว่าไม่มีน้ำใจนักกีฬา
            “หอย…”   
            “
เหย …..”    เสียงอยู่ข้างหน้า ทำให้กระต่าย งง เล็กน้อย รีบวิ่งบึ่งไปทันที
            “หอย....”
            “
เหย ......”   ชักไม่ได้เรื่อง ทำไมเสียงที่ตอบมันอยู่ข้างหน้า มันรีบวิ่งไปอีก สุดท้ายกระต่ายก็แพ้หอยจนได้

            “นิทานเรื่องนี้สอนหื้อฮู้ว่า ถ้ามีผญ๋า อะหยังกะชนะได้  อี่หล้าของแม่ต้องเฮียนหนังสือเก่ง ๆ จะได้ปิ๊กมาเป๋นครูสอนหนังสือบ้านเฮา”

            “เจ้า..อี่แม่”  

            .......................................
            “ครูคะ.. ครูจันทร์ผ่อง”      หญิงสาวกระพริบตาถี่ ๆ  หันมามองเด็กน้อยที่ยืนอยู่ข้าง ๆ โต๊ะของเธอ
            “หนูมาเอาสมุดการบ้านไปแจกเพื่อนในห้องค่ะ”    สองตาสบกันแล้วยิ้ม .. เธอส่งกองสมุดการบ้านให้เด็กหญิงฟาติม๊ะ  แล้วเดินตามออกไป
           
            “บึ้ม !!!!!!!!”       เสียงระเบิดดังกึกก้อง จนอาคารสะเทือน แสงไฟสว่างวาบ จันทร์ผ่องโผไปข้างหน้า คว้าตัวเด็กหญิงที่เดินนำหน้าเข้ามากอด ทั้งสองกลิ้งไปตามแรงสะเทือน เสียงกรีดร้องระงมไปทั่วบริเวณ

            “บึ้ม!!!!!!”     เสียงดังอีกที คราวนี้มีเสียงเปรี้ยะ ๆ ที่กกหู เศษท่อนไม้ เศษกระเบื้องปลิวว่อน .. 
            “แม่...”     แม่เฒ่ายื่นมือมาที่ครูจันทร์ผ่อง นัยน์ตาฝ้าฟางของหญิงชรา เศร้าหมองยิ่งนัก
            “.............”  
            “แม่มาฮับหล้าไปอยู่กับแม่เน๊าะ....”          รอยยิ้มแต้มอยู่บนใบหน้าของนางสาวจันทร์ผ่อง   จิตรเกษม ครูสาวแห่งโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่ง ในจังหวัดยะลา

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 เนื่องจากเรื่องเป็นภาษาท้องถิ่น ขอขยายความก่อนอ่านดังนี้

 คำลงท้ายให้ฟังรื่นหู โดยมิใช่คำ คะ หรือครับ :    ลอ..ก่อ  จิ่ม กา

 

 
 
 
 

คลีนิกเรื่องสั้น 33

ครูจันทร์ผ่อง ของแม่

สีน้ำฟ้า

 

            เรื่องสั้น “ครูจันทร์ผ่อง ของแม่” ให้สีสันที่ตัดกันแบบขาวจัด-ดำจัด โดยในช่วงแรกของเรื่องเป็นการบรรยายถึงความรัก ความอบอุ่น ในบรรยากาศที่สงบสุข และนุ่มนวลละมุนละไม ขณะที่ในช่วงหลัง ให้ความรู้สึกที่รุนแรง หดหู่ และเศร้าหมอง อย่างไรก็ตาม เนื่องจากคุณสีน้ำฟ้าให้พื้นที่ในช่วงหลังน้อยไปสักหน่อย ไม่ทอดเวลาให้ผู้อ่านได้สัมผัสกับความรู้สึกนึกคิดของครูจันทร์ผ่อง หรือสภาพการณ์ของพื้นที่ จึงทำให้เกิดการกระชากอารมณ์อย่างมาก

            ความจริงแล้ว เรื่องสั้นเรื่องนี้สามารถที่จะขยายความในช่วงหลังออกไปได้อีก ด้วยการเพิ่มเหตุผลที่ทำให้ครูจันทร์ผ่องตัดสินใจไปสอนที่ภาคใต้ การอุทิศตัวเพื่อวิชาชีพ ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ความผูกพันระหว่างครูกับลูกศิษย์ ฯลฯ และเพื่อไม่ให้เรื่องในส่วนนี้ยาวเกินไป ก็อาจใช้วิธีพรรณาความคิดของตัวละครและเหตุการณ์ผ่านทางสมุดบันทึก หรือจดหมาย ซึ่งส่วนที่ขยายขึ้นมานี้นอกจากจะช่วยสร้างดุลย์ของเรื่องระหว่างช่วงแรกกับช่วงหลังแล้ว ยังเสริมให้ตัวเรื่องมีน้ำหนัก และเกิดแรงสะเทือนใจยิ่งขึ้น

            โดยรวมแล้ว เรื่องนี้ในส่วนต้นเรื่องที่เป็นสีขาวจัดนั้น คุณสีน้ำฟ้าทำได้อยู่ในขั้นดีแล้วครับ

แม้ (เกือบ) จะยาวไปนิด แต่ก็ได้อารมณ์ และความรัก ความรู้สึก อยากให้คุณลองเพิ่มสีดำจัดในส่วนขยายช่วงหลังของเรื่องครับ

            เรื่อง “ครูจันทร์ผ่อง ของแม่” คงทำให้ผู้อ่านนึกถึงครูจูหลิง และครูอื่น ๆ อีกหลายท่าน

ที่เสียสละเสียงภัยอยู่ในพื้นที่อันตราย และเชื่อว่าทุกคนคงอยากที่จะเห็นสันติสุขกลับคืนมาอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งคงจะต้องเริ่มต้นด้วยการเคารพและให้เกียรติซึ่งกันและกัน ยอมรับในวิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่ผิดแผกแตกต่างกัน การแยกแยะผิดชอบชั่วดี และความอดทนอดกลั้น

 

ประภัสสร เสวิกุล

ซันติอาโก ชิลี, 28 กรกฏาคม 2550  

 

           

  




คลีนิกเรื่องสั้น

รายการชีวิต
โจรปริญญา(ตี)
มือศิลป์ article
Love is....
อกแกก็อกฉัน...อกฉันก็อกแก article
ร่วมกินโต๊ะ
ภาพของฉัน article
คืนข้ามปี article
เหรียญบาทกับโบสถ์กลางน้ำ article
ใส...ซื่อ...บริสุทธิ์ (ใจ) article
นิยายรัก ฉบับป้าหมู article
สายน้ำที่ขาดหาย article
อรุณรุ่ง article
บ้านนั้นเขามีงานศพ article
หีบเชี่ยนหมากของอ้ายแก้ว article
การผ่านพ้นแห่งยุคสมัย article
แม่น้ำเจ้าพระยา article
เธอสุขได้อย่างไรเมื่อผองชนทุกข์ยากลำเค็ญ article
เมื่อโลกนี้ไร้สีสัน... article
ลั่น article
เสมือนรังดักแด้ที่เฝ้าฟูมฟักผีเสื้อให้โบยบิน article
แหว่ง article
รุ้งกินน้ำของปานวาด article
กล่องความทรงจำเก่า...และเงารัก article
จอมโจรหนอนหนังสือ article
มาลัยวรรณกรรม article
ห้องแห่งมิติอนันต์ article
จุกน้ำปลา...พาโชค article
เวลาของพ่อ article
การค้นพบตัวเองที่ไม่ใช่ตัวเอง article
เพียงภาพในวัยเยาว์ article
น้ำตาลทราย article
การเดินทางของชายชรา article
พันธะพรหมลิขิต article
บทเรียนน้ำตา article
กลางเมืองหลวง article
ประตูที่ถูกเลือก article
ร้องเรือ: ลำนำที่ผันแปร article
ดาวน์ความสำเร็จ article
ไอ้หมา article
คุณย่ากับคุณป้าข้างบ้าน article
ข้างหลังภาพนั้น article
วัฏพินาศแห่งสยามประเทศ article
คลีนิกเรื่องสั้น 16 article
หรือฉันเองที่แตกต่าง article
เด็กชายวิสรุจณ์...ซุกซน article
ใบไม้เปลี่ยนสี article
มรดกพ่อ article
ก้าวแรกของนักล่าดวงจันทร์ article
เพื่อนตาย article
หุ่นยนต์สังกะสี article
คิดถึงพ่อ article
สาวหน้าใสกับหัวใจน้องเหมียว article
แดร๊กคิวล่ากระหายเลือด...ของคุณ article
ก็เพราะว่า...เรารักนาย article
อ้อมกอดทะเล article
เรือของพ่อ article
ไม่โกรธใช่ไหม article
ในความทรงจำ article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
www.psevikul.com นิตยสารสกุลไทย นิตยสารขวัญเรือน  amarinpocketbook นานมีบุ๊คส์ ร้านหนังสือซีเอ็ด ศูนหนังสือจุฬา ร้านนายอินทร์ ประพันธ์สาสน์ เวบคุณวิกรม กรมดิษฐ์  Masharee Blog วรรณวรรธน์คาเฟ่ เวบของคุณ คีตาญชลี เวบกระบี่ทูเด เวบกลอนธรรมะ