ReadyPlanet.com
dot dot
dot
ห้องรับแขก
dot
bulletเล่าสู่กันฟัง
bulletคลีนิกเรื่องสั้น
bulletห้องพักฟื้นเรื่องสั้น
bulletบางบท...บางตอน
bulletวันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์
bulletฟังรายการวิทยุย้อนหลัง
bulletคมคำ คำคม
bulletกระดานสนทนา
bulletสมุดเยี่ยม
bulletข่าวแวดวงวรรณกรรม
dot
ห้องสมุด
dot
bulletนักอ่านพูดถึงประภัสสร
bulletบทสัมภาษณ์ต่างๆ
bulletประภัสสร ใน สื่อ
dot
กล่องความทรงจำ
dot
bulletE-card
dot
Newsletter

dot


facebook.com/psevikul


ลั่น article
 
 
 

“ฉันอยากรู้จริง ๆ เลยว่า ใครกัน ที่ไปแจ้งตำรวจให้มาบ้านเรา”  โก๊ะถามแม่ “ถ้าฉันรู้นะ ฉันจะแวะไปขอบคุณเขาสักหน่อย ค่าที่ทำถูกใจฉันเหลือเกิน เบื่อจริง ๆ เวลาแม่กับพ่อทะเลาะกันเนี่ย เสียงอย่างกับภูเขาไฟระเบิดจนฉันตกใจตื่นแทบตกเตียงทุกครั้งเลย สงสารชาวบ้านด้วย”

 

โก๊ะกำลังหมายถึงเหตุการณ์เมื่อเช้านี้... เมื่อรถมอเตอร์ไซต์พานายตำรวจสองนายมาเยือนหน้าบ้าน  ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์จอดรถตรงเข้าถามหญิงวัยห้าสิบปีว่ามีเหตุทะเลาะวิวาทเกิดขึ้นหรือเปล่า เพราะเมื่อเช้ามีคนแจ้งเหตุสามีภรรยาทะเลาะวิวาทกันเสียงลั่น ผ่านมาทาง 191  ทั้งตกใจระคนแปลกใจ แต่แม่ของโก๊ะก็รีบปฎิเสธ แม่ชี้แจงว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยตั้งแต่เช้า  พลางถามเจ้าหน้าที่ตำรวจกลับไปว่า  “แล้วคุณตำรวจ พอจะทราบไหมคะ ว่าบ้านไหนกันที่โทรไปแจ้ง”   ตลอดเวลา ชายวัยห้าสิบสามปี สามีจอมตะเบ็งเจ้าของเสียงกัมปนาทก็ได้แต่นั่งคอเหี่ยว ทำตาปริบ ๆ ลอบดูอยู่หลังร้านด้วยความตื่นกลัว-สงสัย  ปล่อยให้เมียรับหน้าตำรวจ   เจ้าหน้าที่ตำรวจสังเกตเห็นพิรุธ   แต่จะทำอย่างไรได้  นอกจากชี้แจงให้แม่ฟังว่ามีคนโทรไปตอน 6 โมงเช้า  แต่จะให้ระบุว่าใครนั้น ไม่สามารถบอกได้  เป็นอันว่านายตำรวจได้ปฏิบัติสมควรแก่หน้าที่แล้วก่อนจากไปอย่างไม่เต็มใจนัก

 

“แม่ว่าอีเจ๊โต บ้านตรงข้ามแน่ ๆ  อีนี่มันไม่พูดกับบ้านเรามานานแล้ว แม่สงสัยว่าเป็นมันนั่นแหละ”  แม่พูดกับโก๊ะหลังตำรวจไปแล้ว น้ำเสียงของแม่มีความมั่นใจอย่างสูงว่า ถ้าไม่ใช่เจ๊โต ศัตรูคู่อาฆาตบ้านฟากตรงกันข้ามที่ไม่ได้คุยกันมาปีกว่าแล้ว แม่ก็ยังนึกไม่ออกว่าจะเป็นใครที่ไหนได้อีก

 

 “แม่ทำไมต้องไปสงสัยว่าเจ๊โตเป็นคนแจ้ง  ฉันว่าเป็นใครก็ได้ทั้งนั้นแหละ  แม่กับพ่อน่ะเพิ่งจะทะเลาะกันเดี่ยวนี้เมื่อไหร่  เช้าเว้นเช้าเลยก็ว่าได้ คิดดี ๆ นะแม่ สิบปีมานี้  ตลอดละแวกนี้ ไม่มีใครเขาโวยวายลั่นซอยเหมือนพ่อเลยนะ  ว่าแล้วฉันก็อายแทนจริง ๆ ”  หนุ่มโก๊ะถอนใจ

 

“มึงก็ว่าแดกกู มึงก็รู้ว่านิสัยพ่อมึงเป็นยังไง  สิบปีมานี้ มึงได้ยินเสียงฝ่ายไหนตะเบ็งล่ะ”

 

“ฉันได้ยินแต่เสียงของพ่อที่ด่าแม่ไล่แม่ว่าเป็นปีศาจ ๆ ” มากกว่าอาทิตย์ละ 3 วันที่โก๊ะตกใจตื่นรับเช้าวันใหม่ด้วยเสียงปลุกจากพ่อ เขาได้แต่ภาวนาในใจอย่างรำคาญระคนโกรธ  ให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ดลบันดาลให้พ่อเป็นใบ้ไปในนาทีนั้น   แต่ใช่ว่าคำอธิษฐานจะเป็นจริงได้เสียเมื่อไร  อยู่ ๆ  บิดาจอมตะเบ็งจะกลายเป็นใบ้ได้จริง นั่นคงเป็นปาฏิหาริย์     แต่ที่เห็นจะเป็นปาฎิหาริย์กว่าก็คือ  ถ้าแม่จะไม่บ่นเป็นหมีกินผึ้งใส่พ่อก่อน อันเป็นชนวนสำคัญที่ก่อให้เกิดการวิวาท

 

 “เฮ้อ... จริง ๆ ถ้าแม่ไม่ไปเถียงสู้กับพ่อ ปล่อยให้แกบ้าอยู่คนเดียว ฉันว่าสักพักแกก็คงหยุดเองแหละ”

“มึงไม่เป็นกู มึงไม่มีวันเข้าใจหรอก ไอ้โก๊ะ  ถ้ามึงลองเป็นผู้หญิงแล้วได้เจอผัวเฮงซวยแบบที่กูเจออยู่นี่  ดูซิมึงจะเงียบไหวไหม ? อย่าพูดเลย”  เป็นอันว่าแม่ได้แสดงท่าทีชัดเจนแล้ว ว่าอย่างไรก็จะยังคงตั้งหน้าเถียงกับพ่อต่อไปและแน่นอนว่าเสียงเถียงตอบโต้ของแม่ไม่เคยดังกลบเสียงพ่อได้เลย  “ยังไงกูก็ว่าต้องเป็นอีผีตายทั้งกลม”  แม่วกกลับมาเรื่องเดิมอีก  “ผีตายทั้งกลม” คือชื่อที่แม่เลือกมาใช้กับเจ๊โต  ซึ่งดูจะเหมาะกับหุ่นหล่อนจริง ๆ  เพราะนอกจากจะป่องก้อนเนื้อพุงทางด้านหน้าแล้ว ก้นใหญ่ทางด้านหลังก็แลดูตุตะน่าเกลียดที่สุด  ส่วนอุปนิสัยก็...เอาเป็นว่าชาวบ้านแถวนั้นต่างก็เคยมีประสบการณ์กับนิสัยด้านลบของเจ๊โตกันอย่างน้อยคนละเรื่อง  เคยมีคนมานินทาให้แม่ของโก๊ะฟังว่าที่เจ๊โตโดนสามีทิ้งก็เพราะหล่อนปล่อยเนื้อปล่อยตัวเกินไป  เป็นอันว่าเมื่อนึกถึงเจ๊โต ก็จะนึกถึงก้อนเนื้อขนาดยักษ์ ที่เดินได้ และพร้อมนำความหายนะมาสู่ผู้คนนั่นเอง 

 

“มึงจำได้ไหม ไอ้โก๊ะ ตอนที่นางผีตายทั้งกลม มันแอบเอาขี้หมามาทิ้งหน้าบ้านเราน่ะ”  เหมือนยังไม่ยอมเลิก “ที่แม่เล่าให้มึงฟังว่าแม่แอบเห็นมัน แต่มันไม่เห็นแม่น่ะ  แล้วยังจะกระจก ยันตร์ สารพัด ที่มันติดไว้หน้าบ้าน หวังจะสะท้อนให้สิ่งชั่วร้ายมาเข้าบ้านเราอีก อีนี่มันตัวแสบที่สุด…”  แม่บอกเล่าออกมาให้โก๊ะฟังอีกหลายต่อหลายเรื่อง ซึ่งล้วนแต่เป็นการตอกย้ำว่าคนที่แกสงสัยนั้น  ไม่มีทางเป็นคนอื่น นอกเสียจากเจ๊โต หรือนางผีตายทั้งกลมของแก

 

“จะใครแจ้งก็เหอะ แต่ฉันว่าแม่ระวังไว้หน่อยก็ดีนะ  เพราะเวลาตำรวจเขาเรียกไปเคลียร์ที่โรงพักน่ะ เขาเอาไปเป็นคู่ เขาจะเชิญทั้งพ่อทั้งแม่ไปด้วยกัน”

 

“จะบ้าเรอะ เขาก็ต้องจับแต่พ่อมึงน่ะแหละ เรื่องอะไรมาจับกู กูไม่ใช่คนเสียงดังเสียหน่อย คนที่ทำเสียงรบกวนชาวบ้านน่ะคือพ่อมึง”  แม่ปัดคำโก๊ะ 

 

“แม่  เหตุทะเลาะวิวาทน่ะ มันทะเลาะคนเดียวไม่ได้หรอกนะ  ยังไงเขาก็ต้องเรียกทั้งสองฝ่ายไปเจรจากันที่โรงพัก  ทางที่ดี ถ้าเลี่ยงได้ แม่ก็อย่าไปต่อล้อต่อเถียงกับพ่อให้มากเลย ปล่อยแกบ้าไปคนเดียวเหอะ  ถ้าเกิดต้องไปโรงพักกันจริง ๆ เข้า เดี๋ยวก็จะได้สมใจคนที่มันแจ้งความไปหรอกแม่”  โก๊ะพยายามพูดให้แม่ได้คิด

 

ดวงตาของแม่สาดประกายความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าว่า ไม่มีทางที่แกจะยอมให้คนอย่างนางผีตายทั้งกลมได้เห็นในสิ่งที่มันหวัง  ! 

 

นับแต่วันนั้น บ้านก็เงียบเสียงไปมาก  เพราะข้างแม่ก็กลัวเสียหน้าหากต้องขึ้นโรงพัก  ข้างพ่อก็กลัวการออกไปพบโลกภายนอก  ตั้งแต่ออกจากงานเมื่อหลายปีก่อน  แกเก็บตัวอย่างกับฤาษี  นอกจากคุยกับคอการเมืองไม่กี่คน แกก็ไม่มีเพื่อนที่ไหน อย่างกับว่าแกจะเป็นโรคกลัวคน  วัน ๆ นอกจากนั่งฟังเพลงลูกทุ่งเก่า ๆ  ก็เห็นจะเป็นการตั้งหน้าตั้งตาทะเลาะกับแม่ชนิด “รายวันเว้นวัน” หรือ  “รายวันเว้นสองวัน” ซึ่งดูไปแล้วแกทำหน้าที่นี้ได้ดีกว่างานประจำที่เคยทำสมัยหนุ่ม ๆ เสียอีก

 

แต่แล้วพลุก็แตกในวันหยุดนักขัตฤกษ์กลางเดือนแปด  เสียงกัมปนาทปานฟ้าฟาดว่า “ปีศาจ ปีศาจ ออกไป”ก็เริ่มดังขึ้นสอดประสานบทเพลงลูกทุ่ง  โก๊ะสะดุ้งเกือบตกเตียง  เจ้าหนุ่มแสนจะเซ็งและระอากับพฤติกรรมของบิดามารดาผู้สอนสั่งว่าตนเคยอาบน้ำร้อนมาก่อนคู่นี้เหลือเกิน  โก๊ะเองเคยพยายามห้ามทัพให้ทั้งคู่หย่าศึก  แต่ไม่เคยได้ผลสักครั้ง  ดังนั้นสิ่งที่หนุ่มน้อยทำได้ก็คือนอนพลิกตัวอย่างหงุดหงิด และลุ้นในใจว่า  ขอให้มีใครสักคนโทรไปแจ้งตำรวจมาตักเตือนพ่อแม่เขา   แต่ยิ่งรอคอย เสียงให้พรเบื้องล่างก็กลับดังขึ้นเรื่อย ๆ จนกลบเสียงเพลงลูกทุ่ง  แถมคราวนี้พ่อไม่ได้ให้พรแค่แม่คนเดียวแล้ว !

 

“เอาเลย ผัวเมียเขาทะเลาะกัน ปากหมาตัวไหน อยากแจ้งความก็ไปแจ้งซะ ไอ้พวกเสือกทั้งหลายเอาเลย”   โก๊ะรู้ทันทีว่า  ทำไมพ่อถึงตะคอกด่าเผื่อแผ่ไปแบบนี้  เพราะแม่สั่งให้พ่อหยุดก่อนจะมีคนโทรไปแจ้ง แต่พ่อพยายามจะแสดงว่าพ่อไม่กลัว

 

โก๊ะพยายามคิดว่าทำไมทั้งคู่ยังกล้าทะเลาะลั่น ในเมื่อตำรวจก็เคยมาเยือนหน้าบ้านไปรอบแล้ว   เขากำลังนึกหาเหตุผลแทนแต่ละฝ่าย...   พ่อคงคิดว่าต่อให้ตำรวจมา  ก็คงมาไม่ทันช่วงเกิดเสียงดังอีก ก็ได้แต่กลับไปเหมือนคราวก่อน แกจึงตะเบ็งด่ายิ่งดัง ส่วนแม่ก็ตั้งหน้าตั้งตาต่อล้อต่อเถียงต่อไป  ตามประสาคนอดไม่ได้  และก็คงได้แก้ตัวอีก ถ้าหากตำรวจมาถึง ...ไม่มีใครนึกถึงความสงบสุขของโก๊ะ เอ๊ย ของหมู่บ้านเป็นที่ตั้งเลย

 

“นี่ทั้งคู่ไม่กลัวกันแล้วเหรอนี่ แล้วทำไมชาวบ้านชาวช่องเขาไม่รู้จักโทรไปแจ้งความกันมั่งวะ  เอาวะ... โทรเองอีกสักรอบก็ได้วุ้ย  รอบนี้ขอให้ตำรวจมาให้ทันตอนกำลังเอะอะเสียทีเฮอะ  อย่าให้แคล้วคลาดเหมือนรอบที่แล้วเลย โอม เพี้ยง คิดได้ดังนั้นแล้ว โก๊ะก็ประนมมือจรดกลางหว่างคิ้ว ก่อนกระแทกนิ้วจิ้มมือถือเบอร์  191 อย่างร้อนรุ่ม

 

“สวัสดีครับ ขอแจ้งความครับ  ผัวเมียทะเลาะวิวาทตอนเช้าตรู่อีกแล้วครับ  บ้านเลขที่ 87/78 หมู่บ้านเจริญพร บางมด  ใช่ครับ... ใช่...  ที่เคยแจ้งไปทีหนึ่งแล้วน่ะครับ...รอบนี้แจ้งเป็นรอบที่สองครับ ... ขอบคุณมากครับ  ยังไงรอบนี้อยากให้ทางเจ้าหน้าที่ช่วยพาทั้งคู่ไปโรงพักเลยจะยิ่งดีครับ  ให้เขากลัวกันบ้างนะครับ  ยิ่งตัวผัวเขาเนี่ย เสียงดังมากครับ  ครับ ขอบคุณมากครับ”

 

โก๊ะกดตัดสัญญาณ แล้วนอนรอดูว่าหนนี้ตำรวจจะมาทันขณะเกิดเหตุหรือไม่  แล้วจะใช้ไม้เด็ดอย่างที่เขาขอให้ทำหรือเปล่า  โก๊ะมองดูกระจก  ขอบตาเขาดำเป็นปื้น พยายามนอนต่อให้หลับเพื่อชดเชยกับเวลาตลอดคืนที่หมดไปกับฟุตบอลพรีเมียร์ลีค ในที่สุดด้วยความเพลียจัด  โก๊ะก็เริ่มหลับไปในขณะที่ด้านล่างก็ยังมีเสียงด่าทอสลับเสียงเพลงลูกทุ่งยอดรัก สลักใจจากทางคลื่นวิทยุ

 

“ล่องเรือมาหารักสักคน รวยหรือจนให้ใจรักแน่ เจ็ดย่านน้ำ และร้อยลำแคว สอดส่ายตาแล หาหญิงรักจริงหนึ่งนาง”   เจ้าโซนี่เครื่องเล็กที่กำลังครวญเพลงแข่งเสียงก่นด่าสาปแช่งนี่  เคยเป็นเหตุให้ครอบครัวนี้วิวาทกันหลายครั้ง  โก๊ะเคยหาทางแก้ปัญหาไปแล้วในระดับหนึ่ง  แม้ว่ามันจะดูขลุกขลักอยู่บ้างก็ตาม...

 

เป็นที่รู้กันในครอบครัวว่ามันคืออาวุธสงครามของพ่อ  เวลาที่แม่เปิดฉากบ่น  เจ้าโซนี่จิ๋วจะสามารถกลบเสียงบ่นของแม่ได้หมด  ครั้นในยามสงบ  พ่อยังใช้มันจู่โจมประสาทของแม่อย่างได้ผลครั้งแล้วครั้งเล่า ด้วยการเร่งเสียงให้ดังสุดเมื่อรู้ว่าแม่มีความจำเป็นต้องทำธุระอยู่ในบ้าน  หรือในบริเวณที่เสียงเพลงจากโซนี่ตัวน้อยจะสามารถสร้างความรำคาญได้ถึงแก้วหูของแม่  ไม่ใช่ว่าเพราะพ่อหูตึงจึงต้องเปิดให้ดัง  แต่เป็นเพราะพ่อต้องการยั่วโมโหแม่    เมื่อเหลืออด แม่ก็ระเบิดออกมา แล้วก็ทะเลาะกัน...  โก๊ะจึงหาทางหลอกพ่อว่า เขาจำเป็นต้องใช้วิทยุเครื่องนี้อัดเสียงโฆษณางานใส่เทปเปล่าส่งให้บริษัท  และเมื่อเขาเอาเจ้าโซนี่ตัวจิ๋วนี้ไปแล้ว  เขาจะซื้อเครื่องใหม่มาแทนให้โดยเร็วที่สุด ซึ่งตอนนั้นบ้านก็เงียบไปเกือบ 3 วัน 

 

เมื่อพ่อเริ่มถามถึง  โก๊ะก็ตระเวนตามห้าง ไล่หาตามชั้นวางเครื่องเสียงอยู่หลายแห่ง  กว่าจะได้มาซึ่งวิทยุโนเนม  กำลังวัตต์ต่ำสุดในท้องตลาด    ด้วยความเชื่อว่าจะเป็นผลดีต่อพ่อและแม่  เพราะเมื่อเสียงมันเบา  พ่อก็ฟังได้คนเดียวไม่ต้องเผื่อแผ่ความดังไปให้แม่ร่วมเครียด  เหตุทะเลาะวิวาทก็คงหมดไป 

 

แต่ที่ไหนได้  ความโนเนมของมันกลับนำมาซึ่งปัญหา....

เมื่อความถี่คลื่นการเมืองกับคลื่นเพลงลูกทุ่งแสนโปรดของพ่อ  ไม่มีคลื่นไหนสามารถแยกฟังเป็นอิสระจากกันได้เลย  ทั้งสองคลื่นจะซ้อนกันเป็นสองเสียงสองความถี่  ยิ่งเปิด ยิ่งดัง ก็ยิ่งฟังสับสน

 

โก๊ะไม่อยากเชื่อว่า พ่อจะฟังมันรู้เรื่อง แต่พ่อก็พิสูจน์ให้โก๊ะ แม่ และโลกได้ทราบแล้วว่าแกฟังเสียงถ่ายทอดทั้งสองสถานีไปพร้อม ๆ กันได้ ในคราวเดียวอย่างน่าอัศจรรย์    แถมแกยังเร่งเสียงให้ดังสุดความสามารถของลำโพงวิทยุโนเนมนั้น ! 

 

ลำพังเสียงเดียว คลื่นเดียว ฟังรู้เรื่อง แต่ดังลั่นจนปวดแก้วหู ของเครื่องแบรนด์เนม แม่ก็รับไม่ไหวแล้ว

พอมาเจอโนเนมกำลังวัตต์ต่ำ สองเสียงสองคลื่น ถึงจะเปิดเสียงเบา  มันก็ทำให้แม่ปวดขมับกว่าเดิมขึ้นอีกหลายเท่า  

 

จนในที่สุด โก๊ะก็ต้องตัดใจเอาโซนี่จิ๋วตัวเดิมกลับไปคืนพ่อจนได้ เพราะอย่างน้อยมันก็ยังฟังแยกสถานีได้  แต่ก่อนที่จะคืน เขาก็ไม่ลืมที่จะไปจ้างช่างเครื่องเสียง ให้แก้ไขเรื่องความดังของเครื่องวิทยุ จนมันดังได้น้อยกว่าเดิมหลายเท่า ซึ่งแม้พ่อจะบ่นว่าเสียงไม่ดังสะใจ  แต่โก๊ะก็ทำไม่รู้ไม่ชี้  บอกว่าเสียงระดับนี้พ่อฟังคนเดียวก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร

 

เสียงวิทยุเมื่อตอนเช้าเงียบหายไปตั้งแต่ตอนสายแล้ว...  

หลับไปจนบ่ายเศษ .. โก๊ะก็จำต้องลุกจากเตียงอย่างเกียจคร้านเมื่อรู้สึกปวดปัสสาวะ  ขณะเดินลงบันไดมาเข้าห้องน้ำ เขาก็พบว่าไม่มีใครอยู่บ้านสักคน  โก๊ะอาบน้ำแปรงฟันเสร็จ จึงชำเลืองพบว่ามีสายที่ไม่ได้รับ  5 สาย ตรวจดูแล้วเป็นเบอร์แม่จึงโทรกลับ

 

“ฮัลโหล แม่อยู่ไหน แล้วมีไรเหรอ ?”

“แม่อยู่กับพ่อเอ็งที่โรงพัก” โก๊ะตกใจ แต่ก็แอบดีใจ “เมื่อเช้านี้เอ็งไม่ได้ยินเสียงอะไรเลยเหรอไงวะโก๊ะ”

 

“ฉันได้ยินสิ  ก็เสียงพ่อตะโกนด่าแม่ไง    แถมยังได้ยินพ่อตะโกนด่าชาวบ้านด้วย ได้ยินว่าคนไหนเสือกก็โทรแจ้งตำรวจเลย  แต่ฉันง่วง ๆ ก็เลยหลับต่อไป แม่ก็รู้เมื่อคืนฉันดูบอลดึก”   

“เออ แม่จะบอกเรื่องขำให้ฟัง  ตอนนี้อีผีตายทั้งกลมมันก็อยู่ที่โรงพักด้วยนะ”  แม่บอกอย่างคนสะใจ แต่โก๊ะรู้สึกแปลกใจ  เจ๊โตไปเกี่ยวอะไรด้วย ? 

 

 “เมื่อเช้าแม่อดไม่ได้ แม่ก็เลยเรียกมันออกมาถามว่ามันใช่ไหมที่แจ้งตำรวจ ทีนี้มันก็ออกมาแหกปากใหญ่เลย  พอตำรวจมาถึง ก็กำลังด่ากันลั่นซอยไปหมด ทีนี้ก็เลยพากันมาสน.หมดทั้งสามคน แม่ว่าจะปลุกเอ็งขึ้นมาดู  แต่เห็นว่านอนดึกเลยปล่อยให้เอ็งนอน หนอย... อีผีตายทั้งกลมปากแข็ง หนังหน้าหนามาก  มันกล้าโทรแจ้งความ แต่ไม่กล้ายอมรับว่าเป็นคนโทรเว้ย”    

 

โก๊ะฟังคำแม่แล้วรู้สึกขมในปากขึ้นมาทันที  เจ๊โตไม่ได้โทรสักหน่อย เขาต่างล่ะที่โทร  แต่จะให้อธิบายอย่างไรเล่า    ถ้าเขาให้ใครคนใดคนหนึ่งรู้ นอกจากไม่พ่อก็แม่ที่จะรู้สึกไม่พอใจเขา วิธีการของเขาก็จะใช้ไม่ได้ผล  ถ้าพ่อกับแม่รู้ว่าลูกเป็นคนแจ้งตำราจ เขาก็จะต้องทนฟังเสียงพ่อแม่ด่ากันอีกทุกเช้า  แต่พอไม่ให้ใครรู้   เจ๊โตก็กลับต้องกลายมาเป็นแพะรับบาปไป  ด้วยความที่อดีต เจ๊แกเคยก่อกรรมทำอุบาทว์กับชาวประชาเขาไว้มาก

 

“แหม เราก็พยายามบอกแม่แล้วนี่นา ว่ามันอาจจะเป็นใครก็ได้ทั้งนั้นแหละที่โทรแจ้งตำรวจ  อาจไม่ใช่เจ๊โตก็ได้นี่”   โก๊ะนึกหาเหตุผลเข้าข้างตัวเอง อย่างน้อยก็ทำให้รู้สึกผิดน้อยลง  แต่ยิ่งคิดก็ยิ่งอดขำไม่ได้ที่คนสันดานเสียอย่างเจ๊โต ต้องมาโดนร่างแหแบบพลอยฟ้าพลอยฝนไปพร้อม ๆ กับบิดรมารดาจอมวิวาทของเขา

 

“แม่จะวางละ แกมีไรจะถามอีกไหม” แม่ตัดบท

“เดี๋ยวก่อนแม่ แล้วเจ๊โตเขายอมรับหรือเปล่าว่าเป็นคนโทรแจ้งตำรวจ”

“มันไม่รับ” น้ำเสียงแม่โมโห

“แล้วตำรวจเขาตรวจไม่ได้เหรอ ว่าใครเป็นคนโทรไปแจ้ง”  โก๊ะถามอย่างกังวล  ใจไม่ดี

“อีโตมันก็บอกแบบเอ็งนี่แหละ  แต่ตำรวจเขาบอกยังไงก็บอกไม่ได้ว่าใครแจ้ง  ทีนี้อีโตมันก็ถึงกับกล้าสาบานด้วยนะ  มันว่าถ้ามันโทรแจ้งจริงให้มันฉิบหายแต่ถ้าไม่ได้โทร มันขอให้แม่ฉิบหายในสามวันเจ็ดวัน  มันท้าว่าแม่กล้าสาบานแบบนี้กับมันไหม ?”

 

“แล้วแม่ไปสาบานร่วมกับเขาหรือเปล่าล่ะ?”   โก๊ะเริ่มใจไม่คอไม่ดี  เขากลัวว่าแม่จะไปรับคำท้าจากเจ๊โต

 “มึงจะบ้าเหรอไอ้โก๊ะ  แม่ไม่ไปสบถสาบานกับคนอย่างมันหรอก ใครจะเอาพิมเสนไปแลกกับเกลือ ปล่อยให้มันบ้าสาบานไปคนเดียวเถอะ”  เออ... ค่อยหายใจทั่วท้องหน่อย โก๊ะคิด  “เออ แค่นี้ก่อนนะโก๊ะ แม่จะกลับบ้านละ” 

 

โก๊ะหวังว่าวิธีการนั้นจะได้ผล  และนำมาซึ่งความสงบสุขตลอดไปแก่ชาวหมู่บ้านเจริญพร  ซึ่งนั่นย่อมรวมถึงโก๊ะด้วย แต่แล้ววงจรอุบาทว์เดิม ๆ ก็ไม่เคยหยุดได้  เสียงด่า “ปีศาจ ปีศาจ ฯลฯ”  อาละวาดลั่นรับเช้าวันใหม่อีกหลายเช้า  สลับเสียงเพลงลูกทุ่งเป็นระลอก    คงจะเพราะทั้งคู่ไม่กลัวตำรวจแล้ว หรือเพราะอดไม่ได้ที่ต้องทำกิจกรรมวิวาทร่วมกันก็ตาม  แต่แน่นอนว่า เสียงมันควรจะดังจนทำให้หนุ่มโก๊ะสะดุ้งตื่นอย่างแต่ก่อน เพราะหลัง ๆ มานี้ด้วยความดังและเนื้อหานั้นรุนแรงกว่าเดิมมาก ! 

 

แต่ทว่ายามเช้าอันสดใสวันนี้ แดดอ่อนที่ไม่อาจส่องผ่านม่านบนชั้นสอง  ภายในห้องที่มืดชวนนอนต่อ  หนุ่มโก๊ะนอนทอดกายสบายอุราบนเตียงนอนนุ่ม ๆ  และกรนเสียงดังอย่างไม่รู้ตัว  หลายคราวที่เขาพลิกตัวเปลี่ยนท่า ก่อนจะหลับต่อไปอย่างเป็นสุข  แถมไม่มีเสียงใดเลยที่บังอาจเล็ดลอดเข้าสู่โสตประสาทของเขาให้รำคาญใจได้   ต่อให้ยักษ์คำรามจนโลกล่ม โก๊ะก็มั่นใจว่า  จากนี้ไม่มีอะไรมาทำเขาตกใจตื่นได้อีกแล้ว  

 

ต้องขอบคุณการตัดสินใจอันชาญฉลาดของเขา และสินค้าที่สั่งซื้อมาจากเว็บอีเบย์

 

“เอียร์ปลั๊กซูเปอร์พรีเมียร์ - วัสดุอุดหูป้องกันเสียงชั้นเลิศ”   

 

จะว่าไป  จริง ๆ โก๊ะน่าจะคิดได้แบบนี้ตั้งนานแล้วนะ โก๊ะนะ !

 

 
 
 
 
 

คลินิกเรื่องสั้น 41

ลั่น โดยคุณ kumardum k.

 

            เรื่องสั้นเรื่องนี้จะอ่านเล่นก็สนุก หรืออ่านจริงก็ได้ข้อที่น่าคิด แต่ที่น่าสนใจคือกลวิธีการเขียนแบบเรื่องเล่าที่เหมือนจริง แต่ก็แฝงด้วยอารมณ์ขันที่เจ็บปวด

            อ่านเรื่องสั้นเรื่องนี้แล้ว จะเห็นว่าการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันของหญิงชายสักคู่หนึ่งมิใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะเมื่อต่างฝ่ายต่างสิ้นความเกรงอกเกรงใจหรือคำนึงถึงจิตใจของฝ่ายหนึ่ง ทั้งอาจถือเป็นเรื่องสนุกเสียด้วยซ้ำในการทำร้ายความรู้สึกของคู่ครอง แต่เมื่อเกิดสงครามอารมณ์ขึ้นแล้ว ผู้ที่ได้รับผลของสงครามมักจะเป็นคนที่ไม่รู้อิโหน่ อิเหน่อย่างลูก หรือชาวบ้าน

            คุณ kimardum k.ให้รายละเอียดของตัวละครโดยเฉพาะพ่อกับแม่และเจ๊โตได้ดี รวมทั้งมีความสามารถในการสร้างบทสนทนาได้เข้ากับสภาวะของตัวละครและบรรยากาศของเรื่อง จนคิดว่าหากใครที่เจอสภาพอย่างโก๊ะก็คงจะตกอยู่ในอาการเดียวกัน และถ้าไม่มีความอดทนพียงพอก็อาจจะพลอยประสาทเสียไปด้วยง่าย ๆ

            ตอนจบของเรื่องเป็นการหักมุมแบบคาดไม่ถึง แต่ก็ให้รอยยิ้มแก่ผู้อ่านพร้อมกับความรู้สึกปลอดโปร่ง ทดแทนกับน้ำหนักของแรงกดที่ผู้เขียนใส่เข้ามาตลอดเรื่อง

           

ประภัสสร เสวิกุล

ซันติอาโก ชิลี/26 พ.ย.2550     

 

 




คลีนิกเรื่องสั้น

รายการชีวิต
โจรปริญญา(ตี)
มือศิลป์ article
Love is....
อกแกก็อกฉัน...อกฉันก็อกแก article
ร่วมกินโต๊ะ
ภาพของฉัน article
คืนข้ามปี article
เหรียญบาทกับโบสถ์กลางน้ำ article
ใส...ซื่อ...บริสุทธิ์ (ใจ) article
นิยายรัก ฉบับป้าหมู article
สายน้ำที่ขาดหาย article
อรุณรุ่ง article
บ้านนั้นเขามีงานศพ article
หีบเชี่ยนหมากของอ้ายแก้ว article
การผ่านพ้นแห่งยุคสมัย article
แม่น้ำเจ้าพระยา article
เธอสุขได้อย่างไรเมื่อผองชนทุกข์ยากลำเค็ญ article
เมื่อโลกนี้ไร้สีสัน... article
เสมือนรังดักแด้ที่เฝ้าฟูมฟักผีเสื้อให้โบยบิน article
แหว่ง article
รุ้งกินน้ำของปานวาด article
กล่องความทรงจำเก่า...และเงารัก article
จอมโจรหนอนหนังสือ article
มาลัยวรรณกรรม article
ห้องแห่งมิติอนันต์ article
ครูจันทร์ผ่อง ของแม่ article
จุกน้ำปลา...พาโชค article
เวลาของพ่อ article
การค้นพบตัวเองที่ไม่ใช่ตัวเอง article
เพียงภาพในวัยเยาว์ article
น้ำตาลทราย article
การเดินทางของชายชรา article
พันธะพรหมลิขิต article
บทเรียนน้ำตา article
กลางเมืองหลวง article
ประตูที่ถูกเลือก article
ร้องเรือ: ลำนำที่ผันแปร article
ดาวน์ความสำเร็จ article
ไอ้หมา article
คุณย่ากับคุณป้าข้างบ้าน article
ข้างหลังภาพนั้น article
วัฏพินาศแห่งสยามประเทศ article
คลีนิกเรื่องสั้น 16 article
หรือฉันเองที่แตกต่าง article
เด็กชายวิสรุจณ์...ซุกซน article
ใบไม้เปลี่ยนสี article
มรดกพ่อ article
ก้าวแรกของนักล่าดวงจันทร์ article
เพื่อนตาย article
หุ่นยนต์สังกะสี article
คิดถึงพ่อ article
สาวหน้าใสกับหัวใจน้องเหมียว article
แดร๊กคิวล่ากระหายเลือด...ของคุณ article
ก็เพราะว่า...เรารักนาย article
อ้อมกอดทะเล article
เรือของพ่อ article
ไม่โกรธใช่ไหม article
ในความทรงจำ article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
www.psevikul.com นิตยสารสกุลไทย นิตยสารขวัญเรือน  amarinpocketbook นานมีบุ๊คส์ ร้านหนังสือซีเอ็ด ศูนหนังสือจุฬา ร้านนายอินทร์ ประพันธ์สาสน์ เวบคุณวิกรม กรมดิษฐ์  Masharee Blog วรรณวรรธน์คาเฟ่ เวบของคุณ คีตาญชลี เวบกระบี่ทูเด เวบกลอนธรรมะ