ReadyPlanet.com
dot dot
dot
ห้องรับแขก
dot
bulletเล่าสู่กันฟัง
bulletคลีนิกเรื่องสั้น
bulletห้องพักฟื้นเรื่องสั้น
bulletบางบท...บางตอน
bulletวันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์
bulletฟังรายการวิทยุย้อนหลัง
bulletคมคำ คำคม
bulletกระดานสนทนา
bulletสมุดเยี่ยม
bulletข่าวแวดวงวรรณกรรม
dot
ห้องสมุด
dot
bulletนักอ่านพูดถึงประภัสสร
bulletบทสัมภาษณ์ต่างๆ
bulletประภัสสร ใน สื่อ
dot
กล่องความทรงจำ
dot
bulletE-card
dot
Newsletter

dot




แม่น้ำเจ้าพระยา article

 

 

 

ตระกูลของลุงมา มีอาชีพเป็นคนงมหาของเก่าในแม่น้ำเจ้าพระยามาตั้งแต่รุ่นปู่ ชุมชนริมคลองบางกอกใหญ่ ต่างรู้จักแก และรู้ว่าแกเป็นคนเดียวในลำคลองสายนี้ ที่ยังคงทำอาชีพนี้ ในขณะที่คนอื่นๆ ที่ยึดอาชีพนี้เช่นเดียวกับแก ต่างเลิกราไปกันหมดแล้ว ลุงมาจึงเป็นคนเดียว ที่ยังคงรับจ้างดำน้ำงมหาของเก่าอยู่ แม้บางเดือนแกจะไม่มีงาน ขาดคนจ้าง จนแกต้องไปรับจ้างทำอย่างอื่นเพื่อ ประทังชีวิตแทนก็ต าม แต่ลุงมาก็ไม่เคยทิ้งอาชีพที่แกถือว่าเป็นความภูมิใจ จะยามค่ำ ยามฝน หรือฤดูน้ำหลาก ลุงมาก็จะพายเรือแจวเก่าๆ หนึ่งลำ ทวนน้ำขึ้นไปยังฝั่งนนทบุรี ผูกเรือกับเสาตอม่อสะพาน แล้วดำลงไปในแม่น้ำเจ้าพระยา ที่มีแต่ลุงมาเท่านั้นที่รู้ว่ามันลึกเท่าไหร่ และมีสิ่งใดบ้างที่จมฝังอยู่ในโคลนเลนใต้สายน้ำขุ่นที่ไหลคู่ประเทศนี้มานับร้อยปี อย่างไม่เคยละเลิก มาตลอดสามสิบกว่าปีที่ผ่านมา

            ในความทรงจำของลุงมา ก่อนที่พ่อของแกจะจมน้ำหายไปในคืนฝนกระหน่ำ ตอนแกอายุราวๆ สิบสามปี ลุงมาจำคำของพ่อที่เล่าให้ฟังว่าปู่ของแกไม่ได้เริ่มต้น จากอาชีพเป็นคนงมหาของเก่าได้ ตอนที่ปู่ยังหนุ่ม ปู่เคยเป็นทหารเรือมาก่อน พอปลดจากทหาร ปู่ก็ไม่ทิ้งความเป็นชาวเรือ จากที่เคยเป็นชาวสวน ปลูกมะม่วง ปลูกชมพู่ ในที่ดินที่มีไม่กี่ไร่ของบรรพบุรุษ ปู่ก็เริ่มทิ้งสวน ปล่อยให้ย่าเป็นผู้ดูแล พ่อเล่าว่าตอนที่ปู่ดำลงไปในน้ำเจ้าพระยาครั้งแรก พ่อคิดว่าปู่จะจมหายไป แล้วไม่โผล่กลับขึ้นมา เหมือนที่แกเคยได้ยินผู้ใหญ่ในละแวกคลองบางกอกใหญ่พูดกัน ว่าใต้น้ำมีผีพรายที่คอยฉุดคนให้จมน้ำ เพื่อเป็นผีแทนมันเสียแล้ว แต่เมื่อปู่โผล่กลับขึ้นมา พร้อมด้วยไหเก่าๆ ที่ข้างในมีกำไล มีเครื่องประดับตั้งแต่สมัยอยุธยา ซึ่งคนที่ปู่เอาไปขายบอกว่าอาจเป็นของคนที่อพยพหนีตามพระเจ้าตากฯ มาตั้งรกรากที่กรุงธนบุรี แต่อาจจะเรือคว่ำ หรือไม่ก็ถูกดักปล้น เลยต้องโยนไหทิ้ง ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลไหนก็ตาม มันทำให้ปู่มีเงินมากพอที่ก้าวย่างไปบนอาชีพนี้อย่างเชื่อมั่น ทำให้ย่าไม่ปริปากพร่ำบ่นอีก และทำให้พ่อนึกอยากจะเป็นเหมือนปู่ในตอนนั้นเอง

ลุงมาเคยถามพ่อในครั้งหนึ่ง ว่าเหตุใด ปู่จึงเลือกที่จะเป็นคนงมหาของเก่า พ่อจะตอบว่า "เพราะปู่อยากรู้ว่าใต้แม่น้ำมันมีอะไรบ้างน่ะสิ" พ่อบอกว่า ปู่เริ่มมีความคิดนั้น ก็ตอนที่เป็นทหารเรือ ได้ยินได้ฟังเรื่องเล่า จากเจ้านายชั้นผู้ใหญ่ ถึงสมบัติต่างๆ ที่จมอยู่ใต้น้ำ "และบางทีนะ อ้ายมา ใต้น้ำนี้ อาจมีทรัพย์สมบัติมากมายขนาดที่เอ็งคิดไม่ถึงก็ได้" ลุงมายังจำคำพูดของพ่อได้ขึ้นใจ

            แต่แล้วชีวิตที่กำลังจะเริ่มตั้งหลักได้จากการดำน้ำงมหาของเก่าที่ปู่ทำ ก็กลับมีเหตุให้ต้องสะดุด ในปีที่พ่ออายุได้สิบหก พ่อเล่าให้ลุงมาฟังว่าตอนนั้นราวๆปี '๙๔ เกิดการสู้รบกลางแม่น้ำ     เจ้าพระยาของทหารเรือกับทหารบก เครื่องบินทิ้งระเบิดลงกลางเรือของฝ่ายทหารเรือ เสียงระเบิดกึกก้อง ตามด้วยเสียงปืนถี่ยิบ ไม่ต่างจากในตอนที่เกิดสงครามมหาเอเชียบูรพา และระหว่างที่เรือรบลอยลำมาจอดนิ่งหน้าปากคลองบางกอกใหญ่ ซึ่งภายในนั้น มีนายกรัฐมนตรีเป็นตัวประกันของฝ่ายทหารเรือ เรือรบก็ถูกระเบิดย่อยยับ ทหารบนเรือต่างพากันสละเรือ บ้างโดดลงน้ำ บ้างลงเรือโบ๊ต ขณะที่กระสุนปืนจากฝั่งพระนครยิงมาถี่ยิบจากทางด้านกระทรวงสหกรณ์เก่านั่นเอง ด้วยเลือดรักพวกพ้องชาวเรือด้วยกัน ปู่ที่ถูกปลดจากทหารเรือแล้ว ก็พายเรือออกไปช่วยเหล่าทหารเรือที่กระโดดลงน้ำหนีตาย หลังจากเรือรบติดไฟไหม้ไปทั้งลำ ท่ามกลางห่ากระสุน พ่อไม่รู้ว่าเหตุการณ์ในตอนนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่มารู้ทีหลังว่า ปู่เสียชีวิตในคืนนั้น รู้ว่าหลังจากความพ่ายแพ้ของทหารเรือ ผู้นำคณะกบฎหนีออกไปนอกประเทศ และมารู้ว่าในอีกหลายปีต่อมาให้หลัง เมื่อพ่อของลุงมากลายมาเป็นคนงมหาของเก่าแทนปู่ คนของผู้นำคณะกบฏในวัยราวสี่สิบคนหนึ่งก็มาหาพ่อที่บ้าน ให้เงินกับเหรียญชัยสมรภูมิ จากการรบในสงครามมหาเอเชียบูรพากับพ่อ แล้วบอกว่าเพื่อเป็นการตอบแทนปู่ ที่ช่วยชีวิตตนให้รอดจากการกระสุนของฝ่ายทหารบกในค่ำคืนนั้น

            ลุงมายังจำได้ว่าเมื่อพ่อเล่ามาถึงตรงนี้ น้ำเสียงของพ่อก็เริ่มสั่นเครือ น้ำตาคลอที่เบ้า แต่พ่อไม่ร้องไห้ พ่อโอบกอดลุงมา บอกด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ ว่า "ปู่เอ็งตายอย่างสมเกียรติชายชาติ ทหาร" ตอนนั้น เป็นตอนที่ลุงมาอายุสิบขวบ และเป็นตอนที่ลุงมาตัดสินใจว่าเมื่อโตขึ้นจะเป็นคนงมหาของเก่า เช่นพ่อและปู่ ลุงมาเฝ้าฝันถึงวันที่แกกับพ่อจะร่ำรวยด้วยกัน จากการงมหาของเก่า แต่แล้ว สามปีให้หลัง พ่อก็มาจากไป

            "ฝนตกหนักอย่างนี้ พี่อย่าออกไปเลย มันอันตราย" ลุงมายังจำเสียงของแม่ที่บอกกับพ่อด้วยน้ำเสียงกังวลในคืนสุดท้ายที่แกได้เห็นหน้าพ่อได้ แกจำได้ว่าพ่อยิ้มยังไง ตอนที่ปลอบแม่ว่าไม่ต้องเป็นห่วง "พี่โตมากับแม่น้ำเจ้าพระยา เจ้าแม่ท่านไม่เอาพี่ไปหรอก" พ่อของแกบอกเช่นนี้ และแม้ว่าแม่ของลุงมาจะยอมรับ แต่แม่ก็คงมองตามพ่อที่พายเรือลับไปในความมืดและสายฝน มีเพียงแสงจากดวงตะเกียงโยกไหวไปมา สุดท้าย เมื่อค่ำคืนแห่งสายฝนผ่านไป แล้ววันก็ผ่านไปอีกวัน ลุงมากับแม่จึงได้นั่งเรือจ้างไปเจอเรือแจวของพ่อผูกติดกับตอม่อสะพานพุทธลอยเท้งเต้ง       อย่างเดียวดาย

แม่ได้แต่เงียบ ตลอดหลายเดือนนั้น จนเมื่อผ่านพิธีศพที่ไร้ร่างของพ่อไป -หลังจากรอให้มีการงมหาศพพ่อเกือบสามเดือน - ในที่สุด แม่ก็ได้มาขอให้ลุงมาสัญญาว่าจะไม่เป็นคนงมหาของเก่าเช่นพ่อและปู่ แม่น้ำเจ้าพระยากลืนชีวิตปู่กับพ่อไปแล้ว แม่ไม่อยากให้มันกลืนลุงมาไปด้วยอีกคน ลุงมาให้สัญญากับแม่ แต่ก็เป็นเพียงสัญญาลมปาก เมื่อในอีกห้าปีให้หลัง ลุงมาก็แก้เชือกผูกเรือแจวกับตอไม้ พายเรือออกไปกลางแม่น้ำ แล้วกลับมาด้วยเชิงเทียนโบราณสมัยรัชกาลที่หนึ่ง ลุงมาจำได้ว่าแม่เอาแต่ร้องไห้ และคร่ำครวญกับโชคชะตา หลังจากนั้น แม่ก็ไม่พูดกับลุงมาอีกเลย จนกระทั่งแกจากไป ในตอนที่ลุงมาอายุครบบวช จากไปก่อนที่จะได้เห็นชายผ้าเหลืองของลูกชาย

บางครั้ง เมื่อลุงมากลับมาถึงบ้าน ที่มีเพียงแกอยู่เพียงลำพัง แกจะสงสัยและเฝ้าถามกับรูปของพ่อเสมอว่าสิ่งใดกันที่พ่อลงไปงมหา ในคืนที่ฝนกระหน่ำเช่นนั้น แกรู้ว่าพ่อรอได้ ถ้าเพื่อจะงมหาของเก่าขึ้นมาขาย แต่พ่อกลับไม่รอ นั่นย่อมหมายความว่าคืนนั้น มีความหมาย มีสิ่งสำคัญที่ทำให้พ่อต้องออกไปงมหาให้ได้ใต้น้ำมืดมิดนั่น แต่แล้วเมื่อลุงมาสังเกตถึงวันมรณะของพ่อและปู่ในรูปภาพที่เป็นวันเดียวกัน ลุงมาก็บังเกิดความเข้าใจขึ้นมาในทันทีว่า สิ่งใดกัน ที่พ่อลงไปงม สิ่งใดที่สำคัญถึงขนาดทำให้พ่อไม่เกรงกลัวสายฝนกระหน่ำ จนในที่สุดก็จมหายไปกับสายน้ำ

ตั้งแต่นั้นมา ในทุกวันครบรอบการตายของปู่และพ่อ ลุงมาก็จะพายเรือออกไปกลางแม่น้ำ  เจ้าพระยา ใต้สะพานพุทธ เพื่อดำน้ำงมหาสิ่งที่พ่อตามหามาตั้งแต่ที่ปู่ตาย แต่ลุงมาก็ไม่เคยพบสิ่งๆ นั้น ทุกครั้งแกจะขึ้นมาจากน้ำด้วยมือที่ว่างเปล่า บางครั้ง คนที่รู้จักแก แล้วบังเอิญพายเรือผ่านไปเห็นก็จะร้องถามว่า "สะพานพุทธมันไม่มีอะไรให้งมหาแล้วล่ะ ลุง"

แต่ลุงมาไม่ตอบ ไม่มีใครรู้ว่าที่จริงแกเจอหรือไม่เจอของเก่าใต้น้ำในวันครบรอบนั้น แกไม่เคยบอกใครว่าวันนั้นมีความหมายยังไงต่อแก จนเมื่อในละแวกคลองบางกอกใหญ่ ไม่มีใครทำอาชีพนี้อีกแล้ว แต่ทุกคนก็ยังเห็น ลุงมาออกไปงมหาของเก่าอยู่เสมอ โดยเฉพาะในวันที่ ๒๙ มิถุนายนของทุกปี

"ตามา แกจะออกไปงมให้มันได้อะไรขึ้นมาวะ" ป้าดวง แม่ค้าขายข้าวแกงที่มีบ้านติด        กับแก และอาจถือได้ว่าเป็นเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่ยังเป็นห่วง เอาใจใส่ถามลุงมาเมื่อวันที่ ๒๙ เวียนมาถึงอีกรอบหนึ่ง ขณะที่แกแก้เชือกผูกเรือ

"เอ็งไม่ต้องห่วงข้าหรอก นังดวง " ลุงมาร้องตอบ โยนเชือกที่แก้เสร็จลงบนพื้นไม้ท่าน้ำ แล้วก้าวลงไปในเรือ "ถ้าพรุ่งนี้ เอ็งไม่เห็นข้า ก็ค่อยให้คนไปเอาเรือที่สะพานพุทธแล้วกัน"

"ข้าล่ะสงสัยว่าใต้สะพานพุทธมันจะยังมีของเก่าให้แกหาอีกเรอะ ตามา ข้ารู้นะว่าทุกวันที่ยี่สิบเก้า เดือนหกนี้ทีไร แกจะต้องออกไปงมหาของเก่าที่สะพานพุทธทุกปี วันนี้ มันมีอะไรสำคัญนักเหรอวะ แกถึงต้องออกไปน่ะ ฝนทำท่าจะตกนาโว้ย !"   

ลุงมาหันไปมองสายน้ำเอื่อยๆ ของลำคลองบางกอกใหญ่ที่ทอดไปสู่แม่น้ำเจ้าพระยา มองเห็นยอดปราสาท ของพระบรมมหาราชวัง และฟ้าทะมึนที่บ่งบอกว่าฝนกำลังตั้งเค้าไกลๆ ตามด้วยเสียงครืนๆ ลุงมาหันกลับมาตอบป้าดวง

"ถ้าข้าเจอ เอ็งก็จะรู้เองแหละ นังดวง "

พูดจบ ลุงมาก็จ้วงไม้พายลงไปในน้ำ แล้วเรือแจวก็ค่อยๆ เคลื่อนออกไป ฟ้าทะมึนแผ่ปกคลุมทั่วทั้งเกาะรัตนโกสินทร์ ขณะที่เรือแจวของลุงมากำลังจะพ้นปากคลอง ป้าดวงก็หันกลับเข้ามาในบ้านของแก ฟ้ามืดลงทุกขณะ เสียงครืนๆ ดังขึ้น ฝนเริ่มพรำ ตกหนักขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นสายฝนกระหน่ำ ภาพเบื้องหน้าพร่าเลือนในความมืดและสายฝน ผิวน้ำในลำคลองบางกอกใหญ่เต้นระ ริก เสียงฝนกระทบหลังคาสังกะสีดังกราว ฝนกระหน่ำเหมือนในคืนที่พ่อของลุงมาหายไปไม่กลับมา ฟ้าทะมึนมืดมิดเหมือนในคืนที่ปู่ของแกทิ้งร่างลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา

จากวันนั้น ก็ไม่มีใครในละแวกริมคลองบางกอกใหญ่ได้เห็นแกอีกเลย ไม่แม้กระทั่งเรือแจวเก่าๆ ของแกลำนั้น ...

                                                             **********

 

 

 

 
 
 

คลินิกเรื่องสั้น 44

แม่น้ำเจ้าพระยา

นิธิ นิธิวรกุล

 

            คุณลักษณะประการหนึ่งของเรื่องสั้นอยู่ที่สามารถถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิดของผู้เขียนออกมาได้อย่างตรงไปตรงมา โดยไม่จำต้องสร้างองค์ประกอบร่วมมากเท่านวนิยาย หรือปรุงแต่งด้วยรูปแบบและฉันทลักษณ์เช่นบทกวี แต่ทั้งนี้ย่อมขึ้นอยู่กับเนื้อหา แนวคิด กลวิธีการเขียน และความสามารถทางวรรณศิลป์ของผู้ประพันธ์เป็นสำคัญ

            ใน “แม่น้ำเจ้าพระยา” เป็นเรื่องเล่าถึงคนสามชั่วอายุ ตั้งแต่ปู่ พ่อ จนถึงลูกชาย ซึ่งต่างก็มีชีวิตและความฝันผูกพันกับแม่น้ำสายนี้ – การเขียนถึงความฝันหรือความเชื่อที่ฝังใจจนกลายเป็นแรงผลักดันให้คนบางคนมุมานะทำในสิ่งใดสิ่งหนึ่งนั้น หากสามารถจุดประกายให้เจิดจ้า มีพลัง และ

สร้างปัจจัยที่เอื้อต่อเรื่อง ก็จะก่อให้เกิดความหนักแน่นน่าเชื่อถือ ซึ่งนิยายและภาพยนต์ฮอลลีวู้ดหลายเรื่อง ได้นำความฝันและความเชื่อดังกล่าวมาเป็นจุดขายอย่างได้ผล เช่นเรื่องของคนที่ฝันจะสร้างโรงละครโอเปร่ากลางป่าเปรูอย่าง Fitzcarraldo หรือเด็กชายที่มีความฝันฝังใจเรื่องนักบินอย่าง Empire of the Sun เป็นต้น

            อย่างไรก็ตาม ตัวละครเอกตัวหนึ่งของ Fitzcarraldo คือป่าดงดิบในเปรูที่เต็มไปด้วยความทุรกันดารและภยันตรายรอบด้าน ส่วนในเรื่อง Empire of the Sun ตัวละครเอกก็คือสภาวการณ์ของสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งทารุณโหดร้าย และทุกข์ยากแสนเข็ญ ทั้งสองสิ่งท้าทายความฝันของผู้ชายธรรมดา หรือของเด็กผู้ชายตัวเล็ก ๆ

            ในส่วนของตัวแม่น้ำเจ้าพระยาเองก็มีเรื่องราวที่น่าสนใจอยู่มากมาย ซึ่งอาจจะเขียนถึงหรือขยายความให้ที่ชัดเจนขึ้น เพื่อคนอ่านที่ไม่เคยเห็นหรือรู้จักแม่น้ำเจ้าพระยามาก่อนสามารถมองเห็นภาพแม่น้ำสายนี้ได้ และเกิดความรู้สึกว่าแม่น้ำเป็นทั้งผู้สร้างฝันและอุปสรรคสำคัญของความฝันสำหรับคนทั่งสามรุ่น การนำเหตุการณ์กบฎแมนฮัตตันมาใส่ไว้ในเรื่องนับว่าน่าสนใจ แต่ก็อาจมีคำถามว่าวันที่ 29 เดือนหก มีความสำคัญอย่างไร ลุงมาถึงต้องออกไปงมหาของเก่าในวันนั้นทุกปี เพราะตอนกล่าวถึงเหตุการณ์กบฎแมนฮัตตันคุณบอกแต่เพียง พ.ศ. ไม่ได้ให้รายละเอียดในเรื่องวันและเดือน

            ความฝันของคน ๆ หนึ่ง นั้น แม้คนอื่นอาจจะเห็นเป็นเพียงเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ หรือไร้สาระ

แต่สำหรับผู้ที่เป็นเจ้าของ ความฝันนั้นย่อมมีค่าและยิ่งใหญ่เสมอ

 

ประภัสสร เสวิกุล

ชิลี, 1 มกราคม 2551

 

 

 




คลีนิกเรื่องสั้น

รายการชีวิต
โจรปริญญา(ตี)
มือศิลป์ article
Love is....
อกแกก็อกฉัน...อกฉันก็อกแก article
ร่วมกินโต๊ะ
ภาพของฉัน article
คืนข้ามปี article
เหรียญบาทกับโบสถ์กลางน้ำ article
ใส...ซื่อ...บริสุทธิ์ (ใจ) article
นิยายรัก ฉบับป้าหมู article
สายน้ำที่ขาดหาย article
อรุณรุ่ง article
บ้านนั้นเขามีงานศพ article
หีบเชี่ยนหมากของอ้ายแก้ว article
การผ่านพ้นแห่งยุคสมัย article
เธอสุขได้อย่างไรเมื่อผองชนทุกข์ยากลำเค็ญ article
เมื่อโลกนี้ไร้สีสัน... article
ลั่น article
เสมือนรังดักแด้ที่เฝ้าฟูมฟักผีเสื้อให้โบยบิน article
แหว่ง article
รุ้งกินน้ำของปานวาด article
กล่องความทรงจำเก่า...และเงารัก article
จอมโจรหนอนหนังสือ article
มาลัยวรรณกรรม article
ห้องแห่งมิติอนันต์ article
ครูจันทร์ผ่อง ของแม่ article
จุกน้ำปลา...พาโชค article
เวลาของพ่อ article
การค้นพบตัวเองที่ไม่ใช่ตัวเอง article
เพียงภาพในวัยเยาว์ article
น้ำตาลทราย article
การเดินทางของชายชรา article
พันธะพรหมลิขิต article
บทเรียนน้ำตา article
กลางเมืองหลวง article
ประตูที่ถูกเลือก article
ร้องเรือ: ลำนำที่ผันแปร article
ดาวน์ความสำเร็จ article
ไอ้หมา article
คุณย่ากับคุณป้าข้างบ้าน article
ข้างหลังภาพนั้น article
วัฏพินาศแห่งสยามประเทศ article
คลีนิกเรื่องสั้น 16 article
หรือฉันเองที่แตกต่าง article
เด็กชายวิสรุจณ์...ซุกซน article
ใบไม้เปลี่ยนสี article
มรดกพ่อ article
ก้าวแรกของนักล่าดวงจันทร์ article
เพื่อนตาย article
หุ่นยนต์สังกะสี article
คิดถึงพ่อ article
สาวหน้าใสกับหัวใจน้องเหมียว article
แดร๊กคิวล่ากระหายเลือด...ของคุณ article
ก็เพราะว่า...เรารักนาย article
อ้อมกอดทะเล article
เรือของพ่อ article
ไม่โกรธใช่ไหม article
ในความทรงจำ article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
www.psevikul.com นิตยสารสกุลไทย นิตยสารขวัญเรือน  amarinpocketbook นานมีบุ๊คส์ ร้านหนังสือซีเอ็ด ศูนหนังสือจุฬา ร้านนายอินทร์ ประพันธ์สาสน์ เวบคุณวิกรม กรมดิษฐ์  Masharee Blog วรรณวรรธน์คาเฟ่ เวบของคุณ คีตาญชลี เวบกระบี่ทูเด เวบกลอนธรรมะ