ReadyPlanet.com
dot dot
dot
ห้องรับแขก
dot
bulletเล่าสู่กันฟัง
bulletคลีนิกเรื่องสั้น
bulletห้องพักฟื้นเรื่องสั้น
bulletบางบท...บางตอน
bulletวันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์
bulletฟังรายการวิทยุย้อนหลัง
bulletคมคำ คำคม
bulletกระดานสนทนา
bulletสมุดเยี่ยม
bulletข่าวแวดวงวรรณกรรม
dot
ห้องสมุด
dot
bulletนักอ่านพูดถึงประภัสสร
bulletบทสัมภาษณ์ต่างๆ
bulletประภัสสร ใน สื่อ
dot
กล่องความทรงจำ
dot
bulletE-card
dot
Newsletter

dot


facebook.com/psevikul


หีบเชี่ยนหมากของอ้ายแก้ว article
 
 

  

อ้ายแก้ว เป็นลูกหลานของคนถือหีบเชี่ยนหมาก ที่นับย้อนกลับไปได้ถึงสมัยรัชกาลที่หนึ่ง ปู่ของมัน พ่อของมันพร่ำสอนแต่เด็ก ถึงหน้าที่อันเป็นเกียรติของมัน สอนมันให้ภูมิภาคใจว่าถึงแม้     มันเป็นเพียงไพร่ แต่สิ่งที่อยู่ในมือมันนั้น เป็นของสูง เป็นของพระราชทานที่ไพร่บางคนอาจไม่มีแม้แต่โอกาสได้แตะต้องตลอดทั้งชีวิตด้วยซ้ำ  

            อ้ายแก้วโตและเชื่อเช่นนั้น กระทั่งเมื่อเติบใหญ่เป็นหนุ่มแน่น และหน้าที่ถือหีบเชี่ยนหมากได้ส่งผ่านจากมือพ่อมาถึงมัน พร้อมๆ กับที่ท่านเจ้าคุณน้อยได้รับพระราชทานโปรดเกล้าตั้งให้เป็นราชทูต แต่แล้ว เหตุการณ์ที่อ้ายแก้วไม่คาดคิดก็บังเกิดขึ้น เหตุการณ์ที่ทำให้ความภาคภูมิใจในความเป็นคนถือหีบเชี่ยนหมากของมัน ไม่เพียงแต่สูญสลาย แต่หีบเชี่ยนหมากที่เป็นมงคลที่สุดของชีวิตมันก็ยังถูกทำลายลงด้วยเช่นกัน

            เหตุการณ์นั้น เริ่มต้นจากกัปปิตันชาวฝรั่งเศสผู้หนึ่งได้เข้าไปร้องป่าวตะโกนถึงในท้องพระโรงกลางดึก อย่างไม่กลัวเกรงพระราชอาญา ด้วยเพราะถือว่าตนเป็นกัปปิตันเรือกำปั่นรบที่มีปืนไฟกระบอกใหญ่ จนกระทั่งถูกทหารส่วนพระองค์จับโยนออกมา

หนังสือพิมพ์ฝรั่งลงข่าวว่าเรื่องนี้ เป็นข่าวใหญ่ มีการร่ำลือต่างๆ นานา กระทั่งมีคนพูดว่านี่อาจเป็นแผนของพวกฝรั่งที่หมายฮุบเอาสยาม แต่อ้ายแก้วก็รับฟังอย่างไม่เข้าใจ และไม่คิดว่าเรื่องนี้จะเกี่ยวพันมาถึงท่านเจ้าคุณของมัน และตัวมันเอง

จนกระทั่ง ไม่กี่วันถัดมา อ้ายแก้วก็ได้รู้ว่า พระเจ้าอยู่หัวทรงมีรับสั่งให้นายของมัน ถือขบวนพานพุ่มไปขอขมาต่อกงสุลฝรั่งเศส ผู้เป็นนายของกัปปิตันผู้นั้น แทนพระองค์ต่อการที่ทหารส่วนพระองค์ไปทำร้ายกัปปิตันผู้นั้น เมื่ออ้ายแก้วรับรู้ มันก็ได้แต่หมอบอยู่นิ่งๆ สัมผัสถึงอารมณ์ที่กำลังคุกรุ่นของนายมัน จากคำพูดที่ท่านเอ่ยกับคุณหญิงว่า

"ถึงมันไม่ส่งทหารขึ้นมายึดประเทศ แต่ก็เหมือนเราเป็นเมืองขึ้นของมันไปแล้ว "

            ตอนนั้น อ้ายแก้วไม่เข้าใจในความหมายที่นายของมันพูดถึงดอก และมันก็ไม่เคยเชื่อด้วยว่า จะมีวันที่สยามจะสูญเสียแผ่นดิน แม้แต่เพียงส่วนหนึ่งส่วนใด

            รุ่งเช้า ขบวนเชิญพานพุ่มของท่านเจ้าคุณ และอ้ายแก้วผู้ถือหีบเชี่ยนหมากตามหลัง ก็เคลื่อนออกจากเรือนของนายมัน ไปที่เรือนของกงสุลฝรั่งเศส ที่อยู่ติดกับวัดคอนเซปชัญ เมฆหมอกหนาให้ความรู้สึกที่หม่นหมอง อ้ายแก้วเหยียบเท้าแรกออกจากเรือนด้วยการท่องคาถาข่มนามในใจ หวังให้อ้ายฝรั่งเศสผู้นั้นเกรงในบารมีของนายมัน และข้าวของเครื่องสูงที่นายของ     มันถือมาเสมือนเป็นตัวแทนพระเจ้าแผ่นดิน

            เมื่อมาถึงเรือนที่พักของกงสุลฝรั่งเศส ซึ่งเป็นอาคารก่ออิฐสองชั้น อ้ายแก้วได้รับคำสั่งให้รออยู่ด้านล่าง ขณะที่หีบเชี่ยนหมากชั้นยศของท่านเจ้าคุณได้รับการถือขึ้นไปโดยขุนนางชั้นผู้น้อยตามขบวนผู้หนึ่ง ไม่นานจากนั้น เสียงพุดคุยตอบโต้ระหว่างกันก็ดังลงมาจากเรือนชั้นบน อ้ายแก้วมองเห็นมาลาที่ท่านเจ้าคุณและเหล่าขุนนางตามขบวนสวมใส่โผล่พ้นแนวระเบียงออกมา  

เสียงพูดคุยดังขึ้นเรื่อยๆ แทบกลายเป็นการตะโกน เสียแต่เป็นการตะโกนที่ดังขึ้นโดยเสียงของอ้ายฝรั่งเศสเพียงผู้เดียว แม้อ้ายแก้วจะฟังไม่ออก ไม่เข้าใจ แต่น้ำเสียงที่ดังลงมา ก็บอกได้เป็นอย่างดี ถึงอารมณ์ของกงสุลฝรั่งเศส ที่ไม่มีแม้แต่ความกริ่งเกรงในตัวท่านเจ้าคุณอีกต่อไป ตอนนั้นเอง สิ่งที่อ้ายแก้วไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น

            มันได้ยินเสียงเสียงโครมครามดังขึ้นก่อน แล้วก็เห็นสิ่งที่ทั้งชีวิตนี้ มันไม่คิดว่าจะได้เห็น ท่านเจ้าคุณถูกอ้ายฝรั่งเศสชั่วผู้นั้น กระชากมาลา เหวี่ยงร่างลงมาจากบันไดเรือนของมัน ที่ปลูกอยู่บนผืนแผ่นดินของสยาม ภาพของท่านเจ้าคุณที่ร่วงจากบันไดลงมาขั้นแล้ว ขั้นเล่า กระแทกเข้าไปในอกของมัน เสียงทุกอย่างรอบตัวเหมือนจะปลิวหายไป กว่าที่มันจะรู้ตัว และได้สติ มันก็เห็นหีบเชี่ยนหมากพระราชทานถูกอ้ายกงสุลเตะตามลงมากับร่างของท่านเจ้าคุณแล้ว เสียงของหีบเหล็กกระทบบันได ดังสะท้านในอกยิ่งกว่าในหู มันร้องตะโกนลั่น

            "อ้ายสัตว์ !!!"

อ้ายแก้วลุกพรวด ทะยานไปที่บันได ในใจมัน มีเพียงความคำนึงคิดอยู่เพียงอย่างเดียว คือจะต้องเค้นคออ้ายฝรั่งกงสุลนั่น ถีบมันลงมาเฉกเช่นกับที่มันทำกับท่านเจ้าคุณและหีบเชี่ยนหมากให้มันก้มกราบสำนึกผิด ก่อนจะตัดหัวมัน

แต่ยังไม่ทันที่ความคิดคำนึงในหัวของอ้ายแก้วจะเป็นจริง มันก็ถูกฝรั่งร่างยักษ์ที่ไม่รู้โผล่มาจากที่ใด ถีบเสียกระเด็นลงไปกลิ้งกับดิน อ้ายแก้วรู้สึกเจ็บเสียดและจุกที่ลิ้นปี่จากการถูกฝรั่งมันถีบเอา แต่มันไม่ยอมแพ้ มันพยายามลุกขึ้นอีก "กูจะฆ่ามึง" มันคำราม

"อย่านะ อ้ายแก้ว !"

            ท่านเจ้าคุณร้องเสียงหลง อ้ายแก้วหยุดชะงัก หันมามองนายมันที่กำลังได้รับการพยุงตัว ใบหน้าที่ฟกช้ำของท่านเจ้าคุณไม่เจ็บปวดเท่าสีหน้าและดวงตา ที่ฉายสะท้อนให้เห็นถึงความ      พ่ายแพ้

            "มึงอยากให้สยามเป็นเมืองขึ้นของพวกฝรั่งกระนั้นหรือ ?" ท่านเจ้าคุณว่าขึ้น

            อ้ายแก้วปราดเข้ามาก้มกราบนายของมัน ยกมือไหว้ท่วมหัว

            "หามิได้ขอรับ แต่เพราะข้าน้อยทนที่จะเห็นใครมาทำเยี่ยงนี้กับท่านเจ้าคุณมิได้ขอรับ โดยจำเพาะ..." มันมองไปที่หีบเชี่ยนหมากที่แตกออกไม่เป็นชิ้นดี ตีนของอ้ายฝรั่งที่ถีบมัน ก้าวออกมาเหยียบเชี่ยนหมาก ซึ่งหล่นกระจายออกมาจากในหีบ แล้วขยี้กลายเป็นขี้ดินดำๆ เพลิงโทสะของมันลุกกระพือ

ท่านเจ้าคุณพูดเบาๆ

            "เราต้องยอมนะ อ้ายแก้ว เราต้องยอม"

            "ทำไมเล่าขอรับ" อ้ายแก้วพูดทั้งน้ำตา ด้วยความเจ็บแค้นมากกว่าเจ็บกาย

            "เพราะเราเป็นชาวสยาม" ท่านเจ้าคุณตอบสั้นๆ แค่นั้นก็ทำให้อ้ายแก้วหยุดชะงัก  

            อ้ายแก้วก้มหน้าลง ผืนดินสยามเบื้องหน้ามันพร่าเลือนด้วยน้ำตา ครู่ต่อมา มันเงยขึ้น แล้วหันไปมองศัตรูของแผ่นดิน แววตาที่เหยียดหยาม ริมฝีปากที่ยิ้มเยาะ ยิ่งทวีเพลิงโทสะให้ลุกโชน แต่แล้วฝ่ามืออบอุ่นทว่าแข็งแกร่งของท่านเจ้าคุณที่วางลงบนไหล่มัน ก็เหมือนน้ำเย็นชะโลมราดรดลงบนเพลิงที่โหมไหม้ให้มอดดับลงไปโดยทันที มันหันกลับมามองนายของมัน

            "กลับกันเถอะ" ท่านเจ้าคุณเอ่ยกับมัน

อ้ายแก้วปาดน้ำตา ด้วยมือที่เปื้อนดิน มันเหลียวไปมองที่หีบเชี่ยนหมาก คลานเข้าไปหา แล้วก้มลงกราบท่ามกลางเสียงหัวเราะเย้ยหยันของพวกฝรั่งที่ถือว่าตนสูงส่งกว่า อ้ายแก้วหยิบเศษที่แตกของหีบเชี่ยนหมากเข้ามาถือไว้แนบอก แล้วหยิบก้อนเชี่ยนหมาก ซึ่งถูกอ้ายฝรั่งมันขยี้เหยียบเป็นเศษดินขึ้นมากำถือไว้

มันลุกขึ้น เดินตามขบวนของท่านเจ้าคุณออกมาเป็นคนสุดท้าย มือที่กำก้อนเชี่ยนหมากแนบแน่นอยู่กับตัวหีบที่แตกเป็นเสี่ยง ข้าใช้ที่อยู่ในวันนั้นได้ถามมันภายหลัง ว่ามันจะเก็บเอาก้อนเชี่ยนหมากที่ไม่ต่างจากขี้ดินนั้นมาทำไม แต่อ้ายแก้วไม่ตอบ มันเก็บรักษาทั้งเชี่ยนหมากและตัวหีบพระราชทาน ซึ่งแตกนั้นไว้ด้วยกัน จนเมื่อเวลาผ่านเลย หีบเชี่ยนหมากแตกๆ ของอ้ายแก้ว จึงเริ่มทรุดโทรมไปตามกาลเวลา ก้อนเชี่ยนหมากแห้งๆ ภายในหีบจึงมลายกลายเป็นฝุ่นผง สูญสลายกลายเป็นเพียงความทรงจำในที่สุด

ไม่มีใครใส่ใจจดจำ ทั้งเรื่องในวันนั้น และเรื่องของอ้ายแก้ว

                                       ********************

 

  

 

 
 

  คลีนิกเรื่องสั้น 46

หีบเชี่ยนหมากของอ้ายแก้ว

นิธิ นิธิวีรกุล

“หีบเชี่ยนหมากของอ้ายแก้ว” เป็นเรื่องสั้นที่หยิบยกเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์มานำเสนอซึ่งนับเป็นสิ่งที่น่าสนใจและเป็นแนวคิดที่ดี เพราะนอกจากจะทำให้ผู้อ่านได้หวนรำลึกถึงเรื่องราวที่เคยอุบัติขึ้นในอดีตซึ่งคนในยุคปัจจุบันอาจจะหลงลืมไปแล้ว ประวัติศาสตร์บางช่วงบางตอนก็ยังมีสีสันและความแยบยลยิ่งกว่าเรื่องแต่ง ซึ่งในต่างประเทศได้มีผู้นำเกร็ดประวัติศาสตร์เล็ก ๆ น้อย ๆ มาแต่งเป็นนิยายและเรื่องสั้นอยู่เสมอ สำหรับของไทยเรานั้น ที่นึกออกในตอนนี้คือเรื่อง “อำแดงเหมือนกับนายริด” ที่พี่เชิด ทรงศรี นำมาสร้างเป็นภาพยนต์

            ก่อนที่จะอ่านเรื่องสั้นของคุณนิธิฯ เรื่องนี้ ผมอยากให้ผู้อ่านได้อ่านหมายเหตุท้ายเรื่องก่อน คุณนิธิฯ เขียนเล่าไว้ว่า “เขียนเรื่องนี้โดยได้รับแรงบันดาลใจจากเหตุการณ์จริงในสมัยรัชกาลที่ 4 ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เจ้ากระต่ายหรือหม่อมราโชทัยนำคณะขุนนางไปขอขมากงสุลฝรั่งเศสโอบือเรต์ แต่กลับถูกฝ่ายกงสุลฝรั่งเศสโยนพานพุ่มดอกไม้ลงมาจากเรือนรับรอง พร้อมยังขับไล่ไสส่งเจ้ากระต่ายอย่างไม่ให้เกียรติ ด้วยการจับท่านโยนลงมาจนได้รับบาดเจ็บ” และคุณผู้อ่านจะเกิดอารมณ์ร่วมกับเรื่องสั้นเรื่องนี้มากขึ้น หากย้อนรำลึกถึงสภาพการณ์ของประเทศไทยในยุคนั้น ที่ตกเป็นลูกไก่ในกำมือของนักล่าอาณานิคมและถูกฝรั่งต่างชาติย่ำยีตามใจชอบ

            กลับมาดูเรื่องสั้นเรื่องนี้ของคุณนิธิฯ จะพบว่าตัวละครเอกของเรื่องไม่ใช่หม่อมราโชทัย (ม.ร.ว.กระต่าย อิศรางกูร) หรือบ่าวอย่างอ้ายแก้ว แต่เป็นหีบเชี่ยนหมากที่ถูกกงสุลฝรั่งเศสเตะตกบันไดตามราชทูตลงมา ดังนั้น คุณนิธิจึงควรต้องเพิ่มความสำคัญและรายละเอียดของหีบเชี่ยนหมาก ให้คนรุ่นหลังที่อาจจะไม่เคยเห็นหีบเชี่ยนหมากได้เห็นภาพอย่างชัดเจน เป็นต้นว่าทำด้วยอะไร ประกอบด้วยอะไรบ้างรวมทั้งความสำคัญของการเป็นสิ่งของพระราชทานเพื่อประกอบอิสริยยศ อันจะทำให้ผู้อ่านเกิดอารมณ์สะเทือนใจเมื่อเชี่ยนหมากแตกกระจายและอ้ายแก้วเก็บเศษเชี่ยนหมากและก้อนหมากไว้แนบอก อย่างไรก็ตามตรงนี้ยังมีความสับสนว่าหีบและเชี่ยนหมากทำด้วยอะไร เพราะในตอนหนึ่งเขียนว่า “หีบเหล็ก” แต่อีกตอนกล่าวว่า “หีบเชี่ยนหมากที่แตกออกไม่เป็นชิ้นดี”  และ “อ้ายแก้วหยิบเศษที่แตกของหีบเชี่ยนหมากมาถือไว้แนบอก” ซึ่งถ้าดูจากสองประโยคหลัง หีบเชี่ยนหมากน่าจะทำด้วยไม้หรือเป็นเครื่องเขิน ส่วนตัวเชี่ยนหมาก น่าจะเป็นเงินถมทองลงยาราชาวดี

            ครับ ก็ขอเป็นกำลังใจให้คุณนิธิฯ สร้างสรรค์เรื่องสั้นแนวนี้ต่อไป

ประภัสสร เสวิกุล

ชิลี, 26 มกราคม 2551

  

  

 




คลีนิกเรื่องสั้น

รายการชีวิต
โจรปริญญา(ตี)
มือศิลป์ article
Love is....
อกแกก็อกฉัน...อกฉันก็อกแก article
ร่วมกินโต๊ะ
ภาพของฉัน article
คืนข้ามปี article
เหรียญบาทกับโบสถ์กลางน้ำ article
ใส...ซื่อ...บริสุทธิ์ (ใจ) article
นิยายรัก ฉบับป้าหมู article
สายน้ำที่ขาดหาย article
อรุณรุ่ง article
บ้านนั้นเขามีงานศพ article
การผ่านพ้นแห่งยุคสมัย article
แม่น้ำเจ้าพระยา article
เธอสุขได้อย่างไรเมื่อผองชนทุกข์ยากลำเค็ญ article
เมื่อโลกนี้ไร้สีสัน... article
ลั่น article
เสมือนรังดักแด้ที่เฝ้าฟูมฟักผีเสื้อให้โบยบิน article
แหว่ง article
รุ้งกินน้ำของปานวาด article
กล่องความทรงจำเก่า...และเงารัก article
จอมโจรหนอนหนังสือ article
มาลัยวรรณกรรม article
ห้องแห่งมิติอนันต์ article
ครูจันทร์ผ่อง ของแม่ article
จุกน้ำปลา...พาโชค article
เวลาของพ่อ article
การค้นพบตัวเองที่ไม่ใช่ตัวเอง article
เพียงภาพในวัยเยาว์ article
น้ำตาลทราย article
การเดินทางของชายชรา article
พันธะพรหมลิขิต article
บทเรียนน้ำตา article
กลางเมืองหลวง article
ประตูที่ถูกเลือก article
ร้องเรือ: ลำนำที่ผันแปร article
ดาวน์ความสำเร็จ article
ไอ้หมา article
คุณย่ากับคุณป้าข้างบ้าน article
ข้างหลังภาพนั้น article
วัฏพินาศแห่งสยามประเทศ article
คลีนิกเรื่องสั้น 16 article
หรือฉันเองที่แตกต่าง article
เด็กชายวิสรุจณ์...ซุกซน article
ใบไม้เปลี่ยนสี article
มรดกพ่อ article
ก้าวแรกของนักล่าดวงจันทร์ article
เพื่อนตาย article
หุ่นยนต์สังกะสี article
คิดถึงพ่อ article
สาวหน้าใสกับหัวใจน้องเหมียว article
แดร๊กคิวล่ากระหายเลือด...ของคุณ article
ก็เพราะว่า...เรารักนาย article
อ้อมกอดทะเล article
เรือของพ่อ article
ไม่โกรธใช่ไหม article
ในความทรงจำ article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
www.psevikul.com นิตยสารสกุลไทย นิตยสารขวัญเรือน  amarinpocketbook นานมีบุ๊คส์ ร้านหนังสือซีเอ็ด ศูนหนังสือจุฬา ร้านนายอินทร์ ประพันธ์สาสน์ เวบคุณวิกรม กรมดิษฐ์  Masharee Blog วรรณวรรธน์คาเฟ่ เวบของคุณ คีตาญชลี เวบกระบี่ทูเด เวบกลอนธรรมะ