ReadyPlanet.com
dot dot
dot
ห้องรับแขก
dot
bulletเล่าสู่กันฟัง
bulletคลีนิกเรื่องสั้น
bulletห้องพักฟื้นเรื่องสั้น
bulletบางบท...บางตอน
bulletวันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์
bulletฟังรายการวิทยุย้อนหลัง
bulletคมคำ คำคม
bulletกระดานสนทนา
bulletสมุดเยี่ยม
bulletข่าวแวดวงวรรณกรรม
dot
ห้องสมุด
dot
bulletนักอ่านพูดถึงประภัสสร
bulletบทสัมภาษณ์ต่างๆ
bulletประภัสสร ใน สื่อ
dot
กล่องความทรงจำ
dot
bulletE-card
dot
Newsletter

dot


facebook.com/psevikul


ราชันสองโลก(1) article
 
 

            

เล่าสู่กันฟัง 13

ราชันสองโลก(1)

 

            ปี 2550 เป็นวาระครบรอบ 30 ปีแห่งการเสียชีวิตของบุคคลที่มีชื่อเสียงก้องโลก และยังคงครองใจชาวโลกมาจนถึงทุกวันนี้ 2 คนด้วยกัน ซึ่งต่างก็เป็นตัวแทนของวัฒนธรรม และแนวคิด คนละซีกส่วน ในยุคที่โลกร้อนระอุด้วยสงครามเย็น – คนแรกก็คือเอลวิส เพรสลีย์ ส่วนคนที่สองคือเช กูวารา ซึ่งคราวนี้ผมจะมาเล่าสู่กันฟังด้วยเรื่องราวของเอลวิสก่อน

            เอลวิส แอรอน เพรสลีย์ (Elvis Aaron Presley) เกิดเมื่อวันที่ 8 มกราคม ค.ศ.1935 ที่เมืองทูเพอโล รัฐมิสซิปปี้ สหรัฐอเมริกา ในครอบครัวของ Vernon และ Glady Presleyโดยมีคู่แฝด คือ Jesse Garon ซึ่งเสียชีวิตตั้งแต่เล็ก ต่อมาครอบครัวได้ย้ายไปอยู่ที่เมืองเมมฟิส รัฐเทนเนสซี ในวัยเด็ก เอลวิสได้ร่วมในคณะนักร้องประจำโบสถ์ รวมทั้งซึมซับอารมณ์บลูส์จากคนงานนิโกรแถวบ้าน และเพลงคันทรีย์จากลูกทุ่งชาวไร่

            ในปี 1953 ขณะทำงานเป็นพนักงานขับรถบันทุกในบริษัท  Parker Machinist Shop เขาได้ใช้ช่วงเวลาพักกลางวัน ไปอัดแผ่นเสียงเพลง ‘My Happiness’ กับ ‘That’s When Your Heartaches Begin’ ที่ Memphis Recording Service ในราคา 3.98 ดอลล่าร์ นัยว่าเพื่อเป็นของขวัญย้อนหลังในวันเกิดเแม่ เผอิญแซม ฟิลลิปส์ (Sam Phillips) เจ้าของร้านขายแผ่นเสียงและบริษัทแผ่นเสียง Sun Records ซึ่งกำลังมองหานักร้องผิวขาวมาร้องพลงสไตล์ Rhythm & Blues ได้ยินเพลงนี้ จึงชวนเอลวิสมาทดลองเสียงที่สตูดิโอ ในเดือนมกราคม 1954 ว่ากันว่าในตอนแรกแซมไม่ได้ประทับใจในตัวเอลวิสนัก และแผ่นเสียงแผ่นแรกที่เอลวิสบันทึกเสียง คือ ‘Careless Love’ กับ ‘I’ll Never Stand In Your Way’ ก็ไม่ได้รับความนิยม

ในเดือนกรกฏาคม 1954 เอลวิสกลับมาที่สตูดิโออีกครั้ง เพื่อร้องเพลง That’s All right ตามความต้องการของแซม แต่แซมก็ยังไม่ได้สนใจการร้องของเอลวิสเท่าที่ควร จนเอลวิสแกล้งตะเบ็งเสียงให้ดังเต็มที่ จึงสามารถดึงดูดความสนใจจากแซมสำเร็จ และได้เซ็นสัญญาให้เป็นนักร้องภายใต้สังกัด Sun Records - เพลง That’s All right ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว โดยสามารถขึ้นถึงอันดับ 4 ของเพลงแนว Country- Western ในเมมฟิส

            ระหว่างที่สังกัด Sun Records เอลวิสได้ตั้งวง Million Dollar Quartet ขึ้น ประกอบด้วย Jerry Lee Lewis, Carl Perkins, Johnny Cash และ ตัวเขา โดยเริ่มมีชื่อเสียงทางภาคใต้

            ในปี 1955 เอลวิสได้บันทึกเสียงกับ Sun Records อีก 5 แผ่น และได้พบผู้จัดการคนใหม่คือ พ.ท.ทอม ปาร์เกอร์ (Col.Tom Parker) ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการตลาดด้วยความสามารถของ พ.ท.ปาร์เกอร์ เอลวิสได้ปรากฏตัวในรายการโชว์บนเวทีและรายการทีวี ที่สำคัญคือรายการ Ed Sullivan Show ซึ่งเป็นรายการยอดนิยม มีสถิติผู้ชมถึง 52 ล้านคน หรือประมาณ 1 ใน 3 ของ ประชากรสหรัฐอเมริกา อย่างไรก็ดีซุลลิแวนเห็นว่าท่าเต้นของเอลวิสอาจจะไม่เหมาะกับสายตาผู้ชม จึงให้ช่างกล้องจับภาพเขาตั้งแต่เอวขึ้นไปเท่านั้น

            พ.ท.ปาร์เกอร์ได้ผลักดันให้เอลวิสย้ายสังกัดจาก  Sun Records มาอยู่กับ RCA ซึ่งต้นสังกัดใหม่ยอมจ่ายเงินให้ Sun จำนวน 40,000 ดอลล่าร์ แถมด้วยเงินล่วงหน้าอีก 5,000 ดอลล่าร์โดย Vernon Presley เป็นผู้ลงนามในสัญญาแทนลูกชายซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะ

            ในปี 1956  เอลวิสบันทึกเสียงกับ RCA 5 เพลง และ 1 ใน 5 คือ ‘Heartbreak Hotel’ ขึ้นสู่อันดับที่ 1มียอดขายเกินกว่า 1 ล้านแผ่น นับเป็นเพลงยอดนิยมเป็นเพลงแรกของเขา ช่วงเวลา 1956-1957 เป็นช่วงที่เอลวิสประสบความสำเร็จสูงสุด โดยมีเพลงซื่งถือว่าเป็นเพลงยอดนิยมตลอดกาล ถึง 8 ใน 10 เพลง และเมื่อก้าวเข้าสู่โลกภาพยนต์ ภาพยนต์เรื่องแรกคือ ‘Love Me Tender’ ก็ทำให้เขาเป็นรู้จักอย่างกว้างขวาง โดยทำรายได้ถึง 1 ล้านดอลล่าร์ ภายในเวลา 3 วัน อย่างไรก็ตาม ในปี 1958-1959 เอลวิสได้เข้าประจำการในกองทัพบกสหรัฐฯ และถูกส่งไปประจำที่ประเทศเยอรมัน

            หลังปลดประจำการ เอลวิสได้กลับมาสู่วงการบันเทิงอีกครั้ง ภาพยนต์เรื่อง G.I.Blues ได้รับการต้อนรับอย่างดียิ่ง และอัลบั้มเพลงจากภาพยนต์เรื่องนี้ครองอันดับหนึ่งของบิลบอร์ดติดต่อกันเป็นเวลา 10 สัปดาห์ เพลงและภาพยนต์เรื่องอื่น ๆ ทั้ง 31 เรื่องหลังจากนั้น ก็ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง

            เอลวิสแต่งงานกับพริสซิลลา โบลิเยอร์ (Priscilla Beaulieu) ในปี 1967 และหย่าขาดกันในปี 1973 โดยมีลูกสาวด้วยกันหนึ่งคน คือ ลิซ่า มารี เพรสลีย์(Lisa Mary Presley)เอลวิสพบรักใหม่กับลินดา ทอมสัน (Linda Tomson) แต่ก็เลิกกันในปี 1976

ในปี 1969 เอลวิสเปิดการแสดงที่โรงแรม Internatioanl ลาสเวกัส จำนวน 57 รอบ ภายในเวลา 4 สัปดาห์ ซึ่งนับเป็นการแสดงคอนเสิร์ตที่มีผู้ชมมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ เขาแสดงคอนเสิร์ตครั้งสุดท้าย ในเดือนมิถุนายน 1977 และเตรียมจะเปิดการแสดงอีกครั้งในปลายปีนั้น แต่ในวันที่ 16 สิงหาคม 1977 เอลวิสก็จากโลกไปด้วยวัย 42 ปี ซึ่งสันนิษฐานว่าเกิดจากการใช้ยาเกินขนาด เนื่องจากในระยะหลังเอลวิสต้องเผชิญกับปัญหาสุขภาพและน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก รวมทั้งความวิตกกังวลในเรื่องชีวิตและงาน

            หากจะพูดถึงความยิ่งใหญ่ของเอลวิส เพรสลีย์ แล้ว เอลวิสถือได้ว่าเป็นผู้ที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในวงการดนตรี นั่นคือรูปแบบของ Rock & Roll ซึ่งเป็นส่วนผสมที่ลงตัวของความอ่อนหวานและเร่าร้อนรุนแรง ของเพลง Country, Gospel, Blues และ Rhythm & Blues แม้ว่าดนตรีในแนว Rock & Roll จะมีมาก่อนหน้านั้นเล็กน้อย แต่ก็อยู่ในหมู่นักร้องผิวดำ เช่น Chuk Berry, Little Richard, Fats Domino และ Ray Chares และถึงแม้ Bill Haley จะเป็นนักร้องผิวขาวคนแรกที่นำเพลงร๊อค อย่าง Rock Around  the Clock ขึ้นอันดับหนึ่งของบิลบอร์ดติดต่อกันถึง 8 สัปดาห์ แต่บิลก็ไม่สามารถไปไกลกว่านั้น จวบจนเอลวิสก้าวเข้ามาพร้อมกับเพลง Heartbreak Hotel และตามติดด้วย Blue Suede Shoes, I Want You, I need you, I Love You, Hound Dog, Don’t Be Cruel, และ Love Me Tender ซึ่งส่งผลให้เอลวิสกลายเป็นราชาของเพลง Rock & Roll และเป็นทัพหน้าของขุนพลร๊อคคนอื่น ๆ เช่น Carl Perkins, Jerry Lee Lewis, Buddy Holly, The Every Brothers, Ricky Nelson และ Roy Obison

            เอลวิสเป็นศิลปินเดี่ยวคนเดียวในประวัติศาสตร์ดนตรีของสหรัฐฯ ที่มีเพลงติดอันดับ Top’s100 ของบิลบอร์ดมากที่สุด ถึง 149 เพลง ในจำนวนนี้มีเพลงที่ถือว่าเป็นยอดนิยมตลอดกาล จำนวน 10 เพลง และขึ้นอันดับหนึ่ง 18 เพลง และยังมีเพลงติดอันดับนานที่สุด 80 เพลง

            อัลบั้มเพลงของเอลวิสมีสถิติการขายเป็นอันดับ 2 คือ 117.5 ล้านแผ่น เป็นรองแค่ The Beatles (166.5 ล้าน) มีอัลบั้มที่ได้รับ Multi-Platinum 25 อัลบั้ม Patunim 55 อัลบั้ม แผ่นเสียงทองคำ 97 อัลบั้ม

            เอลวิสยังครองตำแหน่งขวัญใจของคนหนุ่มสาวทั่วโลกในยุค 1950’s – 1960’s และเป็นเครื่องมือชิ้นสำคัญในการเผยแพร่ภาพลักษณ์และวัฒนธรรมอเมริกัน สมกับตำแหน่ง ‘The King’ หรือ “ราชัน” ที่เรียกขาน

 

ประภัสสร เสวิกุล

ซันติอาโก ชิลี, 4 สิงหาคม 2550

 

 

 

ขอขอบคุณภาพสวยๆประกอบบทความจาก

www.elvis.com,  www.allposters.comwww.gbposters.com  

 

Pictures from  

www.elvis.comwww.allposters.comwww.gbposters.com  

 

 

ต้องการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับบทความนี้

หรือมีคำถามต้องการสอบถามคุณประภัสสร เพิ่มเติม

 

ส่งอีเมล์มาได้ตามแบบฟอร์มติดต่อด้านล่างนี้เลยค่ะ หรือ อีเมล์มาที่ lantombythesea@gmail.com



ชื่อ
เบอร์โทรศัพท์
อีเมล
หัวข้อ
รายละเอียด



เล่าสู่กันฟัง

เรื่องของคติพจน์ประจำชาติ article
เมื่อวาน/วันนี้/และพรุ่งนี้ ของฟิเดล คาสโตร article
ราชันสองโลก (2) เช เกวารา article
โศลกชีวิตของฟรีด้า คาห์โล article
ซันติอาโก:จากอดีตสู่ปัจจุบัน article
ที่นี่ชิลี article
บ้านกวี พาโบล เนรูด้า article
พาโบล เนรูด้า กวีผู้ยิ่งใหญ่ตลอดกาล article
กาเบรียล กราเซีย มาร์เกซ 80 ปี แห่งความ (ไม่) โดดเดี่ยว article
เอวิต้า เปรอน สตรีที่โลกไม่ลืม article
มิลตัน ฟรายด์แมน บิดาแห่งการปฏิรูปเศรษฐกิจของชิลี article
ปริศนาบนเกาะอีสเตอร์ article
เหรียญสองด้าน article
กาเบรียล่า มิสทรัล กวีหญิงรางวัลโนเบลแห่งชิลี article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
www.psevikul.com นิตยสารสกุลไทย นิตยสารขวัญเรือน  amarinpocketbook นานมีบุ๊คส์ ร้านหนังสือซีเอ็ด ศูนหนังสือจุฬา ร้านนายอินทร์ ประพันธ์สาสน์ เวบคุณวิกรม กรมดิษฐ์  Masharee Blog วรรณวรรธน์คาเฟ่ เวบของคุณ คีตาญชลี เวบกระบี่ทูเด เวบกลอนธรรมะ