ReadyPlanet.com
dot dot
dot
ห้องรับแขก
dot
bulletเล่าสู่กันฟัง
bulletคลีนิกเรื่องสั้น
bulletห้องพักฟื้นเรื่องสั้น
bulletบางบท...บางตอน
bulletวันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์
bulletฟังรายการวิทยุย้อนหลัง
bulletคมคำ คำคม
bulletกระดานสนทนา
bulletสมุดเยี่ยม
bulletข่าวแวดวงวรรณกรรม
dot
ห้องสมุด
dot
bulletนักอ่านพูดถึงประภัสสร
bulletบทสัมภาษณ์ต่างๆ
bulletประภัสสร ใน สื่อ
dot
กล่องความทรงจำ
dot
bulletE-card
dot
Newsletter

dot


facebook.com/psevikul


เหรียญบาทกับโบสถ์กลางน้ำ article
 
 

                ผมตื่นขึ้นมา มองเห็นเพดานห้องสีขาว รู้สึกปวดท้องและครั่นเนื้อครั่นตัว  และสงสัยว่าที่นี่..ที่ไหน แล้วเรามาอยู่ที่นี่ทำไม แล้วใครนำเรามา แล้วจะถามใครละ  เพราะทั้งห้องมีแต่ผมอยู่คนเดียว แต่มองสภาพแล้ว น่าจะนอนอยู่บนเตียงคนป่วย เกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง ผมพยายามนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับผม ผมพยายามนึกว่าเกิดอะไรขึ้น ผมรู้สึกปวดหัว แต่พยายามนึก

              เมื่อคืนวานนี้ผมและปีเตอร์ ซึ่งเป็นชาวอเมริกัน ผู้ซึ่งพิศมัยความเมา ทุกๆอย่าง     ที่เมา แสดงว่าต้องลองให้หมด หลังจากที่พี้กัญชากันได้ที่ ก็มีเรื่องคุยกันที่กระต๊อบ ที่ใครเห็นก็ต้องมองเพราะว่ารุ่นพี่ผม เช่าที่อยู่บนเกาะสมุยและสร้างกระต๊อบไว้ ซึ่งเขาจบเกษตรแม่ทา ลำปาง รุ่น 3 ได้สร้างและตบแต่งไว้อย่างชนิดที่สวยงามมาก ใครๆก็มาจ้างให้ตบแต่งบ้านและจัดสวนเป็นประจำ แต่ก็ไม่ร่ำรวยเพราะว่า ติดเมา ไม่ค่อยมีเวลาทำงาน มานั่งคุยกันว่าสิ่งไหนที่น่าจะเมาที่สุด ผมสรุปว่าที่ลองมาแล้วและยังมีชีวิตรอดอยู่นั้นถือว่ายังไม่สุดยอด

                ตอนนั้นจำได้ว่า ผมกับปีเตอร์ ได้ไปเก็บเห็ดขี้ควาย เห็ดที่ขึ้นจากกองขี้ควาย เขาเลยเรียกว่าเห็ดขี้ควาย แต่ชื่อจริงๆไม่ทราบว่าเขาเรียกว่าเห็ดอะไร ดอกเล็กๆคล้ายร่มที่กาง คนโบราณบอกว่านี่คือสุดยอดของความเมา แต่ต้องระวังเพราะกินเข้ามากๆ อาจตายได้โดยกระทันหันและนำมาชุบแป้งทอดกับใบกัญชา นั่งกินแกล้มเหล้าอย่างที่ชนิดอร่อยมาก ๆ กินไปเรื่อยๆ ผมเริ่มมองทุกอย่างมันเบลอๆไปหมด นี่หรือ...ที่เขาว่าสุดยอด ผมล้มฟุบไปในวงเหล้า แต่พยายามประคองจะลุกขึ้นมา แต่ลุกไม่ได้ หันไปมองปีเตอร์ เห็นกำลังถอยหลังไปพิงข้างฝาแสดงว่าตัวเขาแข็งแรงพอ

                 แต่ กำลังเกิดอะไรขึ้นกับผม ผมคิดอะไรไม่ออก แต่คิดว่าจะต้องกินน้ำเพื่อให้..... อ๊วก ออกมา ตอนนั้นสภาพของผม นุ่งกางเกงยีนส์ เสื้อไม่ได้สวม ผมยาว รกรุงรัง ตอนนี้ตามตัวเต็มไปด้วยกับข้าว ผมกระเสือกระสนไปข้างหน้า ออกไปทางบริเวณหน้ากระต๊อบ ที่ยกสูงขึ้นมานิดหนึ่ง ผมหล่นลงไปโดยที่ไม่เจ็บ หรือว่าตอนนั้นจะไม่มีความรู้สึกเจ็บเลยก็ได้ พยายามนึกว่า      ก๊อกน้ำ  มันอยู่ที่ไหนบ้างของกระต๊อบ แต่รู้ว่ากลางสนามหญ้ามีก๊อกน้ำอยู่  ถ้าวันปกติผมเดินสามสี่ก้าวก็ถึงแล้ว แต่สำหรับวันนี้รู้สึกว่าโลกมันหนุนช้า กาลเวลามันช้าผิดปกติ ผมคลานไปแทบจะขาดใจ ทำไมถึงเป็นอย่างนี้หรือว่าคนใกล้ตายจะมีความรู้สึกอย่างนี้ เขาบอกว่าจะนึกถึงคนที่ตายไปแล้ว พวกเขาจะโห่ร้องต้อนรับด้วยความดีใจที่จะมีสมาชิกใหม่ ผมคิดในใจว่า กูไม่น่าลองเลย ชีวิตนี้อายุก็ยังน้อยไม่น่ามาตายด้วย ความคึกคะนอง ตอนนี้ลมหายใจก็ติดขัด การคืบคลานก็ช้าลงเรื่อยๆ ทั้งที่ก๊อกน้ำอยู่แค่เอื้อม แต่โบราณสอนว่าสัตว์ใหญ่ก่อนจะตายจะกระทืบเท้าหนึ่งครั้ง ผมคิดได้ตอนนั้นก็ดิ้นเฮือกสุดท้ายกระโจนไป คิดว่าไปไกลสุดชีวิตแต่ความจริงอาจเคลื่อนย้ายนิดหน่อยก็ได้  แต่จังหวะพอดีกับก๊อกน้ำ

                ผมนอนหงายและยกมือขึ้นไปเปิดก๊อกน้ำ แต่พระเจ้าทำไมผมยกมือไม่ขึ้น ผมต้องค่อยๆ หายใจเข้าอย่างช้าๆ และรวบรวมกำลังครั้งสุดท้าย เปิดก๊อกน้ำ น้ำออกมาเป็นวงกว้าง ครอบหน้าผมไว้  สติผมดับวูบ และค่อยๆมองเห็นว่ามีอะไรลอยมา เห็นแต่เจดีย์เป็นรูป ระฆังใหญ่ ลอยละลิ่วมาครอบผม

                ผมมีความรู้สึกเหมือนอยู่ในอีกโลกหนึ่ง หรือว่าผมตายแล้ว แต่ผมว่าผมยังไม่ตายและเหมือนอยู่ในสวรรค์มีความสุข มันล่องลอยไปเรื่อยๆ ภาพค่อยๆ เคลื่อนไปและหยุดลงกับเหตุการณ์เก่า เหตุการณ์หนึ่ง

                วันนั้น ประมาณทุ่มกว่าๆ ผมและเพื่อนๆนั่งกินเหล้ากันอยู่ ประมาณ เจ็ด แปดคน คุยกันอย่างออกรสชาติ เสียงดังบ้าง เบาบ้าง แล้วแต่ว่าจะคุยกันเรื่องอะไร มีเด็กมาขอทาน พวกผมไม่ให้เงิน แต่จะสั่งอาหารให้กิน เด็กไม่พอใจและคุยไม่ดี เพื่อนผมจะตบต้องห้ามกันอีก ไอ้เด็กนั้นก็ไม่ดูเลยว่าคนกำลังอยู่ในอารมณ์ไหน  หาเรื่องโดนตบจริงๆ 

                   เหตุการณก็ผ่านไปเรื่อยๆ ประมาณสองทุ่มกว่า มีผู้หญิงมีอายุแล้วคนหนึ่ง เดินมาเรี่ยไรเงินไปทำบุญสร้างโบสถ์ที่กลางน้ำ จังหวัดสมุทรปราการ ทุกคนก็เฉยๆ แต่ผมล้วงกระเป๋าคิดในใจว่าจะทำบุญสักสิบบาท แต่เมื่อล้วงมาแล้วปรากฏว่า มีแต่เหรียญบาท แล้วเหรียญสิบผมหายไปไหน แต่ก็ขี้เกียจคิดให้เปลืองสมอง ผมมองไปทางผู้หญิงคนนั้น เขาก็เฉยๆ แต่เพื่อนผมตบบ่าผมทำให้เหรียญนั้นหล่นลงพื้น และพูดว่า

 

เฮ้ย ....ทำบุญ ทำไมทำบาทเดียว มึงจะได้อะไรขึ้นมา….

 

              ตอนนั้น ผมไม่ได้คิดอะไรก็ก้มลงไปหยิบเหรียญบาท ขึ้นมาและส่งไปไห้ผู้หญิงคนนั้น เขามองผม ด้วยสายตาที่แปลก โดยที่ผมไม่เคยเห็นใครมองผมอย่างนี้มาก่อน ผมไม่รู้ว่าเขามองด้วยสายตาอย่างไร เขารับเหรียญไปใส่ในซองและพูดด้วยคำพูดที่ช้าๆ อย่างน่ากลัวว่า

 

....ขอให้ผลบุญครั้งนี้  จงคุ้มครองลูกด้วย.......

 

ผมละจากความคิด ผมรอดชีวิตมาได้ด้วยสิ่งนี้หรือ

เอ้ย...ผมไม่เชื่อแต่ก็ต้องเชื่อว่า น้ำที่ผมเปิดนั้นเป็นวงกว้าง คล้ายโบสถ์รูประฆังลงมาครอบผม อะไรผมทำบุญบาทเดียว แต่ช่วยชีวิตผมไว้ได้ หรือว่าผู้หญิงคนนั้นเขารู้ชะตาชีวิตผมและเขามาช่วยผมไว้ หรือเป็นเรื่องบังเอิญ   เอ้อ...หรือว่าผมคิดเพ้อฝันไปคนเดียว

 

ผมนอนมองฝ้าเพดาน... .. แล้วปีเตอร์ละ เขาอยู่ไหน เป็นอย่างไรบ้างก็ไม่รู้  ผมคิดแบบตลกว่าเขานับถือคริสถ์ คงไม่มีเหตุการณ์แบบเดียวกับผม

ประตูเปิดออกและมีพยาบาล หน้าตาเหมือนคนที่เมตตาคน มองโลกในแง่ดีและมีจิตใจที่งดงาม เดินเข้ามาแล้วยิ้มและพูดว่าเป็นอย่างไรบ้าง สลบไปวันกับคืน เพราะว่าเธอเข้าเวรพอดีที่เขาเอาผมและปีเตอร์ มาส่งโรงพยาบาล ซึ่งนางพยาบาลก็บอกว่า ปีเตอร์ สบายดีอาการไม่หนักเท่าผม เพราะเขามีร่างกายที่แข็งแรงและบอกว่ามีคนเห็นผมนอนสลบอยู่ที่กลางสนามหญ้าหน้าบ้าน จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ให้ไปดู และช่วยนำส่งโรงพยาบาล

พยาบาล  มองผมแล้วพูดกับผมอย่างเหมือนกับเขาพูดกับลูก

 

 .....เขาบอกว่าอันตรายนะ เคยมีคนตายมาแล้วทดลองอย่างนี้แหละ อายุยังน้อยทำไมมายุ่งกับของพวกนี้ละ น่าจะมีอนาคตมากกว่านี้นะ .....

 

ผมแปลกใจตัวเอง  นิสัยไม่เหมือนกับคนอื่น แต่ทำไมกับพยาบาลคนนี้ ผมไม่เคยพูดไม่ดีกับเขา ทั้งที่เขาพยายามสอนผมอยู่ ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมไม่ยอมแน่ หรือว่าชีวิตเลวๆ อย่างผม ต้องมาแพ้ทางคำพูดที่นิ่มนวลและมีเมตตาของพยาบาลคนนี้ หรือว่าชีวิตผมไม่เคยมีความอบอุ่นแบบนี้เลยในชีวิตนี้ พอมาเจอคนที่มีเมตตาผมเลยได้แต่นั่งฟังและไม่มีความรู้สึกโกรธเลย ผมคิดในใจว่าผมต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว

ผ่านไปประมาณอาทิตย์กว่าๆผมเดินทางเข้ากรุงเทพ เพื่อเรียนหนังสือ ตามที่พ่อแม่อยากให้เป็น แต่สาบานได้มันไม่ใช่สิ่งที่ผมฝัน แต่ผมก็ต้องทำหน้าที่ลูกที่เลวมาแล้ว บ้าง ผมทิ้งทุกอย่างและทุกคนไว้ ที่เกาะสมุย เพื่อไปเกิดใหม่ ของชีวิตใหม่

             

 

 
 
 
 

คลีนิกเรื่องสั้น 52

เหรียญบาทกับโบสถ์กลางน้ำ

ป.คอน

 

            เรื่องสั้นเรื่องนี้เป็นทำนองการเล่าประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตของตัวละครในเรื่องซึ่งคาบเกี่ยวระหว่างความเป็นกับความตาย แต่ก็ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงชีวิตไปในทางที่ดี

            “เหรียญบาทกับโบสถ์กลางน้ำ” มีข้อที่ชวนให้คิดอยู่หลายประการด้วยกัน ประการแรกคือ

เรื่องความคะนองของวัยหนุ่มที่มองเห็นอันตรายเป็นเรื่องท้าทายและน่าลองเสี่ยงโดยไม่คำนึงถึงพิษภัยที่จะเกิดขึ้น ประการที่สองคืออานิสงค์แห่งการทำบุญ ซึ่งไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนเงินหรือมูลค่าของทรัพย์สิน หากอยู่ที่ความบริสุทธิ์ของเจตนาและความบริสุทธิ์ของทรัพย์ที่ทำบุญ ซึ่งในเรื่องนี้คนทั่วไปยังมีความเข้าใจผิดหรือถูกลวงให้เข้าใจผิด ๆ ในเรื่องการทำบุญอยู่มาก โดยเชื่อว่าการทำบุญมากเท่าไรก็จะได้บุญมากเท่านั้น หรือทำบุญด้วยอะไรก็จะได้รับของเหล่านั้นในชาติภพหน้า ถึงขนาดที่บางสำนักโฆษณาชวนเชื่อให้ญาติโยมซื้อเครื่องประดับเพชรพลอยราคาแพง ๆ เอามาทำบุญกับสำนัก โดยอ้างว่าเป็นอาภรณ์ของชาวสวรรค์  ถ้าตายแล้วไปเกิดบนสวรรค์ไม่ได้ใส่เครื่องประดับเช่นนี้ก็จะเป็นที่น่าอับอายขายขี้หน้า

            และข้อคิดประการสุดท้ายก็คือเรื่องความรู้สึกดี ๆ ที่ให้ต่อกัน อย่างเช่นที่ตัวละครในเรื่องให้กับ

หญิงที่มาเรี่ยไรเงินไปทำบุญสร้างโบสถ์กลางน้ำ  ความรู้สึกที่หญิงผู้นั้นให้กับตัวละคร  และคำพูดอันอ่อนโยน มีเมตตาจิต ของพยาบาล ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นเสมือนดอกไม้อันงดงามซึ่งผลิบานในใจของผู้ที่ได้สัมผัส และงอกงามต่อไปในวงกว้าง  ซึ่งเราท่านน่าจะได้ช่วยกันมีส่วนเพาะความรู้สึกดี ๆ เหล่านี้ให้แพร่ขยายออกไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลานี้ที่จิตใจของคนไทยเต็มไปด้วยความแห้งแล้งและห่อเหี่ยว

            เรื่องสั้นของคุณ ป.คอน ทั้งในเรื่องนี้ และ เรื่อง “ใส...ซื่อ...บริสุทธ์(ใจ)” มีลักษณะเฉพาะตัวอยู่อย่างหนึ่ง  อย่างโคลงที่ว่า

                                                “รูปแร้งดูร่างร้าย        รุงรัง

                                            ภายนอกเพียงพึงชัง       ชั่วช้า

                                            เสพสัตว์ที่มรณัง           นฤโทษ

                                            สาธุชนนั้นอ้า               เลิศด้วยดวงใจ”

              ซึ่งผมขอเรียกว่า เป็นลักษณะ “มนต์รักอสูร” ก็แล้วกันนะครับ

 

ประภัสสร เสวิกุล/ชิลี 31 กรกฏาคม 2551

                               

  

   
 
 



คลีนิกเรื่องสั้น

รายการชีวิต
โจรปริญญา(ตี)
มือศิลป์ article
Love is....
อกแกก็อกฉัน...อกฉันก็อกแก article
ร่วมกินโต๊ะ
ภาพของฉัน article
คืนข้ามปี article
ใส...ซื่อ...บริสุทธิ์ (ใจ) article
นิยายรัก ฉบับป้าหมู article
สายน้ำที่ขาดหาย article
อรุณรุ่ง article
บ้านนั้นเขามีงานศพ article
หีบเชี่ยนหมากของอ้ายแก้ว article
การผ่านพ้นแห่งยุคสมัย article
แม่น้ำเจ้าพระยา article
เธอสุขได้อย่างไรเมื่อผองชนทุกข์ยากลำเค็ญ article
เมื่อโลกนี้ไร้สีสัน... article
ลั่น article
เสมือนรังดักแด้ที่เฝ้าฟูมฟักผีเสื้อให้โบยบิน article
แหว่ง article
รุ้งกินน้ำของปานวาด article
กล่องความทรงจำเก่า...และเงารัก article
จอมโจรหนอนหนังสือ article
มาลัยวรรณกรรม article
ห้องแห่งมิติอนันต์ article
ครูจันทร์ผ่อง ของแม่ article
จุกน้ำปลา...พาโชค article
เวลาของพ่อ article
การค้นพบตัวเองที่ไม่ใช่ตัวเอง article
เพียงภาพในวัยเยาว์ article
น้ำตาลทราย article
การเดินทางของชายชรา article
พันธะพรหมลิขิต article
บทเรียนน้ำตา article
กลางเมืองหลวง article
ประตูที่ถูกเลือก article
ร้องเรือ: ลำนำที่ผันแปร article
ดาวน์ความสำเร็จ article
ไอ้หมา article
คุณย่ากับคุณป้าข้างบ้าน article
ข้างหลังภาพนั้น article
วัฏพินาศแห่งสยามประเทศ article
คลีนิกเรื่องสั้น 16 article
หรือฉันเองที่แตกต่าง article
เด็กชายวิสรุจณ์...ซุกซน article
ใบไม้เปลี่ยนสี article
มรดกพ่อ article
ก้าวแรกของนักล่าดวงจันทร์ article
เพื่อนตาย article
หุ่นยนต์สังกะสี article
คิดถึงพ่อ article
สาวหน้าใสกับหัวใจน้องเหมียว article
แดร๊กคิวล่ากระหายเลือด...ของคุณ article
ก็เพราะว่า...เรารักนาย article
อ้อมกอดทะเล article
เรือของพ่อ article
ไม่โกรธใช่ไหม article
ในความทรงจำ article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
www.psevikul.com นิตยสารสกุลไทย นิตยสารขวัญเรือน  amarinpocketbook นานมีบุ๊คส์ ร้านหนังสือซีเอ็ด ศูนหนังสือจุฬา ร้านนายอินทร์ ประพันธ์สาสน์ เวบคุณวิกรม กรมดิษฐ์  Masharee Blog วรรณวรรธน์คาเฟ่ เวบของคุณ คีตาญชลี เวบกระบี่ทูเด เวบกลอนธรรมะ