วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2002 ขณะที่อินกริด เบตานคอร์ต (Ingrid Betancourt) ผู้สมัครรับเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีโคลอมเบียและผู้ช่วยอีกหนึ่งคน กำลังเดินทางโดยรถยนต์เพื่อรณรงค์หาเสียงอยู่ในภาคตะวันตกเฉียงใต้ของโคลอมเบีย ซึ่งเป็นเขตอิทธิพลของกองกำลังปฏิวัติโคลอมเบีย (Revolutionary Armed Forces of Colombia) หรือ Farc เธอก็ถูกจับกุมโดยพลพรรคของ Farc
ถึงแม้การลักพาตัว หรือจับตัวเรียกค่าไถ่ จะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นประจำวันในโคลอมเบีย แต่กรณีของอินกริดได้ก่อให้เกิดปฏิกริยาในวงกว้าง เนื่องจากเธอเป็นนักมนุษยชนและสมาชิกวุฒิสภาคนสำคัญของโคลอมเบียซึ่งมีบทบาทในการต่อต้านการคอรัปชั่น
อินกริด เบตานคอร์ต เกิดที่โคลอมเบีย ในวันคริสต์มาสของปี 1961 บิดาเคยเป็นรัฐมนตรีก่อนได้รับการแต่งตั้งเป็นเอกอัครราชทูตโคลอมเบียประจำกรุงปารีส ส่วนมารดาเป็นอดีตมิสโคลอมเบียซึ่งภายหลังได้เป็นสมาชิกรัฐสภา อินกริดแต่งงานกับนักการทูตฝรั่งเศส ซึ่ง
ทำให้เธอได้รับสัญชาติฝรั่งเศส
อินกริดเดินทางกลับมาโคลอมเบียในปี 1989 และเข้าสู่เส้นทางการเมือง ในปี 1994
เธอได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร และก่อตั้งพรรคอ๊อกซิเจนเขียว
(Green Oxygen Party) ต่อมาในปี 1998 ก็ได้เป็นสมาชิกวุฒิสภา และลงสมัครรับเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดี ในปี 2002
ตลอดระยะเวลากว่า 6 ปีที่ผ่านมา ได้มีความพยายามจากหลายฝ่าย ทั้งภาครัฐบาลของประเทศต่าง ๆ NGO และเอกชนในการเจรจากับ Farc เพื่อให้ปล่อยตัวอินกริด ล่าสุด
ประธานาธิบดีนิโคลาส ซาร์โกซี่ (Nicolas Sarkozy) แห่งฝรั่งเศส ได้ขอความร่วมมือด้านมนุษยธรรมจากประธานาธิบดีอูโก ชาเวซ แห่งเวเนซูเอล่าในการเจรจากับ Farc เพื่อแลกเปลี่ยนผู้นำระดับสูงของ Farc ซึ่งถูกคุมขังอยู่ในโคลอมเบียกับอินกริด และเมื่อได้ทราบข่าวว่าอินกริดกำลังไม่สบายจากอาการของโรคตับอักเสบ ซาร์โกซี่ก็ส่งเครื่องบินนำหน่วยแพทย์และอุปกรณ์ฉุกเฉินบินตรงจากฝรั่งเศสไปโคลอมเบีย แต่ทั้งหน่วยแพทย์ของฝรั่งเศสและกาชาดสากลก็ไม่ได้รับอนุญาตจาก Farc ให้เข้าไปในเขตของตน
รัฐบาลและกองทัพโคลอมเบียเองก็ได้กำหนดแผนปฏิบัติการชิงตัวประกัน ที่มีชื่อว่า Operation Jaque เมื่อปีที่แล้ว เริ่มด้วยการสืบหาจุดที่อินกริดถูกคุมตัวอยู่ โดยอาศัยความร่วมมือจากดาวเทียมสอดแนมของสหรัฐฯ และเทคโนโลยีสมัยใหม่ วิเคราะห์พื้นที่ในเขตยึดครองของ Farc ในป่าดงดิบของโคลอมเบีย จนสามารถกำหนดจุดที่ถูกต้องได้ ประกอบกับข่าวที่ได้รับมาว่าจะมีการย้ายอินกริดและตัวประกันอื่น ๆ รวม 3 กลุ่ม ซึ่งถูกแยกควบคุมอยู่มารวมเป็นกลุ่มเดียวกัน เพื่อขนย้ายโดยเฮลิคอปเตอร์ไปยังสถานที่ควบคุมแห่งใหม่ในวันที่ 2 กรกฏาคม 2008 ทางทหารจึงส่งเฮลิคอปเตอร์ 2 ลำ พร้อมด้วยหน่วยคอมมานเดอร์ 8 คน
ที่ปลอมเป็นพลพรรค Farc สวมรอยบินไปรับตัวประกันและจับกุมสมาชิกกองกำลัง Farc ที่ทำหน้าที่ควบคุมตัวประกันอยู่ได้โดยไม่มีการเสียเลือดเนื้อ
อย่างไรก็ตาม กองทัพโคลอมเบียได้เตรียมกำลังซึ่งประกอบด้วยเฮลิคอปเตอร์ 39 ลำ
และกำลังทหารอีก 2000 คน พร้อมด้วยที่ปรึกษาสหรัฐฯ อีกจำนวนหนึ่ง เพื่อเข้าช่วยเหลือในกรณีที่แผนการ Jaque ล้มเหลว
ปฏิบัติการช่วยเหลืออินกริด บาเตนคอร์ต และตัวประกันสหรัฐฯ 3 คน ทหารและตำรวจโคลอมเบีย อีก 11 คน ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ ที่ตระเตรียมเฮลิคอปเตอร์และหน่วยแพทย์สำหรับขนส่งและช่วยเหลือตัวประกันภายหลังที่ปฏิการสำเร็จ และมีรายงานข่าวว่าสหรัฐฯ
และฝรั่งเศสได้จ่ายเงินจำนวน 20 ล้านดอลล่าร์ แก่หัวหน้า Farc ที่ทำหน้าที่ควบคุมอินกริดอยู่ แต่เรื่องการจ่ายเงินแก่ Farc ดังกล่าวได้รับการปฏิเสธจากทางการสหรัฐฯ ฝรั่งเศส และโคลอมเบีย
ไม่ว่าสหรัฐฯ จะลงทุนลงรอนไปหรือไม่เพียงใดในปฏิบัติการ Jaque แต่สหรัฐฯ ก็ได้ผลกำไรไปเต็ม ๆ กับการปรากฏตัวของจอห์น แมคเคน ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจากพรรครีพับลิกัน ที่บินไปรับอินกริดและเชลยชาวอเมริกันทั้ง 3 คน ถึงโคลอมเบีย ซึ่งนอกจากจะย้ำเตือนถึงการเป็นอดีตเชลยศึกในสมัยสงครามเวียดนามของตนเองที่แมคเคนใช้เป็นประเด็นหนึ่งในการหาเสียง อันแสดงถึงความรักชาติและเรียกร้องเสียงสนับสนุนจากคนอเมริกันรุ่นเก่าแล้ว ยังส่งผลต่อการตัดสินใจของคนอเมริกันเชื้อสายสเปนในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ครั้งนี้ โดยเฉพาะในขณะนี้ที่แนวร่วมประชากรอเมริกันลาติน (LULAC) อันเป็นองค์การด้านสิทธิสภาพของชาวอเมริกันเชื้อสายสเปนที่เก่าแก่และเข้มแข็งที่สุดกำลังแสดงความไม่พอใจต่อนโยบายเรื่องคนเข้าเมืองของโอบามาอยู่
ปฏิบัติการ Jaque ฉบับโคลอมเบียปิดฉากลงแล้วด้วยดี แต่ปฏิบัติการ Jaque ในสหรัฐฯ
เพิ่งจะเริ่มต้น ส่วนจะสามารถช่วยจอห์น แมคเคน ได้ เหมือนกับที่ช่วยอินกริด เบตานคอร์ต หรือไม่ ก็เห็นทีจะต้องติดตามด้วยใจระทึกครับ