หลายท่านอาจจะตรึงตากับปรากฏการณ์สุริยุปราคาเต็มดวง เมื่อวันที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา และหลายท่านก็อาจจะระทึกขวัญกับคำทำนายทายทักต่าง ๆ อันเป็นผลสืบเนื่องจากปรากฏการณ์ต่าง ๆ ทั้ง ๆ ที่ดาราศาสตร์กับโหราศาสตร์นั้น แม้จะเป็นเรื่องที่ศึกษาเกี่ยวกับดวงดาวเหมือนกัน แต่จุดมุ่งหมายและผลของการศึกษานั้น ต่างกันโดยสิ้นเชิง
ในทางดาราศาสตร์ ถือว่าสุริยุปราคาเต็มดวงเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ เมื่อดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์ และโลก โคจรมาอยู่ในระดับเดียวกัน โดยมีพระจันทร์อยู่ตรงกลาง ทำให้คนบนโลกมองเห็นเงาของดวงจันทร์เคลื่อนไปทับดวงอาทิตย์ เหลือเพียงแสงสว่างรอบขอบนอก
สุริยุปราคามีอยู่ 4 ประเภท คือสุริยุปราคาเต็มดวง (Total Eclipse) ที่ดวงจันทร์บังดวงอาทิตย์เต็มดวง สุริยุปราคาบางส่วน (Partial Eclipse) คือดวงจันทร์บังดวงอาทิตย์เพียงบางส่วน สุริยุปราคาวงแหวน (Annular Eclipse) ซึ่งดวงจันทร์อยู่ไกลจากโลกมากทำให้มองเห็นดวงอาทิตย์มีลักษณะเป็นรูปวงแหวน และสุริยุปราคาแบบผสม (Hybid Eclipse)โดยสุริยุปราคาแบบเต็มดวงและแบบวงแหวนเกิดขึ้นผสมกัน ทำให้บางแห่งมองเห็นเป็นแบบเต็มดวงแต่บางแห่งก็มองเห็นเป็นแบบวงแหวน
ถึงตรงนี้บางท่านอาจจะมีข้อสงสัยว่า ดวงจันทร์มีขนาดเล็กกว่าดวงอาทิตย์ตั้งเยอะจะไปบังดวงอาทิตย์จนมิดได้อย่างไร ตรงนี้ ดร.สุทัศน์ ยกส้าน แห่งสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) อธิบายว่า ถึงแม้ดวงอาทิตย์จะมีเส้นผ่าศูนย์กลางยาวประมาณ 400 เท่าของดวงจันทร์ แต่ขณะเดียวกันดวงอาทิตย์ก็อยู่ห่างจากโลกเรา 400 เท่าเช่นกัน ดังนั้นในบางเวลาดวงจันทร์จึงสามารถบังดวงอาทิตย์ได้
ส่วนคำว่า อุปราคา ที่มาประกอบคำว่าสุริยะ นั้นตรงกับคำว่า eclipse ในภาษาอังกฤษ ก็มีรากศัพท์มาจากภาษากรีก ที่แปลว่ายึดหรือจับ ซึ่งนับเป็นเรื่องน่าสนใจ เพราะทางฮินดูก็มีปกรนัมเรื่องชักนาคหรือเทวะกับอสูรกวนเกษียรสมุทร จนเกิดตำนานราหูอมจันทร์ขึ้น เนื่องจากพระจันทร์ไปฟ้องพระนารายณ์ว่าราหูแอบกินน้ำอมฤต จึงถูกพระนารายณ์ใช้จักรตัดร่างท่อนล่างขาดไป ทำให้ราหูโกรธแค้นพระจันทร์เจอหน้าเมื่อใดเป็นจ้องจะจับกินให้หายแค้น
สุริยุปราคาเป็นปรากฏการณ์ที่สร้างความตื่นเต้นแก่ชาวโลกมาแต่ยุคโบร่ำโบราณทำให้นักดาราศาสตร์บาบิโลน มายา หรือจีน คำนวนการเกิดสุริยุปราคาได้ล่วงหน้าอย่างแม่นยำเพื่อประกอบพิธีกรรมต่าง ๆ อันจะป้องกันอาเภทเหตุภัย แต่ปัจจุบันก็เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ หาใช่เรื่องของอำนาจลี้ลับใด ๆ
ไหน ๆ เมื่อพูดถึงสุริยุปราคาแล้ว ก็ขอพูดต่อไปถึงจันทรุปราคาด้วย จันทรุปราคาเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในคืนเดือนเพ็ญเมื่อดวงจันทร์โคจรมาอยู่ในระดับเส้นตรงเดียวกับโลกและดวงอาทิตย์ ทำให้เงาของโลกบังดวงจันทร์ จันทรุปราคามีอยู่ 4 ประเภทเช่นกัน คือจันทรุปราคาเงามัว (Penumbral Eclipse)เกิดเมื่อดวงจันทร์เคลื่อนที่ผ่านเงามัวของโลก ซึ่งลักษณะนี้จะสังเกตเห็นได้ไม่ชัดเจนนักเนื่องจากความสว่างของดวงจันทร์จะลดลงไม่มาก จันทรุปราคาเงามัวเต็มดวง (Total Penubral Eclipse)เกิดเมื่อดวงจันทร์เคลื่อนเข้าไปในเงามัวของโลกทั้งดวงแต่ไม่ได้เข้าไปอยู่ในบริเวณเงามืด ดวงจันทร์ที่อยู่ใกล้เงามืดมากกว่าจะมืดกว่าส่วนที่อยู่ไกลออกไป จันทรุปราคาเต็มดวง (Total Lunar Eclipse) เกิดขึ้นเมื่อดวงจันทร์เคลื่อนเข้าสู่เงามืดของโลกทั้งดวง โดยดวงจันทร์จะอยู่ใต้เงามืดของโลกนานเกือบ 107 นาที ตามอัตราการเคลื่อนที่ด้วยความเร็ว 1 กิโลเมตรต่อวินาที และจันทรุปราคาบางส่วน(Partial Lunar Eclipse) เกิดขึ้นเมื่อดวงจันทร์เคลื่อนที่ผ่านเงามืดของโลกแต่เพียงบางส่วน
คนไทยในสมับโบราณมีความเชื่อเรื่องจันทรุปราคาตามตำนานราหูอมจันทร์ ดังนั้นเมื่อเกิดจันทรุปราคา จึงมีพิธีกรรมตามความเชื่อเช่น หญิงมีครรภ์ต้องนำเข็มกลัดมากลัดผ้าถุงที่นุ่งมิเช่นนั้นบุตรจะเกิดมาตาเหล่ ชาวสวนก็ต้องเที่ยวเคาะตามต้นไม้ไม่เช่นนั้นไม้ผลจะไม่ให้ผล ส่วนชาวบ้านก็จะตีเกราะเคาะไม้เพื่อให้ราหูตกใจจะได้รีบคายพระจันทร์ออกมา
จากพิธีกรรมของข้างต้น จะเห็นว่าเมื่อก่อนคนไทยเห็นว่าราหูเป็นฝ่ายอธรรมที่มาข่มเหงรังแกพระจันทร์ และพากันหาทางช่วยพระจันทร์ให้พ้นภัย แต่คนในสมัยนี้ทั้งที่มีการศึกษากว่าคนสมัยก่อน แต่ยังคงเชื่อตามที่หมอดูว่าราหูจะนำความเดือดร้อนวุ่นวายมาให้ ที่น่าแปลกไปกว่านั้น ก็คือคนสมัยนี้มิได้คำนึงถึงความถูกผิด หรือขวนขวายที่จะต่อสู้กับราหูเหมือนก่อน หากกลับสยบยอมด้วยการบูชาราหูต่าง ๆ นานา ด้วยหวังแค่ให้ราหูพึงพอใจเท่านั้น
วันนี้ ขึ้นต้นด้วยสุริยุปราคา แต่ก็ขอจบลงด้วยราหูอมจันทร์แบบนี้ล่ะครับ