ReadyPlanet.com
dot dot
dot
ห้องรับแขก
dot
bulletเล่าสู่กันฟัง
bulletคลีนิกเรื่องสั้น
bulletห้องพักฟื้นเรื่องสั้น
bulletบางบท...บางตอน
bulletวันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์
bulletฟังรายการวิทยุย้อนหลัง
bulletคมคำ คำคม
bulletกระดานสนทนา
bulletสมุดเยี่ยม
bulletข่าวแวดวงวรรณกรรม
dot
ห้องสมุด
dot
bulletนักอ่านพูดถึงประภัสสร
bulletบทสัมภาษณ์ต่างๆ
bulletประภัสสร ใน สื่อ
dot
กล่องความทรงจำ
dot
bulletE-card
dot
Newsletter

dot


facebook.com/psevikul


ฟรีดา คาห์โล ผู้ส่งสารแห่งความเจ็บปวด article
            

               

          หาก ฟรีด้า คาห์โล (Frida Kahlo) จิตรกรหญิงของเม๊กซิโกผู้มีชีวิตดุจโศลกอันแสนเศร้า มีลมหายใจอยู่ถึงวันนี้ เธอก็จะมีอายุ ได้ 101 ปี แต่สิ่งที่ไม่มีผู้ใดสามารถคาดเดาได้ก็คือ เธอจะมีความสุขหรือทุกข์ตรมกับวันเวลาเหล่านั้น

            ฟรีด้า คาห์โล เกิดที่ชานกรุงเม๊กซิโกซิตี้ เมื่อวันที่ 6 กรกฏาคม ค.ศ.1907 บิดาเป็นฮังกาเรียนที่อพยพมาจากยุโรป ส่วนมารดาเป็นเม๊กซิกัน – ในปี 1910 ได้เกิดสงครามกลางเมืองขึ้นในเม๊กซิโก ระหว่างทหารรัฐบาลกับกองกำลังประชาชน ซึ่งคร่าชีวิตทหารและพลเรือนทั้งสองฝ่ายกว่า 2 แสนคน แต่ก็ก่อให้เกิดการตื่นตัวทางการเมือง สังคม และสิทธิเสรีภาพ โดยเฉพาะสิทธิสตรีเป็นอย่างมาก ฟรีด้าซึ่งเวลานั้นอายุได้เพียง 3 ขวบ แต่สามารถจดจำเหตุการณ์ในครั้งนั้นได้อย่างฝังใจและมักจะบอกกับใคร ๆ ว่าเธอเกิด ค.ศ.1910 เพื่อจะได้มีส่วนร่วมในประวัติศาสตร์ของชาติ ทั้งยังทุ่มเทความสนใจให้กับการเมือง และสิทธิสตรี ตั้งแต่เด็ก

            เมื่ออายุได้ 6 ขวบ เธอป่วยเป็นโรคโปลิโอ ต้องรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลถึง 9 เดือน และ ออกจากโรงพยาบาลในสภาพของคนขาพิการ หลังจากนั้นเธอก็มีชีวิตอยู่กับความเจ็บป่วยและทุกข์ระทมมาโดยตลอด โดยผ่านการผ่าตัดกว่า 30 ครั้ง

            ในปี 1922 ฟรีด้าสอบเข้าเรียนต่อในโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาแห่งชาติอันมีชื่อเสียง และเพิ่งเปิดรับนักเรียนหญิงเป็นครั้งแรก โดยเป็น 1 ในจำนวนนักเรียนหญิง 35 คน ซึ่งต้องเรียนรวมกับนักเรัยนชายสองพันคน และที่นี่เองเธอได้พบกับดิเอโก ริเวรา (Diego Rivera) จิตรกรผู้มีชื่อเสียงและสามีในอนาคต ตอนนี้นริเวราเพิ่งกลับจากฝรั่งเศส และรับงานเขียนภาพฝาผนังให้โรงเรียน ฟรีด้ามีโอกาสใกล้ชิดกับริเวรา เธอสนุกสนานกับการหยอกเย้า เล่าเรื่องชวนหัว หรือยั่วแหย่ให้ภรรยาของริเวราหึงหวง

            ปี 1925 ฟรีด้าประสบอุบัติเหตุร้ายแรงซึ่งทรมานเธอไปตลอดชีวิต เมื่อรถเมล์ที่เธอโดยสารชนกับรถราง ราวเหล้กของรถรางแทงทะลุขาขวาเข้าไปถึงมดลูก ซึ่งนอกจากจะทำให้เธอไม่สามารถมีบุตรได้แล้ว ยังสร้างความเจ็บปวดอย่างไม่วันเลือนลาง ฟรีด้าบรรยายความรู้สึกที่ปวดร้าวผ่านภาพ self-portrait ภาพแรกที่เธอเขียนบนเตียงคนไข้

            ฟรีด้าพบกับริเวราอีกครั้งในปี 1928 ซึ่งพบว่าเธอและเขาเข้ากันได้ดีในทุก ๆ เรื่อง โดยเฉพาะการเมือง ซึ่งต่างก็นิยมชมชอบลัทธิคอมมิวนิสต์เหมือนกัน ทั้งคู่แต่งงานกันในปีถัดมา ซี่งเป็นคู่บ่าวสาวที่น่าขัน เพราะริเวรามีรูปร่างอ้วนใหญ่แต่ฟรีด้าตัวเล็กและบอบบาง จนบิดาของ ฟรีด้าออกปากว่า “เหมือนการแต่งงานของช้างกับนกเขา” และชีวิตแต่งงานก็ไม่ได้รื่นรมย์ ฟรีด้า เองเคยกล่าวว่า “ในชีวิตฉันเจ็บปวดเจียนตายกับอุบัติเหตุสองครั้ง ครั้งแรกเมื่อโดนรถรางชน...และครั้งที่สองเมื่อแต่งงานกับดิเอโก”

            ผลงานของริเวราได้รับความสนใจในสหรัฐฯ ทำให้เขาและฟรีด้าเดินทางไปซานฟรานซิสโกในปี 1930 และนิวยอร์ก ในปี 1931 ก่อนจะได้รับการติดต่อให้เขียนภาพฝาผนังที่พิพิธภัณฑ์ในดีทรอยท์ ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่ฟรีด้าแท้งบุตร ระหว่างที่พักฟื้นเธอได้เขียนภาพ “Miscarriage in Detroit” (แท้งลูกที่ดีทรอยท์) ซึ่งเป็นภาพ self-portrait ที่มองทะลุเข้าไปภายในจิตใจ ด้วยพื้นฐานแนวคิดจากตำนานนิทานพื้นบ้านของเม๊กซิกันผสมผสานด่วยลวดลายตามโบสถ์แคธอลิกในเม๊กซิโก

            ฟรีด้าลงมือเขียนภาพตามแบบฉบับของตนเอง โดยไม่เคยร่ำเรียนทฤษฏีศิลป์ เธอเขียนด้วยจิตวิญญาณของสตรีเพศ ความจริง ความเจ็บปวด ความทุกข์โทรมมนัส แต่ก็งดงามราวบทกวีที่จารึกบนผื้นผ้าใบ ฟรีด้าเคยกล่าวว่า “ภาพเขียนของฮันคือสาส์นแห่งความเจ็บปวด...การเขียนภาพทำให้ชีวิตฉันสมบูรณ์”

            จากดีทรอยท์ ริเวรากลับไปนิวยอร์ก และได้งานเขียนจิตรกรรมฝาผนังที่อาคารร็อกกี้เฟลเลอร์ แต่แรงกดดันทางการเมืองในสหรัฐฯ ยุคต้อต้านคอมมิวนิสต์ ทำให้ริเวราต้องยุติงานชิ้นนี้ลงกลางคัน และเดินทางกลับเมีกซิโก ในปี 1935 เหตุการณ์เลวร้ายลงไปอีก เมื่อริเวรามีความสัมพันธ์กับคริสติน่า น้องสาวของฟรีด้า แม้ว่าตลอดเวลาที่อยู่ร่วมกันริเวราจะไม่เคยซื่อสัตย์ต่อภรรยาและมีผู้หญิงอื่นอยู้เรื่อย ๆ แต่กรณีคริสติน่าเป็นเรื่องที่ฟรีด้าไม่สามารถทนได้อีกต่อไป เธอขอหย่ากับริเวรา ในปี 1939 และใช้ชีวิตอิสระกับคนรักทั้งชายและหญิงหลายคน รวมทั้งลีออน ทร๊อตสกี้ (Leon Trotsky) ผู้นำคนหนึ่งของการปกิวัติรัสเซียที่ลี้ภัยมาอยู่เม๊กซิโก

            เมื่อทร๊อตสกี้ถูกสังหารในเมีกซิโก ฟรีด้าก็ตัดสินใจหนีความยุ่งยากไปสหรัฐฯ กับริเวรา ซึ่งอาจจะเป็นด้วยสุขภาพที่แย่ลงของฟรีด้าที่ต้องการคนคอยดูแลอย่างใกล้ชิด ทำให้ริเวราเกิดความเห็นใจและแต่งงานกับเธอใหม่ ฟรีด้าใช้เวลาส่วนใหญ่บนเตียงคนไข้ในโรงพยาบาลทั้งในสหรัฐฯ และเมีกซิโก ซึ๋งหลังจากเดินทางกลับจากสหรัฐฯ ฟรีด้าก็มีบทบาทแข็งขันในพรรคคอมมิวนิสต์เม๊กซิโก ขณะที่ริเวรากลับถูกขับออกจากพรรคเพราะพัวพันในคดีสังหารทร๊อตสกี้ และการมีความสัมพันธ์อันดีกับฝ่ายรัฐบาล

            ช่วงทศวรรษ 1940 ฟรีด้าได้สร้างสรรค์ผลงานชิ้นเอกไว้หลายชิ้น ซึ่งเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง ผลงานดังกล่าวกลั่นจากความเจ็บปวด ผสมกับฤทธิ์เหล้าและยาเสพติดที่เธอดื่มกินเพื่อให้ลืมความเจ็บปวดทั้งร่างกายและจิตใจ

            ปี 1954 เธอเปิดการแสดงภาพเดี่ยวเป็นครั้งแรกในบ้านเกิด โดยไปร่วมงานบนเปลคนเจ็บ ก่อนจะได้รับการตัดขาขวาตั้งแต่หัวเข่า ต้นเดือนกรกฏาคม 1954 ฟรีด้าปรากฏตัวต่อสาธารณชนเป็นครั้งสุดท้ายในการเดินขบวนประท้วงการโค่นล้มรัฐบาลฝ่ายซ้ายของกัวเตมาลา หลังจากนั้น ในวันที่ 14 กรกฏาคม เธอก็นอนหลับและไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลย

            สมุดบันทึกหน้าสุดท้ายของเธอเขียนไว้ว่า “ฉันหวังว่าวาระสุดท้ายคือความรื่นรมย์...และหวังว่าฉันคงขะไม่กลับมาอีก – ฟรีด้า”                                          

 

                                                ..................................... 

                                                      

 

                        ลงพิมพ์ในนสพ.คม ชัด ลึก วันศุกร์ที่ สิงหาคม พ.ศ. 2551

 

 

                                     ภาพจาก  www.fritzhenle.com

           


 

 



วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์

สมองกลวง
เหยื่อทุนนิยม
นโยบายประชาระทม
สวัสดีปีใหม่ครับ
รัฐบาลจอมปลอม
เรื่องผี ๆ
เรื่องกล้วย ๆ
ผู้ให้ กับผู้รับ
ซอมบี้
โลกแตก?
เรื่องโกง ๆ ฝัน ๆ
หลีไป๋ กับคนเลี้ยงไก่ชน
เปลือย
ตาบอดคลำอาเซียน
คนแบกหนี้
แมวกับหนู
โกงสิ้นชาติ
สถานการณ์ที่ไม่มีสงคราม แต่ก็ไม่มีสันติภาพ
โดดเดี่ยวและเดียวดาย
พม่าตาใส ไทยตามัว
ทุกข์
โอ้ กรุงเทพฯ
จากออสโล ถึงโคโรราโด: ภาพของความรุนแรงในสังคม
เอียน
สยามยามวิกฤต
บิดเบี้ยวบุบเบลอ
ลิตเติ้ล เบิร์ด ออฟ เวียดนาม
8,000 ปี ประชาธิปไตยไทย
ปรองดอง (แบบพม่า)
นักโทษประหาร
กุมารไทย-กุมารทอง
ตายแห้งทั้งแผ่นดิน
เวียดนามเวลานี้
ตำนานทุ่งมะขามหย่อง
แพงหูฉี่
เธออยู่ไหนเมื่อไฟดับ?
นายกรัฐมนตรีที่ถูกลืม
เหล็กวิลาศหรือจะสู้ตะปูควง
ชัยชนะที่ปทุมธานี
นักท่องเที่ยวดี ๆ สร้างได้
สงกรานต์ที่เปลี่ยนไป
งูเหลือมกับ”เจ้าชายน้อย"
ออกแบบนักการเมือง
มะริด ทวาย ตะนาวศรี
อภินิหารข้าวหมกไก่
ฝึกช้าง หัดม้า
ออง ซาน ซูจี และ The Lady
ป๋ากับปูกู้อีจู้
สุขสันต์วันวาเลนไทน์
นิทานน้ำท่วม
ความรู้เรื่องคลอง ฉบับน้ำท่วมกรุงเทพฯ
ขาดกับเกิน
กระทรวงน้ำ (ลาย)
การฆ่าด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ
วัยเกษียณ
จิ้มก้อง
รัฐบาลเงา ๆ
ปัญหายาเสพติด
น้ำท่วม
เกียรติตำรวจ
หัวคน-หัวโขน
โลกที่หมุนผ่าน
120 ปี พระชาตะกาล กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์
นิทานเรื่องใหม่
กัปตันไทยแลนด์-กัปตันอเมริกา
การประท้วงที่ชิลี
พระเอก กับผู้ร้าย
เสร็จนาฆ่าโคถึก
เพลงปลุกใจ
ผู้นำ กับนายกรัฐมนตรี
ดัชนีความสุขของคนไทย
โลกในดวงตาที่แตกต่าง
สิบปัญหาสำหรับรัฐบาลใหม่
อาถรรพ์หมายเลข 4
อภิมหาประชานิยม
วิเคราะห์เจาะป้าย
กระแส สื่อ และโพลล์
สิงห์สาราสัตว์
ชะตากรรมของปลา-ชะตากรรมของคนไทย
65 ปี แห่งการเสด็จสำเพ็ง
คอรัปชั่น
ไทยเวฟ-จีนเวฟ
นักการเมืองกับรัฐบุรุษ
เวียนว่ายตายเกิด
มาออกแบบสังคมไทยกันเถอะครับ
รถเมล์ไทยสายการเมือง
โหวตเถอะครับ
พ่อดี สอนลูกดี
ให้นกน้อยกัมพูชากางปีกได้สองข้าง
อวสาน บินลาเดน ?
กรรมของกู
ปัญหา ไทย-กัมพูชา
อำนาจ (วรรณกรรม) ของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช
6 วิกฤติของโลก
ก่อนถึงวันเลือกตั้ง
1 ใน 100 ของ 100 ปี ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช
คน(ไทย)กับสื่อ(ไทย)
ไปอิหร่าน
มนุษย์มือถือ
เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย
พระไพศาล วิสาโล นักเขียนรางวัลอมตะ
อำนาจ...
บาดแผลในใจไทย-บาดแผลในใจกัมพูชา article
ไปดูหนังจีน
เผาบ้านไล่หนู
I Gotta Go
วัทนธัม
วิธีกินข้าวผัด
มิติความสัมพันธ์
จิ๋วเรนเจอร์
ความเชื่อส่วนบุคคลของผม
หมดยุคทักษิณ-สิ้นอนาคตเพื่อไทย?
ชูชก
ทีฆายุโกโหตุ มหาคีตราชัน
ความกังวลของสิงคโปร์
โรคประจำตัว
ไพ่ไทย-ไพ่เขมร
กินตามแม่
วาระแห่งการอ่าน
เขาพระวิหารวันนี้และปีหน้า
100 ปี ป่อเต๊กตึ๊ง
จินตนาการ ความฝัน และจิตใต้สำนึก
พระองค์เจ้าดิลกนพรัฐ
เดอะ คาราเต้ คิด
ฟุตบอลโลกลาติน
หลักของชาติ
ดวงใจในดวงตา
สิงคโปร์กับไทย
แก้วใบใหม่
Seems Ungrateful
ลืม กับ จำ
รื้อสร้าง
นิราศทะเลเพลิง article
ดั่งคนอกตัญญู article
ตีงูให้หลังหัก
สิ้นสูญและก่อเกิด
สงครามกลางเมือง
ความหวัง และ “ลูกผู้ชาย...ตายเพื่อชาติ”
ห้าห่วง
เพลงสองเพลง
ศึกยังไม่สงบ แต่ก็ขอนับศพทหาร
ทำไมเราถึงรักในหลวง
พระเจ้าองค์เดียวกัน
มืดแปดด้าน
คาถาตรีติ
มิจฉาทิฐิ
อำนาจที่หายไป
คดีฆาตกรรม 3,000 ปี
วันนี้เมื่อปีโน้น
ธรรมะข้างกองเพลิง
จีที 200
เกมส์สุดท้าย ?
ของขวัญวันเด็ก
การเลือกที่จะตาย: สิทธิใหม่ของคนไทย
เหยื่อปลายเบ็ด
โคคาธิปไตย
วันรัฐธรรมนูญ
ทรงพระเจริญ
ฮูโก้ ชาเวซ: พระเอกคนสุดท้ายหรือผู้ร้ายหมายเลขหนึ่ง
คอรัปชั่น article
รักชาติ article
เวเนซูเอลา กับ โคลัมเบีย article
กำแพงที่มองไม่เห็น article
เรื่องไม่กล้วย ที่สาธารณรัฐกล้วย article
ความ(ไม่)สัมพันธ์ไทย-กัมพูชา article
เหลียวมองหลัง (จบ) article
เหลียวมองหลัง 2 article
เหลียวมองหลัง 1 article
39 ปี แห่งการจากไป ของ มิตร ชัยบัญชา article
จากจัสมิน ถึงแจ๊ซเมน article
วัฒนธรรมแทงโก้ article
โมเช่ ดายัน article
เก็บมาฝากจากเว็บบอร์ด
กระแสเกาหลี article
เอา ไมเคิล แจ๊กสัน คืนมา article
อิหร่าน article
ยุงร้ายกว่าเสือ?
วงจรอุบาทว์ article
เทียน อัน เหมิน article
ศรีทนได้ article
ประวัติศาสตร์จะต้องเปลี่ยน article
ละคร-การเมือง article
คำถามที่รอคอยคำตอบ article
พระสยามเทวาธิราช article
คราบเลือดในหัวใจดวงน้อย article
แดงดับ? article
สงครามกลางเมืองในสเปน article
8406 รหัสเวียดนาม article
การทูตปิงปอง article
นิคารากัว (จบ) article
นิคารากัว article
ที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจ article
คลินตันเยือนเอเชีย article
เขมรแดง article
ก่อนวันวาเลนไทน์ article
รำลึกถึงมหาตมะคานธี (จบ) article
รำลึกถึงมหาตมะคานธี article
007 กับโบลิเวีย article
ศัพท์พระองค์วรรณ article
นักเขียนอมตะ article
คนสามแซ่ article
คนรุ่นที่ถูกลักพา article
50 ปี ปฏิวัติคิวบา article
ขอเขียนถึงคุณทักษิณฯ article
คำขวัญของผู้ใหญ่ในวันเด็ก article
นิทานเวตาล article
วันของพ่อ article
ฟรานซิสโก ปีซาร์โร article
เซบาสเตียน ปีเญร่า article
สุริยุปราคา ถึง ราหูอมจันทร์ article
อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ article
อินกริด เบตานคอร์ต article
โคลัมเบีย article
Guess Who´s Coming to Dinner article
บาดแผลสงคราม article
กำแพงสามชั้น...ของงานแปล article
รักคือ... article
ชิลี-เปรู article
สงครามไม่มีวันจบ
ว่าด้วยเรื่องผัดไทย article
องค์การกลุ่มประเทศค้าข้าว article
อีกแง่มุมของมิ่งขวัญ article
14,000 อย่างที่ทำให้มีความสุข article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
www.psevikul.com นิตยสารสกุลไทย นิตยสารขวัญเรือน  amarinpocketbook นานมีบุ๊คส์ ร้านหนังสือซีเอ็ด ศูนหนังสือจุฬา ร้านนายอินทร์ ประพันธ์สาสน์ เวบคุณวิกรม กรมดิษฐ์  Masharee Blog วรรณวรรธน์คาเฟ่ เวบของคุณ คีตาญชลี เวบกระบี่ทูเด เวบกลอนธรรมะ