ReadyPlanet.com
dot dot
dot
ห้องรับแขก
dot
bulletเล่าสู่กันฟัง
bulletคลีนิกเรื่องสั้น
bulletห้องพักฟื้นเรื่องสั้น
bulletบางบท...บางตอน
bulletวันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์
bulletฟังรายการวิทยุย้อนหลัง
bulletคมคำ คำคม
bulletกระดานสนทนา
bulletสมุดเยี่ยม
bulletข่าวแวดวงวรรณกรรม
dot
ห้องสมุด
dot
bulletนักอ่านพูดถึงประภัสสร
bulletบทสัมภาษณ์ต่างๆ
bulletประภัสสร ใน สื่อ
dot
กล่องความทรงจำ
dot
bulletE-card
dot
Newsletter

dot


facebook.com/psevikul


"อำนาจ" ของประภัสสร เสวิกุล article

"อำนาจ" ของประภัสสร เสวิกุล

ห่างหายจากการอ่านนวนิยายไปนานพอควร ขอยอมรับว่าการชมภาพยนตร์ทำให้ความสนใจหรือสมาธิของเรามีช่วงสั้นลงไปเรื่อย ๆเพราะภาพที่ปรากฏมันเร็วกว่าภาพที่เกิดบนหัวเวลาอ่านหนังสือมากนัก เมื่อไม่กี่วันมานี้ผมนึกขลังอย่างไรขึ้นมาไม่ทราบเลยหยิบหนังสือที่ซื้อมานานแล้วดองไว้ในตู้เป็นของประภัสสร เสวิกุล นักเขียนที่พวกเรารู้จักกันดีเพราะได้รับรางวัลมากมายและยังถูกทำมาเป็นภาพยนตร์หลายเรื่องเช่น เวลาในขวดแก้ว ของหมอนใบนั้นที่เธอฝันยามหนุน ลวดลายมังกร นอกจากนี้ยังมี เมเปิ้ลแดง ชี้ค ไฟ หิมาลายัน รายาแห่งทะเล ฯลฯ จำได้ว่าเมื่อเกือบสิบปีที่แล้วในช่วงที่ว่างจากการทำวิทยานิพนธ์ ผมประทับใจและติดตามอ่านหนังสือของประภัสสรหลายเล่ม หากใครได้อ่านนวนิยายของผมแล้วจะรู้สึกได้ว่ามีกลิ่นของเขาอยู่จาง ๆ โดยเฉพาะจากนวนิยายของเขาเรื่อง ชั่วนิจนิรันดร ซึ่งไม่ค่อยมีใครรู้จักเท่ากับหนังสือทั้งหลายที่ได้กล่าวมาแม้ว่าเนื้อเรื่องจะน่าสนใจนั้นคือกล่าวถึงการเมืองไทยในสมัยเปลี่ยนแปลงการปกครอง ปี พ.ศ. 2475 เกริ่นมายาวเหยียดก็เลยขอวกเข้าเรื่องว่าหนังสือที่ผมได้อย่างรวดเร็วคือภายในวันเดียวนั้นคือ เรื่อง อำนาจ ซึ่ง ถูกตีพิมพ์ใน ปี พ.ศ. 2526 นวนิยายเรื่องนี้โด่งดังพอสมควรคือนอกจากจะได้รางวัลจากงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติปี 2527 แล้วยังถูกนำมาสร้างเป็นละครโทรทัศน์ซึ่งถ้าจำไม่ผิดไม่ค่อยได้รับความนิยมเท่ากับเรื่องผู้หญิงตบกันแย่งสามี แถมยังถูกแบนเสียหลายตอนเพราะอาจไปสะกิดใจผู้มีอำนาจในบ้านเมืองก็เป็นได้


 


อำนาจเป็นนวนิยายทางการเมืองสอดแทรกด้วยเรื่องความรักโรแมนติก ฉากของมันเป็นประเทศหนึ่งที่ถูกสมมติขึ้นมาในอเมริกาใต้ที่ชื่อ เอล เควญญา ซึ่งเราก็ทราบดีว่าประเทศในอเมริกาใต้ก็เหมือนกับประเทศด้อยพัฒนาโดยทั่วไปที่การปกครองมักเป็นเผด็จการทหารประสานผลประโยชน์กับพวกนายทุนใหญ่ และมีการแย่งชิงอำนาจในกลุ่มเดียวกันเองอยู่บ่อยครั้ง รัฐธรรมนูญช่างดูมีค่าไม่ต่างอะไรกับกระดาษชำระในห้องน้ำ สำหรับประเทศนี้มีข้อมูลที่ประภัสสรบรรยายแล้วทำให้นึกภาพของประเทศไทยออกมาจางๆ เป็นประเทศยากจนที่เคยตกเป็นอาณานิคมของสเปน ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ด้อยการศึกษาและเห็นว่าการเมืองไม่ใช่เรื่องของตน ตอนที่ผมเริ่มอ่านเข้าใจว่าต้องการจะเสียดสีการเมืองไทยในสมัยนั้นซึ่งถูกปกครองโดยรัฐบาลเผด็จการที่มีทหารหนุนแต่อ่านๆ ไปเริ่มเห็นว่าประภัสสรใช้ข้อมูลจากประเทศในอเมริกาใต้จริง ๆเช่นเคยมีรัฐบาลที่หัวเอียงซ้าย ส่วนในประเทศไทยมีแต่ขวาศักดินานิยม ส่วนพวกซ้ายมีนักวิชาการ ปัญญาชนและพวกคอมมิวนิสต์ที่ปัจจุบันกลับใจมาเป็นพวกนักการเมืองและนักธุรกิจ และผู้เขียนสามารถทำได้อย่างลุ่มลึกเพราะเขามีอาชีพเป็นนักการทูตที่มีความรู้เกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางการเมืองและรัฐศาสตร์ แม้ว่าในบางตอนของนวนิยายจะบรรยายทฤษฎีทางการเมืองและเศรษฐศาสตร์จึงดูเหมือนตำราเรียนสักหน่อย

นวนิยายเปิดฉากก็คือประธานาธิบดีรามอนแห่งเอล เควญญา ได้เดินทางไปเชื่อมสัมพันธไมตรีกับอเมริกาแต่แล้วต้องลี้ภัยทางการเมืองโดยพลัน เพราะเกิดการรัฐประหารในบ้านเกิดตัวเอง (ช่างเหมือนทักษิณอะไรเช่นนี้) หัวหน้าของกลุ่มรัฐประหารคือพันโทโคลัมโบ โกเมซ นายทหารหนุ่มซึ่งมีความมุ่งมั่นในการเปลี่ยนแปลงประเทศให้ดีขึ้นไม่เหมือนกับรสช.หรือคมช.เมืองไทย ในขณะที่ประธานาธิบดีรามอนซึ่งเคยเป็นนายพลมาก่อนและได้ทำรัฐประหารโค่นประธานาธิบดีคนเก่าเพื่อจะมาเป็นผู้นำทางการเมืองที่ฉ้อฉลมากที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ของเอล เควญญา ประภัสสรได้ดำเนินเรื่องเช่นเดียวกับเรื่องชั่วนิจนิรันดร นั้นคือให้มีตัวละครหลายคนซึ่งจะสามารถสะท้อนภาพของเหตุการณ์ทั้งหลายได้อย่างครอบคลุม ไม่ว่า ผู้พันซีโร่ซึ่งเป็นผู้นำฝ่ายขบถที่ช่วยเหลือโกเมซอยู่ห่าง ๆ ดร.เฟอร์ดินาน ที่ปรึกษาของโกเมซ มาร์กาเร็ตต้า ราปาซเลขานุกาของดร.เฟอร์ดินาน รอสซิโน โซฟีนานักธุรกิจคนสำคัญของประเทศซึ่งเคยสานผลประโยชน์ร่วมกับนายพลรามอนและกลายเป็นศัตรูกับโกเมซเพราะผู้พันหนุ่มขอร้องกึ่งบังคับให้เขาทำธุรกิจแบบเสียสละเพื่อประเทศชาติ

ที่จะไม่กล่าวถึงไม่ได้เป็นอันขาดคือสาวไทยที่ชื่อชลาลัย แสงตะวันซึ่งทำงานเป็นนักหนังสือพิมพ์ยังเป็นตัวเดินเรื่องที่สำคัญคนหนึ่งเพราะเธอรู้จักกับรอสซิโนเป็นอย่างดีและยังได้สนิทสนมกับโกเมซในภายหลัง นวนิยายยังพยายามสะท้อนมุมมองของคนระดับรากหญ้าอยู่บ้างผ่านสายตาของเด็กยากจนที่ขายยาเสพติดให้กับรอสซิโนซึ่งกำลังกลัดกลุ้มกับชีวิตตกอับของตน หรือคนใช้ของรอสซิโนที่จงรักภักดีต่อเขาชนิดตายแทนกันได้ ในทางกลับกันนวนิยายทะยานขึ้นนำถึงคนระดับประธานาธิบดี รองประธานาธิบดี รวมไปถึงรัฐมนตรีของสหรัฐฯ ว่าคนเหล่านั้นมองการเปลี่ยนแปลงในเอล เควญญาอย่างไรในช่วงที่สงครามเย็นที่ยังคุกรุ่นอยู่ในเวลานี้ นัยว่าประภัสสรได้ใช้ความรู้จากวิชาชีพของตนมาประสานเข้ากับนวนิยายได้อย่างดี น่าเสียดายที่เขาไม่ได้ใช้ประเทศชิลีในปี ค.ศ.1973 เป็นข้อมูลของเรื่องด้วย มิเช่นนั้นแล้วจะมีซีไอเอเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเป็นแน่

มีคนบอกว่าทำรัฐประหารนั้นง่ายแต่จะจัดการกับประเทศหลังรัฐประหารอย่างไรน่ะมันยาก โกเมซเข้าใจในสัจธรรมในแง่นี้ดี หลังจากเขาได้รับเลือกให้เป็นประธานาธิบดีแล้ว เขาพยายามใช้อำนาจเชิงเผด็จการในการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงประเทศไปในเชิงสังคมนิยม มีความพยายามจะปฏิรูประบบราชการที่ไร้ประสิทธิภาพ แต่ก็ถูกแรงต้านจากรอบข้าง นอกจากนี้เพื่อนที่เคยร่วมทำรัฐประหารก็พยายามแย่งอำนาจจากเขาจนเกือบจะเกิดสงครามกลางเมือง ในที่สุดประชาชนก็เปลี่ยนจากความชื่นชมในตัวโกเมซมาประท้วงกันครั้งใหญ่เพราะเห็นว่ารัฐบาลบริหารงานผิดพลาด แม้ว่าผู้พันโกเมซจะพยายามยื้อเล่นเกมของอำนาจไปสักเท่าไร ในตอนท้าย เอล เควญญาก็ได้กลับไปสู่กงล้อปีศาจอีกครั้งนั้นคือการทำรัฐประหารแย่งชิงอำนาจกันในหมู่ชนชั้นปกครองซ้ำแล้วซ้ำเล่าปล่อยให้ประชาชนตาดำ ๆ ต้องเดือดร้อนแสนสาหัสต่อไป

จุดเด่นในนวนิยายเรื่อง อำนาจ ที่ผมชอบ ก็คือประภัสสรไม่พยายามจะยัดเหยียดให้ใครเป็นผู้ร้ายมากเกินไป เขาได้สะท้อนให้เห็นความในใจและปมประวัติของตัวละครแต่ละคนแม้แต่นายพลรามอนและรอสซิโนที่ฉ้อฉล ทำให้เราเห็นว่าท่ามกลางความเลวนั้น พวกเขาก็ยังมีเลือดเนื้อ ความต้องการ เช่นเดียวกับความละเอียดอ่อนทางจิตใจเหมือนคนทั่วไป ในทางกลับกันพันโทโกเมซซึ่งจัดได้ว่าเป็นพระเอกของเรื่องก็มีความโหดเหี้ยมเช่นสั่งประหารชีวิตคนใช้ของรอสซิโนซึ่งเป็นคนบริสุทธิ์แถมตอนท้ายยังหวงแหนในเก้าอี้ประธานาธิบดีของตน นอกจากนี้ตัวละครทั้งหลายยังดูอ่อนโยนยิ่งขึ้นจากเรื่องราวความรักของพวกเขาไม่ว่า โกเมซซึ่งแอบหลงรักอิสซาเบลลาลูกสาวของรามอนเมื่อครั้งยังเป็นนายทหารประจำตัวของรามอน ซีโร่ได้มาร์กาเร็ตต้าเป็นยารักษาแผลใจจากความปวดร้าวที่คู่รักคนเก่าได้เสียชีวิตไป หรือชลาลัยซึ่งปฏิเสธความรักจากคาร์ลเพื่อนนักข่าวชาวเยอรมันและไปเกิดความรู้สึกผูกพันกับโกเมซในตอนท้ายของเรื่อง แต่จุดด้อยที่ดูเหมือนจะหลีกไม่พ้นสำหรับการเขียนรูปแบบนี้ก็คือคือประภัสสรพยายามนำเสนอตัวละครมากจนเกินไปจนผู้อ่านรู้สึกหลงทิศทางไปบ้างแม้แต่ละบทของเขาจะมีอยู่สั้นๆ ไม่กี่หน้า ผู้อ่านอาจจะไม่ผูกพันกับตัวละครบางตัวมากนักทั้งที่ตัวละครตัวนั้นน่าจะมีบทบาทมากกว่านี้ และผู้อ่านอาจรู้สึกว่าประภัสสรจะพยายามบรรจุข้อมูลหลายอย่างเข้าไปมากจนเกินไป แต่ขอชมว่าในที่สุดเขาก็สามารถดำเนินเรื่องให้จบลงได้อย่างน่าประทับใจและน่าสะเทือนใจเฉกเช่นเรื่องจูเลียส ซีซาร์ก็ไม่ปาน

อ่านเรื่องนี้จบแล้วทำให้ได้แง่คิดตามแบบประภัสสรนั้นคืออำนาจนั้นเปรียบดังเมรัยรสละเมียดกลมกล่อมแต่สามารถกลายเป็นภัยอันตรายสำหรับผู้ดื่มอยู่ไม่น้อย บางคนเสพติดมันถึงขั้นเมื่อพลัดจากอำนาจต้องเร่ร่อนในต่างประเทศเหมือนสัมภะเวสีแต่ก็ยังดิ้นรนเพื่อแสวงหามันอีกครั้งจนชีวิตไม่อาจสัมผัสกับความสุข นวนิยายเรื่องนี้ยังบอกว่าอำนาจเป็นสิ่งที่สวยงามจนบางคนอยากจะสัมผัสจึงยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มันมาโดยการหนุนหลังกลุ่มผู้ประท้วงรัฐบาลชุดเก่า และยังให้ทหารช่วยจัดตั้งรัฐบาลให้พร้อมกับการสนับสนุนจากกลุ่มนักการเมืองที่ฉ้อฉลสุดประมาณเพื่อขนมเค๊กชิ้นโตๆ ในกระทรวงต่างๆ เหตุการณ์เช่นนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ มันจึงสะท้อนให้เห็นว่าประเทศนี้ไม่ใช่ของเรามาตั้งไหนแต่ไรแล้ว หลายสิบปีที่ผ่านมา (หรือถ้าจะยุติธรรมกว่านั้นก็หลายร้อยปีที่ผ่านมา) "พวกเขา" ใช้อำนาจมายึดครอง แย่งผลประโยชน์กัน ทิ้งเศษเหลือให้พวกเราชาวรากหญ้าได้แทะเล็มแถมยังทวงบุญคุณในตอนท้ายอีกต่างหาก ใครกันหนอที่ว่าประชาชนเป็นใหญ่ในแผ่นดิน ?

 

ที่มา : http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=historyandphilosophy&date=28-12-2008&group=10&gblog=18

 

รายละเอียดหนังสือ: อำนาจ

 

หากคุณเคยเขียนบทความ หรือ เวบบลอค ที่เกี่ยวกับคุณประภัสสร สามารถส่งมาให้เราลงเพิ่มเติมได้ในคอลัมน์นี้ค่ะ  โดยส่งมาได้ที่ lantombythesea@gmail.com  หรือส่งมาตามแบบฟอร์มติตต่อด้านล่างนี้นะคะ

 



ชื่อ
เบอร์โทรศัพท์
อีเมล
หัวข้อ
รายละเอียด



นักอ่านพูดถึงประภัสสร

บนถนนสายใบไม้ร่วง
แนะนำ : หนังสือควรอ่าน อำนาจ article
ปุยเมฆในกระจกเงา ของประภัสสร เสวิกุล article
ลอดลายมังกร จาก วิกิพีเดีย article
ถนนสายใบไม้ร่วง (หนังสือเด่น) article
อาขยาน บ้านก้านมะยม สู่ปมคลี่คลายในสังคม article
จดหมายถึงหนูนุ่น ฉบับที่ 8 : เวลาในขวดแก้ว article
ปัญหานี้...มีทางแก้ กับ เวลาในขวดแก้ว article
ความรู้สึกแห่งกาลเวลา กับ เวลาในขวดแก้ว article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
www.psevikul.com นิตยสารสกุลไทย นิตยสารขวัญเรือน  amarinpocketbook นานมีบุ๊คส์ ร้านหนังสือซีเอ็ด ศูนหนังสือจุฬา ร้านนายอินทร์ ประพันธ์สาสน์ เวบคุณวิกรม กรมดิษฐ์  Masharee Blog วรรณวรรธน์คาเฟ่ เวบของคุณ คีตาญชลี เวบกระบี่ทูเด เวบกลอนธรรมะ