ReadyPlanet.com
dot dot
dot
ห้องรับแขก
dot
bulletเล่าสู่กันฟัง
bulletคลีนิกเรื่องสั้น
bulletห้องพักฟื้นเรื่องสั้น
bulletบางบท...บางตอน
bulletวันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์
bulletฟังรายการวิทยุย้อนหลัง
bulletคมคำ คำคม
bulletกระดานสนทนา
bulletสมุดเยี่ยม
bulletข่าวแวดวงวรรณกรรม
dot
ห้องสมุด
dot
bulletนักอ่านพูดถึงประภัสสร
bulletบทสัมภาษณ์ต่างๆ
bulletประภัสสร ใน สื่อ
dot
กล่องความทรงจำ
dot
bulletE-card
dot
Newsletter

dot


facebook.com/psevikul


คำขวัญของผู้ใหญ่ในวันเด็ก article

 

     

            วันเด็กแห่งชาติ ถือกำเนิดขึ้นตามข้อเสนอแนะของผู้แทนองค์การเพื่อสวัสดิภาพของเด็กแห่งสหประชาชาติ เพื่อให้ชาวโลกตระหนักในความสำคัญและสนองตอบความต้องการของเด็กกับเพื่อส่งเสริมให้เด็กสำนึกในบทบาทอันสำคัญของตน เพื่อการมีส่วนร่วมในสังคม และเตรียมตัวเป็นกำลังของชาติในอนาคต

            รัฐบาลไทยได้ตอบสนองด้วยการแต่งตั้งคณะกรรมการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ เพื่อจัดกิจกรรมดังกล่าวให้แก่เด็กทั่วประเทศ โดยเน้นถึงความสำคัญของเด็ก สิทธิ หน้าที่ ความรับผิดชอบของเด็กต่อสังคม รวมทั้งปลูกฝังความมีระเบียบวินัย การยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยและความจงรักภักดีต่อสถาบันหลักของชาติ

            งานวันเด็กแห่งชาติ จัดขึ้นเป็นครั้งแรก ในวันจันทร์แรกของเดือนตุลาคม พ.ศ.2498 ในสมัยรัฐบาลจอมพล ป.พิบูลสงคราม และสืบเนื่องมาจนถึง พ.ศ.2508 จึงได้เปลี่ยนเป็นวันเสาร์ที่ 2 ของเดือนมกราคม เนื่องจากตรงกับวันหยุดราชการและเป็นช่วงฤดูหนาว ไม่มีฝนตกเช่นเดีอนตุลาคม

            ธรรมเนียมอย่างหนึ่งซึ่งถือปฏิบัติมาตั้งแต่การจัดงานวันเด็กในปีแรก ก็คือการที่นายกรัฐมนตรีจะมอบคำขวัญวันเด็กประจำปี ปีละหนึ่งคำขวัญ เพื่อเป็นการให้ความสำคัญแก่วันเด็ก และแสดงความปรารถนาดีต่อเด็ก ๆ โดยในปี พ.ศ.2499 จอมพล ป.พิบูลสงคราม ได้ประเดิมด้วยคำขวัญว่า “จงบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นและส่วนรวม” ซึ่งคล้ายคลึงกับคำขวัญของลูกเสือไทย

            คำขวัญวันเด็กขาดหายไป 2 ปี ใน ปี 2502 จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จึงได้มีการให้คำขวัญใหม่ – คำขวัญวันเด็กของจอมพลสฤษดิ์ฯ ระหว่างปี 2502.-2506 นอกจากจะแสดงภาพสถานการณ์ทางการเมือง ด้วยการขึ้นต้นว่า “ขอให้เด็กในสมัยปฏิวัติของข้าพเจ้า...” เหมือนกันทั้ง 5 ปีแล้ว คำขวัญในประโยคถัดมา ยังมีลักษณะเป็นคำสั่ง เช่น “จงเป็นเด็กที่รักความก้าวหน้า” “จงเป็นเด็กที่ประหยัด” และ “จงเป็นเด็กที่มีความขยันหมั่นเพียรมากที่สุด”เป็นต้น

            จอมพลถนอม กิตติขจร นับเป็นนายกรัฐมนตรีที่มอบคำขวัญวันเด็กมากที่สุด คือ 10 ครั้ง

จากปี 2508-2516 (ปี 2507 งดการจัดงานวันเด็ก) คำขวัญของจอมพลถนอมฯ จะมีความนุ่มนวลกว่าสมัยจอมพลสฤษดิ์ฯ ใช้ถ้อยคำที่คล้องจอง และแสดงถึงคุณลักษณะของเด็กไทยตามความต้องการของผู้ใหญ่ เช่น “เด็กที่ดีต้องมีสัมมาคารวะ มานะบากบั่น สมัครสมานสามัคคี” “เด็กจะเจริญต้องรักเรียนเพียรทำดี” และที่ฮิตติดปาก ก็คือ “เด็กดีเป็นศรีแก่ชาติ เด็กฉลาดชาติเจริญ”

             พ.ศ.2517-2518 สมัยรัฐบาลสัญญา ธรรมศักดิ์ เป็นช่วงที่บ้านเมืองมีความแตกแยกทางความคิดและการเมืองอย่างหนัก คำขวัญวันเด็กจึงเรียกร้องความสามัคคี เริ่มด้วย “สามัคคีคือพลัง” และ “เด็กดีคือทายาทของชาติไทย ต้องร่วมใจร่วมพลังสร้างความสามัคคี”

            คำขวัญของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เน้นเรื่องวินัย ของอาจารย์ธานินทร์ กรัยวิเชียรเรียกร้องความผูกพันต่อสถาบัน ส่วนของ พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ ทั้ง 3 ปี จาก พ.ศ.2521-2523ค่อนข้างจะคล้ายคลึงกับคำขวัญของจอมพลถนอมฯ เช่น “เด็กดีเป็นศรีแก่ชาติ เด็กฉลาดชาติมั่นคง” หรือ “เด็กไทยคือหัวใจของชาติ”

            หลังจากพล.อ.เกรียงศักดิ์ฯ ก็ถึงยุคของพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอยู่ 8 ปี แต่มีคำขวัญวันเด็ก 6 คำขวัญ เพราะใช้คำขวัญเดิม ที่ว่า “นิยมไทย มีวินัย ใช้ประหยัด ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม” อยู่ 3 ปี ส่วนคำขวัญที่เหลือก็จะกล่าวถึงความซื่อสัตย์และความมีวินัย เป็นส่วนใหญ่

              พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นนายกฯ 3 ปี แต่มี 2 คำขวัญ แถมคำขวัญอันหนึ่งยังแอบประชาสัมพันธ์พรรคของตนเองด้วย คือ “รู้หน้าที่ มีวินัย ใฝ่คุณธรรม นำชาติพัฒนา” ซึ่งคุณอานันท์ ปันยารชุน นำมาดัดแปลงเป็น “สามัคคี มีวินัย ใฝ่ศึกษา จรรยางาม”

            คุณชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ 2 ช่วง คือ พ.ศ.2536-2538 และ พ.ศ.2541-2544 คำขวัญในช่วงแรกจะเน้นเรื่องประชาธิปไตย และสิ่งแวดล้อม ส่วนช่วงหลังจะเป็นเรื่องความมีวินัยและคุณธรรม ที่น่าสังเกตคือในช่วงแรกคุณชวนฯ ใช้คำขวัญซ้ำ ๆ ทั้ง 3 ปี และในช่วงที่สองใช้คำขวัญซ้ำอีก 2 ครั้ง ๆ ละ 2 ปี

            คั่นกลางระหว่างคุณชวนฯ ช่วงแรกกับช่วงหลัง เป็นคำขวัญของคุณบรรหาร ศิลปอาชา กับ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ซึ่งพูดถึงเรื่องยาเสพติดเช่นกัน ส่วนหลังจากคุณชวนฯ ยุคที่ 2 เป็นช่วงเวลาของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่มีคำขวัญซึ่งแปลกออกไป คือพูดถึงเรื่องการเรียนรู้ การอ่าน เทคโนโลยี การกล้าคิด กล้าพูด เช่น “เรียนให้สนุก เล่นให้มีความรู้ สู่อนาคตที่สดใส” และ “เรียนรู้ตลอดชีวิต คิดอย่างสร้างสรรค์ ก้าวทันเทคโนโลยี” เป็นต้น

            ในปี พ.ศ.2550 พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ให้คำขวัญว่า “มีคุณธรรมนำใจ ใช้ชีวิตพอเพียง หลักเลี่ยงอบายมุข” และ ปี 2551 ว่า “สามัคคี มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ เชิดชูคุณธรรม”

            และล่าสุด คือคำขวัญของคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ว่า “ฉลาดคิด จิตบริสุทธิ์ จุดประกายฝัน ผูกพันรักสามัคคี”

            ตลอดระยะเวลา 50 กว่าปีที่ผ่านมา สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนในคำขวัญวันเด็กส่วนใหญ่ก็คือเป็นการสะท้อนสภาวการณ์ทางการเมืองและสังคมของประเทศในขณะนั้น กับเรียกร้องความเป็นเด็กดีในทัศนะหรือความนึกฝันของผู้ใหญ่ บางทีก็เป็นประเภทกลอนพาไป โดยมิได้ให้ความหมายแก่เด็กหรือให้ความสำคัญแก่วันเด็กอย่างแท้จริง

 

  
                                                        ..................................... 

                                                    

                                           ลงพิมพ์ในนสพ.คม ชัด ลึก พ.ศ. 2552

 

 

                                 ภาพจาก  http://www.lib.ru.ac.th/    

 


 

 
 



วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์

สมองกลวง
เหยื่อทุนนิยม
นโยบายประชาระทม
สวัสดีปีใหม่ครับ
รัฐบาลจอมปลอม
เรื่องผี ๆ
เรื่องกล้วย ๆ
ผู้ให้ กับผู้รับ
ซอมบี้
โลกแตก?
เรื่องโกง ๆ ฝัน ๆ
หลีไป๋ กับคนเลี้ยงไก่ชน
เปลือย
ตาบอดคลำอาเซียน
คนแบกหนี้
แมวกับหนู
โกงสิ้นชาติ
สถานการณ์ที่ไม่มีสงคราม แต่ก็ไม่มีสันติภาพ
โดดเดี่ยวและเดียวดาย
พม่าตาใส ไทยตามัว
ทุกข์
โอ้ กรุงเทพฯ
จากออสโล ถึงโคโรราโด: ภาพของความรุนแรงในสังคม
เอียน
สยามยามวิกฤต
บิดเบี้ยวบุบเบลอ
ลิตเติ้ล เบิร์ด ออฟ เวียดนาม
8,000 ปี ประชาธิปไตยไทย
ปรองดอง (แบบพม่า)
นักโทษประหาร
กุมารไทย-กุมารทอง
ตายแห้งทั้งแผ่นดิน
เวียดนามเวลานี้
ตำนานทุ่งมะขามหย่อง
แพงหูฉี่
เธออยู่ไหนเมื่อไฟดับ?
นายกรัฐมนตรีที่ถูกลืม
เหล็กวิลาศหรือจะสู้ตะปูควง
ชัยชนะที่ปทุมธานี
นักท่องเที่ยวดี ๆ สร้างได้
สงกรานต์ที่เปลี่ยนไป
งูเหลือมกับ”เจ้าชายน้อย"
ออกแบบนักการเมือง
มะริด ทวาย ตะนาวศรี
อภินิหารข้าวหมกไก่
ฝึกช้าง หัดม้า
ออง ซาน ซูจี และ The Lady
ป๋ากับปูกู้อีจู้
สุขสันต์วันวาเลนไทน์
นิทานน้ำท่วม
ความรู้เรื่องคลอง ฉบับน้ำท่วมกรุงเทพฯ
ขาดกับเกิน
กระทรวงน้ำ (ลาย)
การฆ่าด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ
วัยเกษียณ
จิ้มก้อง
รัฐบาลเงา ๆ
ปัญหายาเสพติด
น้ำท่วม
เกียรติตำรวจ
หัวคน-หัวโขน
โลกที่หมุนผ่าน
120 ปี พระชาตะกาล กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์
นิทานเรื่องใหม่
กัปตันไทยแลนด์-กัปตันอเมริกา
การประท้วงที่ชิลี
พระเอก กับผู้ร้าย
เสร็จนาฆ่าโคถึก
เพลงปลุกใจ
ผู้นำ กับนายกรัฐมนตรี
ดัชนีความสุขของคนไทย
โลกในดวงตาที่แตกต่าง
สิบปัญหาสำหรับรัฐบาลใหม่
อาถรรพ์หมายเลข 4
อภิมหาประชานิยม
วิเคราะห์เจาะป้าย
กระแส สื่อ และโพลล์
สิงห์สาราสัตว์
ชะตากรรมของปลา-ชะตากรรมของคนไทย
65 ปี แห่งการเสด็จสำเพ็ง
คอรัปชั่น
ไทยเวฟ-จีนเวฟ
นักการเมืองกับรัฐบุรุษ
เวียนว่ายตายเกิด
มาออกแบบสังคมไทยกันเถอะครับ
รถเมล์ไทยสายการเมือง
โหวตเถอะครับ
พ่อดี สอนลูกดี
ให้นกน้อยกัมพูชากางปีกได้สองข้าง
อวสาน บินลาเดน ?
กรรมของกู
ปัญหา ไทย-กัมพูชา
อำนาจ (วรรณกรรม) ของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช
6 วิกฤติของโลก
ก่อนถึงวันเลือกตั้ง
1 ใน 100 ของ 100 ปี ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช
คน(ไทย)กับสื่อ(ไทย)
ไปอิหร่าน
มนุษย์มือถือ
เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย
พระไพศาล วิสาโล นักเขียนรางวัลอมตะ
อำนาจ...
บาดแผลในใจไทย-บาดแผลในใจกัมพูชา article
ไปดูหนังจีน
เผาบ้านไล่หนู
I Gotta Go
วัทนธัม
วิธีกินข้าวผัด
มิติความสัมพันธ์
จิ๋วเรนเจอร์
ความเชื่อส่วนบุคคลของผม
หมดยุคทักษิณ-สิ้นอนาคตเพื่อไทย?
ชูชก
ทีฆายุโกโหตุ มหาคีตราชัน
ความกังวลของสิงคโปร์
โรคประจำตัว
ไพ่ไทย-ไพ่เขมร
กินตามแม่
วาระแห่งการอ่าน
เขาพระวิหารวันนี้และปีหน้า
100 ปี ป่อเต๊กตึ๊ง
จินตนาการ ความฝัน และจิตใต้สำนึก
พระองค์เจ้าดิลกนพรัฐ
เดอะ คาราเต้ คิด
ฟุตบอลโลกลาติน
หลักของชาติ
ดวงใจในดวงตา
สิงคโปร์กับไทย
แก้วใบใหม่
Seems Ungrateful
ลืม กับ จำ
รื้อสร้าง
นิราศทะเลเพลิง article
ดั่งคนอกตัญญู article
ตีงูให้หลังหัก
สิ้นสูญและก่อเกิด
สงครามกลางเมือง
ความหวัง และ “ลูกผู้ชาย...ตายเพื่อชาติ”
ห้าห่วง
เพลงสองเพลง
ศึกยังไม่สงบ แต่ก็ขอนับศพทหาร
ทำไมเราถึงรักในหลวง
พระเจ้าองค์เดียวกัน
มืดแปดด้าน
คาถาตรีติ
มิจฉาทิฐิ
อำนาจที่หายไป
คดีฆาตกรรม 3,000 ปี
วันนี้เมื่อปีโน้น
ธรรมะข้างกองเพลิง
จีที 200
เกมส์สุดท้าย ?
ของขวัญวันเด็ก
การเลือกที่จะตาย: สิทธิใหม่ของคนไทย
เหยื่อปลายเบ็ด
โคคาธิปไตย
วันรัฐธรรมนูญ
ทรงพระเจริญ
ฮูโก้ ชาเวซ: พระเอกคนสุดท้ายหรือผู้ร้ายหมายเลขหนึ่ง
คอรัปชั่น article
รักชาติ article
เวเนซูเอลา กับ โคลัมเบีย article
กำแพงที่มองไม่เห็น article
เรื่องไม่กล้วย ที่สาธารณรัฐกล้วย article
ความ(ไม่)สัมพันธ์ไทย-กัมพูชา article
เหลียวมองหลัง (จบ) article
เหลียวมองหลัง 2 article
เหลียวมองหลัง 1 article
39 ปี แห่งการจากไป ของ มิตร ชัยบัญชา article
จากจัสมิน ถึงแจ๊ซเมน article
วัฒนธรรมแทงโก้ article
โมเช่ ดายัน article
เก็บมาฝากจากเว็บบอร์ด
กระแสเกาหลี article
เอา ไมเคิล แจ๊กสัน คืนมา article
อิหร่าน article
ยุงร้ายกว่าเสือ?
วงจรอุบาทว์ article
เทียน อัน เหมิน article
ศรีทนได้ article
ประวัติศาสตร์จะต้องเปลี่ยน article
ละคร-การเมือง article
คำถามที่รอคอยคำตอบ article
พระสยามเทวาธิราช article
คราบเลือดในหัวใจดวงน้อย article
แดงดับ? article
สงครามกลางเมืองในสเปน article
8406 รหัสเวียดนาม article
การทูตปิงปอง article
นิคารากัว (จบ) article
นิคารากัว article
ที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจ article
คลินตันเยือนเอเชีย article
เขมรแดง article
ก่อนวันวาเลนไทน์ article
รำลึกถึงมหาตมะคานธี (จบ) article
รำลึกถึงมหาตมะคานธี article
007 กับโบลิเวีย article
ศัพท์พระองค์วรรณ article
นักเขียนอมตะ article
คนสามแซ่ article
คนรุ่นที่ถูกลักพา article
50 ปี ปฏิวัติคิวบา article
ขอเขียนถึงคุณทักษิณฯ article
นิทานเวตาล article
วันของพ่อ article
ฟรานซิสโก ปีซาร์โร article
เซบาสเตียน ปีเญร่า article
ฟรีดา คาห์โล ผู้ส่งสารแห่งความเจ็บปวด article
สุริยุปราคา ถึง ราหูอมจันทร์ article
อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ article
อินกริด เบตานคอร์ต article
โคลัมเบีย article
Guess Who´s Coming to Dinner article
บาดแผลสงคราม article
กำแพงสามชั้น...ของงานแปล article
รักคือ... article
ชิลี-เปรู article
สงครามไม่มีวันจบ
ว่าด้วยเรื่องผัดไทย article
องค์การกลุ่มประเทศค้าข้าว article
อีกแง่มุมของมิ่งขวัญ article
14,000 อย่างที่ทำให้มีความสุข article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
www.psevikul.com นิตยสารสกุลไทย นิตยสารขวัญเรือน  amarinpocketbook นานมีบุ๊คส์ ร้านหนังสือซีเอ็ด ศูนหนังสือจุฬา ร้านนายอินทร์ ประพันธ์สาสน์ เวบคุณวิกรม กรมดิษฐ์  Masharee Blog วรรณวรรธน์คาเฟ่ เวบของคุณ คีตาญชลี เวบกระบี่ทูเด เวบกลอนธรรมะ