ReadyPlanet.com
dot dot
dot
ห้องรับแขก
dot
bulletเล่าสู่กันฟัง
bulletคลีนิกเรื่องสั้น
bulletห้องพักฟื้นเรื่องสั้น
bulletบางบท...บางตอน
bulletวันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์
bulletฟังรายการวิทยุย้อนหลัง
bulletคมคำ คำคม
bulletกระดานสนทนา
bulletสมุดเยี่ยม
bulletข่าวแวดวงวรรณกรรม
dot
ห้องสมุด
dot
bulletนักอ่านพูดถึงประภัสสร
bulletบทสัมภาษณ์ต่างๆ
bulletประภัสสร ใน สื่อ
dot
กล่องความทรงจำ
dot
bulletE-card
dot
Newsletter

dot


facebook.com/psevikul


แนะนำ : หนังสือควรอ่าน อำนาจ article

สถานการณ์การเมืองไทยขณะนี้ไม่สู้ดีนัก ต่างแบ่งฝักแบ่งฝ่ายข่มกันจนไม่รู้จักจบสิ้น และไม่มีฝ่ายไหนที่จะถอยแม้แต่ก้าวเดียว ในฐานะคนไทยคนหนึ่งจึงอยากเสนอหนังสือน่าอ่านเพื่อเตือนสติคนไทย เรื่องนั้นคือ...

 

นวนิยายสะท้อนการเมืองการปฏิวัติ-รัฐประหาร

อำนาจ โดย ประภัสสร เสวิกุล

 

 

  

เกี่ยวกับผู้เขียน

“อำนาจ”  เป็นนวนิยายเรื่องแรกในชีวิตการเขียนของประภัสสร  เสวิกุล  ที่ประสบความสำเร็จสูง  สร้างชื่อให้ผู้เขียน   จัดเป็นงานชิ้นเอก   ปี  ๒๕๒๕ “อำนาจ” ลงตีพิมพ์ในนิตยสารสตรีสาร   ปี ๒๕๒๖   สำนักพิมพ์นิลุบล  จัดพิมพ์รวมเล่มครั้งแรก  และตีพิมพ์ซ้ำในเวลาที่รวดเร็ว  พร้อมกันนั้น ในปี ๒๕๒๗  หนังสือได้รับรางวัลจากงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ    จากนั้น ในระหว่างปี ๒๕๓๒- ๒๕๔๐  “อำนาจ”  ได้รับการตีพิมพ์ซ้ำอย่างต่อเนื่อง   โดยสำนักพิมพ์ดอกหญ้า   ตราบกระทั่ง  ปี ๒๕๕๐   แพรวสำนักพิมพ์  ได้นำ  “อำนาจ”มาพิมพ์ใหม่   เป็นครั้งที่ ๑๖   ด้วยเห็นว่าไม่มี  “อำนาจ”   อยู่ตามร้านหนังสือมานานร่วมทศวรรษ  ประกอบกับเหตุการณ์บ้านเมืองภายหลัง ๑๙  กันยายน  พ.ศ. ๒๕๔๙  เป็นต้นมา   น่าจะเป็นบรรยากาศที่เหมาะแก่การได้อ่าน “อำนาจ

 

ปฐมบท

 

“อำนาจ”    จัดเป็นนิยายแนวการเมือง  เด่นที่วิธีการนำเสนอ   องค์ประกอบของความเป็นนิยาย  ไม่ว่าพล็อตเรื่อง  ตัวละคร  ฉากสมมุติ  บทสนทนา  มีความลงตัว  นักเขียนใช้วิธีการแบบภาพยนตร์   คือตัดต่อ  หรือสลับฉากเร็ว   ทำให้เรื่องเดินเร็ว  กับการใช้สำนวนภาษาที่เรียบง่าย  ลื่นไหล   ขณะเดียวกัน   ความเปรียบต่างๆก็คมคาย  ลึกซึ้ง  และกลมกลืนไปกับเนื้อหาที่เข้มข้น    ทั้งจากบุคลิกตัวละครที่สมจริง  มีน้ำหนัก  มีเหตุมีผล   มีความน่าเชื่อถือ  ชวนให้เปรียบเทียบและนึกถึงฉาก   หรือเหตุการณ์ต่างๆ   ที่เกิดขึ้นในประเทศสมมุติ   อันคือประเทศเอล เควญญ่า  แถบลาตินอเมริกา  ว่ามีส่วนคล้ายประเทศไทย หรือคล้ายประเทศใดก็ได้ในโลกนี้   ที่ประชาชนเจ้าของประเทศนั้นๆ  ยังถูกทำให้โง่และจน   ถูกเอารัดเอาเปรียบต่างๆนานา    ขณะผู้ปกครอง  ข้าราชการประจำ   นักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง  นักปฏิวัติรัฐประหาร  คล้ายว่าคือผู้ที่ทำให้ประชาชนได้คล้อยเคลิ้ม  มึนเมา  หรือมีความหวังขึ้นมาในห้วงแรกๆ    จากการที่พวกเขาได้มาซึ่งอำนาจ    แล้วถูกแย่งอำนาจ   หมุนเวียน  ผลัดเปลี่ยนกันมีอำนาจ   ครั้งแล้วครั้งเล่า  ด้วยวิธีการต่างๆ  เช่นเดียวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับตัวละครทั้งหมดในนิยายเรื่องนี้    พลเอกรามอน  นายกรัฐมนตรีของเอล  เควญญ่า    อยู่ในระหว่างเยี่ยมเยือนมิตรมหาประเทศ  ในงานเลี้ยงรับรอง  ขณะเขาจะขึ้นกล่าวสุนทรพจน์    ก็มีคนเข้ามากระซิบว่า    บัดนี้  พันโทโคลัมเบีย  โกเมซ  นายทหารหนุ่ม ได้ทำการปฏิวัติ  ยึดอำนาจตน   ด้วยข้อคอร์รัปชั่น  บริหารราชการผิดพลาด  เป็นที่เรียบร้อยแล้ว... และนี้เอง  จึงเป็นเหตุให้พลเอกรามอนต้องลี้ภัยการเมือง ไม่อาจหวนกลับประเทศบ้านเกิด...   คงได้แต่ปล่อยให้โคลัมโบ โกเมซ  กับคณะปฏิวัติ   ทำการบริหารราชการแผ่นดินไปตามอำนาจใหม่ที่ได้มา     และดูว่าโกเมซ  ก็จะประสบความสำเร็จ   ด้วยความที่เขาเป็นคนมุ่งมั่น   เด็ดเดี่ยว   จริงจัง  มีอุดมคติ  และมีความฝันแรงกล้าที่จะนำพาเอล  เควญญ่า  ไปสู่ความรุ่งโรจน์....โดยที่เขาแทบไม่ได้นึกถึงอุปสรรคปัญหา  แม้แต่ความล้มเหลว   ที่มาจากจากเมือง   เศรษฐกิจ    และแม้แต่พิษภัยจากคนใกล้ตัว ชลาลัย   แสงตะวัน  เป็นตัวละครอีกตัวที่น่าสนใจ  ปูมหลังของเธอเป็นลูกสาวนักการฑูตไทย   ที่เติบโตในต่างประเทศ    ชลาลัยเรียนภาษาสเปน จบแล้วยึดอาชีพเป็นนักข่าว  จนได้เข้าไปทำข่าวอยู่ในเอล เควญญ่า   ตราบกระทั่ง...เพราะชะตากรรม  อุดมคติ    หรือเพราะอะไรก็ตามแต่    ที่ทำให้เธอถูกดึงตัว เข้าไปเป็นเลขานุการของพันโทโกเมซ...จวบจนวินาทีสุดท้ายที่เธอได้รับรู้  ได้ตระหนักถึงคุณค่าแห่งอุดมการณ์ของนักข่าว  พร้อมกับได้เห็นถึงฉากสุดท้าย ของคนหลายคนที่ต่างก็หิวและกระหายใน “อำนาจ” แล้วต่างก็มีจุดจบในสภาพที่ไม่ต่างกัน“อำนาจ”   หลายแง่มุมคือการสำแดงออกซึ่งกิเลสตัณหาในทางการเมืองของมนุษย์  ขณะเดียวกัน  ก็แฝงไว้ด้วยเรื่องของความกล้าหาญ  ความกลัว  ความรัก  ความฝัน  ความอ่อนไหว  และความเชื่อมั่น  แม้แต่ความศรัทธาต่ออะไรสักอย่างหนึ่ง  “อำนาจ” ..อาจกล่าวได้ว่า   เป็นนิยายการเมืองที่ดีที่สุดเล่มหนึ่ง   เท่าที่วรรณกรรมไทยของเราเคยมีมา  และแม้ว่า  “อำนาจ” จะเป็นนิยายที่มีความหนามากกว่า ๖๐๐  หน้า  กับโครงสร้างเรื่อง  ที่แบ่งออก    ภาค  คือ ภาคหนึ่ง “รุ่งอรุณ” ภาคสอง “ตะวันฉาย”ภาคสาม “อาทิตย์อัสดง”  อันอาจชวนให้นึกหน่าย   ยิ่งบอกไว้ว่าเป็นนิยายการเมืองด้วยแล้ว   หลายท่านพานเบื่อ   ไม่อยากอ่าน   เพราะเรื่องการเมืองเป็นเรื่องน่าเบื่อ  ในความเป็นจริงของการเมืองอาจจะใช่ว่าเป็นจริงเช่นนั้น  การเมืองเป็นเรื่องสกปรก  น่าเบื่อ    แต่ไม่ใช่สำหรับนวนิยายเรื่องนี้     ตรงกันข้าม    เชื่อว่าใครก็ตามที่เพียงแค่เผลอหยิบจับ “อำนาจ” ขึ้นมาอ่าน  ข้อพึงระวังไว้ก่อนก็คือว่า  ท่านจะติดอยู่ในกับดักของ  “อำนาจ”  เป็นกับดักแห่ง “อำนาจ”  ที่เข้มข้น  สนุก  ชวนติดตาม...ใครก็ตามที่อ่าน “อำนาจ”  แล้ว   จะรู้สึกเหมือนพวกที่เสพติดใน “อำนาจ”  คือได้มาซึ่ง “อำนาจ” แล้ว  ก็ไม่อาจวางมันลงได้ง่ายๆ

 

คำนิยม

บรรจง  บรรเจิดศิลป์  ได้พูดถึงนิยายเรื่องนี้ไว้ว่า “ตราบใดที่ยังมีภัยของเผด็จการ  ตราบใดที่ยังมีภัยของการไม่ยอมลงของคนที่ขึ้นไปดำรงอยู่  ตราบนั้นนวนิยายเรื่อง “อำนาจ”ก็ยังคงเป็นหนังสือที่น่าอ่านน่าศึกษา  เป็นหนังสือที่มีความหมายร่วมยุคสมัย   และเป็นหนังสือที่เตือนสติให้คนมีความระมัดระวัง”

พิทยา  ว่องกุล   ก็เคยวิจารณ์ “อำนาจ”  ลงพิมพ์ในวารสารธรรมศาสตร์  ความส่วนหนึ่งมีอยู่ว่า “คุณค่าของหนังสือเล่มนี้อยู่ที่กระบวนการลำดับพฤติกรรมของตัวละครอย่างต่อเนื่อง   มีเหตุผลสมจริงและงาม   เพื่อฉายภาพความทะยานอยากใน “อำนาจทางการเมือง”  ว่าผู้ประพันธ์ลุ่มลึกในปัญหานี้เพียงใด”

ขณะที่ “พิมพ์ประพันธ์”  แห่งนิตยสารแพรว   ให้ความเห็นว่า “ผู้เขียนวางโครงเรื่องประณีตสมจริง   ถ้อยคำสำนวนเรียบง่ายแต่คมคาย   และได้รับบรรยากาศของประเทศที่ตกอยู่ในสภาพขัดแย้งทางการเมือง   คำพูดของตัวละครมีหลายตอนที่ลึกซึ้งกินใจ...”

 

 

ตัวละครสำคัญ

พลเอกรามอน - ผู้สูญเสียอำนาจในพริบตา ขณะที่เดินทางไปเชื่อมความสัมพันธ์กับประเทศอเมริกา

พันโทโคลัมโบ โกเมซ - ผู้ทำการปฎิวัติด้วยจิตใจที่มีอุดมการณ์แรงกล้า ที่ต้องการจะพัฒนาประเทศอย่างแท้จริง

คาร์ลอส เปโดร โคเรซ หรือ ผู้พันซีโร่ หรือ เซญอร์นีโก้ - ผู้ซ่อนกายเร้นลับอยู่ในทูโซน่า เพื่อเฝ้าดูความเป็นไปของเอล เควญญา อย่างใกล้ชิด

รอสซิโน่ โซฟิน่า -ตัวแทนของกลุ่มคนที่กุมเศรษฐกิจของประเทศไว้ในกำมือ ตอนจบของเรื่องนี้ ถ้ามองจากมุมของรอสซิโนแล้ว จะพบว่า ผู้ใดกุมเศรษฐกิจผู้นั้นกุมอำนาจ ไม่รู้เหมือนกันว่าถ้าวันนึงเรากลายเป็นรอสซิโน เราจะทำแบบที่เค้าทำหรือไม่

ร้อยเอกซานโตซ

ชลาลัย แสงตะวัน-ผู้หญิงไทยซึ่งมีอาชีพนักข่าว บางทีเธอคงเป็นคนเดียวที่รู้และเข้าใจถึงความเป็นไปของทุกสิ่งที่เกิดขึ้น หรือบางทีเธออาจจะเสียใจไปตลอดชีวิตที่ ครั้งนึงใจซึ่งบริสุทธิ์และรักความยุติธรรมของเธอได้ช่วยเหลือคนแบบรอสซิโนเอาไว้

คาร์ล ไฮม์ ชมิด

ดร.เฟอร์ดินาน

มาร์กาเร็ตต้า ลาปาซ

พลเรือตรีเฮอร์นานเดซ

นาวาอากาศเอกปาสคาล

 

ประโยคเด็ดในเล่ม

            "คนที่อยู่ในวัยหนุ่มสาวมักจะรับรู้ได้ไว และปรวนแปรอยู่ตลอดเวลา ผิดกับผู้ใหญ่ที่รับรู้ได้ช้ากว่า แต่มั่นคง...บ่อยครั้งที่ผมเองยังเสียดายความคิดต่างๆที่เคยคิดได้เมื่อวัยหนุ่ม แล้วก็ปล่อยให้มันหลุดลอยไปโดยไม่ได้บันทึกไว้ หรือจดจำไปใช้ประโยชน์ในภายหลัง พอมาถึงเดี๋ยวนี้ เรื่องบางเรื่องคิดจนหัวแทบแตกตายก็ยังหาทางออกไม่ได้.." มานูเอล เบญาโด บรรธาธิการ ดิ เอล เควญญ่า'ส มิเรอร์

          "...พ่อสอนผมมาทุกอย่าง แต่มีอย่างเดียวที่พ่อไม่เคยสอนผม นั่นคือรสชาติของความพ่ายแพ้..." รอสซิโน โซฟิน่า

          "โคลัมโบไม่ใช่นักแก้ปัญหา แต่เขาเป็นนักตัดปัญหา สมมุติว่าคุณส่งเชือกที่ยุ่งเหยิงให้เขาสักกลุ่ม คนอย่างโคลัมโบจะไม่เสียเวลาคลายออกทีละปม แต่เขาจะตัดมันทิ้งทันที และไม่คำนึงว่าสุดท้ายแล้วจะเหลือความยาวของเส้นเชือกในมือสักเท่าใด.." ดร.เฟอร์ดินาน

          "ผมไม่ชอบคนที่ไม่มีความคิดเป็นของตัวเองและโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผมไม่ชอบให้ใครมาเดินตามหลังผม เพราะวันหนึ่งเมื่อผมเดินช้าลง เขาจะเหยียบส้นเท้าผม และเมื่อผมล้มลง เขาก็จะข้ามหัวผมไป" พันโท โคลัมโบ

          "คุณคิดว่าคนที่รินไวน์ให้คุณดื่มจะมีสิทธิ์เอาขวดไวน์ตีศีรษะคุณไหมล่ะ" พันโทโคลัมโบ

          "ผมอยากจะบอกคุณว่าการเป็นบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ที่ดีในประเทศนี้ไม่ใช่เรื่องน่าสนุกเลย คุณจะต้องเผชิญกับสิ่งต่างๆ ที่ไม่เคยมีตำราว่าด้วยสื่อมวลชนที่ไหนเคยเขียนไว้ คุณจะต้องตัดสินใจเลือกเอาระหว่างอุดมการณ์กับความอยู่รอดแทบจะตลอดเวลา บางครั้งคุณอาจจะเป็นสิงโตที่คำรามก้องอยู่ในมุมหนึ่งของป่า แต่ในอีกมุมหนึ่งคุณคือลูกสุนัขเชื่องๆ สำหรับคนบางคนอย่างปราศจากศักดิ์ศรีและเกียรติภูมิ ซึ่งผมรู้ว่าคนอย่างคุณเป็นไปไม่ได้ทั้งสองอย่าง....ลืมมันเสียถิดชลาลัย.....ดิ เอล เควญญ่า ส มิเร่อร์ ไม่ได้มีความหมายต่อคุณหรือประชาชนในประเทศนี้เลย เขาอาจจะหงุดหงิดที่ไม่ได้อ่านบทบรรณาธิการของมานูเอล หรือแม้แต่ ดิ เอล เควญญ่า'ส มิเรอร์ อยู่บ้าง แต่นั่นก็เพียงชั่วระยะเวลาสองสามวันแรก หลังจากนั้นพวกเขาก็จะหยิบหนังสือพิมพ์อื่นที่มีอยู่ล้นตลาดมาอ่านกันต่อไป" พันโทโคลัมโบ

          "ผมมีเวลาพักผ่อนอย่างเหลือเฟือในหลุมฝังศพ แต่ประเทศชาติจะหยุดพักไม่ได้และต้องไม่มีวันตาย" พันโทโคลัมโบ

          "มือของผู้ที่ทำงานหนักย่อมจะเปรอะเปื้อนมากกว่ามือของผู้ที่ไม่ได้จับอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน แต่ผมไม่คิดว่าการเปรอะเปื้อนเช่นนี้จะเป็นความผิดที่ร้ายแรง หรือเป็นเรื่องที่น่าละอายแต่ประการใด และผมพร้อมที่จะชูมันขึ้น..." พันโทโคลัมโบ

            "ถ้าท่านจะลองย้อนไปดูเหตุการณ์ก่อนการปฏิวัติ ท่านก็จะพบว่าประเทศของเราถูกผูกขาดโดยคนไม่กี่คน ทั้งในด้านการเมือง การทหาร และเศรษฐกิจ ท่านจะพบว่ามีการใช้อำนาจเหล่านั้นไปในทางที่เป็นประโยชน์ส่วนตน มีการทุจริตกันโดยทั่วไปในทุกวงการโดยไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติแม้แต่น้อย ผมขอเรียนให้ทราบว่าเมื่อรัฐบาลชุดนี้เข้ามารับหน้าที่นั้น สถานะทางการเงินของเราอยู่ในขั้นวิกฤติ แต่ผมก็ได้พยายามจนสุดความสามารถในการประคับประคองประเทศชาติให้ผ่านสถานการณ์นั้นมาได้ นโยบายมุ่งชนบทที่หลายท่านกล่าวหาว่ารัฐบาลทำเพื่อคะแนนนิยมจากชาวชนบทนั้น ไม่ได้ใช้งบประมาณแผ่นดินเพิ่มเติมแม้แต่หนึ่งเปโซต้า...." พันโทโคลัมโบ

          "ชีวิตคนเราแต่ละคนล้วนแต่แตกต่างกัน ไม่มีใครที่จะสามารถกำหนดวิถีชีวิตของตนได้" ชลาลัย แสงตะวัน

          "บางสิ่งบางอย่างที่เราให้ประชาชนไปแล้ว เราไม่มีสิทธิ์ที่จะเรียกกลับคืน" พันโทโคลัมโบ

          "การปฏิวัติไม่ใช่ธุรกิจ ผมไม่เคยคำนวณรายรับรายจ่าย หรือกำไรขาดทุนจากสิ่งนี้ แต่ประชาชนเป็นผู้ที่ได้รับผลประโยชน์ในทุกๆด้าน รัฐบาลปัจจุบันได้ให้สิทธิ์และเสรีภาพแก่ประชาชนยิ่งกว่าในสมัยของพลเอกรามอน ความเป็นอยู่ของประชาชนดีขึ้น ทั้งในด้านสังคมและการดำรงชีวิต เรามุ่งกำจัดการผูกขาดทางเศรษฐกิจในประเทศ เพื่อให้ผู้ผลิตได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนและลงแรงเต็มเม็ดเต็มหน่วย ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้คือผลสำเร็จของการปฏิวัติเรา"  พันโทโคลัมโบ

          "เราเป็นประชาธิปไตย....ผมได้บอกกับประชาชนในการปราศรัยครั้งแรก ภายหลังการปฏิวัติแล้วว่า ผมและคณะไม่ได้กระทำการปฏิวัติด้วยความมักใหญ่ใฝ่สูง หรือด้วยเหตุผลส่วนตัว แต่เราทำเพราะทนดูเพื่อนร่วมชาติตกอยู่ในความทุกข์ยากต่อไปไม่ได้ และผมสัญญาว่าจะจัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปโดยเสรี ให้สิทธิเสรีภาพและการเคลื่อนไหวทางการเมืองเมื่อถึงเวลาอันควร"พันโทโคลัมโบ

          "ดิฉันไม่เคยคิดว่าจะทำอะไรได้ แต่สิ่งที่ดิฉันนึกถึงอยู่เสมอก็คือ...ได้ทำอะไรลงไปแล้วต่างหาก โลกเราเป็นของสากล มนุษย์ทุกคนก็เป็นสากล ไม่ว่าคุณจะไปทำอะไร หรืออยู่ที่ไหนในโลกนี้ล้วนแล้วแต่มีผลกระทบไปถึงทั้งเพื่อนมนุษย์และโลกด้วยกันทั้งนั้น...งานที่ดิฉันพยามทำอยู่ที่นี่ ดิฉันเชื่อว่า ย่อมจะส่งผลดีไปยังประเทศของดิฉันและของคุณบ้างแน่นอน" ชลาลัย แสงตะวัน

 

ที่อยากให้อ่านมากที่สุดในประเทศไทย

ถ้าคุณทักษิณ"อ่าน"และแนะนำหนังสือเล่มนี้ให้รัฐมนตรีอ่าน

ถ้าม็อบพันธมิตร"อ่าน"หนังสือเล่มนี้ เช่นเดียวกับ

ถ้าพล.อ.สนธิ"อ่าน"หนังสือเล่มนี้ก่อนทำอะไรบางอย่างเมื่อวันที่ 19 กันยา 49

หรือแม้หระทั่ง ป. และคนไทยทุกคน"อ่าน"

เราก็อาจจะไม่ต้อง"ถอยหลัง"มานับหนึ่งใหม่ ...เพราะทุกคนจะ"รู้"ว่า"อำนาจ"ที่แท้จริงนั้น มันไม่มีจริง !!!

 

ที่มา : http://www.amarinpocketbook.com/booktalk.asp?booktalk_id=19

http://www.oknation.net/blog/print.php?id=269780

 

 

 

 

ที่มา : http://minihome.truelife.com/home/blog/read/67809/84268

 

รายละเอียดหนังสือ: อำนาจ

 

หากคุณเคยเขียนบทความ หรือ เวบบลอค ที่เกี่ยวกับคุณประภัสสร สามารถส่งมาให้เราลงเพิ่มเติมได้ในคอลัมน์นี้ค่ะ  โดยส่งมาได้ที่ lantombythesea@gmail.com  หรือส่งมาตามแบบฟอร์มติตต่อด้านล่างนี้นะคะ

 




นักอ่านพูดถึงประภัสสร

บนถนนสายใบไม้ร่วง
ปุยเมฆในกระจกเงา ของประภัสสร เสวิกุล article
ลอดลายมังกร จาก วิกิพีเดีย article
"อำนาจ" ของประภัสสร เสวิกุล article
ถนนสายใบไม้ร่วง (หนังสือเด่น) article
อาขยาน บ้านก้านมะยม สู่ปมคลี่คลายในสังคม article
จดหมายถึงหนูนุ่น ฉบับที่ 8 : เวลาในขวดแก้ว article
ปัญหานี้...มีทางแก้ กับ เวลาในขวดแก้ว article
ความรู้สึกแห่งกาลเวลา กับ เวลาในขวดแก้ว article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
www.psevikul.com นิตยสารสกุลไทย นิตยสารขวัญเรือน  amarinpocketbook นานมีบุ๊คส์ ร้านหนังสือซีเอ็ด ศูนหนังสือจุฬา ร้านนายอินทร์ ประพันธ์สาสน์ เวบคุณวิกรม กรมดิษฐ์  Masharee Blog วรรณวรรธน์คาเฟ่ เวบของคุณ คีตาญชลี เวบกระบี่ทูเด เวบกลอนธรรมะ