ReadyPlanet.com
dot dot
dot
ห้องรับแขก
dot
bulletเล่าสู่กันฟัง
bulletคลีนิกเรื่องสั้น
bulletห้องพักฟื้นเรื่องสั้น
bulletบางบท...บางตอน
bulletวันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์
bulletฟังรายการวิทยุย้อนหลัง
bulletคมคำ คำคม
bulletกระดานสนทนา
bulletสมุดเยี่ยม
bulletข่าวแวดวงวรรณกรรม
dot
ห้องสมุด
dot
bulletนักอ่านพูดถึงประภัสสร
bulletบทสัมภาษณ์ต่างๆ
bulletประภัสสร ใน สื่อ
dot
กล่องความทรงจำ
dot
bulletE-card
dot
Newsletter

dot


facebook.com/psevikul


รำลึกถึงมหาตมะคานธี article

 

                

           

วันที่ 30 มกราคม ค.ศ.1948 ขณะที่คานธี ผู้นำทางจิตวิญญาณขอชาวอินเดียและผู้นำการต่อสู้โดยสันติในการเรียกร้องเอกราชจากอังกฤษ กำลังเดินผ่านฝูงชนเพื่อเข้าไปร่วมพิธีสวดมนต์ประจำวันตามศาสนาฮินดู ที่สวนสาธารณะ กลางกรุงนิวเดลี ชายผู้หนึ่งได้แหวกกลุ่มคนที่รุมล้อมอยู่เข้าไปถึงตัวคานธี เพื่อแสดงความเคารพพร้อมกับกล่าวว่า “ท่านมาช้าไปสำหรับพิธีสวด” ซึ่งมหาบุรุษวัย 78 ปี ก็ก้มตัวลงน้อมรับการคารวะ และยอมรับว่า “ใช่ ฉันมาช้าไปจริง ๆ” และโดยไม่มีใครคาดคิด ชายผู้นั้นก็ใช้ปืนที่พกมายิงใส่คานธี 3 นัด กระสุนเข้าที่หน้าอกและช่องท้อง คานธี

ไม่ได้แสดงความเจ็บปวด หรือโกรธแค้น  เขายกมือขึ้นพนมและเพรียกหาพระเจ้า ด้วยคำว่า “ราม” ก่อนที่ชีวิตจะปลิดปลิว 

            สิ่งที่น่าสลดใจอย่างมากก็คือ การที่ผู้ต่อสู้เพื่อเอกราชของอินเดีย ถูกสังหารโดยชาวอินเดียที่นับถือศาสนาฮินดูเช่นเดียวกัน และผู้ที่ยึดถือแนวทางแห่งสันติกลับถึงถูกกระทำด้วยวิธีการอันรุนแรง

            โมฮันดาส ครามจันทร์ คานธี เกิดเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ค.ศ.2412 ที่อินเดียซึ่งขณะนั้นอยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษ ในครอบครัวฮินดูซึ่งเคร่งศาสนา บิดาเป็นนักการเมืองท้องถิ่น ในวันเยาว์คานธีได้รับการอบรมเลี้ยงดูตามขนบโบราณ เมื่ออายุ 17 ได้เดินทางไปศึกษาวิชากฏหมายที่กรุงลอนดอน ซึ่งนอกจากจะเล่าเรียนด้านวิชาการแล้วเขายังเรียนรู้ชีวิตความเป็นอยู่แบบชาวอังกฤษ จนแทบไม่เหลือเค้าของความเป็นอินเดีย แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้คานธีมีความมั่นใจในตัวเองแม้แต่การว่าความในศาล ทำให้เขาตัดสินใจไปทำงานนอกประเทศอังกฤษ โดยไมุ่งหน้าไปยัง

อาฟริกาใต้ ซึ่งทั่นั่นแม้เขาจะเป็นทนายความที่สำเร็จกฏหมายจากอังกฤษแต่ก็ได้รับการปฏิบัติอย่างเหยียดหยามจากคนผิวขาว คานธีได้เป็นตัวตั้งตัวตีในการต่อสู้เเพื่อสิทธิเสรีภาพและเสริมสร้างความสามัคคีในหมู่ชาวแอฟริกาใต้และชาวอินเดียในประเทศนั้น เพื่อความเป็นปึกแผ่นและอำนาจต่อรองกับอำนาจที่ไม่เป็นธรรม แต่กระนั้นเขาก็ยังคงถือว่าตนเองเป็นคนของอังกฤษและเข้าร่วมกับกองกำลังอังกฤษในสงครามกับชาวซูลู ในปี 1906 ซึ่งสงครามดังกล่าวทำให้คานธีได้เห็นความโหดร้ายไร้มนุษยธรรมของคนอังกฤษยิ่งขึ้น

            ในปีเดียวกันนั้น อังกฤษได้ออกกฏหมายฉบับหนึ่งบังคับให้ชาวอินเดียต้องทำรูปพรรณ ซึ่งรวมถึงการที่สตรีอินเดียต้องเปลื้องผ้าต่อหน้าตำรวจผิวขาวเพื่อกรอกรูปพรรณในทะเบียนด้วยทำให้ชาวอินเดียหลายพันเดินทางมายังอาฟริกาใต้เพื่อวางแผนต่อต้านกฏหมายดังกล่าว แต่ถูกตำรวจจับกุม ทำร้ายร่างกาย และคุมขัง

            ในปี 1913 ผู้บัญชาการกองทหารอังกฤษในอาฟริกาใต้ได้ออกกฏหมายฉบับหนึ่งกำหนดให้ การสมรสระหว่างฮินดูกับมุสลิมเป็นโมฆะ กฏหมายดังกล่าวก่อให้เกิดความไม่พอใจลุกลามไปทั่วประเทศ คนงานกว่า 50,000 คน พากันผละงาน จนผู้บัญชาการทหารอังกฤษต้องยอมระงับใช้กฏหมายฉบับนี้ และทำให้คานธีตระหนักถึงพลังมวลชน

            คานธีเดินทางกลับมายังอินเดียในปี 1915 เขาพบว่าคนอินเดียกว่า 300 ล้านคนซึ่งอยู่ภายใต้การปกครองของชาวอังกฤษจำนวนน้อยมาเป็นเวลา 200 ปี ยังคงมีความเป็นอยู่ที่แร้นแค้นเพราะทรัพยากรต่าง ๆ ถูกกวาดต้อนส่งไปป้อนโรงงานอุตสาหกรรมในอังกฤษ แล้วส่งกลับมาขายที่อินเดียในรูปของสินค้าสำเร็จรูปที่มีราคาแพง โดยอินเดียไม่ได้รับอนุญาตให้ผลิตอะไรได้เอง แม้แต่เข็มเย็บผ้าสักเล่มหนึ่ง ประชาชนมีชีวิตเยี่ยงทาสถูกกดขี่ข่มเหงและขาดสิทธิเสรีภาพต่าง ๆ ในดินแดนของตนเอง 

            คานธีได้ชักชวนชาวอินเดียให้หลุดพ้นจากสภาพที่เป็นอยู่ โดยปลุกเร้าความรู้สึกชาตินิยมจนนำมาซึ่งการชุมนุมใหญ่ในปี 1919 เพื่อคัดค้านการออกกฏหมายห้ามการชุมนุมของชาวอินเดีย อันเป็นผลให้ผู้ชุมนุม 300 กว่าคนถูกสังหารหมู่ และอีก 1,000 กว่าคนได้รับบาดเจ็บ นอกจากนี้อังกฤษยังตอบโต้ด้วยการออกกฏหมายกดหัวชาวอินเดียหนักข้อยิ่งขึ้น

            คานธีต่อต้านอังกฤษอย่างสงบและสันติ เขาชักนำชาวอินเดียทั้งฮินดูและมุสลิมให้แต่งกายด้วยชุดประจำชาติที่ถักทอขึ้นเอง แทนเสื้อผ้าแบบตะวันตกซึ่งนำเข้าจากอังกฤษ และในปี 1930 เมื่ออังกฤษออกกฏหมายภาษีเกลือ เพื่อผูกขาดการผลิตเกลือไว้ในมือชาวต่างชาติ เขาได้นำประชาชนนับแสนคนเดินทางข้ามประเทศเป็นเวลา 20 กว่าวัน ด้วยระยะทางเกือบ 250 ไมล์ ไปยังริมฝั่งทะเล เพื่อทำเกลือกันเอง – เหตุการณ์ครั้งนี้ได้รับความสนใจจากชาวโลก ขณะเดียวกับที่อังกฤษได้แสดงปฏิกริยาอย่างรุนแรง ด้วยการลงโทษผู้เข้าร่วมการเดินทางกับคานธีอย่างโหดร้ายคานธีกับคนนับพันถูกจำคุก แต่เขายังคงยึดมั่นในการต่อสู้แบบอหิงสา โดยสำแดงความกล้าหาญที่จะต่อสู้กับความรุนแรงด้วยสันติ

            ด้วยแรงกดดันของนานาชาติ ทำให้ผู้สำเร็จราชการอังกฤษประจำอินเดีย ต้องยอมปล่อยตัวคานธี หลังจากนั้นเขาได้เป็นตัวแทนของอินเดียเข้าร่วมการประชุมเพื่อหารือถึงอนาคตของอินเดียที่กรุงลอนดอน คานธีปรากฏตัวในเครื่องแต่งกายแบบอินเดียแม้ในการเข้าเฝ้ากษัตริย์อังกฤษ เขาเดินทางด้วยรถไฟชั้นสาม และทักทายชาวอังกฤษทั้งที่ยกย่องและหยามหยันเขาอย่างเยือกเย็น

            คำพูดประโยคหนึ่งของคานธีที่กล่าวแก่ชาวอังกฤษ ก็คือ “โปรดบอกเด็ก ๆ ของท่านว่า

ข้าพเจ้ารักพวกเขามาก เท่า ๆ กับที่รักลูกของข้าพเจ้าเอง”

            คอลัมน์นี้ในคราวหน้า ผมจะเล่าถึงแนวทางของอหิงสาที่แท้จริง และการปลดปล่อยอินเดีย

จากจักรวรรดิ์นิยมอังกฤษตามวิธีของคานธีครับ

 

  
  
                                                    ..................................... 

                                                    

                            ลงพิมพ์ในนสพ.คม ชัด ลึก ศุกร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2552

 

 

                           ภาพจาก http://en.wikipedia.org


 

 
 



วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์

สมองกลวง
เหยื่อทุนนิยม
นโยบายประชาระทม
สวัสดีปีใหม่ครับ
รัฐบาลจอมปลอม
เรื่องผี ๆ
เรื่องกล้วย ๆ
ผู้ให้ กับผู้รับ
ซอมบี้
โลกแตก?
เรื่องโกง ๆ ฝัน ๆ
หลีไป๋ กับคนเลี้ยงไก่ชน
เปลือย
ตาบอดคลำอาเซียน
คนแบกหนี้
แมวกับหนู
โกงสิ้นชาติ
สถานการณ์ที่ไม่มีสงคราม แต่ก็ไม่มีสันติภาพ
โดดเดี่ยวและเดียวดาย
พม่าตาใส ไทยตามัว
ทุกข์
โอ้ กรุงเทพฯ
จากออสโล ถึงโคโรราโด: ภาพของความรุนแรงในสังคม
เอียน
สยามยามวิกฤต
บิดเบี้ยวบุบเบลอ
ลิตเติ้ล เบิร์ด ออฟ เวียดนาม
8,000 ปี ประชาธิปไตยไทย
ปรองดอง (แบบพม่า)
นักโทษประหาร
กุมารไทย-กุมารทอง
ตายแห้งทั้งแผ่นดิน
เวียดนามเวลานี้
ตำนานทุ่งมะขามหย่อง
แพงหูฉี่
เธออยู่ไหนเมื่อไฟดับ?
นายกรัฐมนตรีที่ถูกลืม
เหล็กวิลาศหรือจะสู้ตะปูควง
ชัยชนะที่ปทุมธานี
นักท่องเที่ยวดี ๆ สร้างได้
สงกรานต์ที่เปลี่ยนไป
งูเหลือมกับ”เจ้าชายน้อย"
ออกแบบนักการเมือง
มะริด ทวาย ตะนาวศรี
อภินิหารข้าวหมกไก่
ฝึกช้าง หัดม้า
ออง ซาน ซูจี และ The Lady
ป๋ากับปูกู้อีจู้
สุขสันต์วันวาเลนไทน์
นิทานน้ำท่วม
ความรู้เรื่องคลอง ฉบับน้ำท่วมกรุงเทพฯ
ขาดกับเกิน
กระทรวงน้ำ (ลาย)
การฆ่าด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ
วัยเกษียณ
จิ้มก้อง
รัฐบาลเงา ๆ
ปัญหายาเสพติด
น้ำท่วม
เกียรติตำรวจ
หัวคน-หัวโขน
โลกที่หมุนผ่าน
120 ปี พระชาตะกาล กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์
นิทานเรื่องใหม่
กัปตันไทยแลนด์-กัปตันอเมริกา
การประท้วงที่ชิลี
พระเอก กับผู้ร้าย
เสร็จนาฆ่าโคถึก
เพลงปลุกใจ
ผู้นำ กับนายกรัฐมนตรี
ดัชนีความสุขของคนไทย
โลกในดวงตาที่แตกต่าง
สิบปัญหาสำหรับรัฐบาลใหม่
อาถรรพ์หมายเลข 4
อภิมหาประชานิยม
วิเคราะห์เจาะป้าย
กระแส สื่อ และโพลล์
สิงห์สาราสัตว์
ชะตากรรมของปลา-ชะตากรรมของคนไทย
65 ปี แห่งการเสด็จสำเพ็ง
คอรัปชั่น
ไทยเวฟ-จีนเวฟ
นักการเมืองกับรัฐบุรุษ
เวียนว่ายตายเกิด
มาออกแบบสังคมไทยกันเถอะครับ
รถเมล์ไทยสายการเมือง
โหวตเถอะครับ
พ่อดี สอนลูกดี
ให้นกน้อยกัมพูชากางปีกได้สองข้าง
อวสาน บินลาเดน ?
กรรมของกู
ปัญหา ไทย-กัมพูชา
อำนาจ (วรรณกรรม) ของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช
6 วิกฤติของโลก
ก่อนถึงวันเลือกตั้ง
1 ใน 100 ของ 100 ปี ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช
คน(ไทย)กับสื่อ(ไทย)
ไปอิหร่าน
มนุษย์มือถือ
เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย
พระไพศาล วิสาโล นักเขียนรางวัลอมตะ
อำนาจ...
บาดแผลในใจไทย-บาดแผลในใจกัมพูชา article
ไปดูหนังจีน
เผาบ้านไล่หนู
I Gotta Go
วัทนธัม
วิธีกินข้าวผัด
มิติความสัมพันธ์
จิ๋วเรนเจอร์
ความเชื่อส่วนบุคคลของผม
หมดยุคทักษิณ-สิ้นอนาคตเพื่อไทย?
ชูชก
ทีฆายุโกโหตุ มหาคีตราชัน
ความกังวลของสิงคโปร์
โรคประจำตัว
ไพ่ไทย-ไพ่เขมร
กินตามแม่
วาระแห่งการอ่าน
เขาพระวิหารวันนี้และปีหน้า
100 ปี ป่อเต๊กตึ๊ง
จินตนาการ ความฝัน และจิตใต้สำนึก
พระองค์เจ้าดิลกนพรัฐ
เดอะ คาราเต้ คิด
ฟุตบอลโลกลาติน
หลักของชาติ
ดวงใจในดวงตา
สิงคโปร์กับไทย
แก้วใบใหม่
Seems Ungrateful
ลืม กับ จำ
รื้อสร้าง
นิราศทะเลเพลิง article
ดั่งคนอกตัญญู article
ตีงูให้หลังหัก
สิ้นสูญและก่อเกิด
สงครามกลางเมือง
ความหวัง และ “ลูกผู้ชาย...ตายเพื่อชาติ”
ห้าห่วง
เพลงสองเพลง
ศึกยังไม่สงบ แต่ก็ขอนับศพทหาร
ทำไมเราถึงรักในหลวง
พระเจ้าองค์เดียวกัน
มืดแปดด้าน
คาถาตรีติ
มิจฉาทิฐิ
อำนาจที่หายไป
คดีฆาตกรรม 3,000 ปี
วันนี้เมื่อปีโน้น
ธรรมะข้างกองเพลิง
จีที 200
เกมส์สุดท้าย ?
ของขวัญวันเด็ก
การเลือกที่จะตาย: สิทธิใหม่ของคนไทย
เหยื่อปลายเบ็ด
โคคาธิปไตย
วันรัฐธรรมนูญ
ทรงพระเจริญ
ฮูโก้ ชาเวซ: พระเอกคนสุดท้ายหรือผู้ร้ายหมายเลขหนึ่ง
คอรัปชั่น article
รักชาติ article
เวเนซูเอลา กับ โคลัมเบีย article
กำแพงที่มองไม่เห็น article
เรื่องไม่กล้วย ที่สาธารณรัฐกล้วย article
ความ(ไม่)สัมพันธ์ไทย-กัมพูชา article
เหลียวมองหลัง (จบ) article
เหลียวมองหลัง 2 article
เหลียวมองหลัง 1 article
39 ปี แห่งการจากไป ของ มิตร ชัยบัญชา article
จากจัสมิน ถึงแจ๊ซเมน article
วัฒนธรรมแทงโก้ article
โมเช่ ดายัน article
เก็บมาฝากจากเว็บบอร์ด
กระแสเกาหลี article
เอา ไมเคิล แจ๊กสัน คืนมา article
อิหร่าน article
ยุงร้ายกว่าเสือ?
วงจรอุบาทว์ article
เทียน อัน เหมิน article
ศรีทนได้ article
ประวัติศาสตร์จะต้องเปลี่ยน article
ละคร-การเมือง article
คำถามที่รอคอยคำตอบ article
พระสยามเทวาธิราช article
คราบเลือดในหัวใจดวงน้อย article
แดงดับ? article
สงครามกลางเมืองในสเปน article
8406 รหัสเวียดนาม article
การทูตปิงปอง article
นิคารากัว (จบ) article
นิคารากัว article
ที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจ article
คลินตันเยือนเอเชีย article
เขมรแดง article
ก่อนวันวาเลนไทน์ article
รำลึกถึงมหาตมะคานธี (จบ) article
007 กับโบลิเวีย article
ศัพท์พระองค์วรรณ article
นักเขียนอมตะ article
คนสามแซ่ article
คนรุ่นที่ถูกลักพา article
50 ปี ปฏิวัติคิวบา article
ขอเขียนถึงคุณทักษิณฯ article
คำขวัญของผู้ใหญ่ในวันเด็ก article
นิทานเวตาล article
วันของพ่อ article
ฟรานซิสโก ปีซาร์โร article
เซบาสเตียน ปีเญร่า article
ฟรีดา คาห์โล ผู้ส่งสารแห่งความเจ็บปวด article
สุริยุปราคา ถึง ราหูอมจันทร์ article
อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ article
อินกริด เบตานคอร์ต article
โคลัมเบีย article
Guess Who´s Coming to Dinner article
บาดแผลสงคราม article
กำแพงสามชั้น...ของงานแปล article
รักคือ... article
ชิลี-เปรู article
สงครามไม่มีวันจบ
ว่าด้วยเรื่องผัดไทย article
องค์การกลุ่มประเทศค้าข้าว article
อีกแง่มุมของมิ่งขวัญ article
14,000 อย่างที่ทำให้มีความสุข article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
www.psevikul.com นิตยสารสกุลไทย นิตยสารขวัญเรือน  amarinpocketbook นานมีบุ๊คส์ ร้านหนังสือซีเอ็ด ศูนหนังสือจุฬา ร้านนายอินทร์ ประพันธ์สาสน์ เวบคุณวิกรม กรมดิษฐ์  Masharee Blog วรรณวรรธน์คาเฟ่ เวบของคุณ คีตาญชลี เวบกระบี่ทูเด เวบกลอนธรรมะ