ReadyPlanet.com
dot dot
dot
ห้องรับแขก
dot
bulletเล่าสู่กันฟัง
bulletคลีนิกเรื่องสั้น
bulletห้องพักฟื้นเรื่องสั้น
bulletบางบท...บางตอน
bulletวันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์
bulletฟังรายการวิทยุย้อนหลัง
bulletคมคำ คำคม
bulletกระดานสนทนา
bulletสมุดเยี่ยม
bulletข่าวแวดวงวรรณกรรม
dot
ห้องสมุด
dot
bulletนักอ่านพูดถึงประภัสสร
bulletบทสัมภาษณ์ต่างๆ
bulletประภัสสร ใน สื่อ
dot
กล่องความทรงจำ
dot
bulletE-card
dot
Newsletter

dot


facebook.com/psevikul


รำลึกถึงมหาตมะคานธี (จบ) article

 

                

ในการต่อสู้ทางการเมืองกับอังกฤษนั้น มหาตมะคานธียึดมั่นในแนวทางอหิงสา (Ahimsa) หรือการไม่เบียดเบียน ซึ่งเป็นหลักจริยศาสตร์ดั้งเดิมของฮินดูและพุทธศาสนา รากศัพท์เดิมนั้นหมายถึงการไม่ฆ่าฟันหรือทำร้ายผู้อื่น แต่ในทัศนะของคานธีเห็นว่าคำว่าอหิงสา “มิได้มีนัยยะปฏิเสธ คือการไม่ทำร้ายเท่านั้น หากยังรวมถึงนัยยะในเชิงบวก ได้แก่ความรัก ทำดีต่อทุกคนแม้กระทั่งกับคนชั่ว”  และว่า “วิธีที่ดีที่สุดในการที่เราจะใช้ในการตอบโต้การกระทำอันรุนแรงและเลวร้ายของรัฐบาล ไม่ใช่อยู่ที่เราจะต้องกระทำการอันรุนแรงและเลวร้ายยิ่งไปกว่ารัฐบาล หากอยู่ที่เราต้องเอาชนะความรุนแรงด้วยความไม่รุนแรง และเอาชนะความเลวร้ายด้วยความจริง วิธีนี้เท่านั้นที่จะก่อประโยชน์ให้แก่เรา”

            อหิงสาในทัศนะของคานธีต้องประกอบด้วยหลัก 5 ประการ คือ ความรัก ความอดทน ความกล้าหาญ ความบริสุทธิ์ และความซื่อสัตย์ โดยกล่าวถึงความรักว่า “ความรักเป็นพลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่โลกรู้จัก และขณะเดียวกันก็เป็นสิ่งที่อ่อนโยนที่สุดที่มนุษย์รู้จักด้วย” ดังนั้นการต่อสู้ตามหลักอหิงสาจึงต้องมีความรักต่อเพื่อนมนุษย์และสรรพสิ่ง และเอาชนะศัตรูด้วยความรัก โดยที่ “หนทางแห่งความดีนั้นดำเนินไปอย่างเชื่องช้า” คานธีจึงสอนให้รู้จักความอดทน “บุคคลผู้ต้องการประกอบคุณงามความดีนั้นย่อมไม่เห็นแก่ตัวและไม่รีบร้อน เยารู้ดีว่าการทำให้ผุ้อื่นซาบซึ้งในคุณงามความดีนั้นต้องอาศัยเวลา”  

            หลักสำคัญประการหนึ่งของอหิงสาก็คือความกล้าหาญ คานธีกล่าวว่า “ความกล้าหาญหมายถึงการปราศจากความกลัวในทุกลักษณะ มันเป็นเสรีภาพจากความเกรงกลัวในลักษณะต่าง ๆ เช่น ความกลัวตาย ความกลัวการประทุษร้าย การกลัวความจน หิวโหย ตกต่ำ คำวิพากษ์วิจารณ์และความโกรธแค้นจากบุคคลอื่น ฯ เป็นต้น”

            การต่อสู้ในแนวทางอหิงสา จะต้องเป็นผู้ที่มีความบริสุทธื์ทั้งกาย วาจา ใจ ปราศจากอกุศลจิตหรือสิ่งเคลือบแฝงใด ๆ และต้องเป็นคนที่ซื่อสัตย์ ทั้งต่อตนเองและผู้อื่นอย่างเคร่งครัด ยอมรับความผิดพลาดอย่างองอาจ คานธีให้ความสำคัญต่อความซื่อสัตย์เป็นอย่างมาก โดยได้เน้นในเรื่องของ สัตยา (Satya)หรือความสัตย์ กับสัตยาเคราะห์ (Satyagraha) หรือพลังแห่งความสัตย์ ไว้เป็นพิเศษ โดยบันทึกไว้ว่าการไม่ใช้ความรุนแรงหรือหิงสาเป็น “พลังที่แท้จริงเพียงอย่างเดียวของชีวิต” และที่ใดมีอหิงสาที่นั้นมีความสัตย์ และความสัตย์ก็คือพระเจ้า

            สำหรับสัตยาเคราะห์ คานธีได้ให้อรรถาธิบายว่าหัวใจของสัตยาเคราะห์ คือ  “การอุทิศชีวิตให้กับสิ่งที่ตนเชื่อว่าถูกต้อง” และ “ผู้ปฏิบัติสัตยาเคราะห์นั้นได้ตายจากกายของตนตั้งแต่ก่อนที่ศัตรูจะพยายามผลาญชีวิตของเขาเสียอีก กล่าวคือเขาเป็นอิสระจากการติดยึดอยู่กับร่างกาย และมีชีวิตอยู่กับชัยชนะแห่งจิตวิญญาณเท่านั้น”

            เงื่อนไขของความสำเร็จแห่งสัตยาเคราะห์มีด้วยกัน 4 ประการ คือ

1.      ผู้ปฏิบัติสัตยาเคราะห์จะต้องไม่มีความเกลียดชังฝ่ายตรงข้ามอยู่ในใจ

2.      ประเด็นในการต่อสู้จะต้องเป็นประเด็นที่มีเนื้อหาจริงจังและเป็นเรื่องที่ถูกทำนองคลองธรรม

3.      ผู้ปฏิบัติสัตยาเคราะห์จะต้องพร้อมที่จะทนทุกข์ทรมาณจนถึงที่สุด

4.      การสวดภาวนาเป็นปัจจัยสำคัญสูงยิ่งต่อสัตยาเคราะห์ เพราะความศรัทธาในพระเจ้าเป็นสิ่งจำเป็นต่อสัตยาเคราะห์

การต่อสู้ในแนวทางอหิงสาของคานธีผ่านการทดสอบครั้งแล้วครั้งเล่า ทั้งจากตนเอง

คนรอบข้าง เพื่อนร่วมชาติ และศัตรู แต่ไม่ว่าการทดสอบจะหนักหนาสาหัสขนาดไหน คานธีก็ไม่เคยลดราหรือเลิกล้มปณิธานของตน จนในที่สุดวิถีและปรัชญาของคานธีก็เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป

            ในปี 1942 คานธีได้เรียกร้องการประกาศเอกราชของอินเดีย ด้วยการยืนยันว่า “นี่คือคำสวดสั้น ๆ ที่ข้าพเจ้าขอมอบแก่ท่านว่าจะอยู่หรือตาย เราจะปลดปล่อยอินเดียหรือมิแะนั้นก็ยอมตาย” อังกฤษขานรับคำเรียกร้องด้วยการจับคานธีและสมาชิกสภาคองเกรสทั้งหมดเข้าคุก

            2 ปีต่อมา เมื่อเห็นว่าไม่มีทางที่จะหน่วงเหนี่ยวอินเดียให้อยู่ภายใต้จักรวรรดิ์ได้ต่อไปอังกฤษได้ยินยอมเจรจากับคานธีซึ่งขณะนั้นยังถูกจำคุกอยู่ และในวันที่ 14 สิงหาคม 1947 อินเดียก็ได้รับเอกราช ท่ามกลางความเจ็บปวดของคานธีเมื่อประเทศถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนคืออินเดียและปากีสถานโดยใช้ศาสนาฮินดูและมุสลิมเป็นเกณฑ์กำหนด ประชาชนทั้งสองศาสนาต่างก็อพยพโยกย้ายไปยังอินเดียและปากีสถานอย่างชุลมุน ความแตกแยกและความรู้สึกที่เป็นปรปักษ์ต่อกันเมื่อครั้งอดีตคุโชนขึ้นอีกครั้งและโหมฮืออย่างรวดเร็ว ต่างฝ่ายต่างเข่นฆ่าและทำร้ายกันอย่างบ้าคลั่ง ผู้คนล้มตายเหมือนสัตว์ที่ถูกล่า พวกฮินดูหัวรุนแรงไม่พอใจแนวทางอหิงสาของคานธี และเห็นว่าคานธีเป็นต้นเหตุให้อินเดียถูกแบ่งแยกถึงขนาดที่เสียงตะโกนว่า “คานธีจงเจริญ” แปรเปลี่ยนเป็น “คานธีลงนรกไป”

            และในวันที่ 30 มกราคม 1948 ขณะที่คานธีกำลังเดินไปร่วมพิธีสวดมนต์ประจำวันที่สวนสาธารณะกลางกรุงนิวเดลี ชายฮินดูผู้หนึ่งก็แหวกฝูงชนเข้าไปถึงตัวคานธี ยอบกายลงแสดงความเคารพ พร้อมกับเอ่ยวาจาว่า “คานธี ท่านมาช้าไป”...

 

  
  
                                                    ..................................... 

                                                    

                            ลงพิมพ์ในนสพ.คม ชัด ลึก จันทร์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2552

 

 

                           ภาพจาก http://ballenaslibrary.typepad.com
 

 
 



วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์

สมองกลวง
เหยื่อทุนนิยม
นโยบายประชาระทม
สวัสดีปีใหม่ครับ
รัฐบาลจอมปลอม
เรื่องผี ๆ
เรื่องกล้วย ๆ
ผู้ให้ กับผู้รับ
ซอมบี้
โลกแตก?
เรื่องโกง ๆ ฝัน ๆ
หลีไป๋ กับคนเลี้ยงไก่ชน
เปลือย
ตาบอดคลำอาเซียน
คนแบกหนี้
แมวกับหนู
โกงสิ้นชาติ
สถานการณ์ที่ไม่มีสงคราม แต่ก็ไม่มีสันติภาพ
โดดเดี่ยวและเดียวดาย
พม่าตาใส ไทยตามัว
ทุกข์
โอ้ กรุงเทพฯ
จากออสโล ถึงโคโรราโด: ภาพของความรุนแรงในสังคม
เอียน
สยามยามวิกฤต
บิดเบี้ยวบุบเบลอ
ลิตเติ้ล เบิร์ด ออฟ เวียดนาม
8,000 ปี ประชาธิปไตยไทย
ปรองดอง (แบบพม่า)
นักโทษประหาร
กุมารไทย-กุมารทอง
ตายแห้งทั้งแผ่นดิน
เวียดนามเวลานี้
ตำนานทุ่งมะขามหย่อง
แพงหูฉี่
เธออยู่ไหนเมื่อไฟดับ?
นายกรัฐมนตรีที่ถูกลืม
เหล็กวิลาศหรือจะสู้ตะปูควง
ชัยชนะที่ปทุมธานี
นักท่องเที่ยวดี ๆ สร้างได้
สงกรานต์ที่เปลี่ยนไป
งูเหลือมกับ”เจ้าชายน้อย"
ออกแบบนักการเมือง
มะริด ทวาย ตะนาวศรี
อภินิหารข้าวหมกไก่
ฝึกช้าง หัดม้า
ออง ซาน ซูจี และ The Lady
ป๋ากับปูกู้อีจู้
สุขสันต์วันวาเลนไทน์
นิทานน้ำท่วม
ความรู้เรื่องคลอง ฉบับน้ำท่วมกรุงเทพฯ
ขาดกับเกิน
กระทรวงน้ำ (ลาย)
การฆ่าด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ
วัยเกษียณ
จิ้มก้อง
รัฐบาลเงา ๆ
ปัญหายาเสพติด
น้ำท่วม
เกียรติตำรวจ
หัวคน-หัวโขน
โลกที่หมุนผ่าน
120 ปี พระชาตะกาล กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์
นิทานเรื่องใหม่
กัปตันไทยแลนด์-กัปตันอเมริกา
การประท้วงที่ชิลี
พระเอก กับผู้ร้าย
เสร็จนาฆ่าโคถึก
เพลงปลุกใจ
ผู้นำ กับนายกรัฐมนตรี
ดัชนีความสุขของคนไทย
โลกในดวงตาที่แตกต่าง
สิบปัญหาสำหรับรัฐบาลใหม่
อาถรรพ์หมายเลข 4
อภิมหาประชานิยม
วิเคราะห์เจาะป้าย
กระแส สื่อ และโพลล์
สิงห์สาราสัตว์
ชะตากรรมของปลา-ชะตากรรมของคนไทย
65 ปี แห่งการเสด็จสำเพ็ง
คอรัปชั่น
ไทยเวฟ-จีนเวฟ
นักการเมืองกับรัฐบุรุษ
เวียนว่ายตายเกิด
มาออกแบบสังคมไทยกันเถอะครับ
รถเมล์ไทยสายการเมือง
โหวตเถอะครับ
พ่อดี สอนลูกดี
ให้นกน้อยกัมพูชากางปีกได้สองข้าง
อวสาน บินลาเดน ?
กรรมของกู
ปัญหา ไทย-กัมพูชา
อำนาจ (วรรณกรรม) ของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช
6 วิกฤติของโลก
ก่อนถึงวันเลือกตั้ง
1 ใน 100 ของ 100 ปี ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช
คน(ไทย)กับสื่อ(ไทย)
ไปอิหร่าน
มนุษย์มือถือ
เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย
พระไพศาล วิสาโล นักเขียนรางวัลอมตะ
อำนาจ...
บาดแผลในใจไทย-บาดแผลในใจกัมพูชา article
ไปดูหนังจีน
เผาบ้านไล่หนู
I Gotta Go
วัทนธัม
วิธีกินข้าวผัด
มิติความสัมพันธ์
จิ๋วเรนเจอร์
ความเชื่อส่วนบุคคลของผม
หมดยุคทักษิณ-สิ้นอนาคตเพื่อไทย?
ชูชก
ทีฆายุโกโหตุ มหาคีตราชัน
ความกังวลของสิงคโปร์
โรคประจำตัว
ไพ่ไทย-ไพ่เขมร
กินตามแม่
วาระแห่งการอ่าน
เขาพระวิหารวันนี้และปีหน้า
100 ปี ป่อเต๊กตึ๊ง
จินตนาการ ความฝัน และจิตใต้สำนึก
พระองค์เจ้าดิลกนพรัฐ
เดอะ คาราเต้ คิด
ฟุตบอลโลกลาติน
หลักของชาติ
ดวงใจในดวงตา
สิงคโปร์กับไทย
แก้วใบใหม่
Seems Ungrateful
ลืม กับ จำ
รื้อสร้าง
นิราศทะเลเพลิง article
ดั่งคนอกตัญญู article
ตีงูให้หลังหัก
สิ้นสูญและก่อเกิด
สงครามกลางเมือง
ความหวัง และ “ลูกผู้ชาย...ตายเพื่อชาติ”
ห้าห่วง
เพลงสองเพลง
ศึกยังไม่สงบ แต่ก็ขอนับศพทหาร
ทำไมเราถึงรักในหลวง
พระเจ้าองค์เดียวกัน
มืดแปดด้าน
คาถาตรีติ
มิจฉาทิฐิ
อำนาจที่หายไป
คดีฆาตกรรม 3,000 ปี
วันนี้เมื่อปีโน้น
ธรรมะข้างกองเพลิง
จีที 200
เกมส์สุดท้าย ?
ของขวัญวันเด็ก
การเลือกที่จะตาย: สิทธิใหม่ของคนไทย
เหยื่อปลายเบ็ด
โคคาธิปไตย
วันรัฐธรรมนูญ
ทรงพระเจริญ
ฮูโก้ ชาเวซ: พระเอกคนสุดท้ายหรือผู้ร้ายหมายเลขหนึ่ง
คอรัปชั่น article
รักชาติ article
เวเนซูเอลา กับ โคลัมเบีย article
กำแพงที่มองไม่เห็น article
เรื่องไม่กล้วย ที่สาธารณรัฐกล้วย article
ความ(ไม่)สัมพันธ์ไทย-กัมพูชา article
เหลียวมองหลัง (จบ) article
เหลียวมองหลัง 2 article
เหลียวมองหลัง 1 article
39 ปี แห่งการจากไป ของ มิตร ชัยบัญชา article
จากจัสมิน ถึงแจ๊ซเมน article
วัฒนธรรมแทงโก้ article
โมเช่ ดายัน article
เก็บมาฝากจากเว็บบอร์ด
กระแสเกาหลี article
เอา ไมเคิล แจ๊กสัน คืนมา article
อิหร่าน article
ยุงร้ายกว่าเสือ?
วงจรอุบาทว์ article
เทียน อัน เหมิน article
ศรีทนได้ article
ประวัติศาสตร์จะต้องเปลี่ยน article
ละคร-การเมือง article
คำถามที่รอคอยคำตอบ article
พระสยามเทวาธิราช article
คราบเลือดในหัวใจดวงน้อย article
แดงดับ? article
สงครามกลางเมืองในสเปน article
8406 รหัสเวียดนาม article
การทูตปิงปอง article
นิคารากัว (จบ) article
นิคารากัว article
ที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจ article
คลินตันเยือนเอเชีย article
เขมรแดง article
ก่อนวันวาเลนไทน์ article
รำลึกถึงมหาตมะคานธี article
007 กับโบลิเวีย article
ศัพท์พระองค์วรรณ article
นักเขียนอมตะ article
คนสามแซ่ article
คนรุ่นที่ถูกลักพา article
50 ปี ปฏิวัติคิวบา article
ขอเขียนถึงคุณทักษิณฯ article
คำขวัญของผู้ใหญ่ในวันเด็ก article
นิทานเวตาล article
วันของพ่อ article
ฟรานซิสโก ปีซาร์โร article
เซบาสเตียน ปีเญร่า article
ฟรีดา คาห์โล ผู้ส่งสารแห่งความเจ็บปวด article
สุริยุปราคา ถึง ราหูอมจันทร์ article
อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ article
อินกริด เบตานคอร์ต article
โคลัมเบีย article
Guess Who´s Coming to Dinner article
บาดแผลสงคราม article
กำแพงสามชั้น...ของงานแปล article
รักคือ... article
ชิลี-เปรู article
สงครามไม่มีวันจบ
ว่าด้วยเรื่องผัดไทย article
องค์การกลุ่มประเทศค้าข้าว article
อีกแง่มุมของมิ่งขวัญ article
14,000 อย่างที่ทำให้มีความสุข article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
www.psevikul.com นิตยสารสกุลไทย นิตยสารขวัญเรือน  amarinpocketbook นานมีบุ๊คส์ ร้านหนังสือซีเอ็ด ศูนหนังสือจุฬา ร้านนายอินทร์ ประพันธ์สาสน์ เวบคุณวิกรม กรมดิษฐ์  Masharee Blog วรรณวรรธน์คาเฟ่ เวบของคุณ คีตาญชลี เวบกระบี่ทูเด เวบกลอนธรรมะ