ReadyPlanet.com
dot dot
dot
ห้องรับแขก
dot
bulletเล่าสู่กันฟัง
bulletคลีนิกเรื่องสั้น
bulletห้องพักฟื้นเรื่องสั้น
bulletบางบท...บางตอน
bulletวันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์
bulletฟังรายการวิทยุย้อนหลัง
bulletคมคำ คำคม
bulletกระดานสนทนา
bulletสมุดเยี่ยม
bulletข่าวแวดวงวรรณกรรม
dot
ห้องสมุด
dot
bulletนักอ่านพูดถึงประภัสสร
bulletบทสัมภาษณ์ต่างๆ
bulletประภัสสร ใน สื่อ
dot
กล่องความทรงจำ
dot
bulletE-card
dot
Newsletter

dot


facebook.com/psevikul


กระแสเกาหลี article
     
           

กระแสวัฒนธรรมของเกาหลี (Korean Wave)ที่กำลังมาแรงในขณะนี้ ได้สร้างทั้งความตื่นเต้นและตกใจแก่คนไทยโดยทั่วไป คนที่ตื่นเต้นคือวัยรุ่นและคนหนุ่มสาวที่แสวงหาความแปลกใหม่ ส่วนคนที่ตกใจคนแก่ที่ติดยึดอยู่กับรูปแบบและสิ่งปฏิบัติเก่าๆ ซึ่งหากขาดการทำความเข้าใจปรากฏการณ์ของกระแสเหาหลีอย่างถูกต้อง ก็มีแนวโน้มว่าทั้งฝ่ายที่ตื่นเต้นและฝ่ายที่ตกใจก็คงจะออกอาการรุนแรงขึ้น จนกลายเป็น “ช่องว่าง(ระหว่างวัย)เกาหลี” ซึ่งน่ากลัวไม่น้อยไปกว่า “ช่องแคบเกาหลี” เลยล่ะครับ

            ก่อนอื่น เราคงต้องทราบว่ากระแสของวัฒนธรรมเกาหลีไม่ได้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติหรือโดยบังเอิญ  หากแต่เป็นสิ่งที่ผ่านกระบวนการวิเคราะห์ สังเคราะห์ มาอย่างดี มีการวางแผน และบริหารจัดการวัฒนธรรมอย่างเป็นระบบ คุณผู้อ่านคอลัมน์นี้ที่สนใจประวัติศาสตร์เกาหลีหรือเป็นคอหนังเกาหลีคงทราบดีว่า  เกาหลีตกเป็นลูกไล่ที่ถูกรุกรานจากประเทศเพื่อนบ้านมาโดยตลอด ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองดินแดนเกาหลีตกอยู่ภายใต้การยึดครองของญี่ปุ่น เมื่อญี่ปุ่นแพ้สงคราม สหรัฐฯ ได้เข้าดูแลเกาหลีตอนใต้ ขณะที่รัสเซียและจีนเข้ายึดครองทางตอนเหนือ ต่อมาเกาหลีเหนือได้เคลื่อนกำลังลงมาตีกรุงโซล เป็นเหตุให้เกิดสงครามระหว่างเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้ ซึ่งต่างฝ่ายต่างมีมหาอำนาจสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง

กลายเป้นสงครามตัวแทนครั้งหนึ่งในยุคของสงครามเย็น สงครามเกาหลีกินเวลา 3 ปี จาก พ.ศ.2493-2496 จึงยุติลงด้วยความตกลงแบ่งเกาหลีออกเป็น 2 ประเทศ คือเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ ที่เส้นขนานที่ 38

เกาหลีใต้ได้เริ่มให้ความสำคัญแก่วัฒนธรรมของตนตั้งแต่หลังสงครามเกาหลี ทั้งนี้ เพื่อเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของคนในชาติและป้องกันตนเองไม่ให้ตกเป็นเหยื่อวัฒนธรรมของต่างชาติโดยเฉพาะสหรัฐฯ ที่เข้ามาคุ้มครองความปลอดภัยให้แก่เกาหลีใต้อยู่ในขณะนั้น เกาหลีใต้ส่งเสริมวัฒนธรรมของตนทั้งความรู้ด้านประวัติศาสตร์ จารีตประเพณี วิถีชีวิต การแต่งกาย อาหาร รวมทั้งกีฬาประจำชาติ และที่สำคัญคือการถ่ายทอดความรู้เรื่องวัฒนธรรมผ่านทางพิพิธภัณฑ์ ซึ่งมีอยู่อย่างมากมายและหลากหลายทั่วประเทศ

นอกจากพิพิธภัณฑ์แล้ว เกาหลีใต้ยังให้ความสำคัญต่อการสร้างภาพยนต์เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการเผยแพร่นโยบายของรัฐบาลและปฏิบัติการทางจิตวิทยาต่อต้านเกาหลีเหนือ เนื้อหาของภาพยนต์ในยุคนั้น ส่วนใหญ่เป็นเรื่องราวของสงครามเกาหลี ความรักชาติ ความกล้าหาญ และการเสียสละ ควบคู่ไปกับการแสดงถึงความเลวร้ายของเกาหลีเหนือ

ภาพยนตร์เกาหลีใต้ในยุคต่อมามีลักษณะเป็นเรื่องชีวิตรักมุ่งเพื่อความบันเทิงของคนเกาหลีโดยตรง ในช่วงทศวรรษ 2513 เป็นช่วงที่ภาพยนตร์เกาหลีตกต่ำลงเนื่องจากต้องต่อสู้กับรายการโทรทัศน์ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมอย่างสูง และกฏระเบียบที่เข้มงวดของทางการในการขออนุมัติสร้างภาพยนตร์ อย่างไรก็ตามนับแต่ปี 2531 เป็นต้นมา รัฐบาลเกาหลีใต้ก็ได้ผ่อนคลายความเข้มงวดในการขออนุญาตสร้างภาพยนตร์ลง และวางมาตรการช่วยเหลือภาพยนต์ในประเทศเพื่อให้สามารถต่อสู้กับภาพยนตร์ต่างประเทศได้ เช่นการกำหนดจำนวนวันและจำนวนโรงภาพยนตร์ที่จะฉายภาพยนตร์เกาหลีใต้ รวมทั้งให้ความสนับสนุนด้านการเงิน เป็นต้น ทำให้อุตสาหกรรมภาพยนต์มีความเข้มแข็งขึ้น

วัฒนธรรม และสินค้าทางวัฒนธรรมของเกาหลีใต้มาถึงจุดเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ ปี 2540 ซึ่งทำให้เกาหลีใต้ต้องเข้าสู่ระบบ IMF และเกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างรุนแรง แต่ก็ทำให้เกาหลีใต้ตระหนักถึงความเป็นโลกาภิวัตน์ และสลัดความเป็น “ฤษีแห่งเอเชีย” ที่จำศีลอยู่แต่ในถ้ำทิ้ง แล้วโดดออกมาสั่นสะเทือนโลกด้วยกระแสเกาหลี

 

            ภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ ทำให้คนเกาหลีใต้เปลี่ยนทัศนคติจากที่เคยทระนงในความเป็นชาติที่เข้มแข็งทางเศรษฐกิจ ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาใคร ก็เริ่มตระหนักว่าเกาหลีไม่สามารถแยกตัวจากเศรษฐกิจโลกได้ และจำเป็นต้องผูกพันกับโลกภายนอก วิกฤตเศรษฐกิจยังทำให้คนเกาหลีใต้แตกออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งเข้าเป็นส่วนหนึ่งของกระแสโลกาภิวัตน์ และอีกกลุ่มถูกแยกไปจากกระแสโลกโลกาภิวัตน์ ซึ่งผู้สร้างภาพยนตร์และละครโทรทัศน์ของเกาหลีก็อยู่ในกลุ่มแรก และพวกเขามุ่งสร้างแบรนด์เกาหลีเพื่อขายในตลาดโลก และเรียกวัฒนธรรมชนิดนี้ของตนว่าฮาลยู (Hallyu)

            เกาหลีใต้เปิดตัวแบรนด์ของตนเป็นครั้งแรกด้วยการนำคณะนักร้องนักแสดงเกาหลีไปแสดงที่กรุงปักกิ่ง ซึ่งก็ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม จนหนังสือพิมพ์จีนพากันยกย่องว่าเป็นการแสดงออกถึงวัฒนธรรมและความภาคภูมิใจในเชื้อชาติของตนสูงมาก โดยได้ขนานนามรูปแบบการแสดงดังกล่าวของเกาหลีว่า “กระแสเกาหลี” ซึ่งต่อมาได้เป็นคำที่ใช้กันโดยทั่วไปอย่างไรก็ตาม ในเชิงธุรกิจ ระยะแรกเกาหลียังคงต้องแข่งขันอย่างเข้มข้นกับชาติอื่นในเอเชียที่เป็นเจ้าตลาดธุรกิจบันเทิงอยู่ก่อน เช่นฮ่องกง ไต้หวัน และญี่ปุ่น

            ในปี 2541 กระทรวงวัฒนธรรมเกาหลีใต้ได้กำหนดแผนที่มีชื่อว่า Korean 2010: Culture. Creativity and Content ส่งเสริมให้เอกชนลงทุนด้านจัดการศึกษาวัฒนธรรม และอุตสาหกรรมวัฒนธรรม เพื่อสร้างองค์ความรู้และบุคลากรรองรับความเติบโตของธุรกิจบันเทิงต่อมาในปี 2545 เกาหลีก็ได้ตั้งสำนักงาน Korea Culture and Content Agncy เพื่อส่งเสริมการส่งออกสินค้าวัฒนธรรม ทั้งภาพยนตร์ แอนิเมชั่น การ์ตูน เกมส์  ละครโทรทัศน์ ดนตรี การแสดง ฯลฯ

            เกาหลีใต้มองเห็นว่า ภายหลังวิกฤตเศรษฐกิจจะเกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นในสังคมของประเทศต่าง ๆ ทั้งทัศนคติ วิถีชีวิต และระบบชนชั้นทางสังคม เกาหลีคาดการณ์ว่าทุกประเทศจะมีการขยายตัวของชนชั้นกลางเพิ่มมากขึ้น ซึ่งชนชั้นกลางรุ่นใหม่นี้คือกลุ่มเป้าหมายที่สำคัญของกระแสเกาหลี เพราะชนชั้นกลางไม่สามารถเข้าถึงวัฒนธรรมขั้นสูง ขณะที่คนรุ่นใหม่ก็นิยมแสวงหาสิ่งแปลก ๆ ใหม่ ๆ ให้กับชีวิต ไม่ติดยึดในสิ่งเก่า ๆ เช่นคนรุ่นก่อน

            ดังนั้น ภาพและเรื่องราวของตัวละครในภาพยนตร์และละครโทรทัศน์ ที่เป็นชนชั้นกลางรุ่นใหม่ มีความเป็นสมัยใหม่ ทั้งความคิด และการกระทำ แต่ก็แฝงไว้ด้วยกระแสวัตถุนิยม เผชิญกับปัญหาต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันปัจจุบัน จึงเป็นที่ชื่นชอบของผู้ชม พอ ๆ กับ คนที่มีอายุขึ้นมาหน่อย จะเพลิดเพลินกับภาพยนตร์และละครโทรทัศน์ที่มีเนื้อหาอิงประวัติศาสตร์เกาหลี ที่ถูกสร้างด้วยภูมิรู้และความสมจริง กระแสเกาหลีได้ก่อให้เกิดความนิยมในตัวดาราภาพยนตร์ ดาราละครโทรทัศน์ และนักร้องนักแสดงเกาหลี ลุกลามไปทั่วโลก

             ปัจจุบันนี้ ภาพยนตร์เกาหลีใต้ เป็น 1 ใน 10 ของอุตสาหกรรมหลักประเทศ โดยมีมูลค่ารวมประมาณปีละ 193 ล้านดอลล่าร์ และรายการโทรทัศน์เกาหลีสามารถนำเงินเข้าประทศได้ถึง 16.2 ล้านดอลล่าร์ ซึ่ง 96 เปอร์เซ็นต์เป็นละครโทรทัศน์ นอกจากนี้ยังเกิดผลพลอยได้แก่อุตสาหกรรมท่องเที่ยว ที่นักท่องเที่ยวตางประเทศหลั่งไหลไปชมสถานที่ที่ถ่ายทำละครโทรทัศน์เกิดเป็นตลาดท่องเที่ยวใหม่ที่เรียกว่า Drama Tour ทำรายได้ให้เกาหลีใต้อย่างเป้นกอบเป็นกำ

            นอกเหนือไปกว่านั้น เกาหลีมีความมุ่งมั่นที่จะทำให้วัฒนธรรมของตน ซึ่งขณะนี้เป็นที่รู้จักในอันดับ 8 ของวัฒนธรรมทั่วโลก ก้าวขึ้นสู่อันดับ 1 ในปี 2554 และจะดึงส่วนแบ่งภาพยนตร์เกาหลีในตลาดโลก ให้อยู่ในลำดับรองจากฮอลลีวู้ด

            เราคงปฎิเสธไม่ได้ว่ากระแสเกาหลี ได้นำไปสู่ความนิยมเกาหลี ทั้งในตัวคนเกาหลี สินค้าประเภทต่าง ๆ แฟชั่นการแต่งกาย อาหาร ภาษา รวมทั้งความสนใจในวัฒนธรรมเกาหลี และกลายเป็นค่านิยมของเยาวชนและคนรุ่นใหม่ทั่วโลก และก็คงต้องยอมรับกระแสเกาหลีทั้งหลายทั้งปวงนั้นล้วนผ่านกระบวนการสร้างสรรค์อย่างเป็นระบบ มีการวางแผนอย่างรอบด้าน และได้รับการทุ่มเทสนับสนุนจากภาครัฐและเอกชนอย่างจริงจัง ไทยกับเกาหลีใต้ต่างเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจ ปี 2540 มาพร้อมกัน  แต่เกาหลีใต้สามารถ “ใช้วิกฤตเป็นโอกาส” ให้เกิดกระแสเกาหลีขึ้นมาได้ ขณะที่ของไทยเป็นได้แค่โวหารหรู ๆ ของผู้นำ

และเกาหลีใต้ก็สามารถทำความเข้าใจกับกระแสโลกาภิวัตน์ จนโลดลิ่วเหนือรวงคลื่น ขณะที่ไทยถูกคลื่นโลกาภิวัตน์โถมใส่จนล้มลุกคลุกคลานครั้งแล้วครั้งเล่า

            นี่กระมัง คือสิ่งที่เรียกว่า วิสัยทัศน์” ที่เกาหลีค่อนข้างจะมีอยู่มากทีเดียว

 

                                              

.....................................
                                                      

                     

ลงพิมพ์ในนสพ.คม ชัด ลึก วันพุธที่ 1 และ ศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

 

                  

ภาพจาก http://commons.wikimedia.org http://girlsgeneration.smtown.com, http://www.showwallpaper.com, http://www.kpopmusic.co.uk

 




วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์

สมองกลวง
เหยื่อทุนนิยม
นโยบายประชาระทม
สวัสดีปีใหม่ครับ
รัฐบาลจอมปลอม
เรื่องผี ๆ
เรื่องกล้วย ๆ
ผู้ให้ กับผู้รับ
ซอมบี้
โลกแตก?
เรื่องโกง ๆ ฝัน ๆ
หลีไป๋ กับคนเลี้ยงไก่ชน
เปลือย
ตาบอดคลำอาเซียน
คนแบกหนี้
แมวกับหนู
โกงสิ้นชาติ
สถานการณ์ที่ไม่มีสงคราม แต่ก็ไม่มีสันติภาพ
โดดเดี่ยวและเดียวดาย
พม่าตาใส ไทยตามัว
ทุกข์
โอ้ กรุงเทพฯ
จากออสโล ถึงโคโรราโด: ภาพของความรุนแรงในสังคม
เอียน
สยามยามวิกฤต
บิดเบี้ยวบุบเบลอ
ลิตเติ้ล เบิร์ด ออฟ เวียดนาม
8,000 ปี ประชาธิปไตยไทย
ปรองดอง (แบบพม่า)
นักโทษประหาร
กุมารไทย-กุมารทอง
ตายแห้งทั้งแผ่นดิน
เวียดนามเวลานี้
ตำนานทุ่งมะขามหย่อง
แพงหูฉี่
เธออยู่ไหนเมื่อไฟดับ?
นายกรัฐมนตรีที่ถูกลืม
เหล็กวิลาศหรือจะสู้ตะปูควง
ชัยชนะที่ปทุมธานี
นักท่องเที่ยวดี ๆ สร้างได้
สงกรานต์ที่เปลี่ยนไป
งูเหลือมกับ”เจ้าชายน้อย"
ออกแบบนักการเมือง
มะริด ทวาย ตะนาวศรี
อภินิหารข้าวหมกไก่
ฝึกช้าง หัดม้า
ออง ซาน ซูจี และ The Lady
ป๋ากับปูกู้อีจู้
สุขสันต์วันวาเลนไทน์
นิทานน้ำท่วม
ความรู้เรื่องคลอง ฉบับน้ำท่วมกรุงเทพฯ
ขาดกับเกิน
กระทรวงน้ำ (ลาย)
การฆ่าด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ
วัยเกษียณ
จิ้มก้อง
รัฐบาลเงา ๆ
ปัญหายาเสพติด
น้ำท่วม
เกียรติตำรวจ
หัวคน-หัวโขน
โลกที่หมุนผ่าน
120 ปี พระชาตะกาล กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์
นิทานเรื่องใหม่
กัปตันไทยแลนด์-กัปตันอเมริกา
การประท้วงที่ชิลี
พระเอก กับผู้ร้าย
เสร็จนาฆ่าโคถึก
เพลงปลุกใจ
ผู้นำ กับนายกรัฐมนตรี
ดัชนีความสุขของคนไทย
โลกในดวงตาที่แตกต่าง
สิบปัญหาสำหรับรัฐบาลใหม่
อาถรรพ์หมายเลข 4
อภิมหาประชานิยม
วิเคราะห์เจาะป้าย
กระแส สื่อ และโพลล์
สิงห์สาราสัตว์
ชะตากรรมของปลา-ชะตากรรมของคนไทย
65 ปี แห่งการเสด็จสำเพ็ง
คอรัปชั่น
ไทยเวฟ-จีนเวฟ
นักการเมืองกับรัฐบุรุษ
เวียนว่ายตายเกิด
มาออกแบบสังคมไทยกันเถอะครับ
รถเมล์ไทยสายการเมือง
โหวตเถอะครับ
พ่อดี สอนลูกดี
ให้นกน้อยกัมพูชากางปีกได้สองข้าง
อวสาน บินลาเดน ?
กรรมของกู
ปัญหา ไทย-กัมพูชา
อำนาจ (วรรณกรรม) ของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช
6 วิกฤติของโลก
ก่อนถึงวันเลือกตั้ง
1 ใน 100 ของ 100 ปี ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช
คน(ไทย)กับสื่อ(ไทย)
ไปอิหร่าน
มนุษย์มือถือ
เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย
พระไพศาล วิสาโล นักเขียนรางวัลอมตะ
อำนาจ...
บาดแผลในใจไทย-บาดแผลในใจกัมพูชา article
ไปดูหนังจีน
เผาบ้านไล่หนู
I Gotta Go
วัทนธัม
วิธีกินข้าวผัด
มิติความสัมพันธ์
จิ๋วเรนเจอร์
ความเชื่อส่วนบุคคลของผม
หมดยุคทักษิณ-สิ้นอนาคตเพื่อไทย?
ชูชก
ทีฆายุโกโหตุ มหาคีตราชัน
ความกังวลของสิงคโปร์
โรคประจำตัว
ไพ่ไทย-ไพ่เขมร
กินตามแม่
วาระแห่งการอ่าน
เขาพระวิหารวันนี้และปีหน้า
100 ปี ป่อเต๊กตึ๊ง
จินตนาการ ความฝัน และจิตใต้สำนึก
พระองค์เจ้าดิลกนพรัฐ
เดอะ คาราเต้ คิด
ฟุตบอลโลกลาติน
หลักของชาติ
ดวงใจในดวงตา
สิงคโปร์กับไทย
แก้วใบใหม่
Seems Ungrateful
ลืม กับ จำ
รื้อสร้าง
นิราศทะเลเพลิง article
ดั่งคนอกตัญญู article
ตีงูให้หลังหัก
สิ้นสูญและก่อเกิด
สงครามกลางเมือง
ความหวัง และ “ลูกผู้ชาย...ตายเพื่อชาติ”
ห้าห่วง
เพลงสองเพลง
ศึกยังไม่สงบ แต่ก็ขอนับศพทหาร
ทำไมเราถึงรักในหลวง
พระเจ้าองค์เดียวกัน
มืดแปดด้าน
คาถาตรีติ
มิจฉาทิฐิ
อำนาจที่หายไป
คดีฆาตกรรม 3,000 ปี
วันนี้เมื่อปีโน้น
ธรรมะข้างกองเพลิง
จีที 200
เกมส์สุดท้าย ?
ของขวัญวันเด็ก
การเลือกที่จะตาย: สิทธิใหม่ของคนไทย
เหยื่อปลายเบ็ด
โคคาธิปไตย
วันรัฐธรรมนูญ
ทรงพระเจริญ
ฮูโก้ ชาเวซ: พระเอกคนสุดท้ายหรือผู้ร้ายหมายเลขหนึ่ง
คอรัปชั่น article
รักชาติ article
เวเนซูเอลา กับ โคลัมเบีย article
กำแพงที่มองไม่เห็น article
เรื่องไม่กล้วย ที่สาธารณรัฐกล้วย article
ความ(ไม่)สัมพันธ์ไทย-กัมพูชา article
เหลียวมองหลัง (จบ) article
เหลียวมองหลัง 2 article
เหลียวมองหลัง 1 article
39 ปี แห่งการจากไป ของ มิตร ชัยบัญชา article
จากจัสมิน ถึงแจ๊ซเมน article
วัฒนธรรมแทงโก้ article
โมเช่ ดายัน article
เก็บมาฝากจากเว็บบอร์ด
เอา ไมเคิล แจ๊กสัน คืนมา article
อิหร่าน article
ยุงร้ายกว่าเสือ?
วงจรอุบาทว์ article
เทียน อัน เหมิน article
ศรีทนได้ article
ประวัติศาสตร์จะต้องเปลี่ยน article
ละคร-การเมือง article
คำถามที่รอคอยคำตอบ article
พระสยามเทวาธิราช article
คราบเลือดในหัวใจดวงน้อย article
แดงดับ? article
สงครามกลางเมืองในสเปน article
8406 รหัสเวียดนาม article
การทูตปิงปอง article
นิคารากัว (จบ) article
นิคารากัว article
ที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจ article
คลินตันเยือนเอเชีย article
เขมรแดง article
ก่อนวันวาเลนไทน์ article
รำลึกถึงมหาตมะคานธี (จบ) article
รำลึกถึงมหาตมะคานธี article
007 กับโบลิเวีย article
ศัพท์พระองค์วรรณ article
นักเขียนอมตะ article
คนสามแซ่ article
คนรุ่นที่ถูกลักพา article
50 ปี ปฏิวัติคิวบา article
ขอเขียนถึงคุณทักษิณฯ article
คำขวัญของผู้ใหญ่ในวันเด็ก article
นิทานเวตาล article
วันของพ่อ article
ฟรานซิสโก ปีซาร์โร article
เซบาสเตียน ปีเญร่า article
ฟรีดา คาห์โล ผู้ส่งสารแห่งความเจ็บปวด article
สุริยุปราคา ถึง ราหูอมจันทร์ article
อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ article
อินกริด เบตานคอร์ต article
โคลัมเบีย article
Guess Who´s Coming to Dinner article
บาดแผลสงคราม article
กำแพงสามชั้น...ของงานแปล article
รักคือ... article
ชิลี-เปรู article
สงครามไม่มีวันจบ
ว่าด้วยเรื่องผัดไทย article
องค์การกลุ่มประเทศค้าข้าว article
อีกแง่มุมของมิ่งขวัญ article
14,000 อย่างที่ทำให้มีความสุข article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
www.psevikul.com นิตยสารสกุลไทย นิตยสารขวัญเรือน  amarinpocketbook นานมีบุ๊คส์ ร้านหนังสือซีเอ็ด ศูนหนังสือจุฬา ร้านนายอินทร์ ประพันธ์สาสน์ เวบคุณวิกรม กรมดิษฐ์  Masharee Blog วรรณวรรธน์คาเฟ่ เวบของคุณ คีตาญชลี เวบกระบี่ทูเด เวบกลอนธรรมะ