ReadyPlanet.com
dot dot
dot
ห้องรับแขก
dot
bulletเล่าสู่กันฟัง
bulletคลีนิกเรื่องสั้น
bulletห้องพักฟื้นเรื่องสั้น
bulletบางบท...บางตอน
bulletวันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์
bulletฟังรายการวิทยุย้อนหลัง
bulletคมคำ คำคม
bulletกระดานสนทนา
bulletสมุดเยี่ยม
bulletข่าวแวดวงวรรณกรรม
dot
ห้องสมุด
dot
bulletนักอ่านพูดถึงประภัสสร
bulletบทสัมภาษณ์ต่างๆ
bulletประภัสสร ใน สื่อ
dot
กล่องความทรงจำ
dot
bulletE-card
dot
Newsletter

dot


facebook.com/psevikul


เหลียวมองหลัง (จบ) article
     

อาจารย์ ดร.เกษม ศิริสัมพันธ์ เขียนไว้ในตอนท้าย ๆ ของหนังสือ “เหลียวมองหลัง” เกี่ยวกับกุศโลบายด้านความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน อย่างเวียดนามและกัมพูชา  ของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ว่า

            “เมื่อไซ่ง่อนแตก และเวียดนามใต้ตกเป็นของเวียดนามเหนือและเวียดกงแล้ว ปรากฏว่ามีนักบินสังกัดกองทัพอากาศเวียดนามใต้ได้ขับพาเครื่องบินของเวียดนามใต้ หนีเข้ามาลงในสนามบินในไทยจำนวนหลายลำ...เครื่องบินหล่านี้ทางสหรัฐฯ ถือว่าเป็นเครื่องบินที่ฝ่ายตนให้เวียดนามใต้ไว้รบกับฝ่ายคอมมิวนิสต์  ดังนั้นเครื่องบินเวียดนามใต้ที่มาลงในสนามบินของไทยทางสหรัฐฯ จึงขอคืน ขณะเดียวกัน ฝ่ายเวียดนามเหนือซึ่งเป็นผู้ชนะสงครามในเวียดนามก็ถือว่าเครื่องบินเหล่านี้เป็นของตน และเรียกร้องให้ทางไทยส่งคืนให้แก่ตนด้วย ฝ่ายเวียดนามเหนือได้ส่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศชื่อนายฟานเหียน เดินทางมากรุงเทพฯ เพื่อเจรจาเรื่องนี้ และมีกำหนดเข้าพบนายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล”

            อาจารย์เกษมเล่าว่า ตอนเช้าก่อนที่นายฟานเหียนจะมาพบ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ได้เรียกอาจารย์เกษมไปพบที่ห้องทำงานที่ทำเนียบและยื่นเอกสารปึกใหญ่ให้ไปศึกษาแล้วสรุปรายงานเอกสารดังกล่าวเป็นรายงานของกรมสนธิสัญญาและกกหมาย กระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งเกี่ยวพันกับหลักกฎหมายและคดีตัวอย่างเรื่องทรัพย์สินของฝ่ายแพ้สงครามในสงครามกลางเมือง อาจารย์เกษมอ่านแล้วก็กลับเข้าไปเรียนว่า น่าจะให้เจ้าหน้าที่ของกระทรวงต่างประเทศมาสรุปรายงานเรื่องนี้ให้ท่านนายกฯ ฟังจะดีกว่า  เพราะเป็นเรื่องหลักกฏหมาย ม.ร.ว.คึกฤทธิ์หัวเราะอย่างใจเย็นและบอกว่า “ก็เท่านี้แหละที่ผมอยากรู้ ผมอยากรู้ว่ากระทรวงการต่างประเทศ

จะเสนอทางสู้กับนายฟานเหียนอย่างไร! ถ้าเล่นแบบหัวหมอกฏหมาย ผมไม่เอาด้วยหรอก! ผมจะเล่นตามวิธีของผม

            วันรุ่งขึ้น ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ได้พบกับนายฟานเหียนที่ทำเนียบรัฐบาล โดยแต่ละฝ่ายมีผู้ติดตามเพียงฝ่ายละคน ร่วมด้วยล่ามอีกหนึ่งคน อาจารย์เกษมซึ่งติดตาม ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ในการพบกับนายฟานเหียนเล่าว่า “นายฟานเหียนเปิดฉากการเจรจาทักทายขึ้น โดยกล่าวว่าไทยกับเวียดนามเคยรักใคร่ชอบพอกันมาแต่เก่าก่อน แต่ในระยะหลังมีภูเขามาขวางกั้นความรักและความสนิทสนามของชาติทั้งสองบัดนี้ภูเขาลูกนั้นได้ถูกพังทลายลงแล้ว (ภูเขาลูกนี้นายฟานเหียนคงหมายถึงสหรัฐอเมริกา) เวียดนามกับไทยก็คงได้รักใคร่ชอบพอกันอีกครั้งหนึ่ง”

            “ท่านอาจารย์คึกฤทธิ์ก็หัวเราะชอบอกชอบใจ พร้อมกับบอกว่าไทยเรามีโคลงโบราณบทหนึ่งเหมือนกัน แล้วท่านก็ท่องโคลงโลกนิติที่ว่า

                              “รักกันอยู่ขอบฟ้า        เขาเขียว

                      เสมออยู่หอแห่งเดียว          ร่วมห้อง

                      ชังกันบ่แลเหลียว               ตาต่อ กันนา

                     เหมือนขอบฟ้ามาป้อง        ป่าไม้มาบัง”

            ผมนั่งฟังแล้วอดนึกไม่ได้ว่าเป็นการเจรจาการทูตแบบสมัยโบราณของโลกตะวันออกด้วยกันทั้งคู่! มีการเปรียบเปรย! มีการอ้างโคลงโบราณกระทบตอบ”

            หลังจากนั้น นายฟานเหียนก็เข้าสู่วัตถุประสงค์ในการเดินทางมาไทยครั้งนี้ ว่าเนื่องจากมีเครื่องบินของเวียดนามจำนวนหนึ่งได้เข้ามาจอดตามสนามบินของไทย และเวียดนามประสงค์จะขอเครื่องบินเหล่านี้คืน ม.ร.ว.คึกฤทธิ์แสดงท่าทีประหลาดใจ และว่าไม่เคยทราบเรื่องนี้ เมื่อนายฟานเหียนยังยืนยัน ท่านก็ตัดบทว่า “ผมจะสั่งให้สอบสวนเรื่องนี้ดูก่อน เพราะผมไม่เคยได้รับรายงานเลยว่ามีเครื่องบินของท่านเข้ามาอยู่ในประเทศเรา ถ้ามีจริงเราก็คงคืนให้เวียดนาม ด้วยเห็นแก่มิตรภาพอันเก่าแก่ระหว่างประเทศเราทั้งสอง”

            เมื่อนายฟานเหียนลากลับไปแล้ว ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ได้ให้อาจารย์เกษมต่อโทรศัพท์ถึง พอ.อ.อ.บุญชู จันทรุเบกษา ผบ.ทอ.ในขณะนั้น และสั่งว่า “ท่านมีพลทหารว่าง ๆ อยู่สักคนสองคนไหมครับ? ให้วิ่งข้ามถนนไปตลาดดอนเมืองไปซื้อสีมาสักกระป๋องสองกระป๋อง ให้เขาช่วยทาสีเรือบินที่มาจากเวียดนามเสียให้หมด”

            สำหรับกัมพูชานั้น ในสมัยรัฐบาล ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช นั้น นายเอียง สารี เคยเดินทางมาประเทศไทยสองครั้ง ในการมาครั้งหลัง  ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ได้จัดเลี้ยงที่บ้านพักของท่านที่ซอยสวนพลู ขณะที่พาชมบ้าน ตอนหนึ่ง ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ได้หายเข้าไปในห้องนอนท่าน กลับออกมาเอาของสิ่งหนึ่งส่งให้นายเอียง สารี ซึ่งแสดงสีหน้าตื่นเต้น รับไว้แล้วใส่กระเป๋าเสื้อนอกที่หน้าอกทันที

            อาจารย์เกษมเล่าว่า “พอเลิกงานแล้วผมก็ถามท่านว่า “ท่านอาจารย์หายเข้าไปในห้องนอน แล้วเอาอะไรมายื่นให้เอียง สารี? อาจารย์ให้พระเครื่องเขาหรือครับ?”

            “อาจารย์เกษมเลอะเทอะใหญ่แล้วอาจารย์พุดอย่างอารมณ์ดี “ผมจะเอาพระเครื่องไปให้คอมมิวนิสต์ได้อย่างไร? ผมมีเขี้ยวหมูตันอยู่อันหนึ่งเลยให้เขาไป อาจารย์เกษมคงไม่รู้จักเขี้ยวหมูตันเป็นเครื่องรางอย่างเดียวกับเหล็กไหล พวกเขมรสมัยไหน ๆ ก็เชื่อ นับถือเครื่องรางพวกนี้ พอผมให้เขี้ยวหมูตัน เอียง สารี ดีใจคว้าใส่กระเป๋าเสื้อเลย”    

            ครับ ทั้งหมดนี้คือบางส่วนบางตอนจากหนังสือ “เหลียวมองหลัง” ของอาจารย์ ดร.เกษม ศิริสัมพันธ์ ซึ่งทำให้ผมอดที่จะถามตัวเองไม่ได้ว่า ทุกวันนี้ เรารู้จักและเข้าใจเพื่อนบ้านอย่างเวียดนาม กัมพูชา และลาว ดีเพียงได? และการแก้ไขข้อพิพาทโดยยึดหลักกฎหมายอย่างเหนียวแน่นนั้น คือหนทางที่ถูกต้องหรือไม่?

            คำถามทั้งสองข้อนี้ ผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องยังไม่ต้องรีบตอบก็ได้ครับ จะได้มีเวลาคิดกันนาน ๆ สักหน่อย

                                           

.....................................
                                                      

                     

ลงพิมพ์ในนสพ.คม ชัด ลึก วันพุธที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2552

                   

ภาพจาก  http://th.wikipedia.org

 

 



วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์

สมองกลวง
เหยื่อทุนนิยม
นโยบายประชาระทม
สวัสดีปีใหม่ครับ
รัฐบาลจอมปลอม
เรื่องผี ๆ
เรื่องกล้วย ๆ
ผู้ให้ กับผู้รับ
ซอมบี้
โลกแตก?
เรื่องโกง ๆ ฝัน ๆ
หลีไป๋ กับคนเลี้ยงไก่ชน
เปลือย
ตาบอดคลำอาเซียน
คนแบกหนี้
แมวกับหนู
โกงสิ้นชาติ
สถานการณ์ที่ไม่มีสงคราม แต่ก็ไม่มีสันติภาพ
โดดเดี่ยวและเดียวดาย
พม่าตาใส ไทยตามัว
ทุกข์
โอ้ กรุงเทพฯ
จากออสโล ถึงโคโรราโด: ภาพของความรุนแรงในสังคม
เอียน
สยามยามวิกฤต
บิดเบี้ยวบุบเบลอ
ลิตเติ้ล เบิร์ด ออฟ เวียดนาม
8,000 ปี ประชาธิปไตยไทย
ปรองดอง (แบบพม่า)
นักโทษประหาร
กุมารไทย-กุมารทอง
ตายแห้งทั้งแผ่นดิน
เวียดนามเวลานี้
ตำนานทุ่งมะขามหย่อง
แพงหูฉี่
เธออยู่ไหนเมื่อไฟดับ?
นายกรัฐมนตรีที่ถูกลืม
เหล็กวิลาศหรือจะสู้ตะปูควง
ชัยชนะที่ปทุมธานี
นักท่องเที่ยวดี ๆ สร้างได้
สงกรานต์ที่เปลี่ยนไป
งูเหลือมกับ”เจ้าชายน้อย"
ออกแบบนักการเมือง
มะริด ทวาย ตะนาวศรี
อภินิหารข้าวหมกไก่
ฝึกช้าง หัดม้า
ออง ซาน ซูจี และ The Lady
ป๋ากับปูกู้อีจู้
สุขสันต์วันวาเลนไทน์
นิทานน้ำท่วม
ความรู้เรื่องคลอง ฉบับน้ำท่วมกรุงเทพฯ
ขาดกับเกิน
กระทรวงน้ำ (ลาย)
การฆ่าด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ
วัยเกษียณ
จิ้มก้อง
รัฐบาลเงา ๆ
ปัญหายาเสพติด
น้ำท่วม
เกียรติตำรวจ
หัวคน-หัวโขน
โลกที่หมุนผ่าน
120 ปี พระชาตะกาล กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์
นิทานเรื่องใหม่
กัปตันไทยแลนด์-กัปตันอเมริกา
การประท้วงที่ชิลี
พระเอก กับผู้ร้าย
เสร็จนาฆ่าโคถึก
เพลงปลุกใจ
ผู้นำ กับนายกรัฐมนตรี
ดัชนีความสุขของคนไทย
โลกในดวงตาที่แตกต่าง
สิบปัญหาสำหรับรัฐบาลใหม่
อาถรรพ์หมายเลข 4
อภิมหาประชานิยม
วิเคราะห์เจาะป้าย
กระแส สื่อ และโพลล์
สิงห์สาราสัตว์
ชะตากรรมของปลา-ชะตากรรมของคนไทย
65 ปี แห่งการเสด็จสำเพ็ง
คอรัปชั่น
ไทยเวฟ-จีนเวฟ
นักการเมืองกับรัฐบุรุษ
เวียนว่ายตายเกิด
มาออกแบบสังคมไทยกันเถอะครับ
รถเมล์ไทยสายการเมือง
โหวตเถอะครับ
พ่อดี สอนลูกดี
ให้นกน้อยกัมพูชากางปีกได้สองข้าง
อวสาน บินลาเดน ?
กรรมของกู
ปัญหา ไทย-กัมพูชา
อำนาจ (วรรณกรรม) ของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช
6 วิกฤติของโลก
ก่อนถึงวันเลือกตั้ง
1 ใน 100 ของ 100 ปี ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช
คน(ไทย)กับสื่อ(ไทย)
ไปอิหร่าน
มนุษย์มือถือ
เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย
พระไพศาล วิสาโล นักเขียนรางวัลอมตะ
อำนาจ...
บาดแผลในใจไทย-บาดแผลในใจกัมพูชา article
ไปดูหนังจีน
เผาบ้านไล่หนู
I Gotta Go
วัทนธัม
วิธีกินข้าวผัด
มิติความสัมพันธ์
จิ๋วเรนเจอร์
ความเชื่อส่วนบุคคลของผม
หมดยุคทักษิณ-สิ้นอนาคตเพื่อไทย?
ชูชก
ทีฆายุโกโหตุ มหาคีตราชัน
ความกังวลของสิงคโปร์
โรคประจำตัว
ไพ่ไทย-ไพ่เขมร
กินตามแม่
วาระแห่งการอ่าน
เขาพระวิหารวันนี้และปีหน้า
100 ปี ป่อเต๊กตึ๊ง
จินตนาการ ความฝัน และจิตใต้สำนึก
พระองค์เจ้าดิลกนพรัฐ
เดอะ คาราเต้ คิด
ฟุตบอลโลกลาติน
หลักของชาติ
ดวงใจในดวงตา
สิงคโปร์กับไทย
แก้วใบใหม่
Seems Ungrateful
ลืม กับ จำ
รื้อสร้าง
นิราศทะเลเพลิง article
ดั่งคนอกตัญญู article
ตีงูให้หลังหัก
สิ้นสูญและก่อเกิด
สงครามกลางเมือง
ความหวัง และ “ลูกผู้ชาย...ตายเพื่อชาติ”
ห้าห่วง
เพลงสองเพลง
ศึกยังไม่สงบ แต่ก็ขอนับศพทหาร
ทำไมเราถึงรักในหลวง
พระเจ้าองค์เดียวกัน
มืดแปดด้าน
คาถาตรีติ
มิจฉาทิฐิ
อำนาจที่หายไป
คดีฆาตกรรม 3,000 ปี
วันนี้เมื่อปีโน้น
ธรรมะข้างกองเพลิง
จีที 200
เกมส์สุดท้าย ?
ของขวัญวันเด็ก
การเลือกที่จะตาย: สิทธิใหม่ของคนไทย
เหยื่อปลายเบ็ด
โคคาธิปไตย
วันรัฐธรรมนูญ
ทรงพระเจริญ
ฮูโก้ ชาเวซ: พระเอกคนสุดท้ายหรือผู้ร้ายหมายเลขหนึ่ง
คอรัปชั่น article
รักชาติ article
เวเนซูเอลา กับ โคลัมเบีย article
กำแพงที่มองไม่เห็น article
เรื่องไม่กล้วย ที่สาธารณรัฐกล้วย article
ความ(ไม่)สัมพันธ์ไทย-กัมพูชา article
เหลียวมองหลัง 2 article
เหลียวมองหลัง 1 article
39 ปี แห่งการจากไป ของ มิตร ชัยบัญชา article
จากจัสมิน ถึงแจ๊ซเมน article
วัฒนธรรมแทงโก้ article
โมเช่ ดายัน article
เก็บมาฝากจากเว็บบอร์ด
กระแสเกาหลี article
เอา ไมเคิล แจ๊กสัน คืนมา article
อิหร่าน article
ยุงร้ายกว่าเสือ?
วงจรอุบาทว์ article
เทียน อัน เหมิน article
ศรีทนได้ article
ประวัติศาสตร์จะต้องเปลี่ยน article
ละคร-การเมือง article
คำถามที่รอคอยคำตอบ article
พระสยามเทวาธิราช article
คราบเลือดในหัวใจดวงน้อย article
แดงดับ? article
สงครามกลางเมืองในสเปน article
8406 รหัสเวียดนาม article
การทูตปิงปอง article
นิคารากัว (จบ) article
นิคารากัว article
ที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจ article
คลินตันเยือนเอเชีย article
เขมรแดง article
ก่อนวันวาเลนไทน์ article
รำลึกถึงมหาตมะคานธี (จบ) article
รำลึกถึงมหาตมะคานธี article
007 กับโบลิเวีย article
ศัพท์พระองค์วรรณ article
นักเขียนอมตะ article
คนสามแซ่ article
คนรุ่นที่ถูกลักพา article
50 ปี ปฏิวัติคิวบา article
ขอเขียนถึงคุณทักษิณฯ article
คำขวัญของผู้ใหญ่ในวันเด็ก article
นิทานเวตาล article
วันของพ่อ article
ฟรานซิสโก ปีซาร์โร article
เซบาสเตียน ปีเญร่า article
ฟรีดา คาห์โล ผู้ส่งสารแห่งความเจ็บปวด article
สุริยุปราคา ถึง ราหูอมจันทร์ article
อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ article
อินกริด เบตานคอร์ต article
โคลัมเบีย article
Guess Who´s Coming to Dinner article
บาดแผลสงคราม article
กำแพงสามชั้น...ของงานแปล article
รักคือ... article
ชิลี-เปรู article
สงครามไม่มีวันจบ
ว่าด้วยเรื่องผัดไทย article
องค์การกลุ่มประเทศค้าข้าว article
อีกแง่มุมของมิ่งขวัญ article
14,000 อย่างที่ทำให้มีความสุข article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
www.psevikul.com นิตยสารสกุลไทย นิตยสารขวัญเรือน  amarinpocketbook นานมีบุ๊คส์ ร้านหนังสือซีเอ็ด ศูนหนังสือจุฬา ร้านนายอินทร์ ประพันธ์สาสน์ เวบคุณวิกรม กรมดิษฐ์  Masharee Blog วรรณวรรธน์คาเฟ่ เวบของคุณ คีตาญชลี เวบกระบี่ทูเด เวบกลอนธรรมะ