ReadyPlanet.com
dot dot
dot
ห้องรับแขก
dot
bulletเล่าสู่กันฟัง
bulletคลีนิกเรื่องสั้น
bulletห้องพักฟื้นเรื่องสั้น
bulletบางบท...บางตอน
bulletวันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์
bulletฟังรายการวิทยุย้อนหลัง
bulletคมคำ คำคม
bulletกระดานสนทนา
bulletสมุดเยี่ยม
bulletข่าวแวดวงวรรณกรรม
dot
ห้องสมุด
dot
bulletนักอ่านพูดถึงประภัสสร
bulletบทสัมภาษณ์ต่างๆ
bulletประภัสสร ใน สื่อ
dot
กล่องความทรงจำ
dot
bulletE-card
dot
Newsletter

dot


facebook.com/psevikul


บนถนนสายใบไม้ร่วง
บนถนนสายใบไม้ร่วง
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 10 มีนาคม 2552 20:10 น.
        
            
...ผมไม่คาดหวังอะไรนักจากนักการเมือง ในทัศนะของผม นักเขียน นักหนังสือพิมพ์ มีจิตสำนึกต่อสังคมมากกว่านักการเมืองไทยด้วยซ้ำ...
       

            รศ.ดร. ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ กล่าวไว้ในทำนองนั้น เมื่อครั้งปาฐกถาในงานชุมนุมช่างวรรณกรรม ซึ่งจัดโดยนิตยสารช่อการะเกด เมื่อปลายปีที่ผ่านมา เนื้อความในประโยคดังว่า หวนกลับมาในความทรงจำอีกครั้ง เมื่อเราได้ทำความรู้จัก กับ “ถนนสายใบไม้ร่วง” นวนิยายเล่มขนาดพอเหมาะ ถือถนัดมือ ผลงานของ ประภัสสร เสวิกุล ไม้ใหญ่แห่งแวดวงวรรณกรรมไทย
       
        
            นวนิยายเล่มนี้ คือหนึ่งในงานเขียนที่เราเห็นว่าเข้ากันดี กับทัศนะที่หยิบยกมาข้างต้น
       
        
            รายละเอียดและถ้อยความเกี่ยวกับ “ถนนสายใบไม้ร่วง” ที่สำนักพิมพ์ระบุไว้ เป็นต้นว่า “ลงพิมพ์เป็นตอนๆ ในนิตยสารสกุลไทย กันยายน 2550-มิถุนายน 2551” และ 
“...บทประพันธ์เข้มข้นเรื่องล่าสุดของประภัสสร เสวิกุล ที่เขียนขึ้นจากประสบการณ์จริงที่ได้เดินทางไปใช้ชีวิตในฐานะนักการทูตที่ประเทศชิลีมานานกว่า 3 ปี...”
       


       

        
        
            ข้อมูลเหล่านี้บ่งบอกอะไรบ้าง ?
        
            อาจเป็นช่วงเวลา สภาวะแวดล้อมที่รายรอบ เคลื่อนไหวอยู่ข้างกาย ขณะจรดปากกาสร้างสรรค์ผลงาน ไม่ว่าอย่างไร เราไม่อาจชี้แจงแทนนักเขียน เรามีเพียงความคิดเห็น จากมุมมองของคนอ่านคนหนึ่งที่มีต่อนวนิยายเล่มนี้ และอยากบอกเล่าแก่คุณว่า...
       
        
            ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนในโลก ช่วงเวลาใดก็ตาม ไม่ว่าจะใช้ชีวิตอยู่ในชิลี อาร์เจนตินา สหรัฐอเมริกา โบลิเวีย คิวบา สเปน หรือเมืองไทย ก็สามารถเข้าถึง “สารัตถะ” ของนวนิยายเล่มนี้ได้ไม่ต่างกัน เนื่องด้วย “แก่นแท้” ของ “ถนนสายใบไม้ร่วง” คือสิ่งซึ่งเป็นสากล ดำรงอยู่ในแทบทุกประวัติศาสตร์การต่อสู้ของปวงชน ไม่ว่าเป็นการต่อสู้อันมีหมุดหมายคือ สิทธิ เสรีภาพ , การต่อสู้อันทิ้งรอยร้าวไว้ทุกๆ ย่างก้าวบนทางที่เลือกเดิน หรือแม้ในการต่อสู้ที่มองเห็นได้เพียงเหล่า “ขุนพล” ผู้ออกมาเผชิญหน้า ประดาบ รบรากัน
       
        
            กล่าวให้ชัดกว่านั้น เรื่องราวในนิยายเล่มดังกล่าว เต็มไปด้วยการต่อสู้ที่ชวนให้สัมผัสได้ว่า ดำรงอยู่จริง ในลมหายใจของชีวิตจริง เป็น “ชีวิต” ที่มิได้มีเพียงแง่มุมหรือมิติหนึ่งเดียว หากเป็นชีวิตที่มากด้วยบริบท มีทั้งบาดแผล มีทั้งความฝัน มีความหวัง มีอุดมการณ์ มีการพบผ่าน มีชัยชนะ มีความพลาดพลั้ง มีความพ่ายแพ้
       
        
            มีความกล้าหาญ มีความอ่อนแอ มีการรอคอย มีรักฝังจำ...มีความรวดร้าวฝังใจไม่อาจลบเลือน ทั้งยังมีสัญลักษณ์มากมายที่แฝงไว้ ซึ่งก็แล้วแต่จะตีความ ขบหาความหมายตามทัศนะ ประสบการณ์ชีวิตหรือมุมมองในการมองโลกของนักอ่านแต่ละคน
       
        
            ส่วนในความเห็นของเรา “อุดมการณ์” คือประเด็นสำคัญที่ผู้เขียนโยนมาให้ลอง “ส่อง” มองมันอย่างรอบด้าน ใกล้ชิด ขบคิด และตั้งคำถามถึงความสำคัญของมัน ถามถึงการมีอยู่ของมัน ถามถึง“แก่น” อันแท้จริงของมัน ต่อเนื่องไปยังคำถามอื่นๆ ไม่จบสิ้น

       

        
        
            สิ่งใดคือ “แก่น” สิ่งใดคือ “มายาคติ” หรือความเชื่อที่ฝังหัวต่อๆ กันมาโดยไม่เคยมีการตั้งคำถาม ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น จากผู้บังคับบัญชา สู่ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา จากผู้ใหญ่สู่เด็กน้อยไม่เดียงสา
       
        
            ตั้งคำถามถึงตัว “บุคคล” ผู้เป็นสัญลักษณ์ทางอุดมคติของคนหมู่มาก ถามถึงเจตนารมณ์ ถามไถ่ถึงความคิด ทัศนคติ วิถีชีวิต วัตรปฏิบัติอื่นๆ ของคนๆ นั้น
       
        
            อุดมคติที่แท้ยึดโยงอยู่ที่ตัว “บุคคล” เป็นสำคัญ หรือ “เจตนารมณ์” ต่างหากที่ควรให้ค่า ให้ความหมาย ควรยึดถือมันไว้เหนือกาลเวลา หากเป็นเช่นนั้น แบบไหน? สิ่งใดกัน? คือ “เจตนารมณ์อันดีงาม” ที่ควรเชื่อมั่น ศรัทธา
       
        
            เปโดร โรดิเกซ คล้ายเป็นภาพแทนระบอบประชาธิปไตย ไม่ต่างจาก นายพลเซกิโอ การ์เซีย ที่เป็นภาพแทนของระบอบเผด็จการ ขณะที่ ประธานาธิบดี ริคาร์โด มอนเดซ คือสัญลักษณ์ของสังคมนิยม
       
        
            ผู้นำทางความคิด ผู้นำแห่งอุดมการณ์ การผลัดเปลี่ยนยุคสมัยของระบอบการปกครอง ถูกเล่าผ่านสายตาและมุมมองของ เบอร์มิวเดซ ปอร์ติโญ เพื่อให้ผู้อ่านร่วมรับรู้เรื่องราว เหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น และสำคัญกว่านั้น เพื่อร่วมตั้งคำถามไปพร้อมๆ กัน ถึงอุดมการณ์ หรือโลกอุดมคติ ซึ่งล้วนถูกหยิบยกขึ้นมาเอ่ยอ้างผ่านปากผู้นำประเทศ ผ่านปากของนักเคลื่อนไหวมวลชน นักสิทธิมนุษยชนผู้ต่อสู้เพื่อสิทธิเสรีภาพ ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว ใครกันเป็นผู้ตัดสิน ว่าสิ่งใดคือถูก สิ่งใดคือผิด
       
        
            เรารู้เพียงว่า สิ่งใดก็ตาม ที่ทำให้หัวใจอิ่มเต็มขึ้นมาได้ สิ่งนั้นคือ...ความงาม และความงามย่อมไม่อาจพบพาน หรือดำรงอยู่ในท่ามกลางการเข่นฆ่าทำลายล้าง ไม่ว่าจะเข่นฆ่าภายใต้ธงนำ หรืออุดมการณ์ใด
       หรือแม้เมื่อถึงที่สุด หากต้องลุกขึ้นสู้ ใครบางคน...ประกาศไว้อย่างจับใจ
       “การต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ ต้องมาจากความรัก ไม่ใช่ความเกลียดชัง”
       เป็นใครคนเดียวกับที่กล่าวว่า “การต่อสู้ที่เข้มแข็ง เกิดจากหัวใจที่อ่อนโยน

       

        
            อนิจจา...เราคงพลัดหลงเข้ามาในโลกอุดมคติที่เลื่อนลอย ยากจับต้อง แต่ก็ช่างเถิด ปล่อยให้โลกข้างนอกเข่นฆ่ากันไป เพียงมีบางช่วงเวลาให้เราได้ดื่มด่ำกับเนื้อคำอันงามจาก “ถนนสายใบไม้ร่วง” เพียงเท่านี้ก็อิ่มใจ แม้เรื่องราวอาจเต็มไปด้วยกลิ่นอายของชีวิตจริง ที่มีทุกความผิดหวังเท่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะพานพบ มีการเข่นฆ่า ทำลายล้างไม่ต่างจากในโลกแห่งความเป็นจริง
        
            แต่อย่างน้อยที่สุด เรื่องราวที่ดำเนินไปผ่านสายตาและความทรงจำของ เบอร์มิวเดซ ก็ไม่ต้องการคำตอบใดๆ จากเรา ไม่คาดคั้น ไม่บีบบังคับ ไม่คุกคามมุมมองของเราที่มีต่อโลกใบนี้
       
        
            
“สำหรับฉัน… ฉันสามารถจำได้ตั้งแต่วินาทีแรกที่เห็น หรือได้ยินแค่หางเสียง บางทีเธออาจคิดว่าเป็นเรื่องที่ฉันกุขึ้น แต่จริงๆ แล้ว ถ้าเราคิดถึงใครสักคนอยู่ในใจตลอดเวลา ต่อให้เวลาล่วงเลยไปสักกี่สิบปี เราก็ไม่มีวันที่จะลืมเลือนเขาได้แน่นอน และฉันก็เป็นเช่นนั้น…เธอสามารถดึงดูดความสนใจทั้งหมดของฉันให้มุ่งตรงไปที่เธอได้ ทั้งๆ ที่เธอก็ไม่ได้มีอะไรที่สะดุดตาหรือแปลกประหลาดไปจากคนอื่น
       

        
       
     “ฉันรู้สึกเหมือนนาฬิกาทรายไหลย้อนไปสู่วันเก่าก่อน วันที่เรายังอยู่ในวัยเยาว์อันสดใส ภาพต่างๆ ในอดีตซ้อนกันเข้ามาเหมือนหนังการ์ตูนในกล่องเล็กๆ ที่เราต้องแนบดวงตาข้างหนึ่งกับรูเข็ม ขณะที่ตาแก่เจ้าของกล่อง หมุนฟิล์มให้ผ่านตาเราไปเรื่อยๆ ภาพแล้วภาพเล่า...”
       

        
            สิ่งหนึ่งที่แจ่มชัดในเรื่องเล่าของเบอร์มิวเดซ คือการรอคอยด้วยหัวใจที่แท้ รอคอยด้วยหัวใจที่หนักแน่น มั่นคง ไม่ว่าเธอคนนั้นที่เขาเฝ้ารอ จะหลอมรวมตนเองเป็นหนึ่งเดียวกับอุดมการณ์ใด
        
            ไม่ว่าทั้งเขาและเธอจะเห็นตรงกันหรือไม่
       
        
            เพียงความผูกพันที่มีต่อกัน เพียงเท่านั้น...ก็คุ้มค่าแก่การรอคอย
       
                          ..............
       
              โดย : ตัวหนอนบนกองหนังสือ
       
       หมายเหตุ
       
-ภาพประกอบบทความโดย : ปฏิภัทร จันทร (ภาพถ่าย), ภูวนัย เมืองเจริญ (บางส่วนจากภาพสีน้ำมัน "winter fall" )
       
       -ถนนสายใบไม้ร่วง จัดพิมพ์โดย สำนักพิมพ์ นานมีบุ๊คส์เอโนเวล
       
ที่มาจาก http://www.manager.co.th/MetroLife/ViewNews.aspx?NewsID=9520000027561



นักอ่านพูดถึงประภัสสร

แนะนำ : หนังสือควรอ่าน อำนาจ article
ปุยเมฆในกระจกเงา ของประภัสสร เสวิกุล article
ลอดลายมังกร จาก วิกิพีเดีย article
"อำนาจ" ของประภัสสร เสวิกุล article
ถนนสายใบไม้ร่วง (หนังสือเด่น) article
อาขยาน บ้านก้านมะยม สู่ปมคลี่คลายในสังคม article
จดหมายถึงหนูนุ่น ฉบับที่ 8 : เวลาในขวดแก้ว article
ปัญหานี้...มีทางแก้ กับ เวลาในขวดแก้ว article
ความรู้สึกแห่งกาลเวลา กับ เวลาในขวดแก้ว article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
www.psevikul.com นิตยสารสกุลไทย นิตยสารขวัญเรือน  amarinpocketbook นานมีบุ๊คส์ ร้านหนังสือซีเอ็ด ศูนหนังสือจุฬา ร้านนายอินทร์ ประพันธ์สาสน์ เวบคุณวิกรม กรมดิษฐ์  Masharee Blog วรรณวรรธน์คาเฟ่ เวบของคุณ คีตาญชลี เวบกระบี่ทูเด เวบกลอนธรรมะ