ReadyPlanet.com
dot dot
dot
ห้องรับแขก
dot
bulletเล่าสู่กันฟัง
bulletคลีนิกเรื่องสั้น
bulletห้องพักฟื้นเรื่องสั้น
bulletบางบท...บางตอน
bulletวันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์
bulletฟังรายการวิทยุย้อนหลัง
bulletคมคำ คำคม
bulletกระดานสนทนา
bulletสมุดเยี่ยม
bulletข่าวแวดวงวรรณกรรม
dot
ห้องสมุด
dot
bulletนักอ่านพูดถึงประภัสสร
bulletบทสัมภาษณ์ต่างๆ
bulletประภัสสร ใน สื่อ
dot
กล่องความทรงจำ
dot
bulletE-card
dot
Newsletter

dot


facebook.com/psevikul


พระองค์เจ้าดิลกนพรัฐ
     

              

          

ระยะนี้เราท่านคงได้ยินพระนามของพระองค์เจ้าดิลกนพรัฐ อยู่บ่อย ๆ จากการที่กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนวังของพระองค์เป็นโบราณสถานแห่งหนึ่ง และในวโรกาสที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯเสด็จพระราชดำเนินเยือนมหาวิทยาลัยทูบิงเงน สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี เมื่อไม่นานมานี้ ทางมหาวิทยาลัยได้นำประกาศนียบัตรดุษฎีบัณฑิตของพระองค์เจ้าดิลกนพรัฐ มาถวายให้ทอดพระเนตร

            พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าดิลกนพรัฐ ประสูติเมื่อวันที 3 พฤษภาคม พ.ศ.2427 ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ 44 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาทิพย์เกสร ซึ่งเป็นธิดาเจ้าราชวงศ์กับเจ้าอุบลวรรณา ซึ่งเป็นเจ้านายฝ่ายเหนือ พระองค์เจ้าดิลกนพรัฐ เป็นพระราชโอรสรุ่นเล็กในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ ที่เสด็จไปศึกษาในต่างประเทศเป็นชุดท้ายโดยได้ตามเสด็จฯ ไปในการประพาสยุโรป ครั้งแรก เมื่อ พ.ศ.2440 ขณะมีพระชนม์ 13 พรรษา ร่วมด้วยเจ้านายอีก 4 พระองค์ คือสมเด็จเจ้าฟ้าสมมุติวงศ์วโรทัย (กรมขุนศรีธรรมราชธำรงฤทธิ์) สมเด็จเจ้าฟ้ายุคลทิฆัมพร (กรมหลวงลพบุรีราเมศร์) พระองค์เจ้าวุฒิไยเฉลิมลาภ (กรมหลวงสิงหวิกรมเกรียงไกร) และพระองค์เจ้ารัชนีแจ่มจรัส (กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์) พระโอรสในกรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ

            ในตอนแรกพระองค์เจ้าดิลกนพรัฐทรงศึกษาในระดับประถมและมัธยมที่ประเทศอังกฤษ แต่ในปี 2443เจ้าจอมมารดาทิพย์เกสรสิ้นพระชนม์ จึงเสด็จกลับมาเมืองไทยเพื่อจัดการพิธีศพพระมารดาและประทับอยู่ที่กรุงเทพฯ เป็นเวลา8 เดือน แล้วจึงเสด็จกลับไปศึกษาต่อที่อังกฤษ แต่ก็มีปัญหาบางประการพระบาทสมเด็จพระจุลขอมเกล้าฯ จึงโปรดให้ย้ายไปเรียนต่อที่เยอรมนี ซึ่งปรากฏว่าพระองค์เจ้าดิลกนพรัฐทรงทุ่มเทพระองค์ให้กับการศึกษาเป็นอย่างมาก ทรงมีความรู้ความเชี่ยวชาญในภาษาเยอรมันเป็นอย่างดี จนได้เข้าศึกษาวิชาเศรษฐศาสตร์ในมหาวิทยาลัยมิวนิก และย้ายไปศึกษาที่มหาวิทยาลัยทูบิงเงน

            พระองค์เจ้าดิลกนพรัฐ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก สาขาเศรษฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยทูบิงเงน เมื่อปี พ.ศ.2450 และทรงทำวิทยานิพนธ์เรื่อง “เกษตรกรรมในสยาม: บทวิเคราะห์ทางประวัติศาสตร์เศรษฐกิจ” ซึ่งมีเนื้อหาครอบคลุมสภาพทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรมและกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ในชนบทของไทย จากอดีตจนถึงรัชสมัยรัชกาลที่ 5

            ทั้งนี้ ทรงเป็นคนไทยคนแรกที่สำเร็จการศึกษาวิชาเศรษฐศาสตร์ และเป็นเจ้านายพระองค์แรกที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก รวมทั้งเป็นคนไทยคนแรกที่ศึกษาวิจัยเกี่ยวกับปัญหาเศรษฐกิจของประเทศไทย

            พระองค์เจ้าดิลกนพรัฐ เสด็จกลับประเทศไทยในปี พ.ศ.2450  ในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ เสด็จกลับจากการประพาสยุโรป ครั้งที่ 2 พระองค์เจ้าดิลกนพรัฐได้เข้ารับราชการที่กระทรวงมหาดไทย ในตำแหน่งปลัดกรมพิเศษ แผนกอัยการต่างประเทศ เจ้ากรมเลขานุการ และเจ้ากรมพลัมภัง (กรมการปกครอง) และผู้ช่วยปลัดทูลฉลอง ตามลำดับ

            พระองค์เจ้าดิลกนพรัฐทรงอภิเษก (บางแห่งว่าทรงหมั้น) กับเจ้าศิริบังอร ณ เชียงใหม่ ซึ่งอยู่ในความอุปการะของพระชายาเจ้าดารารัศมี แต่ต่อมาเกิดอุบัติเหตุขึ้นกับเจ้าศิริบังอรทำให้จมน้ำเสียชีวิตในสระน้ำที่วังสวนสุนันทา เหตุการณ์นี้ทำให้พระองค์เจ้าดิลกนพรัฐทรงเสียพระทัยเป็นอย่างมาก

            ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สถาปนาเป็นพระองค์เจ้าต่างกรม มีพระนามว่ากรมหมื่นสรรควิสัยนรบดี  แต่ภายหลังจากที่ได้รับการสถปนาเพียง 2 เดือน ก็ทรงปลงพระชนม์ชีพด้วยพระแสงปืน ณ วังที่ประทับ เมื่อวันที่ 12 มกราคม พ.ศ.2455 ขณะมีพระชนม์ได้ 28 พรรษา โดยไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด

            ล่วงมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เฉลิมพระนามเป็น พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าดิลกนพรัฐ

 

 

                                                  .....................................

                                                      

                     

ลงพิมพ์ในนสพ.คม ชัด ลึก  วันจันทร์ที่ 12 กรกฏาคม พ.ศ. 2553

 

                               ภาพจาก http://th.wikipedia.org

 

 




วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์

สมองกลวง
เหยื่อทุนนิยม
นโยบายประชาระทม
สวัสดีปีใหม่ครับ
รัฐบาลจอมปลอม
เรื่องผี ๆ
เรื่องกล้วย ๆ
ผู้ให้ กับผู้รับ
ซอมบี้
โลกแตก?
เรื่องโกง ๆ ฝัน ๆ
หลีไป๋ กับคนเลี้ยงไก่ชน
เปลือย
ตาบอดคลำอาเซียน
คนแบกหนี้
แมวกับหนู
โกงสิ้นชาติ
สถานการณ์ที่ไม่มีสงคราม แต่ก็ไม่มีสันติภาพ
โดดเดี่ยวและเดียวดาย
พม่าตาใส ไทยตามัว
ทุกข์
โอ้ กรุงเทพฯ
จากออสโล ถึงโคโรราโด: ภาพของความรุนแรงในสังคม
เอียน
สยามยามวิกฤต
บิดเบี้ยวบุบเบลอ
ลิตเติ้ล เบิร์ด ออฟ เวียดนาม
8,000 ปี ประชาธิปไตยไทย
ปรองดอง (แบบพม่า)
นักโทษประหาร
กุมารไทย-กุมารทอง
ตายแห้งทั้งแผ่นดิน
เวียดนามเวลานี้
ตำนานทุ่งมะขามหย่อง
แพงหูฉี่
เธออยู่ไหนเมื่อไฟดับ?
นายกรัฐมนตรีที่ถูกลืม
เหล็กวิลาศหรือจะสู้ตะปูควง
ชัยชนะที่ปทุมธานี
นักท่องเที่ยวดี ๆ สร้างได้
สงกรานต์ที่เปลี่ยนไป
งูเหลือมกับ”เจ้าชายน้อย"
ออกแบบนักการเมือง
มะริด ทวาย ตะนาวศรี
อภินิหารข้าวหมกไก่
ฝึกช้าง หัดม้า
ออง ซาน ซูจี และ The Lady
ป๋ากับปูกู้อีจู้
สุขสันต์วันวาเลนไทน์
นิทานน้ำท่วม
ความรู้เรื่องคลอง ฉบับน้ำท่วมกรุงเทพฯ
ขาดกับเกิน
กระทรวงน้ำ (ลาย)
การฆ่าด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ
วัยเกษียณ
จิ้มก้อง
รัฐบาลเงา ๆ
ปัญหายาเสพติด
น้ำท่วม
เกียรติตำรวจ
หัวคน-หัวโขน
โลกที่หมุนผ่าน
120 ปี พระชาตะกาล กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์
นิทานเรื่องใหม่
กัปตันไทยแลนด์-กัปตันอเมริกา
การประท้วงที่ชิลี
พระเอก กับผู้ร้าย
เสร็จนาฆ่าโคถึก
เพลงปลุกใจ
ผู้นำ กับนายกรัฐมนตรี
ดัชนีความสุขของคนไทย
โลกในดวงตาที่แตกต่าง
สิบปัญหาสำหรับรัฐบาลใหม่
อาถรรพ์หมายเลข 4
อภิมหาประชานิยม
วิเคราะห์เจาะป้าย
กระแส สื่อ และโพลล์
สิงห์สาราสัตว์
ชะตากรรมของปลา-ชะตากรรมของคนไทย
65 ปี แห่งการเสด็จสำเพ็ง
คอรัปชั่น
ไทยเวฟ-จีนเวฟ
นักการเมืองกับรัฐบุรุษ
เวียนว่ายตายเกิด
มาออกแบบสังคมไทยกันเถอะครับ
รถเมล์ไทยสายการเมือง
โหวตเถอะครับ