ReadyPlanet.com
dot dot
dot
ห้องรับแขก
dot
bulletเล่าสู่กันฟัง
bulletคลีนิกเรื่องสั้น
bulletห้องพักฟื้นเรื่องสั้น
bulletบางบท...บางตอน
bulletวันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์
bulletฟังรายการวิทยุย้อนหลัง
bulletคมคำ คำคม
bulletกระดานสนทนา
bulletสมุดเยี่ยม
bulletข่าวแวดวงวรรณกรรม
dot
ห้องสมุด
dot
bulletนักอ่านพูดถึงประภัสสร
bulletบทสัมภาษณ์ต่างๆ
bulletประภัสสร ใน สื่อ
dot
กล่องความทรงจำ
dot
bulletE-card
dot
Newsletter

dot


facebook.com/psevikul


ห้องแห่งมิติอนันต์ article
 

                     1.

 

                  ผมลืมตาตื่นขึ้น .......

 

                  มองไปรอบ ๆ ตัว  พบว่าตนเองกำลังนอนอยู่บนที่นอนสีขาว  และอยู่ในห้องซึ่งมีขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง  ผนังทุกด้านเป็นสีขาวหมด  ไฟทุกดวงในห้องเปิดสว่าง  มีโทรทัศน์เครื่องหนึ่งวางอยู่กลางห้อง  ภายในห้องอากาศเย็นเฉียบ เนื่องจากมีเครื่องปรับอากาศวางเรียงอยู่บนเพดานรอบห้อง  และเปิดใช้งานอยู่

 

                  เมื่อผมตั้งสติได้  จึงลุกออกจากที่นอน  พลันก็เกิดเสียงดังสนั่นคล้ายกับเสียงระเบิด

บริเวณพื้นห้องเกิดการสั่นสะเทือนเล็กน้อย  แล้วสักพักเสียงโทรศัพท์ในห้องนั้นก็เกิดดังขึ้น

กริ๊ง ๆ ๆ ๆ ๆ ..............

 

ผมจึงเดินไปรับสายโทรศัพท์ขึ้นมา  แล้วก็ได้ยินเสียงพูดมาว่า 

                  “  สวัสดีครับ  ขณะนี้  คุณกำลังอยู่ในห้องแห่งมิติอนันต์  ”

 

ผมรู้สึกสับสนกับคำที่ได้ยินมาจึงถามย้ำกับเจ้าของเสียงนั้นอีกทีว่า

                  “  อะไรนะครับ  เมื่อกี้คุณบอกผมว่าอะไรนะครับ  ”

 

ชายนิรนามจึงตอบคำเดิมกลับมาว่า

                  “  ขณะนี้ คุณกำลังอยู่ในห้องแห่งมิติอนันต์  ”

 

แล้วพลันก็เกิดเสียงเพลงบทหนึ่งดังกังวานขึ้นมา  ซึ่งมีใจความว่า

 

                  “  กาลเวลา  ผ่านมา  ลับตาไป

                     โอ้หัวใจ  ของเจ้า  ไยยึดติด

                      ฤาสับสน  วุ่นวาย  ในชีวิต

                      จึงมืดมิด  มองไม่เห็น  ซึ่งตัวตน  ”

                 

                  หลังจากเสียงเพลงเงียบหายไปไม่นาน  โทรทัศน์ซึ่งอยู่กลางห้องนั้นอยู่ๆ  ก็เปิดขึ้นมาของมันเอง  และเมื่อภาพบนหน้าจอปรากฏขึ้น  เหงื่อกาฬของผมก็แตกออกทั่วใบหน้าแม้ว่าห้องนั้นจะมีอากาศเย็นเยียบก็ตาม  พร้อมกับความรู้สึกสับสนและกลัวอยู่ลึก ๆ  เพราะว่าภาพที่ปรากฏบนหน้าจอนั้นเป็นภาพของตัวผมเอง  และตัวผมในโทรทัศน์นั้นก็เปล่งเสียงออกมาว่า 

 

                  “  จงค้นหาตัวตน  เพื่อหลุดพ้น  คืนสู่โลก  แห่งวันวาน  ”

 

                  แล้วชายนิรนามในโทรศัพท์ก็วางสายไป  แล้วโทรศัพท์ที่ผมกำลังถืออยู่นั้นก็พลันหายไปต่อหน้าต่อตาผม

                  อากาศในห้องพลันเย็นเฉียบขึ้นกว่าเดิม .......

 

 

                  2.

                 

                  หลังจากผมเริ่มจะทำใจได้และหายตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เพิ่งประสบมา  ผมก็เดินไปที่ประตูสีขาว  ซึ่งเป็นประตูแบบเลื่อนขนาดใหญ่  เมื่อผมเดินไปที่ประตูและพยายามมองหาปุ่มเปิดก็ไม่พบ  ผมจึงลองเอามือไปสัมผัสกับบานประตูนั้นดู  ฉับพลันประตูบานใหญ่นั้นก็เลื่อนเปิดออก

 

                  เมื่อผมมองออกไปภายนอก  ผมก็พบว่าบริเวณภายนอกนั้นเป็นห้วงอวกาศ  มีสะเก็ดอุกกาบาต และดวงดาวน้อยใหญ่มากมายล่องลอยอยู่  และหนึ่งในดวงดาวเหล่านั้นเป็นดาวสีน้ำเงิน ซึ่งผมคิดว่าน่าจะเป็นดาวโลกของผม

 

                  หลังจากผมมองกลุ่มดวงดาวต่าง ๆ ภายนอกห้องนั้นได้ไม่นาน  ผมก็รู้สึกเหมือนได้ยินเสียงเรียกชื่อผมอยู่ด้านหลัง  ผมจึงหันกลับไปดู  แต่ก็ไม่พบเห็นอะไรนอกจากห้องที่ว่างเปล่าเช่นเดิม  และเมื่อผมหันกลับไปทางประตู  ก็พบว่าประตูนั้นได้ปิดลงไปแล้ว  พร้อมกับห้องที่ผมยืนอยู่นั้นก็กำลังเลือนรางขึ้นทุกที แล้วสักพักห้องทั้งห้องก็พลันหายไป  ตัวผมจึงตกลงไปอยู่ในห้วงอวกาศ และลอยดิ่งลงสู่ดาวสีน้ำเงินที่ผมคิดว่าน่าจะเป็นดาวโลกของผม   

 

                  แล้วผมก็หมดสติไป .......

 

  

                  3.

 

                  เมื่อผมรู้สึกตัว  และลืมตาตื่นขึ้นมาก็เห็นหน้าพ่อแม่ของผม  และพบว่าตนเองกำลังอยู่ในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง  ผมพยายามจะลุกขึ้นแต่ไม่สามารถทำได้  เพราะร่างกายของผมตอนนี้ไม่มีเรี่ยวแรงเอาเสียเลย

 

                  พ่อกับแม่เล่าให้ผมฟังว่า

 

                   “  ลูกหายไปไหนมาตั้ง  3 วัน  พวกเราตามหาลูกจนวุ่นวายน่าดู  ลองโทรไปถามเพื่อนของลูกแต่ละคนก็ไม่มีใครรู้  โชคดีนะเนี่ยที่ทางโรงพยาบาลแจ้งไปให้พวกเราทราบจากบัตรประจำตัวที่ทางเจ้าหน้าที่ค้นเจอจากตัวลูก  ทางโรงพยาบาลบอกว่า  มีคนพบลูกอยู่บนสนามหญ้าแห่งหนึ่งในตอนกลางคืน  เห็นเขาว่าลูกสลบอยู่จึงพาตัวมาส่งที่โรงพยาบาลแห่งนี้  ”        

 

                  ผมกำลังสับสนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่จึงไม่ได้ตอบอะไรไป

 

                  วันต่อมา  อาการของผมก็ดีขึ้น  ขณะอยู่ในห้องคนเดียว  ผมจึงลุกขึ้นจากเตียง  แล้วพลันไปเห็นไฝข้างหนึ่งบนแขนด้านซ้ายของผม  ซึ่งปกติมันจะอยู่ที่แขนด้านขวา  ผมจึงเริ่มเอะใจ  และลองสังเกตรอยต่าง ๆ ตามตัวของผมเท่าที่จะหาได้  ปรากฏว่ามันกลับด้านกันหมดจริง ๆ  ยังไม่ทันที่ผมจะหายงงกับเรื่องของร่างกายตัวเอง  ก็พลันไปเห็นข้อความหนึ่งบนผนังห้อง  ซึ่งข้อความเหล่านั้นก็เขียนกลับหลังเหมือนกัน  ผมจึงลองเดินออกไปจากห้องและพบว่าทุกสิ่งทุกอย่างกลับด้านจากปกติไปหมดเลย 

 

                  หลังจากสังเกตอยู่พักใหญ่  ผมก็เดินกลับไปที่ห้องพักด้วยความรู้สึกสับสน  เมื่อผมเปิดประตูห้องเข้าไปก็พบว่า  พ่อกับแม่ของผมกำลังนั่งรอผมอยู่  ผมจึงคิดว่าจะลองเข้าไปถามท่านทั้งสองดูถึงความประหลาดนี้  แต่เมื่อผมกำลังจะเอ่ยปากถาม  พ่อกับแม่ของผมก็พูดออกมาก่อนว่า

 

                  “  จงค้นหาตัวตน  เพื่อหลุดพ้น  คืนสู่โลก  แห่งวันวาน  ”

 

                  แล้วร่างของท่านทั้งสองก็พลันมลายหายไปต่อหน้าต่อตาผม  พร้อมกับห้องทั้งห้องก็เปลี่ยนรูปเปลี่ยนร่างกลับไปเป็นห้องสีขาวขนาดใหญ่ห้องเดิม ..... ห้องแห่งมิติอนันต์ .....

แล้วผมก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์เครื่องเดิมในห้องนั้นดังขึ้น .......

 

 

                  4.

 

                  ผมเดินไปรับโทรศัพท์  แล้วเสียงจากชายนิรนามคนเดิมก็พูดมาว่า

 

                  “  โลกนี้  จักรวาลนี้  มีมิติคู่ขนานอยู่เป็นอนันต์นับไม่ถ้วน  และห้องที่เจ้ายืนอยู่ขณะนี้ก็เป็นห้องแห่งมิติอนันต์  ซึ่งข้าเป็นผู้สร้างมันขึ้นมาเอง  ห้องนี้มีความสามารถในการเชื่อมโยงโลกคู่ขนานต่าง ๆ เข้ามาหากันได้  และมีช่องทางในการเชื่อมโยงอยู่หลายวิธี  วิธีหนึ่งก็คือ การส่งจิตของสรรพสิ่งต่าง ๆ ทั้งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิต  ไปสู่โลกคู่ขนานต่าง ๆ  ดังเช่นที่เจ้าไปประสบมา

เจ้าคงกำลังงงอยู่ล่ะสินะ ว่าเรานำเจ้ามาที่ห้องแห่งนี้และส่งเจ้าไปที่โลกคู่ขนานนั้นทำไม

                  จุดประสงค์  ก็คือ  ข้าต้องการที่จะตรวจสอบและทดสอบดูว่าโลกคู่ขนานต่าง ๆ ที่ข้านี่แหละเป็นผู้สร้างขึ้นมานั้นมีปัญหาอะไรเกิดขึ้นหรือไม่  ดูว่ามีการรั่วไหลระหว่างโลกคู่ขนานเกิดขึ้นหรือเปล่า  ข้าจึงต้องทำการสุ่มทั้งสิ่งมีชีวิตและไม่มีชีวิตในโลกคู่ขนานต่างๆ มาเพื่อทำการทดสอบอยู่เสมอ   และเจ้าก็เป็นหนึ่งในตัวทดสอบนั้นที่ข้าสุ่มมา  ตอนนี้ข้าจะทำการลบความทรงจำของเจ้าเกี่ยวกับเรื่องของห้องนี้และเรื่องของโลกคู่ขนานที่เจ้าได้ไปประสบมาทิ้งซะ  เพื่อไม่ให้เกิดความวุ่นวายขึ้นมาในภายหลัง  เจ้าคงอยากรู้สินะว่าข้าเป็นใคร  ข้าก็ไม่รู้หรอกนะว่าตัวข้านั้นเป็นอะไร  แต่รู้สึกที่โลกของเจ้าจะเรียกข้าว่า  “  พระเจ้า  ”

 

                  หลังจากเสียงทางโทรศัพท์ตัดไป  สติของผมก็พลันดับวูบลง

 

 

                  5.

 

                  ผมรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาบนเรือขนาดใหญ่ลำหนึ่ง  ซึ่งขณะนี้กำลังลอยอยู่กลางมหาสมุทรซึ่งตอนนี้มีคนรุมล้อมรอบตัวผมอยู่หลายคน  ซึ่งผมจำพวกเขาเหล่านั้นได้  เพราะพวกเขาเหล่านั้นเป็นลูกน้องของผมเอง  แล้วก็มีคนหนึ่งในกลุ่มนั้นพูดกับผมว่า

 

                  “  รู้สึกตัวแล้วหรือครับ กัปตัน  พวกผมตกใจกันแทบแย่ที่อยู่ดี ๆ กัปตันก็สลบไปในตอนที่เรือของเราเจอกับพายุหนักกลางทะเล  กัปตันสลบไปตั้งเกือบ  2  ชั่วโมงแน่ะครับ  ตอนนี้พายุนั้นก็สงบลงไปแล้ว  ทะเลบริเวณนี้น่ากลัวอย่างกับปีศาจ สมกับที่คนเขาลือกันจริง ๆ เลยนะครับ  ดินแดนแถบนี้  “  สามเหลี่ยมเบอร์มิวดา  ”

                 

 

-----------------------------------------------------------------------------------

  

 
 
 

คลีนิกเรื่องสั้น 34

ห้องแห่งมิติอนันต์

ธนา ไพศาล

 

            ปัญหาหนึ่งของการเขียนเรื่องสั้นก็คือมีโครงเรื่อง แต่ขาดเนื้อหาและแนวคิดที่สมบูรณ์

ถ้าจะเปรียบก็คงเหมือนกับปลาที่มีแต่ก้าง แต่ขาดเนื้อหนัง ครีบหาง และอวัยวะอื่นซึ่งจะขับเคลื่อนให้แหวกว่ายในน้ำได้

            เรื่อง “ห้องแห่งมิติอนันต์” เป็นเรื่องที่มีการวางโครงเรื่องได้ดีในระดับหนึ่ง ซึ่งเรื่องสั้นหรือนิยายแนวไซไฟของต่างประเทศหลายเรื่อง ก็มีโครงเรื่องประเภทนี้ หากแต่แต่งเติมเนื้อหา ทฤษฎีและข้อมูลในเชิงวิทยาศาสตร์ จึงทำให้เรื่องมีความสมบูรณ์และน่าเชื่อ

            ไม่ทราบว่าคุณธนาได้สังเกตหรือไม่ว่า หลัง ค.ศ.2000 เป็นต้นมา ความเชื่อในเรื่องลี้ลับ

ต่าง ๆ เช่นสัตว์ประหลาดในทะเลสาปของสก๊อตแลนด์ มนุษย์หิมะ หรือแม้กระทั่งสามเหลี่ยมเบอร์

มิวด้า ได้จางหายไปจากความสนใจของคนทั่วโลก แต่หันมาใส่ใจกับความมหัศจรรย์ของสิ่งที่เป็นจริง อย่างนาโนเทคโลยี การดัดแปลงพันธุกรรม โคลนนิ่ง พลังงานทดแทน หรือปัญหาโลกร้อน แทน ซึ่งส่วนหนึ่งอาจจะเป็นผลมาจากวิวัฒนาการของการสื่อสารโทรคมนาคม และวิทยาการสมัยใหม่ที่ช่วยเปิดโลกให้กว้างไปพร้อม ๆ กับทำโลกให้เป็นสังคมที่แคบลงในเวลาเดียวกัน

            ดังนั้น จุดที่เป็นปัญหาใหญ่ของเรื่องนี้จึงอยู่ตรงจุดที่คุณธนาคิดว่าเป็นจุดหักมุมที่สำคัญและเด่นที่สุดของเรื่อง นั่นคือสามเหลี่ยมเบอร์มิวดา

            ผมชอบไอเดียเรื่องพระเจ้าที่คุณนำมาเป็นตัวละคร แต่สำหรับทฤษฎีเรื่องโลกคู่ขนานที่คุณนำเสนอ แม้จะน่าสนใจแต่ก็ยังขาดความหนักแน่นทำให้ดูเลื่อนลอยและรวบรัดไปหน่อย

            ผมเคยพูดเสมอว่าการเขียนเรื่องสั้นหรือนวนิยายที่ดี จะต้องประกอบด้วย “3 การ” คือ

จินตนาการ วิทยาการ และศิลปการประพันธ์  คุณธนวัฒน์มี “การที่ 1” แล้ว ลองแสวงหา “การที่ 2” และฝึกฝน “การที่ 3” ผมค่อนข้างเชื่อว่าคุณจะสามารถเป็นนักเขียนที่ดีได้ในอนาคต

 

ประภัสสร เสวิกุล

ซันติอาโก ชิลี, 5 สิงหาคม 2550

           

  




คลีนิกเรื่องสั้น

รายการชีวิต
โจรปริญญา(ตี)
มือศิลป์ article
Love is....
อกแกก็อกฉัน...อกฉันก็อกแก article
ร่วมกินโต๊ะ
ภาพของฉัน article
คืนข้ามปี article
เหรียญบาทกับโบสถ์กลางน้ำ article
ใส...ซื่อ...บริสุทธิ์ (ใจ) article
นิยายรัก ฉบับป้าหมู article
สายน้ำที่ขาดหาย article
อรุณรุ่ง article
บ้านนั้นเขามีงานศพ article
หีบเชี่ยนหมากของอ้ายแก้ว article
การผ่านพ้นแห่งยุคสมัย article
แม่น้ำเจ้าพระยา article
เธอสุขได้อย่างไรเมื่อผองชนทุกข์ยากลำเค็ญ article
เมื่อโลกนี้ไร้สีสัน... article
ลั่น article
เสมือนรังดักแด้ที่เฝ้าฟูมฟักผีเสื้อให้โบยบิน article
แหว่ง article
รุ้งกินน้ำของปานวาด article
กล่องความทรงจำเก่า...และเงารัก article
จอมโจรหนอนหนังสือ article
มาลัยวรรณกรรม article
ครูจันทร์ผ่อง ของแม่ article
จุกน้ำปลา...พาโชค article
เวลาของพ่อ article
การค้นพบตัวเองที่ไม่ใช่ตัวเอง article
เพียงภาพในวัยเยาว์ article
น้ำตาลทราย article
การเดินทางของชายชรา article
พันธะพรหมลิขิต article
บทเรียนน้ำตา article
กลางเมืองหลวง article
ประตูที่ถูกเลือก article
ร้องเรือ: ลำนำที่ผันแปร article
ดาวน์ความสำเร็จ article
ไอ้หมา article
คุณย่ากับคุณป้าข้างบ้าน article
ข้างหลังภาพนั้น article
วัฏพินาศแห่งสยามประเทศ article
คลีนิกเรื่องสั้น 16 article
หรือฉันเองที่แตกต่าง article
เด็กชายวิสรุจณ์...ซุกซน article
ใบไม้เปลี่ยนสี article
มรดกพ่อ article
ก้าวแรกของนักล่าดวงจันทร์ article
เพื่อนตาย article
หุ่นยนต์สังกะสี article
คิดถึงพ่อ article
สาวหน้าใสกับหัวใจน้องเหมียว article
แดร๊กคิวล่ากระหายเลือด...ของคุณ article
ก็เพราะว่า...เรารักนาย article
อ้อมกอดทะเล article
เรือของพ่อ article
ไม่โกรธใช่ไหม article
ในความทรงจำ article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
www.psevikul.com นิตยสารสกุลไทย นิตยสารขวัญเรือน  amarinpocketbook นานมีบุ๊คส์ ร้านหนังสือซีเอ็ด ศูนหนังสือจุฬา ร้านนายอินทร์ ประพันธ์สาสน์ เวบคุณวิกรม กรมดิษฐ์  Masharee Blog วรรณวรรธน์คาเฟ่ เวบของคุณ คีตาญชลี เวบกระบี่ทูเด เวบกลอนธรรมะ