ReadyPlanet.com
dot dot
dot
ห้องรับแขก
dot
bulletเล่าสู่กันฟัง
bulletคลีนิกเรื่องสั้น
bulletห้องพักฟื้นเรื่องสั้น
bulletบางบท...บางตอน
bulletวันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์
bulletฟังรายการวิทยุย้อนหลัง
bulletคมคำ คำคม
bulletกระดานสนทนา
bulletสมุดเยี่ยม
bulletข่าวแวดวงวรรณกรรม
dot
ห้องสมุด
dot
bulletนักอ่านพูดถึงประภัสสร
bulletบทสัมภาษณ์ต่างๆ
bulletประภัสสร ใน สื่อ
dot
กล่องความทรงจำ
dot
bulletE-card
dot
Newsletter

dot


facebook.com/psevikul


อำนาจ (วรรณกรรม) ของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช
                               

                                   

                     

            อำนาจวรรณกรรมเป็นคำที่ได้ยินกันมานานแล้ว และฟังดูเป็นคำที่ศักดิ์สิทธิ์ ยิ่งใหญ่ น่าเกรงขาม รวมทั้งเคยก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญทางการเมืองการปกครองขึ้นในหลาย ๆ ประทศในยุโรปในอดีต ขณะเดียวกันก็มีคำถามเกิดขึ้นในปัจจุบันว่าอำนาจวรรณกรรมนั้นยังคงความสำคัญอยู่หรือไม่? หรือแม้กระทั่งว่าอำนาจวรรณกรรมมีจริง ๆ หรือ?

            ก่อนอื่น เราคงต้องมาดูว่าวรรณกรรมนั้นมีอำนาจในทางใดบ้าง ประการแรกที่เห็นได้ชัดเจนก็คือการรักษาและสืบสานขนบประเพณีและวัฒนธรรม เช่น สุภาษิตพระร่วง ทวาทศมาส  มหาชาติคำหลวง เป็นต้น ประการที่สองก็เพื่อสำแดงเกียรติยศหรือวีรกรรม เช่น ลิลิตเตลงพ่าย ยวนพ่าย โคลงยอพระเกียรติพระเจ้ากรุงธนบุรี ฯ ประการที่สามสะท้อนปัญหาสังคมรวมทั้งนำเสนอแนวคิดในเชิงปฏิรูป เช่น บทกวีของ”นายผี” จิตร ภูมิศักดิ์ และบทประพันธ์ของ “ศรีบูรพา” ซึ่งวรรณกรรมดังกล่าว ล้วนมีอิทธิพลต่อความรู้สึกนึกคิดและจิตใจของคนไทยโดยทั่วไป

            สำหรับ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช นั้น เป็นที่ประจักษ์ชัดว่าท่านเป็นผู้ที่มีความสามารถในด้านวรรณกรรมเป็นอย่างยิ่งผลงานชองท่านไม่ว่าจะเป็นนวนิยาย เรื่องสั้น บทกวี บทความ และปกิณกะ ล้วนแสดงถึงภูมิปัญญาอันล้ำลึก และกลวิธีการเขียนที่เลอเลิศ จนได้รับการยกย่องให้เป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ คนแรก แต่ที่สำคัญคือท่านได้ใช้อำนาจทางวรรณกรรมของท่านในการเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ และจรรโลงศิลปวัฒนธรรม และ สังคมไทย

            ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ได้ให้ความสนใจในการเขียนมาเป็นเวลานาน โดยเคยเขียนบทความลงในหนังสือพิมพ์รายวันบางฉบับก่อนที่จะมาก่อตั้งหนังสือพิมพ์สยามรัฐเป็นของตนเอง เมื่อ พ.ศ.2493 เพื่อต่อสูกับอำนาจมืดและปกป้องการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เนื่องจากสภาพการณ์ของเมืองไทยในเวลานั้นอยู่ในภาวะสับสน แตกแยก และการใช้ความรุนแรง ทั้งจากการที่เพิ่งผ่านพ้นสงครามโลกครั้งที่สองมาไม่นาน การปฏิวัติรัฐประหารที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือการว่างเว้นจากการมีพระมหากษัตริย์ประทับเป็นมิ่งขวัญของบ้านเมืองมาเป็นเวลานานถึง 15 ปี ภายหลังจากที่รัชกาลที่ 7 ทรงสละราชบัลลังก์ โดยรัชกาลที่ 8 เสด็จไปศึกษายังต่างประเทศเป็นระยะเวลา 11 ปี และรัชกาลที่ 9 เสด็จไปศึกษาต่อต่างประเทศ อีก 4 ปี  ซึ่งทำให้คนรุ่นใหม่ห่างเหินจากสถาบันไปมาก ประกอบกับในทางการเมืองเองก็มีการดำเนินนโยบายชาตินิยมและเชิดชูบทบาทของนายกรัฐมนตรีในขณะนั้นในฐานะของท่านผู้นำประเทศ

            ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ได้ใช้ความสามารถทางวรรณกรรมฟื้นฟูความรู้สึกผูกพันของคนไทยกับสถาบันพระมหากษัตริย์ และขนบธรรมเนียมต่าง ๆ ของไทย อย่างแยบยล ผ่านนวนิยายเรื่อง “สี่แผ่นดิน” ใน พ.ศ.2493 (ลงพิมพ์ในหนังสือพิมพ์สยามรัฐ พ.ศ.2494-2495) อันเป็นปีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จนิวัติสู่ประเทศไทย นวนิยายเรื่องนี้สะท้อนให้เห็นภาพของสังคมไทยทั้งในรั้วในวังและชีวิตผู้คนสามัญ ตั้งแต่ช่วงปลายสมัยรัชกาลที่ 5 จนถึงสิ้นรัชกาลที่ 8 หรืองานวิเคราะห์จดหมายเหตุ วัน วลิต ชาวฮอลันดาที่เข้ามากรุงศรีอยุธยาในสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ในหนังสือ “กฤษดาภินิหารอันบดบังมิได้” (พ.ศ.2519)ขณะเดียวกันก็ร้อยเรียงเรื่องราวอันหลากหลายของชาวบ้านธรรมดาไว้ในเรื่อง “หลายชีวิต” (พ.ศ.2497)

            ในการต่อสู้กับอำนาจทางการเมืองนั้น ท่านได้นำวรรณกรรมซึ่งคนไทยรู้จักกันเป็นอย่างดีคือ “สามก๊ก” มาปรุงแต่งเป็น “ สามก๊ก ฉบับนายทุน” “ไว้ 2 ตอน คือตอน โจโฉ นายกตลอดกาล ซึ่งมีถ้อยคำเปรียบเปรยเสียดสีนักการเมืองไทย อย่างมีอารมณ์ขัน กับ เบ้งเฮ็ก ผู้ถูกกลืนทั้งเป็น  ซึ่งแสดงข้อสันนิษฐานของท่านว่า เบ้งเฮ็กนั้น อาจจะเป็นคนไทยหรืออ้ายลาว  นอกจากนี้ท่านยังคัดง้างนโยบายชาตินิยมที่ดูหมิ่นศิลปวัฒนธรรมไทย ด้วยการลงมือแสดงลิเก เพลงพื้นบ้าน และโขน ให้คนไทยได้ชื่นชม

หรือในยุคปลุกผีคอมมิวนิสต์ท่านได้นำนวนิยายเรื่อง “โลกใบเล็กของดอน คามิโล” (The Little World of Don Camillo) ของโจวานี กวาเรสกิ นักประพันธ์ชาวอิตาลี มาดัดแบลงเป็นเรื่องไทย ๆ ให้ตัวแทนของระบอบศักดินาอย่างสมภารกร่าง กับมาร์กซิสต์อย่างสหายแกว่น แก่นกำจร อยู่ร่วมกันที่หมู่บ้าน“ไผ่แดง” (พ.ศ.2497)

            และคงปฏิเสธไม่ได้ว่า งานเขียนของท่านใน หน้า 5 ของหนังสือพิมพ์สยามรัฐ ไม่ว่าจะใช้ชื่อคอลัมน์ว่าอย่างไร ล้วนทรงอิทธิพลและมีบทบาทอย่างมากต่อการเมือง สังคม เศรษฐกิจ ศิลปวัฒนธรรม และด้านอื่น ๆ ซึ่งบางครั้งถ้อยคำเพียงประโยคเดียวหรือวลีเดียวของท่าน ก็สามารถส่งผลให้อะไรบางอย่างในบ้านเมืองเปลี่ยนแปลงไปได้

            ก็อย่าง “กูไม่กลัวมึง” นั่นแหละครับ

                                           

.....................................
                                                      

                     

ลงพิมพ์ในนสพ.คม ชัด ลึก วันพุธที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2554

         

        ภาพจาก http://www.lungthong.com, http://www.sahavicha.com

                      

                           

 



วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์

สมองกลวง
เหยื่อทุนนิยม
นโยบายประชาระทม
สวัสดีปีใหม่ครับ
รัฐบาลจอมปลอม
เรื่องผี ๆ
เรื่องกล้วย ๆ
ผู้ให้ กับผู้รับ
ซอมบี้
โลกแตก?
เรื่องโกง ๆ ฝัน ๆ
หลีไป๋ กับคนเลี้ยงไก่ชน
เปลือย
ตาบอดคลำอาเซียน
คนแบกหนี้
แมวกับหนู
โกงสิ้นชาติ
สถานการณ์ที่ไม่มีสงคราม แต่ก็ไม่มีสันติภาพ
โดดเดี่ยวและเดียวดาย
พม่าตาใส ไทยตามัว
ทุกข์
โอ้ กรุงเทพฯ
จากออสโล ถึงโคโรราโด: ภาพของความรุนแรงในสังคม
เอียน
สยามยามวิกฤต
บิดเบี้ยวบุบเบลอ
ลิตเติ้ล เบิร์ด ออฟ เวียดนาม
8,000 ปี ประชาธิปไตยไทย
ปรองดอง (แบบพม่า)
นักโทษประหาร
กุมารไทย-กุมารทอง
ตายแห้งทั้งแผ่นดิน
เวียดนามเวลานี้
ตำนานทุ่งมะขามหย่อง
แพงหูฉี่
เธออยู่ไหนเมื่อไฟดับ?
นายกรัฐมนตรีที่ถูกลืม
เหล็กวิลาศหรือจะสู้ตะปูควง
ชัยชนะที่ปทุมธานี
นักท่องเที่ยวดี ๆ สร้างได้
สงกรานต์ที่เปลี่ยนไป
งูเหลือมกับ”เจ้าชายน้อย"
ออกแบบนักการเมือง
มะริด ทวาย ตะนาวศรี
อภินิหารข้าวหมกไก่
ฝึกช้าง หัดม้า
ออง ซาน ซูจี และ The Lady
ป๋ากับปูกู้อีจู้
สุขสันต์วันวาเลนไทน์
นิทานน้ำท่วม
ความรู้เรื่องคลอง ฉบับน้ำท่วมกรุงเทพฯ
ขาดกับเกิน
กระทรวงน้ำ (ลาย)
การฆ่าด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ
วัยเกษียณ
จิ้มก้อง
รัฐบาลเงา ๆ
ปัญหายาเสพติด
น้ำท่วม
เกียรติตำรวจ
หัวคน-หัวโขน
โลกที่หมุนผ่าน
120 ปี พระชาตะกาล กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์
นิทานเรื่องใหม่
กัปตันไทยแลนด์-กัปตันอเมริกา
การประท้วงที่ชิลี
พระเอก กับผู้ร้าย
เสร็จนาฆ่าโคถึก
เพลงปลุกใจ
ผู้นำ กับนายกรัฐมนตรี
ดัชนีความสุขของคนไทย
โลกในดวงตาที่แตกต่าง
สิบปัญหาสำหรับรัฐบาลใหม่
อาถรรพ์หมายเลข 4
อภิมหาประชานิยม
วิเคราะห์เจาะป้าย
กระแส สื่อ และโพลล์
สิงห์สาราสัตว์
ชะตากรรมของปลา-ชะตากรรมของคนไทย
65 ปี แห่งการเสด็จสำเพ็ง
คอรัปชั่น
ไทยเวฟ-จีนเวฟ
นักการเมืองกับรัฐบุรุษ
เวียนว่ายตายเกิด
มาออกแบบสังคมไทยกันเถอะครับ
รถเมล์ไทยสายการเมือง
โหวตเถอะครับ
พ่อดี สอนลูกดี
ให้นกน้อยกัมพูชากางปีกได้สองข้าง
อวสาน บินลาเดน ?
กรรมของกู
ปัญหา ไทย-กัมพูชา
6 วิกฤติของโลก
ก่อนถึงวันเลือกตั้ง
1 ใน 100 ของ 100 ปี ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช
คน(ไทย)กับสื่อ(ไทย)
ไปอิหร่าน
มนุษย์มือถือ
เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย
พระไพศาล วิสาโล นักเขียนรางวัลอมตะ
อำนาจ...
บาดแผลในใจไทย-บาดแผลในใจกัมพูชา article
ไปดูหนังจีน
เผาบ้านไล่หนู
I Gotta Go
วัทนธัม
วิธีกินข้าวผัด
มิติความสัมพันธ์
จิ๋วเรนเจอร์
ความเชื่อส่วนบุคคลของผม
หมดยุคทักษิณ-สิ้นอนาคตเพื่อไทย?
ชูชก
ทีฆายุโกโหตุ มหาคีตราชัน
ความกังวลของสิงคโปร์
โรคประจำตัว
ไพ่ไทย-ไพ่เขมร
กินตามแม่
วาระแห่งการอ่าน
เขาพระวิหารวันนี้และปีหน้า
100 ปี ป่อเต๊กตึ๊ง
จินตนาการ ความฝัน และจิตใต้สำนึก
พระองค์เจ้าดิลกนพรัฐ
เดอะ คาราเต้ คิด
ฟุตบอลโลกลาติน
หลักของชาติ
ดวงใจในดวงตา
สิงคโปร์กับไทย
แก้วใบใหม่
Seems Ungrateful
ลืม กับ จำ
รื้อสร้าง
นิราศทะเลเพลิง article
ดั่งคนอกตัญญู article
ตีงูให้หลังหัก
สิ้นสูญและก่อเกิด
สงครามกลางเมือง
ความหวัง และ “ลูกผู้ชาย...ตายเพื่อชาติ”
ห้าห่วง
เพลงสองเพลง
ศึกยังไม่สงบ แต่ก็ขอนับศพทหาร
ทำไมเราถึงรักในหลวง
พระเจ้าองค์เดียวกัน
มืดแปดด้าน
คาถาตรีติ
มิจฉาทิฐิ
อำนาจที่หายไป
คดีฆาตกรรม 3,000 ปี
วันนี้เมื่อปีโน้น
ธรรมะข้างกองเพลิง
จีที 200
เกมส์สุดท้าย ?
ของขวัญวันเด็ก
การเลือกที่จะตาย: สิทธิใหม่ของคนไทย
เหยื่อปลายเบ็ด
โคคาธิปไตย
วันรัฐธรรมนูญ
ทรงพระเจริญ
ฮูโก้ ชาเวซ: พระเอกคนสุดท้ายหรือผู้ร้ายหมายเลขหนึ่ง
คอรัปชั่น article
รักชาติ article
เวเนซูเอลา กับ โคลัมเบีย article
กำแพงที่มองไม่เห็น article
เรื่องไม่กล้วย ที่สาธารณรัฐกล้วย article
ความ(ไม่)สัมพันธ์ไทย-กัมพูชา article
เหลียวมองหลัง (จบ) article
เหลียวมองหลัง 2 article
เหลียวมองหลัง 1 article
39 ปี แห่งการจากไป ของ มิตร ชัยบัญชา article
จากจัสมิน ถึงแจ๊ซเมน article
วัฒนธรรมแทงโก้ article
โมเช่ ดายัน article
เก็บมาฝากจากเว็บบอร์ด
กระแสเกาหลี article
เอา ไมเคิล แจ๊กสัน คืนมา article
อิหร่าน article
ยุงร้ายกว่าเสือ?
วงจรอุบาทว์ article
เทียน อัน เหมิน article
ศรีทนได้ article
ประวัติศาสตร์จะต้องเปลี่ยน article
ละคร-การเมือง article
คำถามที่รอคอยคำตอบ article
พระสยามเทวาธิราช article
คราบเลือดในหัวใจดวงน้อย article
แดงดับ? article
สงครามกลางเมืองในสเปน article
8406 รหัสเวียดนาม article
การทูตปิงปอง article
นิคารากัว (จบ) article
นิคารากัว article
ที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจ article
คลินตันเยือนเอเชีย article
เขมรแดง article
ก่อนวันวาเลนไทน์ article
รำลึกถึงมหาตมะคานธี (จบ) article
รำลึกถึงมหาตมะคานธี article
007 กับโบลิเวีย article
ศัพท์พระองค์วรรณ article
นักเขียนอมตะ article
คนสามแซ่ article
คนรุ่นที่ถูกลักพา article
50 ปี ปฏิวัติคิวบา article
ขอเขียนถึงคุณทักษิณฯ article
คำขวัญของผู้ใหญ่ในวันเด็ก article
นิทานเวตาล article
วันของพ่อ article
ฟรานซิสโก ปีซาร์โร article
เซบาสเตียน ปีเญร่า article
ฟรีดา คาห์โล ผู้ส่งสารแห่งความเจ็บปวด article
สุริยุปราคา ถึง ราหูอมจันทร์ article
อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ article
อินกริด เบตานคอร์ต article
โคลัมเบีย article
Guess Who´s Coming to Dinner article
บาดแผลสงคราม article
กำแพงสามชั้น...ของงานแปล article
รักคือ... article
ชิลี-เปรู article
สงครามไม่มีวันจบ
ว่าด้วยเรื่องผัดไทย article
องค์การกลุ่มประเทศค้าข้าว article
อีกแง่มุมของมิ่งขวัญ article
14,000 อย่างที่ทำให้มีความสุข article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
www.psevikul.com นิตยสารสกุลไทย นิตยสารขวัญเรือน  amarinpocketbook นานมีบุ๊คส์ ร้านหนังสือซีเอ็ด ศูนหนังสือจุฬา ร้านนายอินทร์ ประพันธ์สาสน์ เวบคุณวิกรม กรมดิษฐ์  Masharee Blog วรรณวรรธน์คาเฟ่ เวบของคุณ คีตาญชลี เวบกระบี่ทูเด เวบกลอนธรรมะ