ReadyPlanet.com
dot dot
dot
ห้องรับแขก
dot
bulletเล่าสู่กันฟัง
bulletคลีนิกเรื่องสั้น
bulletห้องพักฟื้นเรื่องสั้น
bulletบางบท...บางตอน
bulletวันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์
bulletฟังรายการวิทยุย้อนหลัง
bulletคมคำ คำคม
bulletกระดานสนทนา
bulletสมุดเยี่ยม
bulletข่าวแวดวงวรรณกรรม
dot
ห้องสมุด
dot
bulletนักอ่านพูดถึงประภัสสร
bulletบทสัมภาษณ์ต่างๆ
bulletประภัสสร ใน สื่อ
dot
กล่องความทรงจำ
dot
bulletE-card
dot
Newsletter

dot


facebook.com/psevikul


ให้นกน้อยกัมพูชากางปีกได้สองข้าง
               

           

                มีเพื่อนผมคนหนึ่งบอกว่าเขาไม่ค่อยสนใจข่าวไทย-กัมพูชา เท่าไหร่นัก เพราะมีความรู้สึกว่าเหมือนกับเรื่องผัว ๆ เมีย  ๆที่ตีกันด่ากันแล้วสักประเดี๋ยวก็กลับมาจู๋จี๋กันใหม่ และต่อให้ทะเลาะกันยังไงก็ไม่มีวันที่จะเลิกรากันไปได้ ผมฟังที่เพื่อนพูดแล้วก็อดที่จะคล้อยตามไปด้วยไม่ได้

            จริงอยู่ว่าไทยกับกัมพูชานั้น มีเรื่องระหองระแหงกันเป็นประจำ ถ้าเป็นผัว-เมียอย่างที่เพื่อนผมว่า ก็คงจะมีการยกหม้อข้าวหม้อแกงทุ่มใส่กันบ้างเป็นครั้งคราว  แต่เสร็จแล้วก็กอดกันยิ้มระรื่นเหมือนข้าวใหม่ปลามัน  ทั้งนี้และทั้งนั้นก็เพราะว่าจริง ๆ แล้ว ทั้งไทยและกัมพูชาไม่อาจจะแยกขาดจากกันได้ ซึ่งไม่ใช่เพราะความรักแนบแน่นจนตัดใจไม่ขาด ไม่ใช่เพราะปัจจัยทางเศรษฐกิจ หรือการค้าขาย ไม่ใช่เพราะความเป็นสมาชิกอาเซียน และก็ไม่ใช่เพราะการมีรากเหง้าทางวัฒนธรรมเดียวกัน แต่เป็นเพราะการมีผลประโยชน์ร่วมกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลประโยชน์ในด้านความมั่นคง

            หากพลิกดูประวัติศาสตร์จะพบว่าหลังจากขอมสิ้นอำนาจลงแล้ว ดินแดนกัมพูชาไม่เคยที่จะสงบสุขอยู่ได้นาน ถ้าไม่มีปัญหาภายในจนต้องรบราฆ่าฟันกันเอง ก็มีปัญหากับภายนอกโดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนามและไทย ซึ่งมีกัมพูชาเป็นเสมือนรัฐกันชน จนเกิดสงครามใหญ่ระหว่างไทยกับเวียดนาม เพื่อช่วงชิงการมีอำนาจเหนือกัมพูชาในสมัยรัชกาลที่ 3 สงครามครั้งนั้นกินเวลาถึง 15 ปี  และจบลงด้วยการที่ทั้งสองฝ่ายต้องเจรจาหย่าศึกกัน และสิ่งที่ไทยได้จากสงครามครั้งนั้นคือดินแดนกัมพูชาบางส่วน เช่น เสียมราฐ พระตะบอง ศรีโสภณ กับคลองแสนแสบที่ขุดขึ้นเพื่อเป็นทางลัดในการส่งเสบียงอาหารไปเลี้ยงกองทัพไทย และหนังสืออานามสยามยุทธ บันทึกการศึกดังกล่าว ซึ่งผมเชื่อว่าคนไทยในทุกวันนี้คงไม่ค่อยได้อ่านหนังสือเล่มนี้กันแล้ว

            ปัญหาความขัดแย้งระหว่างไทยกับเวียดนามเหนือดินแดนกัมพูชาจบลงอย่างสิ้นเชิง เมื่อเวียดนามตกเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส  และฝรั่งเศสเคลมว่ากัมพูชาเป็นส่วนหนึ่งของเวียดนาม ดังนั้นกัมพูชาจึงถูกผนวกเป็นส่วนหนึ่งของอินโดจีนของฝรั่งเศสใน ค.ศ.1887 หลังจากนั้นฝรั่งเศสก็ใช้กำลังข่มขู่จนไทยต้องจำยอมเสียดินแดนเสียมราฐ พระตะบอง ศรีโสภณ ฯ แก่ฝรั่งเศส ใน ค.ศ.1906 และถึงแม้ไทยจะได้เมืองทั้งสามคืนมาจากญี่ปุ่นในสมัยสงครามมหาเอเชียบูรพา แต่ก็เป็นช่วงระยะเวลาสั้น ๆ ซึ่งเมื่อญี่ปุ่นพ่ายแพ้สงคราม ประเทศไทยก็ต้องคืนดินแดนเหล่านั้นแก่ฝรั่งเศสไป

            ความวุ่นวายในกัมพูชายังคงดำเนินต่อไปหลังจากกัมพูชาได้รับเอกราชจากฝรั่งเศส และยืดเยื้อมาจนหลังสงครามเวียดนามกระทั่งมีการเจรจาระหว่างเขมรสามฝ่ายเพื่อยุติสงครามกลางเมืองและจัดการเลือกตั้งภายใต้การควบคุมของสหประชาชาติในค.ศ.1993  หากถามว่า เวลาที่ผ่านมาเกือบ 20 ปีนี้ เหตุการณ์ภายในกัมพูชาเรียบร้อยดีหรือยัง ก็คงจะได้คำตอบว่ายังหรอกครับเพราะเขมรแดงก็ยังคงมีอิทธิพลในบางพื้นที่ ขณะที่กลุ่มที่นิยมเจ้าสีหนุก็ดี กลุ่มที่ใฝ่หาประชาธิปไตย และกลุ่มคนรุ่นใหม่ก็มีการรวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อน แต่ปัญหาที่สร้างความหนักใจอย่างมากแก่รัฐบาลพนมเปญ ก็คือการรุกคืบของเวียดนาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนเวียดนามที่เข้ามาตั้งรกรากหรือฝังตัวทำมาหากินในแผ่นดินกัมพูชาเป็นจำนวนมาก

            ครับ คงไม่ใช่เรื่องน่าสบายอกสบายใจสักเท่าไหร่หรอกครับ ในการที่มีเพื่อนบ้านขนครอบครัวมากินอยู่หลับนอนในบ้านเรา และอีกหน่อยก็อาจจะเจ้ากี้เจ้าการจัดการเรื่องต่าง ๆ แทนเรา ต่อให้เพื่อนบ้านคนนั้นจะสนิทชิดเชื้อกับเรามากมายเพียงไรก็ตาม 

            และถ้าคิดตามหลักของความเป็นจริง สภาพของรัฐเล็ก ๆ ที่โดนขนาบข้างด้วยรัฐที่ใหญ่กว่าสองรัฐอย่างที่กัมพูชาเป็นอยู่ก็คงไม่ใช่เรื่องที่ทำให้หายใจหายคอได้คล่องนัก และสิ่งที่กัมพูชาทำมาตลอดก็คือการถ่วงดุลอำนาจระหว่างไทยกับเวียดนาม ถึงขนาดที่ยอมถวายดอกไม้เงินดอกไม้ทองทั้งไทยและเวียดนาม ซึ่งหากคิดถึงความจริงข้อนี้แล้ว ก็คงจะมองเห็นว่าแม้กัมพูชาจะไม่ได้ชอบไทยเท่าไรนัก แต่กัมพูชาก็ไม่ได้ไว้วางใจเวียดนามเช่นเดียวกัน

            เมื่อหลายปีก่อน ตอนที่ผมอยู่เวียงจันทน์ และเวียดนามเปิดเมืองวินน์ของตนให้ลาวขนถ่ายสินค้าทางทะเลเพิ่มขึ้นจากการใช้ท่าเรือคลองเตยของไทย นั้น เพื่อนชาวเวียดนามอุปมาให้ผมฟังว่า “เหมือนให้นกน้อยกางปีกได้สองข้าง”  ซึ่งถึงตอนนี้เหตุใดเราถึงปล่อยให้นกอย่างกัมพูชาบินโดยปีกข้างเดียว หนำซ้ำยังเป็นปีกที่ผูกติดกับเวียดนาม ทำไมไทยถึงไม่ช่วยพยุงปีกอีกข้างของกัมพูชา แทนที่จะมัวหุบปีกข้างนี้ของกัมพูชาไว้ ?

            บางที หากปล่อยให้กัมพูชากางปีกสองข้าง เขาอาจจะเล่นเกมดุลถ่วงแห่งอำนาจซึ่งมีความเชี่ยวชาญอยู่แล้วได้ดีขึ้นและนั่นย่อมหมายถึงความมั่นคงทั้งของกัมพูชาและไทยด้วยเช่นกัน

 

   
                                                  .....................................

 

ลงพิมพ์ในนสพ.คม ชัด ลึก  วันจันทร์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

  

                           ภาพจาก http://www.flags.net/

 

 

 




วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์

สมองกลวง
เหยื่อทุนนิยม
นโยบายประชาระทม
สวัสดีปีใหม่ครับ
รัฐบาลจอมปลอม
เรื่องผี ๆ
เรื่องกล้วย ๆ
ผู้ให้ กับผู้รับ
ซอมบี้
โลกแตก?
เรื่องโกง ๆ ฝัน ๆ
หลีไป๋ กับคนเลี้ยงไก่ชน
เปลือย
ตาบอดคลำอาเซียน
คนแบกหนี้
แมวกับหนู
โกงสิ้นชาติ
สถานการณ์ที่ไม่มีสงคราม แต่ก็ไม่มีสันติภาพ
โดดเดี่ยวและเดียวดาย
พม่าตาใส ไทยตามัว
ทุกข์
โอ้ กรุงเทพฯ
จากออสโล ถึงโคโรราโด: ภาพของความรุนแรงในสังคม
เอียน
สยามยามวิกฤต
บิดเบี้ยวบุบเบลอ
ลิตเติ้ล เบิร์ด ออฟ เวียดนาม
8,000 ปี ประชาธิปไตยไทย
ปรองดอง (แบบพม่า)
นักโทษประหาร
กุมารไทย-กุมารทอง
ตายแห้งทั้งแผ่นดิน
เวียดนามเวลานี้
ตำนานทุ่งมะขามหย่อง
แพงหูฉี่
เธออยู่ไหนเมื่อไฟดับ?
นายกรัฐมนตรีที่ถูกลืม
เหล็กวิลาศหรือจะสู้ตะปูควง
ชัยชนะที่ปทุมธานี
นักท่องเที่ยวดี ๆ สร้างได้
สงกรานต์ที่เปลี่ยนไป
งูเหลือมกับ”เจ้าชายน้อย"
ออกแบบนักการเมือง
มะริด ทวาย ตะนาวศรี
อภินิหารข้าวหมกไก่
ฝึกช้าง หัดม้า
ออง ซาน ซูจี และ The Lady
ป๋ากับปูกู้อีจู้
สุขสันต์วันวาเลนไทน์
นิทานน้ำท่วม
ความรู้เรื่องคลอง ฉบับน้ำท่วมกรุงเทพฯ
ขาดกับเกิน
กระทรวงน้ำ (ลาย)
การฆ่าด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ
วัยเกษียณ
จิ้มก้อง
รัฐบาลเงา ๆ
ปัญหายาเสพติด
น้ำท่วม
เกียรติตำรวจ
หัวคน-หัวโขน
โลกที่หมุนผ่าน
120 ปี พระชาตะกาล กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์
นิทานเรื่องใหม่
กัปตันไทยแลนด์-กัปตันอเมริกา
การประท้วงที่ชิลี
พระเอก กับผู้ร้าย
เสร็จนาฆ่าโคถึก
เพลงปลุกใจ
ผู้นำ กับนายกรัฐมนตรี
ดัชนีความสุขของคนไทย
โลกในดวงตาที่แตกต่าง
สิบปัญหาสำหรับรัฐบาลใหม่
อาถรรพ์หมายเลข 4
อภิมหาประชานิยม
วิเคราะห์เจาะป้าย
กระแส สื่อ และโพลล์
สิงห์สาราสัตว์
ชะตากรรมของปลา-ชะตากรรมของคนไทย
65 ปี แห่งการเสด็จสำเพ็ง
คอรัปชั่น
ไทยเวฟ-จีนเวฟ
นักการเมืองกับรัฐบุรุษ
เวียนว่ายตายเกิด
มาออกแบบสังคมไทยกันเถอะครับ
รถเมล์ไทยสายการเมือง
โหวตเถอะครับ
พ่อดี สอนลูกดี
อวสาน บินลาเดน ?
กรรมของกู
ปัญหา ไทย-กัมพูชา
อำนาจ (วรรณกรรม) ของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช
6 วิกฤติของโลก
ก่อนถึงวันเลือกตั้ง
1 ใน 100 ของ 100 ปี ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช
คน(ไทย)กับสื่อ(ไทย)
ไปอิหร่าน
มนุษย์มือถือ
เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย
พระไพศาล วิสาโล นักเขียนรางวัลอมตะ
อำนาจ...
บาดแผลในใจไทย-บาดแผลในใจกัมพูชา article
ไปดูหนังจีน
เผาบ้านไล่หนู
I Gotta Go
วัทนธัม
วิธีกินข้าวผัด
มิติความสัมพันธ์
จิ๋วเรนเจอร์
ความเชื่อส่วนบุคคลของผม
หมดยุคทักษิณ-สิ้นอนาคตเพื่อไทย?
ชูชก
ทีฆายุโกโหตุ มหาคีตราชัน
ความกังวลของสิงคโปร์
โรคประจำตัว
ไพ่ไทย-ไพ่เขมร
กินตามแม่
วาระแห่งการอ่าน
เขาพระวิหารวันนี้และปีหน้า
100 ปี ป่อเต๊กตึ๊ง
จินตนาการ ความฝัน และจิตใต้สำนึก
พระองค์เจ้าดิลกนพรัฐ
เดอะ คาราเต้ คิด
ฟุตบอลโลกลาติน
หลักของชาติ
ดวงใจในดวงตา
สิงคโปร์กับไทย
แก้วใบใหม่
Seems Ungrateful
ลืม กับ จำ
รื้อสร้าง
นิราศทะเลเพลิง article
ดั่งคนอกตัญญู article
ตีงูให้หลังหัก
สิ้นสูญและก่อเกิด
สงครามกลางเมือง
ความหวัง และ “ลูกผู้ชาย...ตายเพื่อชาติ”
ห้าห่วง
เพลงสองเพลง
ศึกยังไม่สงบ แต่ก็ขอนับศพทหาร
ทำไมเราถึงรักในหลวง
พระเจ้าองค์เดียวกัน
มืดแปดด้าน
คาถาตรีติ
มิจฉาทิฐิ
อำนาจที่หายไป
คดีฆาตกรรม 3,000 ปี
วันนี้เมื่อปีโน้น
ธรรมะข้างกองเพลิง
จีที 200
เกมส์สุดท้าย ?
ของขวัญวันเด็ก
การเลือกที่จะตาย: สิทธิใหม่ของคนไทย
เหยื่อปลายเบ็ด
โคคาธิปไตย
วันรัฐธรรมนูญ
ทรงพระเจริญ
ฮูโก้ ชาเวซ: พระเอกคนสุดท้ายหรือผู้ร้ายหมายเลขหนึ่ง
คอรัปชั่น article
รักชาติ article
เวเนซูเอลา กับ โคลัมเบีย article
กำแพงที่มองไม่เห็น article
เรื่องไม่กล้วย ที่สาธารณรัฐกล้วย article
ความ(ไม่)สัมพันธ์ไทย-กัมพูชา article
เหลียวมองหลัง (จบ) article
เหลียวมองหลัง 2 article
เหลียวมองหลัง 1 article
39 ปี แห่งการจากไป ของ มิตร ชัยบัญชา article
จากจัสมิน ถึงแจ๊ซเมน article
วัฒนธรรมแทงโก้ article
โมเช่ ดายัน article
เก็บมาฝากจากเว็บบอร์ด
กระแสเกาหลี article
เอา ไมเคิล แจ๊กสัน คืนมา article
อิหร่าน article
ยุงร้ายกว่าเสือ?
วงจรอุบาทว์ article
เทียน อัน เหมิน article
ศรีทนได้ article
ประวัติศาสตร์จะต้องเปลี่ยน article
ละคร-การเมือง article
คำถามที่รอคอยคำตอบ article
พระสยามเทวาธิราช article
คราบเลือดในหัวใจดวงน้อย article
แดงดับ? article
สงครามกลางเมืองในสเปน article
8406 รหัสเวียดนาม article
การทูตปิงปอง article
นิคารากัว (จบ) article
นิคารากัว article
ที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจ article
คลินตันเยือนเอเชีย article
เขมรแดง article
ก่อนวันวาเลนไทน์ article
รำลึกถึงมหาตมะคานธี (จบ) article
รำลึกถึงมหาตมะคานธี article
007 กับโบลิเวีย article
ศัพท์พระองค์วรรณ article
นักเขียนอมตะ article
คนสามแซ่ article
คนรุ่นที่ถูกลักพา article
50 ปี ปฏิวัติคิวบา article
ขอเขียนถึงคุณทักษิณฯ article
คำขวัญของผู้ใหญ่ในวันเด็ก article
นิทานเวตาล article
วันของพ่อ article
ฟรานซิสโก ปีซาร์โร article
เซบาสเตียน ปีเญร่า article
ฟรีดา คาห์โล ผู้ส่งสารแห่งความเจ็บปวด article
สุริยุปราคา ถึง ราหูอมจันทร์ article
อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ article
อินกริด เบตานคอร์ต article
โคลัมเบีย article
Guess Who´s Coming to Dinner article
บาดแผลสงคราม article
กำแพงสามชั้น...ของงานแปล article
รักคือ... article
ชิลี-เปรู article
สงครามไม่มีวันจบ
ว่าด้วยเรื่องผัดไทย article
องค์การกลุ่มประเทศค้าข้าว article
อีกแง่มุมของมิ่งขวัญ article
14,000 อย่างที่ทำให้มีความสุข article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
www.psevikul.com นิตยสารสกุลไทย นิตยสารขวัญเรือน  amarinpocketbook นานมีบุ๊คส์ ร้านหนังสือซีเอ็ด ศูนหนังสือจุฬา ร้านนายอินทร์ ประพันธ์สาสน์ เวบคุณวิกรม กรมดิษฐ์  Masharee Blog วรรณวรรธน์คาเฟ่ เวบของคุณ คีตาญชลี เวบกระบี่ทูเด เวบกลอนธรรมะ