ReadyPlanet.com
dot dot
dot
ห้องรับแขก
dot
bulletเล่าสู่กันฟัง
bulletคลีนิกเรื่องสั้น
bulletห้องพักฟื้นเรื่องสั้น
bulletบางบท...บางตอน
bulletวันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์
bulletฟังรายการวิทยุย้อนหลัง
bulletคมคำ คำคม
bulletกระดานสนทนา
bulletสมุดเยี่ยม
bulletข่าวแวดวงวรรณกรรม
dot
ห้องสมุด
dot
bulletนักอ่านพูดถึงประภัสสร
bulletบทสัมภาษณ์ต่างๆ
bulletประภัสสร ใน สื่อ
dot
กล่องความทรงจำ
dot
bulletE-card
dot
Newsletter

dot


facebook.com/psevikul


ผู้นำ กับนายกรัฐมนตรี
                    
 

               วันก่อนมีคนถามผมด้วยความสงสัยว่าเมืองไทยเลือกตั้งมาเกือบเดือนแล้ว เหตุใดคุณยิ่งลักษณ์ถึงยังไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีเสียที และเมื่อไหร่ถึงจะได้เห็นหน้าค่าตาคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ จะได้ร้องว้าว! หรือร้องว้า? ได้ถูก ผมฟังแล้วก็อดแปลกใจไม่ได้ เพราะเจ้าของคำถาม อายุอานามก็เลยวัยรุ่นมามากแล้ว อะไรจะใจร้อนขนาดนั้น

            ตอนแรกผมยังคิดว่าคงมีคนประเภทเปิดปุ๊บก็ต้องติดปั๊บแค่คนสองคน แต่ที่ไหนได้ เอาเข้าจริงๆ แล้ว มีคนที่คิดว่าการเลือกตั้งเหมือนการเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่อยู่ไม่น้อยเหมือนกัน และแต่ละคนก็ตั้งตาคอยดูว่ารัฐบาลชองคุณยิ่งลักษณ์จะประแป้งแต่งตัวออกมาในรูปไหน จะมีมือเศรษฐกิจระดับพระกาฬอย่างที่แพลม ๆ ชื่อไว้ก่อนหน้านี้จริงหรือไม่ จะมีสีแดงแซมมาบ้างหรือเปล่า คุณยิ่งลักษณ์จะสามารถต่อรองและยื้อเก้าอี้รัฐมนตรีสำคัญกับพรรคร่วมได้แค่ไหน บางคนก็อยากจะรู้ว่าที่หมอดูทำนายทายทักว่านายกฯ หญิงจะอยู่ได้แค่ไม่กี่เดือนจะจริงหรือเปล่า หนำซ้ำบางคนยังบอกว่าบ้านเมืองมันเงียบ ๆ ไป จนรู้สึกว่ามันแปลก ๆ ทั้งนี้และทั้งนั้นก็เพราะคุ้นกับความวุ่นวายมาหลายปี

            ฟัง ๆ ดูแล้ว ความคาดหวังของคนไทยบางส่วนต่อคุณยิ่งลักษณ์ไม่ได้อยู่ที่รัฐบาลจะมีอายุยืนยาวแค่ไหน แต่กลายเป็นว่ารัฐบาลจะมีอายุสั้นเท่าไร และอาจจะไม่ได้คาดหวังจะเห็นความสงบสุขของบ้านเมือง แต่คิดว่าจะกลับมาชุลมุนวุ่นวายกันอีกเมื่อไหร่ ที่หนักหนาสาหัสไปกว่านั้นก็คือ ไม่ได้คอยดูว่ารัฐบาลใหม่จะทำสิ่งต่าง ๆ ที่ให้สัญญาไว้ตอนหาเสียงได้สำเร็จหรือไม่ แต่ตั้งตาจับผิดในสิ่งที่คาดว่ารัฐบาลจะทำไม่สำเร็จ ซึ่งความคิดและความคาดหวังเหล่านี้ ออกจะเป็นเรื่องที่ผิดปกติอยู่ไม่น้อยเลยล่ะครับ

            ผมมาวิเคราะห์ถึงเหตุที่ทำให้คนไทยส่วนหนึ่งเป็นเช่นนี้ ก็คิดว่าน่าจะเนื่องมาจากความขัดแย้งในหมู่คนไทยในเวลาที่ผ่านมานั้น นานเกินไป มากเกินไป และหนักเกินไป จนคนไทยชักจะไม่วางใจกันเอง และกลายเป็นคนขี้ระแวงหรือมองโลกในแง่ร้ายเพิ่มขึ้น ไม่ชอบหน้าคนที่อยู่คนละฝ่ายยิ่งขึ้น และประสงค์ร้ายต่อกันมากขึ้นตามไปด้วย  ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่วิสัยของคนไทยแต่เดิมมา ทำให้ผมรู้สึกว่าการเป็นนายกฯ หญิงคนแรกของคุณยิ่งลักษณ์ไม่ใช่เรื่องที่ง่าย ๆ หรือสะดวกโยธินเหมือนเมื่อตอนเลือกตั้ง เพราะนอกจากต้องรับภาระสำคัญในภาวะที่บ้านเมืองเต็มไปด้วยปัญหารอบด้านและความขัดแย้งที่ยังคงคุกรุ่นอยู่แล้ว การครองตัวอยู่ในหมู่นักการเมืองมากเขี้ยวเล็บทั้งในพรรคและต่างพรรค ซึ่งทำให้คุณยิ่งลักษณ์มีสภาพเหมือน Beauty and the Beasts แล้ว สิ่งที่น่าหนักใจไปกว่านั้น ก็คือความคาดหวังทั้งสองด้านของประชาชนสองกลุ่มดังกล่าว

            อย่างไรก็ตาม สิ่งแรกและเป็นสิ่งสำคัญที่สุดซึ่งคุณยิ่งลักษณ์จำเป็นจะต้องทำในการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ก็คือการแสดงให้คนที่สนับสนุนและไม่สนับสนุนคุณยิ่งลักษณ์ ประจักษ์อย่างชัดเจนถึงความเป็นตัวของตัวเองและการมีอำนาจในการตัดสินใจในปัญหาต่าง ๆ ด้วยตนเองของคุณยิ่งลักษณ์ เพราะสิ่งที่ประชาชนต้องการนั้น คงไม่ใช่แค่การมีนายกฯ  หญิงคนแรกเท่านั้น หากแต่ต้องการผู้นำหญิงคนแรกต่างหาก ซึ่งตัวอย่างของการเป็นเพียงนายกรัฐมนตรีโดยตำแหน่งกับการเป็นผู้นำอย่างแท้จริงทางการเมืองและสังคมนั้น ก็มีให้เห็นอย่างมากมายทั้งในเมืองไทยเรานี่เองและในต่างประเทศ

            ผมไม่เชื่อว่าคุณยิ่งลักษณ์จะสามารถทำทุกเรื่องได้ตามคำสัญญาภายในเวลาอันจำกัด และก็ไม่เชื่อวาคุณยิ่งลักษณ์จะตัดสินใจได้ถูกต้องไปหมดทุกเรื่อง แต่ผมเชื่อว่าประชาชนจะให้โอกาสและให้กำลังใจ หากคุณยิ่งลักษณ์มีความตั้งใจจริงและตั้งใจดีในการทำงานเพื่อประเทศชาติ ด้วยความเป็นผู้นำและเป็นตัวของตัวเอง

 

   
                                                  .....................................

 

ลงพิมพ์ในนสพ.คม ชัด ลึก  วันจันทร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2554