วันก่อนผมติดฝนอยู่ที่ศูนย์การค้าแห่งหนึ่ง หันไปหันมาก็เลยผลุบเข้าไปในโรงหนัง ซึ่งก็ไม่ได้คาดหวังอะไรกับหนังที่ดูเพราะคิดว่าเป็นแค่การฆ่าเวลาชั่วครู่ แต่เมื่อดูแล้วก็พบว่าหนังที่เหมือนจะไม่ได้เรื่องได้ราวอะไรนั้น กลับมีสิ่งดี ๆ ให้นำกลับมาคิดได้ไม่น้อยเลยทีเดียว...หนังเรื่องที่ว่านี้ก็คือ กัปตันอเมริกา ครับ
หนังเรื่องนี้สร้างจากนิยายภาพที่โด่งดัง ดังนั้นโครงเรื่องจึงออกจะเว่อร์ ๆ โดยอาศัยความคิดพิสดารของนักวิทยาศาสตร์ เพื่อสร้างยอดมนุษย์ที่มีความเก่งกาจแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ให้เข้าไปต่อกรกับนาซีแหกคอกที่นำอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์จากเทพปกรณัมและความเชื่อโบร่ำโบราณ มาผสมผสานกับวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ เพื่อผลิตอาวุธที่มีอานุภาพมหาศาล ซึ่งเรื่องราวทำนองนี้ เราจะพบเห็นได้เป็นประจำในหนังที่สร้างจากนิยายภาพ และหนังแอ็คชั่นแนวเหนือจริง เช่นชุด อินเดียน่า โจนส์ ของสปีลเบิร์ก แม้ว่าเนื้อหาของ กัปตันอเมริกา จะเป็นการแสดงความสามารถของซูเปอร์ฮีโร่สมัยสงครามโลกครั้งที่สอง คือเมื่อ 70 ปีที่แล้ว แต่กระบวนการของการสร้างและบรรยากาศในหนัง สามารถนำผู้ชมย้อนเวลากลับไปสู่อดีตได้อย่างกลมกลืน พร้อมกับเสนอภาพลักษณ์ของพระเอกตามเทรนด์ปัจจุบัน คือเป็นเด็กหนุ่มธรรมดาที่เรียนด้านศิลปะ อ่อนแอ และไม่เอาไหน หากแต่สิ่งดีสิ่งเดียวที่มีก็คือจิตใจอันงดงาม ทั้งในเรื่องการไม่ยอมแพ้หรือวิ่งหนีปัญหา ความเสียสละ ความกล้าหาญ และเหนืออื่นใดก็คือความรักชาติ
นิยายภาพเรื่อง กัปตันอเมริกา ออกสู่สายตาผู้อ่านครั้งแรก ในปี ค.ศ.1941 โดยได้รับความนิยมอย่างสูงสุดในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง และเสื่อมความนิยมลงหลังสงคราม จนถึงปี 1964 ทางมาร์เวลคอมิกส์ จึงนำตัวละครตัวนี้กลับมามีบทบาทร่วมกับเหล่ายอดมนุษย์ในนิยายภาพชุด อเวนเจอร์ส ทำให้กัปตันอเมริกาโด่งดังใหม่อีกครั้ง ก่อนจะจบชีวิตลงในปี2007
ผมไม่ทราบว่าเป็นการประจวบเหมาะหรือไม่ ในการที่ กัปตันอเมริกา ในรูปของภาพยนตร์ออกฉายในปี 2011 นี้ซึ่งเป็นวาระครบรอบ 70 ปี ของสงครามโลกครั้งที่สอง และอเมริกาในเวลานี้ก็ตอยู่ในสภาพที่ใกล้เคียงกับในเวลานั้น โดยเฉพาะปัญหาด้านวิกฤตเศรษฐกิจ ปัญหาทางสังคม และการเสียขวัญของประชาชน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ได้ถูกสะท้อนลงในหนังเรื่องนี้ และสิ่งหนึ่งซึ่งจะสามารถปลุกปลอบจิตใจของประชาชนในยามนั้นและยามนี้ได้ก็คือ ใครสักคนที่จะกล้าต่อสู้กับปัญหา และใครสักคนที่มีความรักชาติ (ซึ่งเป็นตัวแทนของความเป็นอเมริกา) อย่างสุดใจขาดดิ้น ซึ่งคน ๆ นั้น ไม่จำเป็นต้องหล่อล่ำกล้ามใหญ่ ฉลาดปราชญ์เปรื่อง หรือเป็นนักฆ่าหน้าเหี้ยม แต่ขอเพียงให้เขามีความเป็นคนธรรมดา มีจิตใจที่เป็นมนุษย์มนา
ยืนหยัดในสิ่งที่ถูกต้อง และไม่หวั่นเกรงต่ออำนาจอธรรม
น่าเสียดายว่าประเทศไทยของเราไม่ได้มีการสร้างหรือส่งเสริมให้เกิดตัวแทนของความเป็นไทย แบบที่ชาวอเมริกันมี กัปตันอเมริกา รวมทั้งซูเปอร์ฮีโร่คนอื่น ๆ ตัวแทนที่ผมพูดนี้ ไม่ได้หมายถึงรูปลักษณ์ภายนอก เช่นต้องไว้จุก แต่งชุดลิเก ถือ พระขรรค์ หรืออะไรที่เราเห็นกันในหนังจักร ๆ วงศ์ ๆ แต่ผมหมายถึงสิ่งที่อยู่ลึกลงไปในจิตใจ แม้ว่าเมืองไทยจะไม่มีนักวิยาศาสตร์ซึ่งสามารถสร้างตัวยาเพื่อเปลี่ยนแปลงเซลและระบบต่าง ๆ ในร่างกาย เพื่อทำให้คนธรรมดากลายเป็นมนษย์พันธุ์พิเศษแบบในนิยายภาพหรือหนังเรื่อง กัปตันอเมริกาได้ แต่ผมก็เชื่อว่า เราสามารถที่จะสร้างจิตสำนึกของคนไทยและเยาวชนไทยให้มีจิตใจที่ดีงาม มีความกล้าหาญ เข้มแข็ง คำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตน และเสียสละเพื่อชาติบ้านเมือง ฯ ซึ่งเพียงเท่านี้ เราก็จะได้ กัปตันไทยแลนด์ ตัวจริง แล้วล่ะครับ
.....................................