| ตำนานทุ่งมะขามหย่อง
ทุ่งมะขามหย่อง ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้าใหม่ อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นบริเวณที่น้ำท่วมขังในฤดูน้ำหลาก เมื่อ พ.ศ.2091 หลังจากที่สมเด็จพระมหาจักรพรรดิขึ้นครองราชย์ได้ 7 เดือน พระเจ้าหงสาวดีตะเบงชะเวตี้ยกกองทัพเข้ามาทางด่านพระเจดีย์สามองค์ เมืองกาญจนบุรี ถึงกรุงศรีอยุธยาเมื่อวันเสาร์ ขึ้น 5 ค่ำ เดือน 4 แล้วตั้งค่ายล้อมพระนคร 4 ค่าย คือค่ายพระเจ้าหงสาวดี ตั้งอยู่ที่บ้านกุ่มดวง ค่ายบุเรงนองตั้งอยู่ที่ตำบลเพนียด ค่ายพระเจ้าแปรตั้งอยู่ที่บ้านใหม่มะขามหย่อง ค่ายพระยาพะสิมตั้งอยู่ที่ทุ่งประเชดหรือทุ่งวรเชษฐ์
ครั้นวันอาทิตย์ขึ้น 6 ค่ำ เดือน 4 สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ พร้อมด้วยพระมเหษี คือสมเด็จพระมหาสุริโยทัย ซึ่งแต่งพระองค์เยี่ยงพระมหาอุปราช และพระราชโอรสพระราชธิดา คือ พระราเมศวร พระมหินทร์ พระบรมดิลก ทรงช้าง ยกกองทัพไปยังทุ่งภูเขาทอง หมายจะลองกำลังศึก กองทัพกรุงศรีอยุธยาปะทะกับกองทัพพระเจ้าแปรซึ่งเป็นกองหน้าที่ทุ่งมะขามหย่อง พระมหาจักรพรรดิ์ทรงกระทำยุทธหัตถีกับพระเจ้าแปร แต่พลายแก้วจักรพรรดิพระคชาธารของสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ์ถลำไปข้างหน้ารั้งไว้ไม่อยู่ พระเจ้าแปรได้ทีจึงเบนช้างไล่ตาม สมเด็จพระศรีสุริโยทัยเกรงพระสวามีจะเป็นอันตรายจึงไสช้างทรงพลายสุริยกษัตริย์เข้าขวางไว้ ช้างพระเจ้าแปรได้ล่างใช้งาเสยข้างสมเด็จพระศรีสุริโยทัยแหงนหงาย พระเจ้าแปรจึงจ้วงฟันด้วยพระแสงของ้าวต้องพระอังสากระทั่งราวพระถันสิ้นพระชนม์บนคอช้าง พระราเมศวร กับพระมหินทร์ ขับช้างเข้ากันพระศพพระราชมารดานำกลับพระนครได้
ในแผ่นดินพระมหาธรรมาราชา หลังจากสมเด็จพระนเรศวรทรงประกาศเอกราชได้ 2 ปี พระเจ้าหงสาวดีนันทบุเรงให้มังมอดราชบุตร ซึ่งดำรงตำแหน่งพระมหาอุปราช ยกกองทัพมาตั้งค่ายที่ขนอนปากคู่ ใกล้ทุ่งมะขามหย่อง สมเด็จพระนเรศวรยกพลออกมาปล้นค่ายพม่าหลายครั้ง ทรงใช้พระโอษฐ์คาบพระแสงดาบปีนเสาระเนียดเข้าไปในค่ายข้าศึก ทำให้พระแสงดาบเล่มนั้นปรากฏนามว่าพระแสงดาบคาบค่าย
ในรัชกาลปัจจุบัน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ มีพระราชดำริให้สร้างพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระศรีสุริโยทัย ที่บริเวณทุ่งมะขามหย่อง เพื่อรำลึกถึงวีรกรรมในครั้งกระนั้น ซึ่งรัฐบาลได้สนองพระราชดำริโดยร่วมกับพสกนิกรชาวไทยดำเนินโครงการสร้างพระราชานุสาวรีย์เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวาย ในวโรหาสที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมายุ 5 รอบ ใน พ.ศ.2535 โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เสด็จพระราชดำเนินมาทรงวางศิลาฤกษ์ เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ.2534 และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินมาทรงประกอบพิธีบวงสรวงดวงพระวิญญาณสมเด็จพระศรีสุรืโยทัย เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ.2538
ใน พ.ศ.2539 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพะราชดำเนินมาทรงเกี่ยวข้าวที่ทุ่งมะขามหย่อง
นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงให้ใช้พื้นที่ทุ่งมะขามหย่องอันเป็นที่ดินส่วนพระองค์ ในโครงการพระราชดำริ เพื่อป้องกันน้ำท่วมทั้งในการเป็นแหล่งเก็บน้ำและรองรับน้ำ เมื่อเกิดอุทกภัยในภาคกลาง ทุ่งมะขามหย่องจึงเป็นที่รองรับน้ำที่สำคัญ และใน พ.ศ.2549 เมื่อเกิดเหตุการณ์ฝนตกหนักน้ำท่วมขังในหลายจังหวัด ก็ทรงมีพระบรมราชานุญาตให้ผันน้ำเหนือจากแม่น้ำเจ้าพระยา เข้ามาในทุ่งมะขามหย่องซึ่งเป็นที่ดินส่วนพระองค์ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของราษฎร
และเป็นที่ปลื้มปีติของชาวไทยทั้งประเทศ เมื่อทราบข่าวที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จะเสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรโครงการเก็บน้ำและรองรับน้ำ หรือที่เรียกว่าโครงการแก้มลิง ณ ทุ่งมะขามหย่อง ในช่วงวันที่ 10 ถึง 13 พฤษภาคม นี้ เพื่อทรงวางแนวทางป้องกันอุทกภัย
จากอดีตถึงปัจจุบัน ทุ่งมะขามหย่องจึงมีความสำคัญทั้งในทางประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ วิถีชีวิตของคนไทย และโดยเฉพาะสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นอย่างยิ่ง
.....................................
ลงพิมพ์ในนสพ.คม ชัด ลึก วันศุกร์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2555
|