ReadyPlanet.com
dot dot
dot
ห้องรับแขก
dot
bulletเล่าสู่กันฟัง
bulletคลีนิกเรื่องสั้น
bulletห้องพักฟื้นเรื่องสั้น
bulletบางบท...บางตอน
bulletวันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์
bulletฟังรายการวิทยุย้อนหลัง
bulletคมคำ คำคม
bulletกระดานสนทนา
bulletสมุดเยี่ยม
bulletข่าวแวดวงวรรณกรรม
dot
ห้องสมุด
dot
bulletนักอ่านพูดถึงประภัสสร
bulletบทสัมภาษณ์ต่างๆ
bulletประภัสสร ใน สื่อ
dot
กล่องความทรงจำ
dot
bulletE-card
dot
Newsletter

dot


facebook.com/psevikul


ปรองดอง (แบบพม่า)
      
 

       การเปิดตัวของนางออง ซาน ซูจี หัวหน้าพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย และผู้นำฝ่ายค้านของพม่า ที่ถูกกักบริเวณและไม่ได้เดินทางออกนอกประเทศมาเป็นเวลากว่า 20 ปี ในการประชุมเศรษฐกิจโลกที่กรุงเทพฯ  นับเป็นการเปิดประตูของประเทศพม่าที่ปิดตายมาเป็นเวลานาน และเป็นการประชาสัมพันธ์ถึงความเปลี่ยนแปลงในพม่า ทั้งในเรื่องการพัฒนาประชาธิปไตย การผ่อนปรนสิทธิเสรีภาพแก่ประชาชน และการอ้าแขนต้อนรับการลงทุน การค้า การเงิน และอุตสาหกรรมจากต่างประเทศ อย่างได้ผลเกินความคาดหมาย

                ท่าทีของรัฐบาลทหารที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับนางออง ซาน ซูจี มาโดยตลอด แต่กลับสามารถสร้างความปรองดองกันได้ในเวลานี้ นับเป็นเรื่องที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย เพราะก่อนหน้านี้พม่าเป็นประเทศที่ถูกประชาคมโลกโดดเดี่ยว เนื่องจากมีการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรงและต่อเนื่อง ทั้งการปกครองประเทศโดยรัฐบาลทหาร การปราบปรามประชาชนที่เรียกร้องประชาธิปไตย การทำสงครามกับชนกลุ่มน้อยที่ต้องการการสิทธิสภาพของตน ฯ แต่ผู้นำของพม่าก็ยืนหยัดต่อสู้กับกระแสกดดันต่าง ๆ จากต่างประเทศ และประกาศการปกครองในระบอบพุทธสังคมนิยม ขณะที่โลกและประเทศสังคมนิยมแทบทั้งหมดได้ปรับเปลี่ยนไปสู่ระบบเศรษฐกิจแบบเสรีและทุนนิยม

ว่ากันว่า สิ่งที่ทำให้พม่าเป็นกังวลยิ่งกว่าการคว่ำบาตรของประชาคมโลก ก็คือการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีน ซึ่งเป็นทั้งเพื่อนบ้านที่สนิทชิดเชื้อ และเป็นเสมือนเกราะเหล็กที่ให้ความอุ่นใจแก่พม่า ว่าจะไม่ถูกสหรัฐฯ และตะวันตกใช้ปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนในพม่า หรือความเคลือบแคลงว่าพม่าจะร่วมมือกับเกาหลีเหนือในการพัฒนาขีปนาวุธนิวเคลียร์ รวมทั้งตั้งสมมุติฐานว่าเป็นแหล่งก่อการร้าย หรือแหล่งผลิตยาเสพติด แล้วส่งกำลังเข้าโค่นล้มรัฐบาลพม่า อย่างเช่นที่เกิดขึ้นในอิรักและที่อื่น ๆ มาแล้ว ซึ่งเมื่อจีนยังเป็นผู้นำประเทศโลกที่สามอยู่นั้น พม่ากับจีนมีโลกใบเดียวกัน แต่เมื่อจีนก้าวข้ามไปสู่การเป็นผู้นำโลกที่หนึ่งในปัจจุบัน และทำท่าว่าอาจจะเป็นที่หนึ่งในโลกในอนาคตอันใกล้ พม่าก็รู้สึกว่าตนอยู่คนละโลกกับจีน เพราะความมั่งคั่งของจีนอาจจะก่อให้เกิดอันตรายแก่พม่าได้โดยง่าย โดยเฉพาะในเรื่องทรัพยากรธรรมชาติต่าง ๆ ที่พม่ามีอย่างล้นเหลือ ในขณะที่ประเทศเศรษฐกิจใหม่อย่างจีนก็มีความต้องการวัตถุดิบเพื่อใช้ในการผลิตสินค้าเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้พม่าก็เริ่มคลางแคลงใจในความร่วมมือต่าง ๆ ของจีนตามแนวชายแดนระหว่างจีนกับพม่า ไม่ว่าจะเป็นการสร้างเขื่อนกั้นน้ำเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า การสร้างทางรถไฟความเร็วสูงผ่านพม่าเข้าสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดังนั้น การป้องกันตนเองที่ดีที่สุดของพม่าจากการรุกคืบของจีน ก็คือการเร่งเปิดประเทศให้เร็วที่สุด และปรับเปลี่ยนการบริหารจัดการประเทศให้สอดคล้องกับข้อเรียกร้องของประชาคมโลก ดังเช่น การปรองดองกับนางออง ซาน ซูจี และชนกลุ่มน้อย ยินยอมให้จดทะเบียนพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาล การจัดการเลือกตั้งซ่อม การผ่อนปรนในเรื่องสิทธิเสรีภาพแก่ประชาชน เป็นต้น

                สิ่งที่น่าสนใจอีกประการหนึ่ง ก็คือการที่นายกรัฐมนตรีอินเดีย เดินทางไปเยือนพม่าอย่างเป็นทางการ ก่อนหน้าการประชุมเศรษฐกิจโลกที่กรุงเทพฯ โดยได้พบปะกับประธานาธิบดีเต็งเส่งของพม่า และนางออง ซาน ซูจี – พม่ากับอินเดียมีชายแดนร่วมกันเป็นระยะทางกว่า 1,600 กม. แต่ก็มีปัญหาชายแดนระหว่างกันในช่วงเวลาที่รัฐบาลทหารปกครองพม่า ขณะที่ค่อนข้างจะมีความสัมพันธ์ที่ดีกับนางออง ซาน ซูจี เนื่องจากอินเดียเป็นประเทศที่สนับสนุนการปกครองในระบอบประชาธิปไตย และมารดาของนางออง ซาน ซู จี ก็เคยเป็นทูตอยู่อินเดียเป็นเวลาหลายปี อย่างไรก็ตาม ภายหลังอินเดียได้หันไปให้ความสนับสนุนรัฐบาลพม่า เพราะต้องการเบียดแทรกอิทธิพลของจีนในพม่า  ดังนั้น การเยือนพม่าของผู้นำอินเดียเป็นครั้งแรกในรอบ 25 ปี จึงเป็น การตอบสนองความเปลี่ยนแปลงภายในของพม่า และเป็นนิมิตหมายถึงความสัมพันธ์ที่ดีของสองประเทศ ซึ่งก็ช่วยให้พม่าอุ่นใจขึ้นด้วย เพราะในทวีปเอเชียเวลานี้ ประเทศที่สมน้ำสมเนื้อกับจีนไม่ว่าจะในด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และความมั่นคง ก็มีเพียงอินเดียประเทศเดียวเท่านั้นแหละครับ

ครับ นั่นคือผลพวงของความปรองดองในพม่า -  สำหรับท่านที่เป็นห่วงเรื่องความขัดแย้งทางการเมืองในประเทศไทยนั้น เมื่อดูพม่าแล้วคงจะค่อยสบายใจหายห่วงไปได้มาก เพราะพม่าเขาขัดแย้งกันมาตั้งแต่ได้รับเอกราชจากอังกฤษ เมื่อ 50-60 ปีก่อน แต่ความขัดแย้งของไทยเพิ่งจะเริ่มเมื่อ 6-7 ปีนี้เอง ดังนั้น หากเอาพม่าเป็นเกณฑ์ เราก็ยังมีเวลาเหลือที่จะทะเลาะกันได้อีกตั้งกว่าครึ่งศตวรรษ หลังจากนั้นแล้วถึงค่อยหันหน้ามาปรองดองกันก็ได้ครับ

                แต่เมื่อถึงเวลานั้น ประเทศไทยของเราก็คงจะมีสภาพเหมือนพม่าเมื่อก่อนหน้านี้ ขณะที่พม่าอาจจะโลดลิ่วตามหลังจีนกับอินเดียไปแล้วก็ได้ 

 

 

   
                                                  .....................................


ลงพิมพ์ในนสพ.คม ชัด ลึก  วันจันทร์ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2555

 

                                 ภาพจาก photoblog.msnbc.msn.com/

 

 

 

 




วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์

สมองกลวง
เหยื่อทุนนิยม
นโยบายประชาระทม
สวัสดีปีใหม่ครับ
รัฐบาลจอมปลอม
เรื่องผี ๆ
เรื่องกล้วย ๆ
ผู้ให้ กับผู้รับ
ซอมบี้
โลกแตก?
เรื่องโกง ๆ ฝัน ๆ
หลีไป๋ กับคนเลี้ยงไก่ชน
เปลือย
ตาบอดคลำอาเซียน
คนแบกหนี้
แมวกับหนู
โกงสิ้นชาติ
สถานการณ์ที่ไม่มีสงคราม แต่ก็ไม่มีสันติภาพ
โดดเดี่ยวและเดียวดาย
พม่าตาใส ไทยตามัว
ทุกข์
โอ้ กรุงเทพฯ
จากออสโล ถึงโคโรราโด: ภาพของความรุนแรงในสังคม
เอียน
สยามยามวิกฤต
บิดเบี้ยวบุบเบลอ
ลิตเติ้ล เบิร์ด ออฟ เวียดนาม
8,000 ปี ประชาธิปไตยไทย
นักโทษประหาร
กุมารไทย-กุมารทอง
ตายแห้งทั้งแผ่นดิน
เวียดนามเวลานี้
ตำนานทุ่งมะขามหย่อง
แพงหูฉี่
เธออยู่ไหนเมื่อไฟดับ?
นายกรัฐมนตรีที่ถูกลืม
เหล็กวิลาศหรือจะสู้ตะปูควง
ชัยชนะที่ปทุมธานี
นักท่องเที่ยวดี ๆ สร้างได้
สงกรานต์ที่เปลี่ยนไป
งูเหลือมกับ”เจ้าชายน้อย"
ออกแบบนักการเมือง
มะริด ทวาย ตะนาวศรี
อภินิหารข้าวหมกไก่
ฝึกช้าง หัดม้า
ออง ซาน ซูจี และ The Lady
ป๋ากับปูกู้อีจู้
สุขสันต์วันวาเลนไทน์
นิทานน้ำท่วม
ความรู้เรื่องคลอง ฉบับน้ำท่วมกรุงเทพฯ
ขาดกับเกิน
กระทรวงน้ำ (ลาย)
การฆ่าด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ
วัยเกษียณ
จิ้มก้อง
รัฐบาลเงา ๆ
ปัญหายาเสพติด
น้ำท่วม
เกียรติตำรวจ
หัวคน-หัวโขน
โลกที่หมุนผ่าน
120 ปี พระชาตะกาล กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์
นิทานเรื่องใหม่
กัปตันไทยแลนด์-กัปตันอเมริกา
การประท้วงที่ชิลี
พระเอก กับผู้ร้าย
เสร็จนาฆ่าโคถึก
เพลงปลุกใจ
ผู้นำ กับนายกรัฐมนตรี
ดัชนีความสุขของคนไทย
โลกในดวงตาที่แตกต่าง
สิบปัญหาสำหรับรัฐบาลใหม่
อาถรรพ์หมายเลข 4
อภิมหาประชานิยม
วิเคราะห์เจาะป้าย
กระแส สื่อ และโพลล์
สิงห์สาราสัตว์
ชะตากรรมของปลา-ชะตากรรมของคนไทย
65 ปี แห่งการเสด็จสำเพ็ง
คอรัปชั่น
ไทยเวฟ-จีนเวฟ
นักการเมืองกับรัฐบุรุษ
เวียนว่ายตายเกิด
มาออกแบบสังคมไทยกันเถอะครับ
รถเมล์ไทยสายการเมือง
โหวตเถอะครับ
พ่อดี สอนลูกดี
ให้นกน้อยกัมพูชากางปีกได้สองข้าง
อวสาน บินลาเดน ?
กรรมของกู
ปัญหา ไทย-กัมพูชา
อำนาจ (วรรณกรรม) ของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช
6 วิกฤติของโลก
ก่อนถึงวันเลือกตั้ง
1 ใน 100 ของ 100 ปี ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช
คน(ไทย)กับสื่อ(ไทย)
ไปอิหร่าน
มนุษย์มือถือ
เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย
พระไพศาล วิสาโล นักเขียนรางวัลอมตะ
อำนาจ...
บาดแผลในใจไทย-บาดแผลในใจกัมพูชา article
ไปดูหนังจีน
เผาบ้านไล่หนู
I Gotta Go
วัทนธัม
วิธีกินข้าวผัด
มิติความสัมพันธ์
จิ๋วเรนเจอร์
ความเชื่อส่วนบุคคลของผม
หมดยุคทักษิณ-สิ้นอนาคตเพื่อไทย?
ชูชก
ทีฆายุโกโหตุ มหาคีตราชัน
ความกังวลของสิงคโปร์
โรคประจำตัว
ไพ่ไทย-ไพ่เขมร
กินตามแม่
วาระแห่งการอ่าน
เขาพระวิหารวันนี้และปีหน้า
100 ปี ป่อเต๊กตึ๊ง
จินตนาการ ความฝัน และจิตใต้สำนึก
พระองค์เจ้าดิลกนพรัฐ
เดอะ คาราเต้ คิด
ฟุตบอลโลกลาติน
หลักของชาติ
ดวงใจในดวงตา
สิงคโปร์กับไทย
แก้วใบใหม่
Seems Ungrateful
ลืม กับ จำ
รื้อสร้าง
นิราศทะเลเพลิง article
ดั่งคนอกตัญญู article
ตีงูให้หลังหัก
สิ้นสูญและก่อเกิด
สงครามกลางเมือง
ความหวัง และ “ลูกผู้ชาย...ตายเพื่อชาติ”
ห้าห่วง
เพลงสองเพลง
ศึกยังไม่สงบ แต่ก็ขอนับศพทหาร
ทำไมเราถึงรักในหลวง
พระเจ้าองค์เดียวกัน
มืดแปดด้าน
คาถาตรีติ
มิจฉาทิฐิ
อำนาจที่หายไป
คดีฆาตกรรม 3,000 ปี
วันนี้เมื่อปีโน้น
ธรรมะข้างกองเพลิง
จีที 200
เกมส์สุดท้าย ?
ของขวัญวันเด็ก
การเลือกที่จะตาย: สิทธิใหม่ของคนไทย
เหยื่อปลายเบ็ด
โคคาธิปไตย
วันรัฐธรรมนูญ
ทรงพระเจริญ
ฮูโก้ ชาเวซ: พระเอกคนสุดท้ายหรือผู้ร้ายหมายเลขหนึ่ง
คอรัปชั่น article
รักชาติ article
เวเนซูเอลา กับ โคลัมเบีย article
กำแพงที่มองไม่เห็น article
เรื่องไม่กล้วย ที่สาธารณรัฐกล้วย article
ความ(ไม่)สัมพันธ์ไทย-กัมพูชา article
เหลียวมองหลัง (จบ) article
เหลียวมองหลัง 2 article
เหลียวมองหลัง 1 article
39 ปี แห่งการจากไป ของ มิตร ชัยบัญชา article
จากจัสมิน ถึงแจ๊ซเมน article
วัฒนธรรมแทงโก้ article
โมเช่ ดายัน article
เก็บมาฝากจากเว็บบอร์ด
กระแสเกาหลี article
เอา ไมเคิล แจ๊กสัน คืนมา article
อิหร่าน article
ยุงร้ายกว่าเสือ?
วงจรอุบาทว์ article
เทียน อัน เหมิน article
ศรีทนได้ article
ประวัติศาสตร์จะต้องเปลี่ยน article
ละคร-การเมือง article
คำถามที่รอคอยคำตอบ article
พระสยามเทวาธิราช article
คราบเลือดในหัวใจดวงน้อย article
แดงดับ? article
สงครามกลางเมืองในสเปน article
8406 รหัสเวียดนาม article
การทูตปิงปอง article
นิคารากัว (จบ) article
นิคารากัว article
ที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจ article
คลินตันเยือนเอเชีย article
เขมรแดง article
ก่อนวันวาเลนไทน์ article
รำลึกถึงมหาตมะคานธี (จบ) article
รำลึกถึงมหาตมะคานธี article
007 กับโบลิเวีย article
ศัพท์พระองค์วรรณ article
นักเขียนอมตะ article
คนสามแซ่ article
คนรุ่นที่ถูกลักพา article
50 ปี ปฏิวัติคิวบา article
ขอเขียนถึงคุณทักษิณฯ article
คำขวัญของผู้ใหญ่ในวันเด็ก article
นิทานเวตาล article
วันของพ่อ article
ฟรานซิสโก ปีซาร์โร article
เซบาสเตียน ปีเญร่า article
ฟรีดา คาห์โล ผู้ส่งสารแห่งความเจ็บปวด article
สุริยุปราคา ถึง ราหูอมจันทร์ article
อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ article
อินกริด เบตานคอร์ต article
โคลัมเบีย article
Guess Who´s Coming to Dinner article
บาดแผลสงคราม article
กำแพงสามชั้น...ของงานแปล article
รักคือ... article
ชิลี-เปรู article
สงครามไม่มีวันจบ
ว่าด้วยเรื่องผัดไทย article
องค์การกลุ่มประเทศค้าข้าว article
อีกแง่มุมของมิ่งขวัญ article
14,000 อย่างที่ทำให้มีความสุข article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
www.psevikul.com นิตยสารสกุลไทย นิตยสารขวัญเรือน  amarinpocketbook นานมีบุ๊คส์ ร้านหนังสือซีเอ็ด ศูนหนังสือจุฬา ร้านนายอินทร์ ประพันธ์สาสน์ เวบคุณวิกรม กรมดิษฐ์  Masharee Blog วรรณวรรธน์คาเฟ่ เวบของคุณ คีตาญชลี เวบกระบี่ทูเด เวบกลอนธรรมะ