ReadyPlanet.com
dot dot
dot
ห้องรับแขก
dot
bulletเล่าสู่กันฟัง
bulletคลีนิกเรื่องสั้น
bulletห้องพักฟื้นเรื่องสั้น
bulletบางบท...บางตอน
bulletวันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์
bulletฟังรายการวิทยุย้อนหลัง
bulletคมคำ คำคม
bulletกระดานสนทนา
bulletสมุดเยี่ยม
bulletข่าวแวดวงวรรณกรรม
dot
ห้องสมุด
dot
bulletนักอ่านพูดถึงประภัสสร
bulletบทสัมภาษณ์ต่างๆ
bulletประภัสสร ใน สื่อ
dot
กล่องความทรงจำ
dot
bulletE-card
dot
Newsletter

dot


facebook.com/psevikul


มาลัยวรรณกรรม article
 
 

มืดค่ำไปนานแล้ว.... เสียงจ๊อกแจ๊กจากการพูดคุยของผู้คน เสียงเพลงจากสเตอริโอและเครื่องบันเทิงเริงรมย์อื่น ๆ เริ่มซาเสียงลงไป หมาขี้เรื้อน 3-4 ตัวเดินคลอเคลียนัวเนีย--บางทีก็ฮึ้มแฮ้ยิงฟันเข้าใส่กันอยู่บนทางที่เป็นพื้นคอนกรีตอันคับแคบ ภายใต้เสาโคมไฟสีเหลืองซีด ห่างออกมาไม่ไกลนัก ชายร่างผอมโซนัยน์ตากร้าวร้าวยืนลับ ๆ ล่อ ๆ อยู่ตรงหัวมุมเลี้ยวพรางสอดส่ายสายตาไปรอบ ๆ บริเวณ

        ยามค่ำคืนแห่งชุมชนสลัมหลังวัดไผ่ตันขณะนี้มันช่างแตกต่างกับเมื่อก่อนปี 2540 อย่างสิ้นเชิง (ก่อนที่รัฐบาลจะประกาศให้เงินบาทลอยตัว) ก่อนนั้น.... มีเสียงสวนเสเฮฮาของนักท่องราตรี มีเสียงขี้เหล้าร้องเอะอะโวยวาย บางคราก็พาลพะโลเอากับลูกเมียหรือคนข้างห้อง มีผู้คนแปลกหน้าที่เคยเช่าบ้านอยู่ในชุมชนแห่งนี้ต่างเดินกันให้ขวักไขว่ไปมาตลอดทั้งคืน และมียายสีแม่ค้าขายผัดไทยโขรกกระทะจนถึงค่อนรุ่ง แต่มาบัดนี้ พวกเขาพาหายหน้าไปจากที่นี่จนเกือบหมด

        ที่บ้านเช่าหลังหนึ่ง.... หลังจากรินทร์ทานอาหารมื้อค่ำกับยายเสร็จสรรพ เขานั่งจมปักอยู่กับเก้าอี้ไม้ตัวเก่า และโต๊ะเขียนหนังสือที่อยู่เบื้องหน้าตั้งแต่สมัยเขายังเรียนชั้นมัธยมปีที่สี่  มันเป็นสมบัติที่ได้มาจากน้ำพักน้ำแรงของตนเองจากการช่วยแม่ขายผักในช่วงปิดเทอม แม่ไม่เคยให้อะไรเขาเปล่า ๆ ยกเว้นค่าเทอมและค่าขนมไปโรงเรียนเท่านั้น “อยากจะได้อะไรลูกต้องรู้จักหาเอาเองนะ ลำพังค่าเทอมของเอ็งกับพี่สาว แม่ก็เหนื่อยจะแย่อยู่แล้ว” แม่คอยยั้มกับเขาเสมอ... และเขาจึงภาคภูมิใจกับโต๊ะตัวนี้มาก

         สายตาของรินทร์ไล่ไปตามตัวหนังสือบนกระดาษ จากลายมือของตัวเองด้วยใบหน้าที่เคร่งขรึม เขาจรดดินสอเขียนเติมลงไป แต่บางทีก็ขีดคร่าทิ้ง กระดาษบางแผ่นถูกขยำทิ้งลงข้างโต๊ะ  บางคราเขาก็นั่งมองที่ฝาผนังห้องอยู่เนิ่นนาน

1

“มาลัยคร้าบ…มาลัยวรรณกรรมไหมคร้าบ”

เสียงร้องขายพวงมาลัยให้กับผู้คนที่เดินขวักไขว่อยู่บนบาทวิถีหน้าห้างสรรพสินค้าตรงสี่แยกสะพานควาย ดังขึ้นเป็นระยะๆ เสียงนั้นมาจากเด็กหนุ่มอายุราว 15 ปี ผิวพรรณกร้านแดด เขาสวมใส่เสื้อสีแดงซีด กาลเวลาได้กัดแทะเนื้อผ้าตรงหัวไหล่ซ้ายของเขาเสียแหว่งวิ่น เขาสอดส่ายสายตาหาลูกค้าอยู่ตลอดเวลา ผู้คนสัญจรไปมาหลายคนต้องเหลียวมองตามเสียงของเขา ด้วยแววตาที่เปื้อนประกายสนเท่ห์ต่อคำร้องขายของเด็กหนุ่ม ส่วนผู้คนที่อยู่ประจำแถวนั้นไม่ว่าจะเป็น แม่ค้า หรือสามล้อตุ๊กตุ๊กกลับมองดูฉากชีวิตนี้ด้วยความเคยชิน

 “ไอ้หนุ่มนี่การตลาดเก่งนะ” บางคนออกความเห็นกับผู้ที่มาด้วยกัน

“วรรณกรรมตรงไหนว่ะ เฮ้อ…คนเดี๋ยวนี้แปลกขึ้นทุกวัน”

“มันเป็นยังไงล่ะไอ้มาลัยวรรณกรรมน่ะ  บางคนก็อดที่จะเอ่ยถามเขาไม่ได้ ส่วนเขาก็จะบอกอย่างสุภาพ พร้อมกับรอยยิ้มที่มีความหมาย

สยามเป็นหนุ่มใหญ่คนหนึ่งที่อดสงสัยไม่ได้ เขาเคยผ่านมาแถวนี้หลายครั้ง และทุกครั้งก็จะเห็นเด็กหนุ่มคนนี้ร้องขายพวกมาลัยด้วยวิธีที่แปลกไปจากคนอื่น ๆ และด้วยวิสัยความเป็นนักเขียนของเขา เขาจึงคิดว่าเด็กหนุ่มคนนี้น่าจะมีอะไรที่มากไปกว่าการเรียกร้องความสนใจเพื่อจะขายของอย่างเดียว

 สยามเดินตรงเข้าไปหา

“ขายอย่างไร พ่อหนุ่ม” สยามเอ่ยถาม

“พวงเล็กสิบบาทครับ”

“สวยดีนะมาลัยวรรณกรรมของเธอนะ...”

“เออ...พี่ผมไปล่ะ

“อ้าว

ไม่ทันที่สยามจะได้ความอะไร เด็กหนุ่มผลุนผลันจากไป บรรดาพวกแม่ค้าพ่อค้าที่วางของขายบนทางเท้าด้วยกัน ต่างหนีแตกกระเจิงไปคนละทิศละทาง เจ้าหน้าที่เทศกิจสี่คนนั้นเอง เดินอาจ ๆ วางหน้าเชิดอย่างคนมีอำนาจ แล้วกวาดสายตามองไปทั่ว สยามแหงนดูป้ายซื่อและโลโก้ของห้างสรรพสินค้า เขาแสยะยิ้มด้วยความสังเวชและเศร้าใจ ปลาใหญ่กินปลาเล็ก  

 สยามเคยเข้าไปเดินเตร่อยู่ในห้างสรรพสินค้าหลายครั้ง มันมีเครื่องอำนวยความสะดวกสบายอย่างครบครันไม่ว่าจะเป็นอาหาร, ของใช้ในครัวเรือน, หรือความบันเทิงต่าง ๆ พร้อมแอร์ที่เย็นฉ่ำ ท่ามกลางเสียงเพลงบรรเลงแผ่วเบา และยังมีพนักงานยืนอยู่ตรงทางเข้าคอยยกมือไหว้ลูกค้าเหมือนตุ๊กตาไขลาน ขอบคุณค่ะ, ขอบคุณครับ, ซึ่งมันต่างกับตลาดสดแบบเก่าที่เคยอยู่ในพื้นที่ตรงนี้มาก่อนอย่างสิ้นเชิง สภาพของตลาดมีพื้นเฉอะแฉะส่งกลิ่นคราวคลุ้ง,เสียงเอ็ดตะโรของแม่ค้าเจ้าอารมณ์ ด่าทอกันเองบ้าง บางทีก็ด่าลูกค้าบ้าง แต่ขณะนี้ตลาดสดที่เหมือนกันนี้ มีเหลืออยู่ไม่กี่แห่ง ที่เหลืออยู่ก็ดูเงียบเหงาเรื้อร้างผู้คนอย่างน่าใจหาย พ่อค้าแม่ค้าต่างนั่งจับเหจ่า นานทีจะมีลูกค้าโผล่เข้ามา เขาเคยคิดว่ามันคุ้มหรือเปล่ากับค่าจ้างที่นายทุนข้ามชาติเจียดจ่ายค่าแรงให้พนักที่เป็นคนไทย กับความสูญเสียรายได้ของบรรดาแม่ค้าในตลาดสดแบบเก่า และร้านโชว์ห่วยทั่วไปที่อยู่ตามชุมชนนั้นก็อีก ต่างก็ได้รับผลกระทบจากการที่มีห้างสรรพสินค้ามาเปิดทำการอยู่ใกล้ ๆ กับชุมชนทั้งนั้น และเจ้าเด็กหนุ่มขายพวงมาลัยนั้นก็คงจะเป็นอีกคนกระมังที่ได้รับผลกระทบ จนต้องหาวิธีร้องขายพวงมาลัยให้แปลกหูเข้าไว้

สยามเดินตามทางเท้าไปเรื่อย ๆ อดที่จะนึกถึงเด็กหนุ่มขายพวงมาลัยไม่ได้ ถึงปากซอยหน้าวัดไผ่ตันซึ่งอยู่ไม่ห่างไกลจากห้างสรรพสินค้านัก เห็นแม่ค้าหาบถั่วต้มที่หนีมาจากหน้าห้างเมื่อคู่ จึงถามหาเด็กหนุ่มขายพวงมาลัยคนนั้น

            สยามยกมือไหว้แม่เฒ่าที่นั่งเคี้ยวหมากอยู่หยับ ๆ แต่ไม่มีปฏิกิริยาตอบจากแก  เขามองไปยังเด็กหนุ่มที่นั่งถือสตางค์อยู่ พร้อมกับมองผู้มาเยือนด้วยความฉงน หัวคิ้วย่นเข้าหากัน

“พี่ชื่อสยามนะ คือคนที่จะซื้อมาลัยวรรณกรรมของเธอเมื่อซักครู่” สยามยิ้มอย่างเกรงใจที่บุกรุกเข้ามา ถึงห้องตามคำบอกของแม่ค้าขายถั่วต้ม ส่วนเด็กหนุ่มนิ่งอยู่สักครู่ ก่อนพยักหน้ารับรู้อย่างงง ๆ

“ใครมารินทร์” แม่เฒ่าเอ่ยถาม โดยมิได้มองมาทางสยาม

“เออ...พี่คนรู้จักกันครับยาย” เด็กหนุ่มตอบ แล้วยิ้มที่มุมปาก

“เธออยู่กันกี่คนหรือ” สยามเอ่ยถามขึ้นอีก-มองไปที่แม่เฒ่า

“3 คนครับ นั่นยายของผมตาแกไม่ค่อยเห็นแล้ว ส่วนพี่สาวผมตอนนี้ทำงานอยู่ในห้างสรรพสินค้าตรงสี่แยกโน่น เอ...แล้วพี่มาหาผมทำไม”

สยามยิ้มให้ กวาดตามองกองหนังสือที่วางอยู่บนโต๊ะ คะเนได้ด้วยตาเปล่าคงราว 30 กว่าเล่ม เขารู้ได้ทันที่ว่าเด็กหนุ่มเป็นคนรักการอ่านหนังสือคนหนึ่ง และที่สันปกหนังสือก็เป็นคำตอบว่าเป็นนักอ่านประเภทไหน

“พี่อยากรู้ เรื่องราวของเธอนะ”

“พี่อยากรู้ไปทำไม? คนอื่นไม่เห็นเขาสนใจ อยากรู้ขนาดนี้เลย”

“แต่พี่สนนะ” สยามพูดด้วยความจริงใจ

“ไม่มีอะไรร้อก!  ก็แค่ผมชอบอ่านวรรณกรรม อ่านนิยาย พอดีผมขายพวงมาลัย ผมก็เอาผสมกันให้มันสนุกปากไปวัน ๆ ฮึ ฮึ..ผมชอบดูที่คนทำหน้าแปลก ๆ มองมายังผม” 

สยามเห็นประกายกร้าวในดวงตา น้ำเสียงเหมือนจะเยาะหยัน

“พี่ต้องการรู้ไปทำไมเสียงของเด็กหนุ่มถามขึ้นอีกครั้ง

“พี่เป็นนักเขียน พี่ก็สนใจชีวิตความเป็นไปของผู้คน ทุกอย่างเป็นวัตถุดิบให้พี่”

เมื่อได้ยินคำเป็นนักเขียน ประกายระริกวูบวาบออกจากดวงตาของเด็กหนุ่มทันที

“พี่อยากเอาเรื่องผมไปเขียนหรือ...”

“เล่าให้พี่ฟังบางสิ” สยามองเด็กหนุ่มด้วยสายตาที่อ่อนโยน และเขาคิดว่ากำแพงของความแปลกหน้ากำลังทลายลง...

“ที่จริงมันมาจากชื่อเรื่องสั้นที่ผมหัดเขียน และคำนี้ผมอ่านเจอในหนังสือที่แนะนำการเขียนวรรณกรรม มีอยู่ท่อนหนึ่งเขาบอกว่า งานเขียนที่ดีก็เหมือนมาลัยที่สวยงาม และเป็นมาลัยวรรณกรรม”  

“เธอก็เลยจะร้อยวรรณกรรมขายบ้าง”

“ไม่ใช่หรอกครับ...เพียงแต่ผมอยากจะเล่าเรื่องชีวิตของพวกเราให้คนเขามาสนใจกันบ้าง” เด็กหนุ่มตอบเสียงเนิบ แววตาเศร้า “แต่มันจะเป็นเรื่องสั้นได้หรือเปล่าก็ไม่รู้”

“เธอจะรังเกียจไหม ถ้าพี่จะขออ่านบ้าง”

เด็กหนุ่มนั่งกระสับกระส่าย และลอบชำเลืองดูสยามอ่านงานของตน.... ไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว

สยามอ่านอย่างตั้งอกตั้งใจ  เขารู้สึกดื่มด่ำไปกับเรื่องราว และภาษาเลียบง่าย ถึงจะมีคำสะกดผิดบ้าง วางไวยากรณ์ผิดบ้าง หรือไม่ครบประโยค  แต่เนื้อหาของเรื่องต่างหากที่ทำให้เขารู้สึกสะเทือนใจ...

มันเป็นเรื่องของชาวบ้านกลุ่มหนึ่ง ซึ่งมีห้องแถวและแผงค้าอยู่ในตลาดสดแห่งหนึ่ง ซึ่งทำการค้าขายอยู่กันที่ตรงนั้นมานานนับเป็นสิบ ๆ ปี อยู่ ๆ ก็ถูกเจ้าของตลาดบอกเลิกสัญญาเช่า และให้ออกไปอยู่ที่อื่น เพราะเขาได้ขายที่ดินแปลงนี้ให้กับคนอื่นไปแล้ว เพื่อจะสร้างห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ คนคนนั้นก็คือกลุ่มทุนต่างประเทศ หรือนักล่าอาณานิคมสมัยใหม่ที่ใช้เงินทุนเป็นอาวุธเข้ายึดและปล้นสะดมโอกาสของพวกเขาไปนั่นเอง ผลของมันก็คือเพื่อนบ้านและญาติพี่น้องต่างต้องแยกย้ายกันไปทำมาหากินกันที่อื่น ผู้ชายเลิกอาชีพค้าขายไปเป็นยามเฝ้าห้างคอยโบกรถ บางคนไปขี่สามล้อ บางคนไปขับแท๊กซี่ บางคนก็ไปเป็นพ่อค้าแม่ค้าหาบเร่ มีครอบครัวหนึ่ง ลูกสาวต้องไปสมัครเป็นพนักงานขายของประจำห้างกินเงินเดือนอันน้อยนิด  มีชีวิตอยู่ไปอย่างไร้ความหวัง ส่วนลูกชายก็เร่ขายพวกมาลัยอยู่หน้าห้างสรรพสินค้าดังกล่าว ส่วนผู้เป็นแม่นั้นก็กายเป็นคนว่างงาน แล้วก็ล้มเจ็บ และตรอมใจตายไปในที่สุด

“นี่เอง..มาลัยของเธอนำเรื่องราวชีวิตของแม่ค้าพ่อค้าที่ได้รับผลกระทบจากห้างสรรพสินค้าใหญ่มาร้อยเป็นมาลัยวรรณกรรม” สยามกล่าวชมเด็กหนุ่มอย่างรักใคร่ “ถ้าให้เดาที่ตรงห้างค้าปลีกใหญ่ตรงสี่แยกสะพานควายที่เธอเดินขายพวงมาลัยนั้น เคยเป็นตลาดสดมาก่อนใช่ไหม

“ใช่ครับ เจ้าของตลาดเก่าเขาขายให้พวกนั้น” แววตาของเด็กหนุ่มฉายประกายกร้าว

“แม่เธอใช่ไหม….ตัวละครที่ตาย”

“ครับ…แม่ผมตายได้สองเดือนแล้ว แม่ขายมาตั้งแต่แม่เป็นสาว แม่เสียใจและทำใจไม่ได้ แม่บอกว่าแม่จะไม่เสียใจเลย ถ้าส่งผมเรียนจบก่อน” เสียงของเด็กหนุ่มสั่นเครือ แววตาสลดเสตามองไปทางอื่น

“พี่เสียใจด้วย....ไม่ใช่แต่แม่ของเธอเท่านั้นหรอกคนอื่น ๆ ก็ตายทั้งเป็น เหตุการณ์ที่เธอเขียนกำลังลุกลามไปทั่วประเทศ เธอรู้ไหม ขณะนี้มหาชนต่างให้การต้อนรับรื่นรมย์ไปกับความฟุ้งเฟ้อสะดวกสบายเพลิดเพลินกับการจับจ่ายใช้สอยจนลืม วิถีชีวิตแบบเดิม ๆ  ลืมพวกพ่อค้าแม่ค้าในตลาดสดแบบเก่าเกือบหมดแล้ว” 

ในห้องเงียบจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน  ถ้าไม่นับเสียงเคี้ยวหมากของยาย    

“พี่ดีใจมากที่รู้จักเธอ และได้รู้ที่มาของ ‘มาลัยวรรณกรรม“

เด็กหนุ่มมองมายังสยามบอกถึงความศรัทธาในตัวเขา

“สิ่งที่เธอเขียน สวยงามเหมือนมาลัยที่เธอร้อยขาย มันจะหอมฟุ้งขจรขจาย มันอาจจะเป็นเครื่องเตือนสติของผู้คนได้บ้าง มันจะท่องไปในบรรณพิภพและจะประกาศโดยที่เธอไม่ต้องร้องบอกเหมือนกับขายพวงมาลัย เมื่อมันเป็นมาลัยวรรณกรรม พี่หวังว่ามันจะเป็นเช่นนั้น”

“ขอบคุณครับ” เด็กหนุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ตื้นตันใจ

“เธอเคยเขียนส่งไปที่นิตยสารต่าง ๆ บ้างหรือยัง”

“ยังครับ   ผมไม่กล้า“

“ลองส่งไปนะ พี่ว่าบก.คงจะเห็นคุณค่าของมัน อ้อ...เธอต้องแก้ไขคำผิดอีกนิดหน่อย เดี๋ยวพี่จะหาพจนานุกรมมาให้ และจะหาหนังสือดี ๆ มาให้เธออ่านด้วย ไม่แน่นะ อีกหน่อยเธออาจจะไม่ต้องไปเดินขายพวงมาลัยแล้วล่ะเพราะมัวมานั่งเขียนมาลัยวรรณกรรมแทน เออ…มาลัยที่เธอร้อยขายนั้น มันคงจะมีกลิ่นหอมกับทุกคน แต่มาลัยวรรณกรรมของเธอนี่สิ มันจะทำให้นายทุนข้ามชาติเหม็นหรือเปล่าไม่รู้นะ

 

000000000000000

 

 

2

ดึกแล้ว.... หญิงสาวในชุดฟอร์มของพนักงานประจำห้างสรรพสินค้าใหญ่เปิดประตูก้าวเข้ามา เธอสบตากับรินทร์พรางส่ายหน้าเชิงตำหนิ

“รินทร์ มัวทำอะไรอยู่ดึกดื่นอย่างนี้แทบทุกคืนเลยนะ   เดี๋ยวก็ตื่นไปซื้อดอกไม้ไม่ทันหรอก”

“รินทร์เขียนเรื่องสั้นเสร็จแล้วนะพี่... มันเป็นเรื่องราวของพวกเรา” เขาชูต้นฉบับที่เพิ่งตรวจทานเสร็จขึ้น

“ลำบากยากจนกันอยู่นี่นะ อย่าเพ้อเจ้อไปเหน่อยลยรินทร์เอ้ย ชีวิตจริงเขาก็เครียดกันอยู่แล้ว ใครเขาไม่มาอ่านเรื่องที่มันเครียด ๆ อีกหรอก”

            คำพูดของพี่สาวทำให้รินทร์นิ่งเงียบ หรือจะเป็นความจริงอย่างที่พี่สาวพูด ผู้คนส่วนใหญ่เขาชอบอ่านแต่เรื่องสนุกสนาน เรื่องอิโรติก เรื่องบันทึกส่วนตัวของนักศึกษาที่เกี่ยวกับเพศ เรื่องสยองขัวญ และจิตนาการที่หลุดโลกไปเลย หรือดูระครหลังข่าว ดูเกมโชว์ หนังสือที่เรียกว่าแนวสร้างสรรค์สะท้อนสังคมที่เขาชอบอ่าน หรือเรื่องที่เขาเขียนขึ้นนี้ก็อาจถูกมองว่าเป็นเรื่องซีเรียส แต่โลกนี้มันจะโหดร้ายเพียงนั้นเชียวหรือ   ท่ามกลางความมืด มักมีแสงแสวงเสมอ  เขานึกถึงประโยคหนึ่งจากหนังสือที่เคยอ่าน....

            รินทร์หวังเล็กให้ บ.ก.ที่อ่านงานของเขา เป็นเหมือนอย่างพี่สยามตัวละครในเรื่องที่เขาเขียน ผู้คนที่อ่านงานเขียนแนวนี้อาจจะยังพอมีบ้าง  ก็จะได้รู้จักมาลัยวรรณกรรมของเขา เท่านั้นก็นับว่าเป็นความหมายอันยิ่งใหญ่แล้วสำหรับรินทร์

จบ

 

 

 
 
 
 

คลีนิกเรื่องสั้น 35

มาลัยวรรณกรรม

สด แพทอง

 

            “มาลัยวรรณกรรม” เป็นเรื่องสั้นที่มีความสด ความร่วมสมัย และความเป็นตัวของตัวเองของผู้เขียน ทั้งในด้านของพล๊อต แนวคิด กลวิธีการเขียน และสิ่งที่ต้องการจะนำเสนอต่อผู้อ่าน

            ผู้เขียนสามารถสร้างความสนใจตั้งแต่ต้นเรื่องด้วยการให้ตัวละครซึ่งเป้นเด็กชายร้องขาย “มาลัยวรรณกรรม” อยู่ข้างถนน และหลอกล่อระหว่างเรื่องจริงกับเรื่องแต่ง ปมปัญหาที่ทับซ้อนระหว่างความดำรงอยู่กับความเปลี่ยนแปลง ประโยชน์สุขเล็ก ๆ ของคนกลุ่มเก่ากับผลประโยชน์มหาศาลของคนกลุ่มใหม่ ความปรารถนาของตนกับความต้องการของตลาด ก่อนจะหักจบที่บทสนทนาของพี่สาวเด็กขายพวงมาลัยที่เป็นพนักงานห้างสรรพสินค้าข้ามชาติ – ห้างสรรพสินค้าที่น้องชายมีความรู้สึกว่าเป็นผู้ทำลายชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชนดั้งเดิมและเป็นกระบวนการหนึ่งของการล่าอาณานิคมแผนใหม่

            ซึ่งเรื่องของความเปลี่ยนแปลง และผลประโยชน์ เป็นเรื่องที่มีคำตอบให้เห็นกันอยู่ทั่วไปแล้ว ยังแต่เรื่องความปรารถนาของเจ้าของมาลัยวรรณกรรม ว่าจะเลือกคำตอบอย่างไร?

            หัวใจห้องหนึ่งของการเขียนเรื่องสั้นก็คือ ผู้เขียนจะต้อง “จัดระเบียบ” เนื้อเรื่องและตัวละคร ให้อยู่ในรูปรอยและทิศทางเดียวกัน ไม่ให้มีสิ่งหรือส่วนที่แปลกปลอมแทรกเข้ามา ซึ่งนอกจากจะเป็นส่วนเกินแล้วยังอาจเบี่ยงเบนความสนใจของผู้อ่านไปโดยใช่เหตุ ในเรื่องสั้นเรื่องนี้ก็เช่นกัน

ภาพของ “ชายร่างผอมโซนัยน์ตากร้าวร้าวยืนลับ ๆ ล่อ ๆ อยู่ตรงหัวมุมเลี้ยวพรางสอดส่ายสายตา

ไปรอบ ๆ บริเวณ” เป็นส่วนประกอบฉากที่ไม่จำเป็น เพราะการใส่เข้ามาจะทำให้ผู้อ่านเข้าใจว่าน่า

จะต้องมีบทบาทอะไรต่อไปอีก แต่ก็กลับไม่ได้เป็นเช่นนั้น และการไม่มีร่างของชายคนนั้นก็ไม่ได้มีผลกระทบใด ๆ ต่อตัวเรื่องแม้แต่น้อย

            ปัญหาของคุณสด แพทอง ก็เป็นปัญหาเดียวกับที่รินทร์มีอยู่ นั่นคือการสะกดคำผิด

ไวยากรณ์ผิด หรือกล่าวไม่จบประโยค และผมขอแนะนำให้คุณสดทำเช่นที่ตัวละครของคุณทำ คือหาพจนานุกรมและหนังสือดี ๆ มาอ่านเพิ่มเติม

            คำแนะนำอีกข้อของผมก็คือ อยากให้คุณใช้ชื่อจริงซึ่งฟังดูดีกว่านามปากกาอย่างมาก ในการเขียนต่อ ๆ ไป

          ผมไม่ทราบว่านายทุนต่างชาติเหม็นมาลัยของคุณหรือไม่ แต่สำหรับผมมาลัยของคุณมีกลิ่นหอมน่าชื่นใจทีเดียว

 

ประภัสสร เสวิกุล ซันติอาโก ชิลี, 6 สิงหาคม 2550

           

  




คลีนิกเรื่องสั้น

รายการชีวิต
โจรปริญญา(ตี)
มือศิลป์ article
Love is....
อกแกก็อกฉัน...อกฉันก็อกแก article
ร่วมกินโต๊ะ
ภาพของฉัน article
คืนข้ามปี article
เหรียญบาทกับโบสถ์กลางน้ำ article
ใส...ซื่อ...บริสุทธิ์ (ใจ) article
นิยายรัก ฉบับป้าหมู article
สายน้ำที่ขาดหาย article
อรุณรุ่ง article
บ้านนั้นเขามีงานศพ article
หีบเชี่ยนหมากของอ้ายแก้ว article
การผ่านพ้นแห่งยุคสมัย article
แม่น้ำเจ้าพระยา article
เธอสุขได้อย่างไรเมื่อผองชนทุกข์ยากลำเค็ญ article
เมื่อโลกนี้ไร้สีสัน... article
ลั่น article
เสมือนรังดักแด้ที่เฝ้าฟูมฟักผีเสื้อให้โบยบิน article
แหว่ง article
รุ้งกินน้ำของปานวาด article
กล่องความทรงจำเก่า...และเงารัก article
จอมโจรหนอนหนังสือ article
ห้องแห่งมิติอนันต์ article
ครูจันทร์ผ่อง ของแม่ article
จุกน้ำปลา...พาโชค article
เวลาของพ่อ article
การค้นพบตัวเองที่ไม่ใช่ตัวเอง article
เพียงภาพในวัยเยาว์ article
น้ำตาลทราย article
การเดินทางของชายชรา article
พันธะพรหมลิขิต article
บทเรียนน้ำตา article
กลางเมืองหลวง article
ประตูที่ถูกเลือก article
ร้องเรือ: ลำนำที่ผันแปร article
ดาวน์ความสำเร็จ article
ไอ้หมา article
คุณย่ากับคุณป้าข้างบ้าน article
ข้างหลังภาพนั้น article
วัฏพินาศแห่งสยามประเทศ article
คลีนิกเรื่องสั้น 16 article
หรือฉันเองที่แตกต่าง article
เด็กชายวิสรุจณ์...ซุกซน article
ใบไม้เปลี่ยนสี article
มรดกพ่อ article
ก้าวแรกของนักล่าดวงจันทร์ article
เพื่อนตาย article
หุ่นยนต์สังกะสี article
คิดถึงพ่อ article
สาวหน้าใสกับหัวใจน้องเหมียว article
แดร๊กคิวล่ากระหายเลือด...ของคุณ article
ก็เพราะว่า...เรารักนาย article
อ้อมกอดทะเล article
เรือของพ่อ article
ไม่โกรธใช่ไหม article
ในความทรงจำ article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
www.psevikul.com นิตยสารสกุลไทย นิตยสารขวัญเรือน  amarinpocketbook นานมีบุ๊คส์ ร้านหนังสือซีเอ็ด ศูนหนังสือจุฬา ร้านนายอินทร์ ประพันธ์สาสน์ เวบคุณวิกรม กรมดิษฐ์  Masharee Blog วรรณวรรธน์คาเฟ่ เวบของคุณ คีตาญชลี เวบกระบี่ทูเด เวบกลอนธรรมะ