ReadyPlanet.com
dot dot
dot
ห้องรับแขก
dot
bulletเล่าสู่กันฟัง
bulletคลีนิกเรื่องสั้น
bulletห้องพักฟื้นเรื่องสั้น
bulletบางบท...บางตอน
bulletวันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์
bulletฟังรายการวิทยุย้อนหลัง
bulletคมคำ คำคม
bulletกระดานสนทนา
bulletสมุดเยี่ยม
bulletข่าวแวดวงวรรณกรรม
dot
ห้องสมุด
dot
bulletนักอ่านพูดถึงประภัสสร
bulletบทสัมภาษณ์ต่างๆ
bulletประภัสสร ใน สื่อ
dot
กล่องความทรงจำ
dot
bulletE-card
dot
Newsletter

dot


facebook.com/psevikul


จอมโจรหนอนหนังสือ (ตอนต่อ)

 

ช่างหาอ่านยาก    เข้าห้องสมุดประจำตำบลหรือชุมชนนะเหรอ   ก็มีแต่นิตยสาร แฟชั่น  หรือนิยายน้ำเน่า   ผมจึงเลือกที่จะทำงานพิเศษในร้านขายหนังสือระหว่างเรียนมหาวิทยาลัยเปิด   ก็เพื่อจะได้มีโอกาสใกล้ชิดหนังสือทั้งหลายที่ผมหลงรัก    เวลานี้ผมรู้สึกราวกับผมไปสิงอยู่ในร่างของจอมโจรหนอนหนังสือเสียเอง   ตำรวจเงียบกันไปสักพักก็ตอบกลับมา    

             “เรื่องนี้  ต้องผ่าน  ครม.ก่อน  มันเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องหารือกันหลายฝ่าย”

            “ผมเข้าใจ   ผมจะรออยู่กับตัวประกันพวกนี้  จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง”   เหงื่อของเขาเริ่มไหล  ย้อยหยดลงบนต้นคอผม

            “มันต้องใช้เวลาเป็นเดือนๆ เลยนะ  คุณจะอยู่ในร้านหนังสือกับตัวประกันพวกนี้ได้ยังไง”

            “ได้สิผมอยากอยู่ในร้านหนังสืออย่างนี้มานานแล้ว”     คำตอบนี้ทำให้ผมสะอึก  ราวกับเขาพูดสิ่งที่ผมคิด

            ตำรวจเงียบไปอีกครั้ง   เขาหันไปกระซิบอะไรบางอย่างกับตำรวจที่ยืนใกล้ๆ   ผมคิดไปเองว่าพวกเขา   อาจใช้หน่วยสวาทจู่โจมแบบในภาพยนตร์

 

            เขาลากผมกลับเข้าไปในร้านอีกครั้ง      ตัวประกันยังคงหมอบอยู่เช่นเดิม     เขาปล่อยให้ผมกลับไปหมอบ   ส่วนเขาทรุดลงนั่งบนเก้าอี้ เบื้องหน้าตัวประกันทุกคน         เขาเงียบจนผมแทบได้ยินเสียงลมหายใจ  ของทุกคนในร้าน  แต่ในที่สุดเขาก็เปิดปาก

            “ผมต้องขอโทษทุกคนด้วย   ที่ทำให้ทุกคนต้องเดือดร้อน”               เสียงของเขาอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด   ราวกับเปล่งออกมาจากปากคนละคน   เขาวางปืนไว้ข้างกาย    นับเป็นการปล่อยปืนให้หลุดจากมือของเขาเป็นครั้งแรก    เขาดูผ่อนคลายและปลงๆ ยังไงพิกล     เขาใช้ศอกทั้งสองวางบนเข่า             นิ้วมือประสานกันรองรับคาง

            ตัวประกันบางคนเริ่มมีความกล้าที่จะเงยหน้าขึ้นมามองผู้ที่ทำให้เขาต้องหวาดหวั่น  เมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา

            “คุณทำอย่างนี้ทำไม”  สาวนักศึกษาหน้าใส   ผมซอยประบ่า  ถามขึ้นมาอย่างกล้าๆกลัวๆ

            “พวกคุณก็ได้ยินข้อเรียกร้องของผมแล้วไม่ใช่เหรอ  นั่นละเหตุผลของผม”

            “มีวิธีอื่นอีกหลายวิธี   ที่คุณไม่ต้องเอาตัวเองเข้าเสี่ยงแบบนี้ก็ได้”   หญิงสูงวัยผมสีเทาแซมหงอก  พูด

            “ใช่  คุณอาจทำการรวบรวมรายชื่อประชาชนให้ได้สัก   50,000   ชื่อ เพื่อยื่นให้ประธานสภาก็ได้นี่”   นักศึกษาอีกคนผมดัดเป็นลอนยาวเลยบ่า  ออกความเห็น

            “โธ่  คุณจะไปหวังอะไรกับประเทศที่มีคนอ่านหนังสือเฉลี่ยคนละ  2  บรรทัดต่อวันล่ะ   พวกคุณลุกขึ้น   นั่งกันตามสบายเถอะ”     หลังเขาพูดจบ  ทุกคนก็ค่อยๆ พยุงตัวเองขึ้นมานั่งบ้างยืนบ้าง     ผมเลือกที่จะนั่งพิงชั้นวางหนังสือ  ดูจะสบายกว่า

            เรานั่งคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันในเรื่องหนังสือ      ทำให้รู้ว่าเขาเป็นนักอ่านตัวยงคนหนึ่งที่เดียวสมแล้วกับฉายา  จอมโจรหนอนหนังสือ   

            เวลาผ่านไปกว่า   1   ชั่วโมง  ก็มีระเบิดควันขว้างเข้ามา  ควันสีเหลืองกระจายฟุ้งไปทั่ว  เสียงหญิงสาวกับคนแก่ร้องกรี๊ดกร๊าดดังระงม    เสียงดุดันของหน่วยสวาทดังขึ้น

            “ทุกคนหมอบลง  หมอบลงๆ”        ผมหมอบคลานเข้าใต้เคาน์เตอร์ทันทีซึ่งปรากฏว่าเพื่อนร่วมงานผม มุดไปรออยู่แล้ว

หลังหมอกควันจางลง   อาการแสบตาของผมก็ยังคงอยู่    เช่นเดียวกับตัวประกันคนอื่นๆ ที่ปลอดภัย  จอมโจรหนอนหนังสือถูกจับกุมโดยละม่อม   เขาหมอบเอามือประสานวางไว้บนหัว  รอการจับกุมอยู่แล้ว  

หลังจากวันนั้น    ผมก็ติดตามข่าวนี้อย่างใกล้ชิด    ข่าวนี้พาดหน้าหนึ่งเลยทีเดียว     ทีวีหลายช่องนำมาทำเป็นสารคดีพิเศษเกี่ยวกับวงการหนังสือของไทย    คุณภาพของวรรณกรรม    และหนังสือที่แปลมาจากต่างประเทศ            ที่มีผู้แปลน้อยนิดเมื่อเทียบกับจำนวนคนไทยที่มีโอกาสได้ไปเล่าเรียนอยู่ยังต่างประเทศรวมทั้งระบบห้องสมุดที่ห่วยแตกสิ้นดี

            ข่าวสารทำให้ผมได้รู้ว่า   จอมโจรหนอนหนังสือ  ชื่อจริงคือ  นาย   ณัฐพล    จองกฤษ    เป็นคนไข้คนหนึ่งของโรงพยาบาลสวนสราญรมณ์   ที่รับรักษาอาการทางสมองที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี   เขาเคยเป็นไอ้ขี้ยา    ที่ติดผงขาวและกัญชาอย่างงอมแงมมากว่า  10   ปี 

            จนกระทั่ง  เขาบวชตอนอายุ  25   ปี  ในช่วงบวชนี้เองที่เขาเลิกยาเสพติดได้  แล้วเริ่มคลุกคลีกับหนังสือจนมันกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตเขาไปแล้ว    จากนั้นก็ออกมารับจ้างเขียนป้ายและเริ่มเขียนหนังสือ      แต่ไม่มีสำนักพิมพ์ไหนยอมตีพิมพ์ให้       เขาเลยทำเป็นหนังสือทำมือ  ทำเองขายเอง   โดยใช้นามปากกา  พานทองแดง  จากข่าวที่ออกไป ทำให้หนังสือทำมือของ  จอมโจรหนอนหนังสือ  กลายเป็นของหายากและราคาพุ่งสูงเป็น   3   เท่าของราคาปก      บางคนถึงกับลงทุนเอาไปถ่ายเอกสารมาขายต่อเพื่อนๆ  ที่หาซื้อไม่ได้   สำนักพิมพ์ใหญ่ติดต่อขอ ซื้อไปตีพิมพ์ ในที่สุดเขาก็ได้ขึ้นบนดิน  แม้ตัวเขาจะอยู่ในคุกก็ตาม

            งานเขียนของเขา  มีการพูดถึงกว้างขึ้นเรื่อยๆ ราวกับ หินก้อนน้อยที่หล่นลงบนผิวน้ำที่ราบเรียบจนเกิดวงคลื่นที่ขยายวงออกไปเรื่อยๆ   ข้อเสนอที่เขาเรียกร้อง   ได้สร้างกระแสให้ประชาชนที่รักการอ่าน  และมองเห็นคุณค่าของการอ่าน   เริ่มรวมตัวกันออกมาประท้วงอย่างสงบที่หน้าทำเนียบ   และมีการเรียกร้องให้ปล่อยตัว  จอมโจรหนอนหนังสือ      รัฐบาลอยู่ภาวะถูกกดดันอย่างหนัก  มีการล่ารายชื่อประชาชนที่เห็นด้วยกับเรื่องนี้  ปรากฏว่ามีผู้ร่วมลงชื่อกว่า  3 แสนคน ในที่สุดศาลก็ตัดสินยกฟ้อง จอมโจรหนอนหนังสือได้รับอิสรภาพ   เมื่อออกมาเขาก็เริ่มเคลื่อนไหว    ดำเนินการสิ่งที่เขาต้องการต่อไป   และดูเหมือนจำนวนประชาชนที่เข้าร่วมอุดมการณ์จะมีมากขึ้นเรื่อยๆ    รวมทั้งเหล่าสื่อมวลชนที่อยากให้คนหันมาอ่านกันมากขึ้นอยู่แล้ว

            ในที่สุด  รัฐบาลก็ยอมรับข้อเสนอของ   จอมโจรหนอนหนังสือ    นับเป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ของบรรดาหนอนหนังสือทั่วประเทศ     ข่าวนี้แพร่กระจายออกไปสู่ชาวโลก     หนอนหนังสือทั่วโลกจึงมีการประท้วงเรื่องราคาหนังสือกันบ้าง    จนกระทั่งหนังสือของทุกประเทศกลายเป็นสินค้าควบคุม   ระบบห้องสมุดมีการเชื่อมต่อขอยืมหนังสือกันข้ามประเทศได้อย่างไม่ยากเย็น

            จอมโจรหนอนหนังสือหายไปแล้ว     เวลานี้มีเพียงนักเขียน      รางวัลโนเบล            คนแรกของไทยนาม   พานทองแดง    หนังสือของเขาถูกแปลไปกว่า  40   ภาษาทั่วโลก  

แต่ในวันหนึ่งที่แดดร้อนอบอ้าว  ปลายเดือนเมษายน    จอมโจรหนอนหนังสือ    ถูกเลียนแบบโดยทำตามที่จอมโจรหนอนหนังสือเคยทำทุกอย่าง    โดยกระทาชายนายหนึ่ง      แต่หนังสือที่เขาต้องการไม่ใช่หนังสือวรรณกรรม  หรือปรัชญา   แต่เป็นหนังสือโป๊ะ

วันรุ่งขึ้น  ข่าว    “จอมโจรหนังสือโป๊ะ”    ก็ถูกพาดหน้าหนึ่ง   

……………………………………………..

 

 

 
 

คลีนิกเรื่องสั้น 36

จอมโจรหนอนหนังสือ

ณัฐพล

 

            นี่เป็นเรื่องสั้นอีกเรื่องหนึ่งของคุณณัฐพล ซึ่งมีแนวการเขียนแบบกวน ๆ ยั่วล้อ ทีเล่นทีจริง

ซ่อนคลุมเนื้อหาที่เข้มข้น ผมเชื่อว่าคำถามแรกซึ่งคนที่ได้อ่าน “จอมโจรหนอนหนังสือ”จะถามตัวเองด้วยความรู้สึกขันขำก็คือ มีด้วยหรือโจรพรรณนี้? แต่ความเป็นจริงสำหรับประเทศที่มีคนอ่านหนังสือปีละไม่กี่บันทัด และห้องสมุดยังเป็นเพียงสุสานหนังสือ น่าจะขำขื่นกว่า

            ขอเล่านอกเรื่องหน่อยว่า ผมเคยไปห้องสมุดของซันติอาโก ในชิลี ผู้อำนวยการห้องสมุดเล่าให้ผมฟังว่า ปรัชญาของห้องสมุดแห่งนี้ไม่ได้อยู่ที่หนังสือ อุปกรณ์ หรือสถานที่ แต่อยู่ที่ผู้ใช้บริการ ดังนั้นอย่าได้ประหลาดใจที่ตัวอาคารทั้งภายในและภายนอกไม่ได้ถูกดัดแปลงปรับปรุงจากที่เคยเป็นโกดังเก็บสินค้าในอดีตมากมายนัก หนังสือก็วางไว้ใกล้มือให้หยิบฉวยไปนั่งอ่านหรือนอนอ่านกันได้ง่าย ๆ ถ้ายังไม่อยากอ่านหนังสือก็มีคอมพิวเตอร์ให้เล่นเกมส์ ดูหนัง หรือฟังเพลง ใครอยากตั้งวงสนทนาหรือเอาน้ำเอาขนมมากินก็ไม่ว่ากัน เด็ดไปกว่านั้นยังมีมุมหนังสือสำหรับผู้บรรลุนิติภาวะ ที่มีนิตยสารประเภทเพลย์บอย และวรรณกรรมอีโรติกให้อ่านกันโดยเปิดเผย ที่น่าสนใจก็คือในจำนวนคนที่เข้ามาใช้บริการวันละกว่า 6,000 คนนั้น ส่วนหนึ่งคือเด็กจรจัด หรือชาวบ้านที่ยากจนจากชุมชนแถวนั้น แต่หนังสือหรือข้าวของในห้องสมุดก็ไม่เคยสูญหายหรือเสียหาย

            มีบางคนเคยบอกกับผมว่าคนไทยไม่มีวัฒนธรรมการอ่านหนังสือ แต่วัฒนธรรมเป็นสิ่งที่ต้องสร้างและสะสมขึ้นมา หากคนในสังคมไม่สร้างสรรค์และสั่งสมการอ่าน เมืองไทยจะมีวัฒนธรรมเช่นนี้ได้อย่างไร?

            ย้อนกลับมาที่เรื่องสั้น “จอมโจรหนอนหนังสือ” ตัวละครตัวหนึ่งที่ถูกยั่วล้อก็คือตัวคุณณัฐพลเอง ที่กลายมาเป็นทั้งคนไข้ที่มีอาการผิดปกติทางสมอง นักเขียนใต้ดิน จอมโจรหนอนหนังสือ

และนักเขียนขายดีผู้ที่ได้รางวัลโนเบล ซึ่งทำให้ผู้อ่านเกิดความรู้สึกสงสารและขบขันไปพร้อม ๆ กัน ซึ่งผมเคยพูดแล้วว่ามุขตลกแบบเจ็บตัวนี้ ถ้าทำให้ดี ๆ และถึง ๆ จะสามารถตรึงใจผู้อ่านไปได้นาน

            สำหรับข้อเรียกร้องของ “จอมโจรหนอนหนังสือ” แม้จะไม่ใช่สิ่งใหม่และเป็นเรื่องที่รู้ ๆ กันมานานแล้ว แต่เมื่อถูกนำมาใส่วางในจุดที่เหมาะสมก็ช่วยเสริมน้ำหนักและแรงเหวี่ยงของเรื่องเป็นอย่างดี – ปัญหาของเรื่องสั้นเรื่องนี้มีข้อเดียว คือคำว่า “จอมโจรหนังสือโป๊ะ” ซึ่งหลังจากอ่านงานของคุณณัฐพลบ่อย ๆ ผมก็ชักเริ่มไม่แน่ใจว่าเป็นปัญหาของคุณนัฐพลเรื่องการสะกดผิดจาก “โป๊”

เป็น “โป๊ะ” หรือเป็นปัญหาของผมเองที่ตามมุขคุณณัฐพลไม่ทัน?

 

ประภัสสร เสวิกุล ซันติอาโก ชิลี, 7 สิงหาคม 2550

 

 

 



หน้า 1/1
1
[Go to top]



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
www.psevikul.com นิตยสารสกุลไทย นิตยสารขวัญเรือน  amarinpocketbook นานมีบุ๊คส์ ร้านหนังสือซีเอ็ด ศูนหนังสือจุฬา ร้านนายอินทร์ ประพันธ์สาสน์ เวบคุณวิกรม กรมดิษฐ์  Masharee Blog วรรณวรรธน์คาเฟ่ เวบของคุณ คีตาญชลี เวบกระบี่ทูเด เวบกลอนธรรมะ