ReadyPlanet.com
dot dot
dot
ห้องรับแขก
dot
bulletเล่าสู่กันฟัง
bulletคลีนิกเรื่องสั้น
bulletห้องพักฟื้นเรื่องสั้น
bulletบางบท...บางตอน
bulletวันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์
bulletฟังรายการวิทยุย้อนหลัง
bulletคมคำ คำคม
bulletกระดานสนทนา
bulletสมุดเยี่ยม
bulletข่าวแวดวงวรรณกรรม
dot
ห้องสมุด
dot
bulletนักอ่านพูดถึงประภัสสร
bulletบทสัมภาษณ์ต่างๆ
bulletประภัสสร ใน สื่อ
dot
กล่องความทรงจำ
dot
bulletE-card
dot
Newsletter

dot


facebook.com/psevikul


สายน้ำที่ขาดหาย (ตอนต่อ 2)

 

ผมกระโดดลงไปบนพื้นทราย รอยเท้าของน้องหายไปแล้ว อาจเพราะสายลม ที่ลบรอยเท้าน้องไป แต่กระป๋องอลูมิเนียมยังคงสถิตอยู่ที่เก่า ผมก้มลงหยิบมันขึ้นมาดู แล้วก็วางมันลงที่เดิม จากนั้นก็ไปหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าผาสูง ผมเงยหน้ามองท้องฟ้า เหมือนที่น้องเคยมอง ในใจนึกสงสัยว่า น้องสาวผมไปอยู่ที่ไหนแล้ว พระเจ้าได้นำเธอไปไว้ในที่แห่งใดหนอ

            เงาใหญ่แผ่ออกมาจากผา ปกคลุมตัวผมให้พ้นจากความร้อน ผมหรี่ตาลง จึงได้เห็นก้อนเมฆก้อนใหญ่เคลื่อนพ้นจากขอบผามาช้าๆ เมฆขาวปุยใหญ่ที่ผมไม่ได้เห็นมานาน  และเมื่อสดับความเงียบของจิตใจแล้ว ผมก็ได้ยินเสียงน้ำไหลริน

            ...พี่จ้ะ น้องได้ยินเสียงน้ำตกด้วยล่ะ เสียงซู่ๆเหมือนฝักบัวที่บ้านเลย

            ใช่แล้ว เสียงน้ำตกซู่ๆ ไม่ต่างจากเสียงใบไผ่ที่เสียดสีกันยามลมพัด ในวันนั้น น้องได้ยินเสียงนี้ใช่ไหมหนอ

            “อือ พี่ก็ได้ยิน... ท้องฟ้าคงคืนน้ำให้น้ำตกแล้วมั้ง เธอขอเอาไว้ไม่ใช่เหรอ”

            ผมลืมตาขึ้น เผื่อว่าจะมีสายน้ำสายเล็กๆซึมเซาะตามซอกหินบ้าง แต่ไร้วี่แวว หากกระนั้น เสียงน้ำตกก็ยังก้องในหู ผมทาบฝ่ามือลงบนก้อนหินก้อนหนึ่งที่ฝังตัวรวมกับพรรคพวกก้อนอื่น

            เมฆปุยใหญ่ลอยผ่านไป เปิดโอกาสให้แสงอาทิตย์สาดส่อง

ผมกลับไปยังใต้ต้นไม้ ที่ๆจักรยานจอดพิง ผมลงมือขุดดินใกล้ๆรากไม้ใหญ่ที่ยื่นโผล่จนได้หลุมลึกประมาณฝ่ามือ แล้วล้วงเอากุญแจบ้านออกมาจากกระเป๋ากางเกง กำเบาๆเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนหย่อนมันลงไปในหลุมพร้อมกอบดินรอบข้างถมจนแน่น

            ผมตบแผ่นดินหนสุดท้าย แล้วแหงนหน้ามองฟ้า อากาศเคลื่อนไหวทำให้ใบไม้แห้งใบเดียวนั้นแกว่งสะบัดวนๆ

            ใบไม้ปลิดขั้วในที่สุด

 

“น้านึกว่าเธอจะไม่มาซะแล้ว แล้วนี่ บ้านช่องเรียบร้อยดีนะ” น้าสาวถามทันทีที่ผมมาถึง  

            “ครับ” ผมตอบไปอย่างนั้น บางที อาจดูเหมือนว่าผมโกหก เพราะผมเพิ่งทิ้งกุญแจบ้านไปหยกๆ แต่มันจะสำคัญอย่างไรเล่า ในเมื่อ ที่นี่จะมีแต่ความแห้งแล้ง ปราศจากผู้คนตลอดกาล

            “ต่อ... เป็นอะไรรึเปล่าน่ะ หน้าซีดเชียว” น้าถามผม รอยเสียงกังวล

ผมส่ายหน้าเบาๆ ไม่ตอบอะไร แล้วผมจึงเดินขึ้นเครื่องโดยไม่ได้สนใจน้าอีก ในจังหวะนั้น เสียงน้ำตกก็ดังขึ้นในหู

ผมนึกหวนไปถึงคำพูดของน้อง ที่บอกว่าน้องอธิษฐานขอให้ท้องฟ้าคืนน้ำให้กับน้ำตก น้องไม่รู้หรอกว่า ท้องฟ้าไม่มีวันคืนน้ำให้กับน้ำตกตามที่น้องขอ สายน้ำที่ขาดหายไม่มีวันกลับมาไหลเหมือนเดิม

ผมได้ยินเสียงน้ำตกอีกครั้ง ครั้งนี้เสียงน้ำตกดังกว่าครั้งไหนๆ ผมเอื้อมมือจับพนักพิงของเก้าอี้ตัวที่อยู่ใกล้ๆ

แล้วทุกอย่างก็ดับวับลง







คลินิกเรื่องสั้น 49

สายน้ำที่ขาดหาย

ไนติงเกล

คุณไนติงเกลบอกมาว่า “ตั้งใจจะให้เรื่องสั้นเรื่องนี้ออกมาในแนววิทยาศาสตร์ นำเสนอถึงความท้อแท้ของมนุษย์ แต่ไป ๆ มา ๆ กลายเป็นเรื่องอะไรไปก็ไม่รู้”  ผมคิดว่าก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่าเรื่องสั้นหรือนิยายวิทยาศาสตร์ ที่เรียกทับศัพท์ว่าไซไฟ (Sci-Fi) หรือ Science Fiction นั้นเป็นเช่นไร... Arthur C.Clarke .ให้คำจำกัดความเรื่องแนววิทยาศาสตร์ไว้ว่า “เรื่องอะไรก็ตามที่เกี่ยวกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีแต่แฝงไว้ด้วยความลึกลับหรืออภินิหาร” บางตำราถือว่านิยายหรือเรื่องสั้นแนววิทยาศาสตร์เป็นประเภทจินตนิยาย และเป็นคู่แฝดกับเรื่องประเภทแฟนตาซี ขณะที่บางตำราลงรายละเอียดว่า

-         เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในอนาคต ในมิติที่แตกต่างของเส้นแนวเวลา ทั้งนี้อาจเป็น

เรื่องราวในประวัติศาสตร์หรือเหตุการณ์ในอดีต ซึ่งมีลักษณะที่โต้แย้งกับข้อมูลทางประวัติศาสตร์หรือบันทึกของนักโบราณคดี

-         เรื่องที่เกี่ยวกับอวกาศ พิภพต่างดาว หรือมนุษย์ต่างดาว

-    เรื่องที่ขัดแย้งกับกฏธรรมชาติ

-    เรื่องที่เกี่ยวกับการค้นพบหรือนำเสนอหลักการใหม่ ๆ ทางวิทยาศาสตร์ วิทยาการ

สมัยใหม่ ระบบการเมืองและสังคมที่แตกต่างไปจากเดิม

            ดังนั้น หากถามว่า “สายน้ำที่ขาดหาย” เป็นเรื่องแนววิทยาศาสตร์หรือไม่ ผมก็ตอบได้ว่าเป็นเรื่องแนววิทยาศาสตร์ ในกลุ่ม Solf & Social Sci-Fi ซึ่งพูดถึงสังคมในด้านต่าง ๆ เช่นปรัชญา เศรษฐศาสตร์ การเมือง สังคมศาสตร์ มนุษย์วิทยา รวมทั้งสังคมในอุดมคติ –โดยเรื่องสั้นของคุณไนติงเกลเรื่องนี้ ได้กล่าวถึงวิกฤตธรรมชาติซึ่งโลกกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ อันเป็นผลสืบเรื่องมาจากการที่มนุษย์ทำลายห่วงโซ่ธรรมชาติ การใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างไม่ยั้งคิด และผลพวงของการพัฒนาทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ขาดความคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ในช่วงเวลา 50 กว่าปีที่ผ่านมา

            ย้อนกลับมาดูที่ตัวเรื่อง – ปัญหาประการแรกของเรื่องสั้นเรื่องนี้คือความยาว และเป็นความยาวคุณไนติงเกลสามารถจะรวบรัดตัดทอนให้สั้นลงกว่านี้ได้ อันจะทำให้เรื่องมีความกระชับ และมุ่งไปสู่จุดหมายที่ต้องการอย่างตรงประเด็น

            ปัญหาประการที่สองคือบทสนทนายังขาดความเป็นธรรมชาติ สำหรับการแก้ไขในปัญหานี้คือ คุณต้องกำหนดอายุ วุฒิภาวะ บุคลิกลักษณะ และความสัมพันธ์ของตัวละคร เช่นพี่ชายกับน้องสาวในเรื่องนี้ให้ได้แน่นอน แล้วลองพูดหรือสนทนากันดู ซึ่งตอนนั้นคุณจะทราบได้ทันทีว่าคำพูดประโยคไหนที่สมจริง หรือประโยคไหนเป็นละคร

            โดยภาพรวม เรื่องสั้น “สายน้ำที่ขาดหาย” มีความน่าสนใจในระดับหนึ่ง และจะยิ่งน่าอ่านยิ่งขึ้น ถ้าคุณไนติงเกลจะลองแก้ไขในสิ่งที่เป็นปัญหาของเรื่องนี้ทั้งสองประการ

 

ประภัสสร เสวิกุล/ ชิลี, 13 มีนาคม 2551    

 

 

 
 


หน้า 1/1
1
[Go to top]



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
www.psevikul.com นิตยสารสกุลไทย นิตยสารขวัญเรือน  amarinpocketbook นานมีบุ๊คส์ ร้านหนังสือซีเอ็ด ศูนหนังสือจุฬา ร้านนายอินทร์ ประพันธ์สาสน์ เวบคุณวิกรม กรมดิษฐ์  Masharee Blog วรรณวรรธน์คาเฟ่ เวบของคุณ คีตาญชลี เวบกระบี่ทูเด เวบกลอนธรรมะ