ReadyPlanet.com
dot dot
dot
ห้องรับแขก
dot
bulletเล่าสู่กันฟัง
bulletคลีนิกเรื่องสั้น
bulletห้องพักฟื้นเรื่องสั้น
bulletบางบท...บางตอน
bulletวันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์
bulletฟังรายการวิทยุย้อนหลัง
bulletคมคำ คำคม
bulletกระดานสนทนา
bulletสมุดเยี่ยม
bulletข่าวแวดวงวรรณกรรม
dot
ห้องสมุด
dot
bulletนักอ่านพูดถึงประภัสสร
bulletบทสัมภาษณ์ต่างๆ
bulletประภัสสร ใน สื่อ
dot
กล่องความทรงจำ
dot
bulletE-card
dot
Newsletter

dot


facebook.com/psevikul


หรือฉันเองที่แตกต่าง (ตอนต่อ)

 

วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วภูมิและแพรต่างก็ยุ่งด้วยกันทั้งคู่ โอกาสที่ได้คุยกันทาง msn ลดลงไป แต่ภูมิยังคงโทรมาแพรสม่ำเสมออาทิตย์ละครั้ง เสาร์นี้แพรเลิกงานไม่ดึกมากจึงกลับมาบ้านเร็วหน่อย ในขณะที่ฉันมีนัดสังสรรค์กับเพื่อนฝูงตามปกติซึ่งเราจะนัดเจอกันทุกๆเสาร์สิ้นเดือน   ในห้องนั่งเล่นคอมพิวเตอร์ถูกเปิดขึ้น เนื่องจากแพรนึกอยากจะเข้า  msn เพื่อคุยกับเพื่อนๆ เมื่อแพรเข้า msn ก็มี email แปลกๆจากคนแปลกหน้าเข้ามาให้เธอ click… แพรหยุดคิดเพื่อตัดสินใจว่าจะ click ดีไหม  เพราะ ชื่อ email ของเธอผู้นั้นไม่คุ้นเคยเอาเสียจริง  ในที่สุดแพรก็ click รับเธอเข้ามา  ระหว่างที่แพรกำลังคุยกับเพื่อนอย่างสนุก เธอคนแปลกหน้าก็เข้ามา…….. 

เธอคนแปลก:   “สวัสดีค่ะ”
 แพร:             “สวัสดีเช่นกันค่ะ”
 เธอคนแปลก:  “มินนะคะ”
 แพร:                “แพรค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ”
 เธอคนแปลก:  “มินคงต้องเรียกว่าพี่แพรนะคะ เพราะพี่ภูมิบอกว่าคุณอายุมากกว่ามิน”
 แพร :            “ค่ะ เป็นเพื่อนภูมินี่เอง”
 เธอคนแปลก:  “ก็ไม่เชิงเพื่อนค่ะ มินมาเจอกับพี่ภูมิที่โตรอนโตค่ะ เพราะพี่ภูมิรู้จักกับเมย์น้องสาวมิน”
 แพร :            “อ๋อ แบบนี้นี่เอง”
 เธอคนแปลก:   “มินมาทำงานที่นี่ชั่วคราวประมาณ 2 เดือนค่ะ เดือนพฤศจิกายนที่กำลังจะถึงก็จะกลับแล้ว”
 แพร:                 “กลับมาคงคิดถึงน้องสาวแย่เลยนะคะ”
 เธอคนแปลก:   “ค่ะ พอใกล้จะกลับก็ใจหาย ไม่อยากกลับเลย มีอะไรหลายๆอย่างที่นี่ที่ทำให้ต้องคิดถึงและผุกพันธ์  ว่าแต่ว่าพี่แพรทำงานโรงงานใช่ไหมคะ  คงทำงานหนักน่าดู ส่วนงานมินได้เดินทางเยอะ ต้องไปโน่นมานี่ ทำให้รู้จักคน บางครั้งก็ได้พบเจอคนดีดี”
แพร:                 “ค่ะงานหนักหน่อยแต่ก็สนุก”
 เธอคนแปลก:    “มินว่าพี่ภูมิเป็นคนน่ารักดีนะคะ พี่ภูมิช่วยเหลือมินเสมอรวมไปถึงเมย์ด้วย มินทำกับข้าวให้พี่ภูมิทานบ่อยๆค่ะ”

 

ถึงตอนนี้แพรต้องลุกออกจากหน้าจอ แพรเข้าห้องน้ำล้างหน้า และหยุดสงบอารมณ์ที่เริ่มจะพุ่งพล่านอยู่ในใจ
 

เธอคนแปลก:    “หายไปไหนมาคะ”
 แพร:              “เข้าห้องน้ำค่ะ เดี๋ยวต้องขอตัวก่อนนะคะพอดีจะออกไปข้างนอกค่ะ”  
เธอคนแปลก:     “ตอนนี้ที่ไทยมืดแล้วสิคะ ที่นี่ประมาณช่วงบ่ายค่ะ มินจะออกไปซื้อของเตรียมทำกับข้าวเหมือนกัน วันนี้คงต้องซื้อกุ้งค่ะ เพราะพี่ภูมิอยากทานกุ้ง” 
 แพร :                 “ค่ะ ไว้คุยกันใหม่นะคะ”
เธอคนแปลก:   “ค่ะ แน่นอนค่ะมินจะแวะมาคุยอีก”
 
คืนนี้ฉันกลับมาถึงบ้านประมาณห้าทุ่มครึ่ง  ฉันได้ยินเสียงเพลง “In My Place” ของ ColdPlay ออกมาจากห้องนั่งเล่น เมื่อฉันเปิดประตูเข้าไปฉันถึงกับทำอะไรไม่ถูกกับสิ่งที่ฉันเห็นอยู่ตรงหน้า

 

ฉันเห็นแพรนอนฟุบหน้าไร้สติอยู่บนโซฟา เบียร์ 6 ขวดถูกเปิดฝาออกหมด ฉันรีบไปเขย่าตัวแพรแต่เธอยังคงหลับไหลไม่รู้ตัว สำหรับคอเบียร์แค่หกขวดคงเป็นแค่เรื่องจ้อย แต่สำหรับยายแพรนั้นมันทำให้แพรหมดสติได้อย่างรวดเร็ว
 
คืนนั้นฉันนั่งเช็ดตัวแพรไปพร้อมกับน้ำตาเพราะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับน้องสาวของฉัน แน่นอนมันคงต้องเกี่ยวกับภูมิ คงเป็นเรื่องอื่นใดไม่ได้ ฉันคิดอยู่ในใจ ฉันอยากจะหยิบโทรศัพท์กริ๊งกร๊างไปหาว่าที่น้องเขยของฉัน แต่มันคงเป็นการไม่สมควรที่จะทำแบบนั้นเพราะมันเป็นเรื่องของคนสองคน  

“โอ้ยแพรมึนหัวจังเลย” เสียงอ้อแอ้ของแพรปลุกให้ฉันตื่นในเช้าวันอาทิตย์
“ตื่นแล้วหรือแพร เป็นอย่างไรบ้าง”
 
แพรค่อยๆพยุงตัวเองมาอยู่ในท่านั่ง  แขนสองข้างเอื้อมมือมากอดฉันพร้อมเสียงสะอื้น  ฉันปล่อยให้แพรร้องไห้ไปเรื่อยๆภายในอ้อมกอดฉันจนเสียงสะอื้นของเธอหยุดลง
 
“ไปอาบน้ำก่อนเถอะแพรจะได้สบายตัว เสร็จแล้วเราค่อยมาคุยกัน”

แพรพยักหน้ารับคำแล้วลุกไปเข้าห้องน้ำ

“เกิดอะไรขึ้นกับแพรเมื่อคืนนี้ พี่ไม่เคยเห็นแพรดื่มเบียร์หมดขวดสักทีเมื่อคืนซัดไปซะหก”
 “แพรขอโทษค่ะพี่พริม แพรมีเรื่องไม่สบายใจ แพร ….แพรสับสน”
 
แพรตอบฉันพร้อมน้ำใสๆที่รินออกมาจากตาสองข้างของเธออีกครั้ง  แพรเล่าเรื่องทั้งหมดบน  msn จากมินให้ฉันฟัง  ซึ่งทำให้ฉันนึกไม่ชอบผู้หญิงคนนั้นขึ้นมาทันที

“พี่ว่าแพรควรจะโทรไปคุยกับภูมิก่อนนะ บางทีเขาอาจจะเป็นแค่เพื่อนกันก็ได้” ฉันให้คำแนะนำเธอ
“แพรโทรไปแล้วค่ะ แพรถามภูมิว่ารู้จักผู้หญิงชื่อมินไหม เขาก็บอกว่ารู้จัก แพรถามต่อว่ามินรู้ email address แพรได้อย่างไร ภูมิบอกว่ามินคงเห็นตอนที่มินเข้าไปใน office ภูมิที่มหาวิทยาลัย”
“แพรเลยยิงคำถามให้ภูมิมากมาย ภูมิเขาคงหงุดหงิดแล้วถามแพรว่ายังไม่ไว้ใจเขาอีกเหรอ แล้วภูมิก็วางโทรศัพท์ไปเลย”
“อืม แล้วแพรโทรกลับไปอีกไหม” 
“ไม่ค่ะ แพรกำลังโกรธ เสียใจ และสับสน ก็เลยดื่มอย่างที่พี่พริมเห็น” 

เมื่อพูดถึงความรักของหนุ่มสาว สำหรับฉันแล้วบางครั้งฉันรู้สึกว่ามันยากที่จะให้นิยามว่าความรักคืออะไร บางคนอาจมองว่าความรักเป็นเรื่องสวยงาม บริสุทธิ์ แต่สำหรับฉันสิ่งหนึ่งที่ฉันได้เรียนรู้และร่างเป็นทฤษฎีความรักของฉันนั้นคือ   

 “ถ้ารักนั้นเป็นรักที่เห็นแก่ตัว รักที่เกิดขึ้นจากความอยากได้ความรักของคนคู่หนึ่งที่ทั้งคู่ต่างก็รักกันดีอยู่แล้วโดยเจตนา  ฉันขอประณามรักนั้นว่า “รักที่น่ารังเกียจ”  มันเป็นความรักที่มาจากหัวใจที่ตายด้านเพราะรักนั้นกำลังไปทำลายหัวใจและจิตใจของคนคู่หนึ่งที่มีรักด้วยหัวใจที่เป็นหัวใจอย่างแท้จริง……”   

ฉันเห็นละครชีวิตรักมากมายหลายแบบ บางครั้งฉันค้นพบว่าชีวิตรักของคนที่ฉันได้สัมผัสช่างคล้ายคลึงกับในละคร จนฉันสับสนขึ้นมาทุกทีว่าละครถูกสร้างมาจากชีวิตความเป็นจริงของคนหรือคนพยายามที่จะลอกเลียนแบบชีวิตตัวเองให้เป็นดั่งละคร

หลายครั้งหลายคราฉันได้ยินได้อ่านศัพท์วัยรุ่นยุคใหม่ว่า “กิ๊ก”  ด้วยความสัตย์จริงฉันไม่รู้ว่าไอ้กิ๊กเนี่ยมันคืออะไร ฉันให้หลายๆคนอธิบายให้ฉัน แต่ฟังแล้วฉันยังคงแยกไม่ออกระหว่าง  “กิ๊ก”   “ชู้”    “ ชู้ทางใจ”  หรือ  “เมียน้อย” ฉันเข้าใจว่ากิ๊กเป็นคำที่มีความหมายในแง่ลบ แต่ฉันก็เห็นหลายๆคนพูดกันอย่างสนุกปากว่า คนนี้เป็นกิ๊กคนนั้น อย่างสนุกสนานราวกับว่าถ้าใครไม่มีกิ๊กนี่เชยสุดๆ  หากฉันได้หลงเข้าไปอยู่กับกลุ่มชน “คนรักกิ๊ก” ที่ไร ฉันต้องรีบหาทางตะกายออกมาเพราะมันไม่ใช่โลกของฉัน

 

เสียงโทรศัพท์มือถือของแพรดังขึ้นทำให้ฉันตื่นจากภวังค์ เป็นโทรศัพท์จากภูมินั่นเอง ฉันส่งสัญญาณให้แพรคุยกันกับภูมิดีดี และแพรก็พร้อมที่จะทำตามแต่โดยดี  ภูมิขอโทษแพรที่เขาวางโทรศัพท์ไปกระทันหันในคืนก่อนเนื่องภูมิต้องรีบทำงานส่งอาจารย์เขาจึงอยากตัดเรื่องอื่นๆออกไปให้หมด  ทั้งคู่ปรับความเข้าใจซึ่งกันและกัน เมื่อทั้งสองคุยกันเสร็จแพรรีบวิ่งมากอดฉัน แล้วพูดเบาๆแต่ตามีแววของความยินดีระยิบระยับว่า 

“ภูมิจะกลับมาเดือนหน้า มาแต่งงานและรับแพรไปอยู่ด้วย”
“ภูมิพึ่งคุยกับพ่อและแม่ทั้งของภูมิและของเราค่ะ พ่อกับแม่จะเดินทางกลับมาสิ้นเดือนนี้ค่ะ”
 
ฉันถึงกับอึ้งพูดไม่ออกบอกไม่ถูกด้วยความดีใจราวกับตัวเองจะได้แต่งงานเองซะอย่างงั้น  

ฉันดีใจที่แพรมีโอกาสมาได้พบเจอกับคนที่ดีและมีจิตใจมั่นคงเช่นภูมิ    การเตรียมงานแต่ง ภูมินั้นอยากจะจัดงานแต่งในวันเกิดของแพรที่กำลังมาถึง แต่พ่อกับแม่อยากให้ยึดมั่นตามฤกษ์มากกว่าพวกเราก็ต้องปล่อยตามนั้น ฉันและแพรแบ่งเวลาจากการทำงานมาช่วยเตรียมงานอย่างเต็มที่   วันที่ภูมิเดินทางกลับฉันมีโอกาสได้เจอ

มินเนื่องจากน้องของเธอกลับมาเมืองไทยเที่ยวเดียวกับภูมิ มินเป็นคนหน้าตาดี มีหน้าที่การงานที่ดี และมีการศึกษาดี  ฉันไม่อยากจะเชื่อว่าเธอมีความกล้าดีเช่นกัน เมื่อเธอเห็นแพรเธอทำหน้าปุเลื่ยนๆไปสักพัก แต่เธอก็กล้าเข้ามาคุยกับแพรระหว่างที่ภูมิไปห้องน้ำ
 
“คิดดีแล้วหรือคะที่จะแต่งงานกับพี่ภูมิเธอถามด้วยรอยยิ้มอย่างมีลูกเล่น
“คิดดีแล้วค่ะ เพราะเราทั้งคู่ต่างมั่นใจซึ่งกันและกันและพร้อมจะมีชีวิตคู่ด้วยกัน” แพรพูดพลางเอื้อมมือเปิดกระเป๋าพร้อมหยิบการ์ดแต่งงานขึ้นมา
“ถ้าไม่ติดธุระอะไรเชิญไปงานแต่งงานของเรานะคะ” แพรพูดและส่งยิ้มให้ตามปกติ
 
รอยยิ้มแพรวพราวของมินหายไปทันที ฉันได้ยินเสียงเธอละล่ำละลักกล่าวคำขอบคุณก่อนที่จะเดินหันหลังกลับไป ตัวฉันเองก็ชื่นชมแพรอยู่ไม่น้อยเช่นกันที่แพรค่อนข้างควบคุมตัวเองได้ดี ถ้าเป็นฉันคงจะวีนแตกไปแล้ว

“พี่พริมถ้าเราไม่ให้ความไว้ใจกันบ้างมันก็เป็นเรื่องน่ารำคาญจะพาลเลิกกันได้ง่ายๆ แพรจะคุยเรื่องแบบนี้กับภูมิ เมื่อแพรคิดว่าต้องคุย”  ฉันนึกถึงคำพูดแพรที่เคยบอกฉันตั้งแต่ทั้งคู่คบกันใหม่ๆ
  

หนึ่งอาทิตย์ก่อนวันแต่งงานแพรและภูมิทำงานหนักกว่าเพื่อน ส่วนมินก็โทรมาหาภูมิทุกวัน แพรยังคงไม่ซักอะไรเกี่ยวกับการพูดคุยอันนั้น ในที่สุดวันแต่งงานก็มาถึง ฉันเห็นพ่อและแม่ของทั้งสองบ้านยิ้มแย้มเป็นพิเศษ ฉันได้สัมผัสถึงกลิ่นไอความรักไปตลอดทั้งงาน ทำให้คนโสดอย่างฉันอุ่นใจไปด้วยอย่างบอกไม่ถูก   ต่อไปนี้ฉันคงดำเนินชีวิตเดี่ยวๆไปคนเดียวเพราะพ่อและแม่  ภูมิและแพร ต่างเตรียมตัวเดินทางไปต่างประเทศ หลังการแต่งงาน

“พี่พริม แพรคิดถึงพี่พริมจังเลย” เสียงแพรจากแคนาดาผ่านมาตามสาย ฉันกับแพรคุยกันเกือบสองชั่วโมง  แพรบอกฉันว่ามินโทรจากไทยไปหาภูมิทุกอาทิตย์ และล่าสุดเธอส่งข้อความไปให้ภูมิว่า “คิดถึงอย่างแรง”

ฉันนึกห่วงชีวิตคู่ของแพรขึ้นมาทันที
 
“แล้วแพรทำอย่างไรล่ะ”  ฉันถามอย่างเร่งรีบ 

“ภูมิคะเราใช้ชีวิตคู่กันมา 6 เดือนแล้ว  แพรขอคุยอะไรหน่อยได้ไหม
“ครับ”
“ทำไมมินโทรมาหาภูมิบ่อยๆ” 
“อืม ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันนะแพร บางเรื่องผมคิดว่าเขาไม่ต้องคุยกับผมก็ได้ เปลืองค่าโทรศัพท์เปล่าๆ”
“แพรคิดว่ามินชอบภูมินะ” 
“อย่าคิดมากน่าแพร ผมไม่เคยคิดอะไรกับเขา”

แพรส่งกระดาษของ msn ที่แพรปริ๊นท์ออกมาจากการคุยกับมินตั้งแต่อยู่เมืองไทย และส่งข้อความในโทรศัพท์มาให้ภูมิดู เนื่องจากภูมิไปเข้าห้องน้ำระหว่างที่มีข้อความส่งมา  ภูมิอ่านข้อความบน msn และข้อความบนโทรศัพท์พร้อมถอนหายใจ

“แพร…..ผมขอโทษ…."

ผมขอโทษที่ปล่อยให้คนที่ผมคิดว่าเขาเป็นเพื่อนของผมคนหนึ่งเข้ามาทำให้แพรไม่สบายใจแบบนี้”

เสียงแห้งๆพร้อมสีหน้าล้าๆเอ่ยออกมาอย่างช้าๆจากปากของภูมิ เนื่องจากด้านหลังของกระดาษ msn แพรได้เขียนเรื่องราวต่างๆตั้งแต่มินแทรกมาในชีวิตเธอและภุมิจนเธอเมามายรวมไปถึงเรื่องที่มินมาคุยที่สนามบิน ถึงตอนนี้ทำให้ภูมิเข้าใจและรู้จักมินมากขึ้น 

“แพรรู้ว่าภูมิมั่นคงกับแพร แต่บางครั้งความเป็นสุภาพบุรุษของภูมิมากเกินไปอาจจะเป็นการเปิดโอกาสบางอย่างให้กับใครก็ได้ที่เขาสนใจในตัวภูมิ” 
“ผมไม่อยากจะคิดกับมินไปในแง่ที่เขามาชอบผมเลยนะแพร แต่ผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงทำแบบนี้กับแพร”  
“อืม   ถ้าอะไรมันยากที่จะเข้าใจก็ไม่จำเป็นต้องเข้าใจมันหรอกค่ะ   แล้วภูมิจะทำอย่างไรต่อไป” 
“แพรก็เห็นอยู่ว่าผมไม่เคยโทรหาเขาเลย  ผมคิดว่าถ้าเขาโทรมาอีกผมคงคุยแบบถามคำตอบคำและหาทางเลี่ยงที่หยุดการคุย   แพรคิดว่าอย่างไร ?”  
“ลองแบบนี้ดูก่อนก็ได้ค่ะ แล้วเรามาดูกันอีกทีว่าเป็นอย่างไร” 

หลังจากที่ภูมิเริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมการคุยกับมินไปหนึ่งอาทิตย์ ชื่อของมินใน msn ของแพรก็หายไป หลังจากนั้นจนปัจจุบันก็ไม่มีชื่อของมินทรีย์เข้ามาเป็นตัวแทรกของแพรและภูมิอีกเลย
 
หัวใจฉันพองโตทันทีเมื่อได้ฟังเรื่องทั้งหมดของแพร …………..

“พี่พริมเตรียมจัดกระเป๋าเลยนะคะ แพรโทรไปหาเจ้านายพี่พริมเรียบร้อยแล้ว”
“อะไรนะ! โทรไปหานายพี่เรื่องอะไร “ ฉันเริ่มมึนงงเมื่อยายแพรเปลี่ยนเรื่องคุยกระทันหัน 
“แพรบอกคุณพินิจว่าขอยืมพี่พริมหนึ่งอาทิตย์เพราะพี่พริมไม่ได้ลาพักร้อนมาหลายปีแล้ว” 
“แล้วคุณพินิจว่าอย่างไรเนี่ย”
“สงสัยวันนี้ตลาดหุ้นคึกคักค่ะ คุณพินิจบอกว่าหยุดไปเลยสองอาทิตย์ แล้วจะให้พี่พริมไปแวะอเมริกาเพื่อติดต่อลูกค้าเรื่องสินค้าตัวใหม่อีกด้วย”  
“เดี๋ยวแพรจะช่วยดูเรื่องตั๋วให้นะคะ แค่นี้ก่อนนะคะพี่พริม  แล้วแพรจะโทรมาเช็คเรื่องวันเดินทางอีกรอบค่ะ” 

วันรุ่งขึ้นคุณพินิจเรียกฉันเข้าไปคุยแต่เช้าทั้งเรื่องงานและเรื่องวันหยุดฉันได้หยุดงานเต็มที่สองอาทิตย์ครึ่ง ส่วนอีกครึ่งที่เหลือฉันต้องไปทำงานติดต่อลูกค้าตามที่แพรเกริ่นให้ฉันฟังทางโทรศัพท์  ความรักของภูมิและแพรเป็นเรื่องที่เตือนใจฉันอยู่เสมอว่าระยะทางหรือความห่างไกลไม่ได้เป็นต้นเหตุที่ทำลายความรักของใคร แต่เรื่องของจิตใจและศีลธรรมของคนต่างหากเล่าที่พร้อมจะทำลาย “รัก” ได้ทุกที่  มันเป็นเรื่องน่าแปลกที่โลกเรามีการพัฒนาไปเรื่อยๆ  มีสิ่งดีดีมากมายมาตอบสนองคนเราให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น แต่จิตใจคนนั้นดูเหมือนว่าจะลดต่ำลง ฉันเห็นความกล้าก๋ากั่นของผู้หญิงสมัยใหม่ในเรื่องของความรักมากขึ้น ส่วนฉันคงเป็นเพียงเต่าโบราณที่คลืบคลานไปอย่างช้าๆ  ฉันไม่รู้ว่าในโลกใบนี้จะมีผู้ชายสักกี่คนที่มีจิตใจมั่นคง หรือจะมีผู้หญิงสักกี่คนที่เป็นฝ่ายเริ่มต้น “รักที่น่ารังเกียจ”  อย่างไรก็ตามฉันไม่สามารถปรับตัวให้ยอมรับกับพฤติกรรมแบบใหม่ได้  ฉันจึงเลือกที่จะอยู่อย่างแตกต่างซึ่งสิ่งนี้ได้สร้างความสุขใจให้ฉันไม่น้อยเลยทีเดียว

 

  

 

 

 

 

คลีนิกเรื่องสั้น 15

หรือฉันเองที่แตกต่าง

โดย ปาราดา

 

            เรื่องสั้น “หรือฉันเองที่แตกต่าง” ให้แง่คิดในเรื่องพฤติกรรมบางอย่างของสตรีไทยในยุคปัจจุบัน ซึ่งทำให้ตัวละครตัวหนึ่งในเรื่องต้องถามตัวเอง หรือว่าเธอเองที่เป็นฝ่ายแตกต่างไปจากคนอื่น ๆ

            แนวคิดของคุณปาราดาในเรื่องสั้นเรื่องนี้เป็นแนวคิดที่ดี แต่ปัญหาอยู่ที่จะสามารถนำสารที่ดีนี้ไปสื่อให้ถึงผู้รับได้อย่างไร และความยาวของเนื้อเรื่องก็มีส่วนลดทอนความน่าสนใจของตัวเรื่องลงไปอย่างน่าเสียดาย ซึ่งตรงนี้คงจะต้องกลับไปใช้วิธีการแรก ๆ ที่ผมเคยแนะนำไว้ นั่นคือการกำหนดกรอบความยาวของเรื่อง สมมุติว่ากะว่าเรื่องสั้นเรื่องนี้ไม่น่าจะมีความยาวเกิน 5 หน้ากระดาษ เอ 4 คุณก็ต้องพยายามเขียนให้อยู่ในกรอบนั้น ถ้าเขียนแล้วเกินกว่า 5 หน้ากระดาษ คุณก็ต้องตัดทอนส่วนที่คิดว่าไม่สำคัญ เยิ่นเย้อ การพูดซ้ำ หรือไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องออกไป เมื่อทำสำเร็จ คุณก็จะได้เนื้องานที่แน่น กระชับ และสื่อสารได้ชัดเจนขึ้น

            สิ่งหนึ่งซึ่งจะป้องกันมิให้คุณหลงประเด็นที่ตั้งไว้ หรือปล่อยให้ความคิดล่องลอยไปเหมือนเรือที่ปราศจากการควบคุม ก็คือคุณต้องถามตัวเองอยู่ตลอดเวลาว่า ในเรื่องสั้นเรื่องนี้คุณต้องการที่จะบอกอะไรแก่คนอ่าน และคุณคิดว่าคนอ่านเข้าใจในสิ่งที่คุณบอกหรือไม่ ถ้าคิดว่าคนอ่านยังไม่เข้าใจ คุณอาจจะต้องเปลี่ยนวิธีการบอกเล่าเสียใหม่ อย่าลืมว่าเสน่ห์ของเรื่องสั้นหรือนิยายนั้น อยู่ที่กลวิธีการบอกเล่า อย่างที่สุนทรภู่เคยบอกว่า “อันถ้อยความเดียวกันสำคัญกล่าว”คือพล๊อตเดียวกัน คนหนึ่งอาจจะเล่าได้สนุกสนาน น่าสนใจ แต่อีกคนอาจจะเล่าอย่างจืดชืด น่าเบื่อ ก็ได้

            ย้อนกลับมาดู “หรือฉันเองที่แตกต่าง” อีกที จริง ๆ แล้ว เรื่องสั้นเรื่องนี้สามารถเล่าได้หลายแบบ เพราะมีการดำเนินเรื่องแบบเรื่อย ๆ เรียบ ๆ ไม่มีความสลับซับซ้อน หรือยอกย้อนซ่อนเงื่อน รวมทั้งจุดไคลแม๊กซ์ที่ต้องลุ้นระทึก ดังนั้น คุณปาราดาสามารถจะเริ่มเรื่องด้วย อีเมล์ของ “เธอคนแปลกหน้า” เลยก็ได้ หรืออีเมล์ของเซลส์เกิร์ลที่ภูมิฟอร์วอร์ดมาให้แพรก็ได้ หรือภาพที่ภูมิใส่แหวนทองเกลี้ยงก็ได้ โดยสามารถตัดช่วงแรกที่ภูมิพาพ่อแม่ไปทาบทามแพรออก หรือนำบางส่วนมาแทรกในช่วงหลัง ซึ่งทั้งหมดนี้ก็เพื่อทำให้เรื่องสามารถลงตัวภายในพื้นที่ไม่เกิน 5 หน้าของกระดาษ เอ 4

            อยากให้คุณปาราดาลำดับความคิดของตัวเอง และศึกษาข้อแนะนำของผม แล้วลองปรับเนื้อเรื่องของเรื่องสั้นเรื่องนี้มาอีกทีครับ

 

ประภัสสร เสวิกุล 

ซันติอาโก ชิลี, 22 มีนาคม 2550

 

 

                       

 


หน้า 1/1
1
[Go to top]



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
www.psevikul.com นิตยสารสกุลไทย นิตยสารขวัญเรือน  amarinpocketbook นานมีบุ๊คส์ ร้านหนังสือซีเอ็ด ศูนหนังสือจุฬา ร้านนายอินทร์ ประพันธ์สาสน์ เวบคุณวิกรม กรมดิษฐ์  Masharee Blog วรรณวรรธน์คาเฟ่ เวบของคุณ คีตาญชลี เวบกระบี่ทูเด เวบกลอนธรรมะ